ผ่านมาเกือบสามสัปดาห์ของการมาอยู่ในร่างไอ้เด็กคนนี้และรวมถึงการใช้ชีวิตและมาเรียนในโรงเรียนนี้ ทำให้ผมเริ่มจะปรับตัวได้ขึ้นมาบ้างแล้ว
ชีวิตของไอ้เด็กที่ชื่อทีมนี้ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเวอร์หรือหรูหราอะไรถ้าไม่นับกับการที่เคยบอกบอกว่าจะซื้อขนมมาแจกเพื่อนในห้องถ้าครูคณิตศาสตร์ลา แล้วก็เกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆ ผมรู้เื่สัญญาได้ไม่ถึงสองวันคาบนี้ครูคณิตศาสตร์ก็ลาป่วยไปจริงๆ
เอาว่ะที่ว่าอย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ต้องมานั่งโชว์สกิลการเดาโง่ๆ ภายในห้อง
ตอนนี้เป็เวลาสิบโมงกว่าๆ กำลังเริ่มเข้าคาบเรียนที่สอง เสียงเด็กในห้องก็ดังสนั่นไปหมดเพราะได้ขนมที่พึ่งลงไปซื้อมาวางอยู่เต็มโต๊ะ
จะมีก็แต่แพรวาลูกสาวของเพื่อนผมที่เอาแต่นั่งทำตัวเป็นางเอกเอ็มวีชมนกชมไม้อยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจอะไรบ้างเลยหรือยังไงขนมมากองอยู่ตรงหน้าขนาดนี้
ผมลุกขึ้นไปหยิบห่อขนมาห่อหนึ่งหวังว่าจะเอาไปให้เธอแต่ดันสะดุดโต๊ะล้มลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น
เอาเถอะลุงวัยสี่สิบกว่าสร้างตำนานให้เด็กนี่อีกแล้ว
ทุกสายตากำลังมองมาที่ผมก่อนที่ทุกคนจะนะเบิดเสียงหัวเราะออกดังลั่น เพื่อนตัวดีอย่างปาล์มที่เห็นของกินเป็ตัวเอกอย่างมันมีเหรอจะมาพยุงผมขึ้นก่อน มีแต่มาหยิบขนมออกไปจากมือและกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม
ผมส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นออกจากตัว เดินไปหยิบขนมห่อใหม่ครั้งนี้ดีหน่อยที่ไม่พลาดสะดุดอะไรเลยไม่ต้องไปนอนคุยกับพื้นห้องเหมือนเมื่อกี้
‘‘อะ ให้’’ ผมยื่นห่อขนมให้คนตรงหน้า แพรวาหันมามองผมเลิ่กคิ้วขึ้นมาเหมือนกับกำลังตั้งคำถามว่า ‘เอามาทำไม’
‘‘ให้ มันมีตั้งเยอะไม่กินเหรอ’’
‘‘เก็บไว้กินเองเหอะ’’
ฉึก!
กรืดดดด..
เสียงฉีกซองขนมดังขึ้น ผมลากเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ไม่มีใครนั่งมา ลากมานั่งข้างๆ ยัยหนูแพรวา
แขนใหญ่พาดวางไปกับเก้าอี้ให้นั่งได้สะดวก เสียงเคี้ยวขนมก็ดังจ๊อบแจบใส่หูคนข้างๆ ผมแอบเห็นว่ายัยหนูตัวดีมองบนใส่ด้วย
‘‘ถ้าจะกินก็ไปกินที่อื่น เราจะนอน’’ เธอพูดก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน
ผมเองก็ไม่รู้จะกวนเธอไปทำไมเลยลุกไปนั่งกับเพื่อนๆ ตรงหลังห้อง
‘‘คาบ2แล้วนะ ไอ้นิคยังไม่มาเลยว่ะแม่งหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ก็โทรไปก็ไม่รับ’’
เป็วินที่บ่นขึ้น เพราะปกติแล้ววินจะมาโรงเรียนกับนิคแต่ตอนนี้อีกคนขาดการติดต่อไปั้แ่เมื่อคืนแล้ว เลยทำให้มานั่งบ่นในตอนนี้ อันที่จริงก็เป็ห่วงกันหมดเพราะไอนิคเองก็ไม่ตอบข้อความใครสักคน
‘‘เดี๋ยวมันก็มาป่าว คงยังไม่ตื่นนั่นแหละ’’
ปั่ก!
พูดจบก็มีเสียงวางของมาจากด้านข้างๆ
นิควางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะเมื่อครู่
‘‘หายหัวไปไหนของมึง’’ เป็มอสที่ถาม
‘‘ถามมาก กูมาแล้วนี่ไง’’ นิคตอบกลับมอสไปด้วยเสียงอู้อี้เล็กน้อยเพราะกำลังฟุบหน้าอยู่
‘‘ไอ้นิคเพื่อนเขาเป็ห่วง’’
ผมพูดบอกคนที่เอาแต่ฟุบหน้าั้แ่เข้ามาในห้องเรียน ไอ้เด็กนี่มีอาการแปลกๆ ั้แ่3วันก่อนแล้ว เข้ามาก็ทำตัวแบบนี้ บางทีก็เหม่อๆ ไม่คุยกับใคร
ผมไม่อยากจะคิดไปเองเพราะกลัวว่าจะเป็การปรักปรำแต่ขอให้แน่ใจกว่านี้เสียก่อนเถอะ
‘‘เออ พวกมึงจะอะไรนักหนาวะ’’ พูดจบก็ลุกออกไปจากห้องด้วยความหงุดหงิด
‘‘อ้าวเฮ้ย นิคไอ้นิค’’
‘‘อ้าวทีมมึงจะไปไหนอีกเนี่ย’’
ผมรีบวิ่งตามออกไปโดนไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนๆ ตามหลังมา ดูก็รู้ว่าไอ้เด็กที่ชื่อนิคมีอาการแปลกๆ ทั้งอาการทางอารมณ์ของมันเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หงุดหงิดง่าย ตัวก็เริ่มผอมขึ้นทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้ปาล์มพามันกินไม่หยุด
ผมวิ่งตามไปจนสุดทาง ทางนี้เป็หลังโรงเรียนเกือบจะออกไปจากซอย ให้ตายเถอะผมก็ไม่ได้คุ้นทางอะไรเลยดันวิ่งตามมันมาแบบไม่ดูทางซะงั้น
ผมมองไปรอบๆ ตอนนี้ผมอยู่ภายในซอยเล็กๆ มีกำแพงกั้นสูงขึ้นทั้งสองข้าง มีรอยสเปรย์ขีดเขียนวาดเต็มกำแพงไปหมดบ่งบอกว่าเป็ที่มั่วสุมได้อย่างดี
มีคนมาเห็นจะคิดว่าเขาทำเื่ไม่ดีอยู่หรือเปล่าแปลกที่เคยทำผิดมาหลายอย่างแต่พอมาอยู่ในร่างใหม่กับมีความรู้สึกกลัวในหลายๆ อย่าง
ผมเดินเข้าไปในซอยเรื่อยๆ ตอนนี้มีทางแยกให้2ทางผมไม่รู้เลยว่าไอ้นิคมันวิ่งไปทางไหนเลยตัดสินใจเดินไปทางซ้ายมือของตัวเอง
‘‘ตามกูมาทำไม’’ ร่างสูงสะดุ้งโหยงใอย่างแรงเพราะมีเสียงมาจากทางด้านหลัง พอรู้แล้วว่านั่นคือเสียงของนิค มันคงวิ่งไปคนละทางกับผมและเข้าไปแอบ
‘‘มาตามมึงไง มึงวิ่งออกมาทำไม’’
‘‘กูแค่หงุดหงิด ไม่อยากโมโหใส่พวกมึง’’ พูดจบมันก็เดินไปนั่งลงพิงกำแพง
อ่าไอ้เด็กเวร ไม่กลัวเสื้อจะเปื้อนรอยอะไรเลยหรือไง
‘‘กลับกับกู’’
‘‘มึงไปก่อนเถอะ กูอยากอยู่คนเดียว’’
‘‘นิคมึงเป็อะไรมึงบอกกูได้นะเว้ย’’
‘‘กูขาดยา’’
‘‘.....’’
‘‘ฮ่าๆๆ เอ๋อแดกไปดิ’’
‘‘กูล้อเล่นเพื่อน มึงเถอะกลับไปนะเดี๋ยวกูตามไป’’
นิคลุกขึ้นมาตบไหล่ผมก่อนจะเดินห่างออกไปให้ผมมองตามจนลับสายตา ผมถอนหายใจออกมาจำใจต้องเดินกลับไปห้องเรียน
‘‘ทีม ไอ้นิคล่ะ’’ วินรีบลุกขึ้นมาหาเขาเข้ามาประชิดตัวถาม
‘‘เออๆ ใจเย็นๆ มันยังไม่ตายหรอก แค่บอกว่าหงุดหงิดไม่อยากมาลงกับพวกมึง’’
‘‘อะไรของมันวะ ั้แ่เป็เพื่อนกันมามันไม่เคยเป็แบบนี้เลยนะเว้ย’’
ไม่เคยเป็แบบนี้เลยงั้นเหรอ แสดงว่าใช่แน่ๆ เขาคงไม่ได้คิดไปเองจากก่อนหน้านี้ในร่างเดิมที่เขาเคยคลุกคลีอยู่กับเื่พวกนี้ คงไม่พ้นจากการเสพยาหรอก
‘‘ถ้าเกิดว่าไอ้นิคติดยา พวกมึงจะทำไงวะ’’
ตอนนี้พวกเขาคุยกันแค่ในกลุ่มไม่ได้เสียงดังอะไรมากมายคนในห้องเลยไม่ได้ยินเื่นี้ แต่ตอนนี้พวกเขาได้เงียบกันหมดแล้ว
เพราะคงไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะไปยุ่งกับเื่แบบนั้น วินเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ก่อนจะคว้าเอากระเป๋านักเรียนของนิคมาเปิดดู
ด้วยความที่เ้าตัวรีบวิ่งออกไปเลยไม่ได้คว้าเอากระเป๋านักเรียนออกไปด้วย
วินเห็นกระดาษใบหนึ่งมันเป็ใบที่เขียนตัวเลขโทรศัพท์ไว้ในแผ่นนั้น ทุกคนหันมามองหน้ากันก่อนจะมีคนในกลุ่มควักเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาถ่ายกระดาษแผ่นนี้เอาไว้
และวินเองก็ทำการเก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้มีใครรู้ว่ามีคนมารื้อกระเป๋า
่เลิกเรียนวันนี้ผมขอให้ยัยหนูแพรวากลับบ้านกับลุงคนขับรถไปก่อนเพราะผมนัดกับพวกแก๊งเพื่อนไอ้เด็กทีมนี่
ผมกระชับกระเป๋านักเรียนตัวเก่งและก้าวเดินไปหาพวกนั้นที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อน
‘‘กูไม่กล้าโทรว่ะ’’
‘‘เดี๋ยวกูโทรเอง’’ ผมวางกระเป๋านักเรียนของตัวเองลงกับโต๊ะ เดินอ้อมไปนั่งข้างๆ ไอ้มอส ไอ้ห่านี่ก็นั่งกินที่ตัวใหญ่เท่าหมีควายแล้วมั้ง
ผมเอื้อมไปคว้าเอาโทรศัพท์ในมือไอ้วินมาก่อนจะเปิดรูปภาพที่ถ่ายเอาไว้ตอนนั้น
นิ้วเรียวคลิกตัวเลขตามภาพที่ถ่ายมา รอเสียงปลายสายรับสาย
‘ฮัลโหล ใครครับ’
“เอ่อ ผมเพื่อนนิคครับ”
‘นิคไหน มึงใคร มีธุระอะไร’
“นิคที่เอายากับพี่อะครับ”
‘มีไร’ ปลายสายถามมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เสียงแบบนี้คงจะรูปร่างไม่สูงมากตัวหนานิดๆ จากประสบการณ์ที่เคยเจอมา
เหมือนกับว่าปลายสายตอนนี้จะเริ่มระแวงแล้วด้วย มอสมันหันหน้ามาพยักหน้าให้กับผมเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
“นิคมันให้เบอร์ผมมาครับ ผมสนใจยาตัวที่พี่ให้มัน”
‘ห่าเอ๊ย กูใหมดสนใจเหรอวะฮ่าๆ ’
“ครับ ตัวของไอ้นิคมันแรงมั้ยครับ”
‘ก็ไม่เท่าไหร่ แต่กูแนะนำว่ะน้องตัวนี้ใช้ดีจริงดีดทั้งวัน’ ผมหันไปมองวินที่ตอนแรกก้มหน้าอยู่ตอนนี้หันมามองผมด้วยสีหน้านิ่งๆ
“พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปเอานะครับ”
‘เคน้อง แล้วไอนิคล่ะ มาด้วยไหม’
“ไม่ไปครับ ผมจะไปเอง”
ตึ๊ด!
“ใช่จริงๆ ด้วย ไอ้ห่านิคแม่ง!!”
“วินมึงใจเย็นๆ กูรู้ว่าเป็ห่วงแต่ตอนนี้ต้องดูๆ มันทำให้มันยอมรับให้ได้”
ผมตบบ่าไอ้วินเบาๆ สีหน้าทุกคนตอนนี้ไม่ดีเลย เห็นได้ชัดว่ากลุ่มนี้มันเกเรแต่มันไม่เข้าไปยุ่งกับเื่แบบนี้เลยสักคน คงเป็เพราะหัวหน้ากลุ่มเป็ลูกของตำรวจด้วยละมั้ง
สองวันต่อมาหลังจากที่ผมไปรับยา วันนั้นมันบังเอิญเห็นพวกผมในซอยเปลี่ยว แต่มันก็เลือกที่จะไม่ทักพวกผม สีหน้าของมันก็ใเหมือนกับว่ากลัวว่าพวกผมจะผิดหวังในตัวของมันด้วย
ตอนแรกมันโกหกว่ามันมารับไปขายแต่พอเพื่อนทุกคนมายืนรอมันในซอยที่ผมวิ่งตามมันมา มันก็ยอมสารภาพกับเพื่อนๆ ว่ามันเสพยาจริงๆ
ตอนนี้ผมนั่งมองยัยหนูแพรและคิดเื่ของไอ้นิควนไปวนมา ยัยหนูแพรก็เหมือนกับว่ามีญาณทิพย์เวลาที่ผมมองเธอ เธอก็จะหันมาทำหน้านิ่งๆ ใส่ผมตลอด
ผมกำลังมองลูกสาวของเพื่อนอยู่ก็มีเสียงพระเ้าองค์เดิมส่งเสียงเข้ามาให้เขาได้ยิน
‘เหตุใดถึงเข้าไปยุ่งเื่ของคนอื่น ’
‘คนอื่นที่ไหน นี่เพื่อนฉันนะ’
‘เพื่อน? เด็กคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของเ้ามิใช่หรือ ถ้าข้าจำไม่ผิดเ้ามีเพื่อนเพียงคนเดียว ซึ่งก็ตายไปแล้ว’
‘กวนตีนนี่ไอสัตว์’
‘ข้าไม่ใช่เพื่อนเล่น พูดกับข้าให้มันดี ๆ หน่อย’
‘เหอะ แล้วมีอะไร’
‘ข้าแค่สงสัย ว่าเหตุใดเ้าถึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กคนนั้น’
‘สงสาร ไม่อยากให้เด็กพวกนี้ไปอยู่ในโลกของขยะละมั้ง’
‘น่าแปลก คนเลวทรามต่ำช้าอย่างเ้านี่นะ’
‘อะไร ข้ามันทำไม’ ไอ้เวรเอ๊ย พระเ้าปากหมาแบบมันนี่น่าตบปากจริง ๆ
‘ก็เ้ามันเป็พ่อค้ายามาก่อน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยนึกถึงใครเลย’
‘มันต่างกัน นี่เพื่อนนั่นคนอื่น’
‘หึหึ ข้าก็หวังว่าคนอย่างเ้ามันจะดีขึ้นมาบ้างนะ’
หลังจากพูดเสร็จมันก็หายไป ผมยังคุยไม่ทันจบ อย่างน้อยก็น่าจะแนะนำอะไรผมบ้าง เื่ที่ผมไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตคนอื่น