6:35น. เช้าตรู่วันพฤหัสบดี
“ฮ้าวววว! ขนาดแม่ปลุก ตรูยังไม่เคยตื่นเช้าเท่านี้เล้ย” ผมบ่นพลางหาวง่วง ทำไงได้ไอ้ดิมนัดติวตอนเช้า ยังดีที่ติวในโรงอาหาร คงเรียนไปกินข้าวไปได้นะ ผมแวะซื้อข้าวกะเพราหมูสับแล้วเดินไปที่โต๊ะ...ที่ไอ้ดิมนอนฟุบอยู่
“เฮ้ย นัดเรามาแท้ ๆ ดันนอนซะนี่”
“อ...อือ...สนมาแล้วเหรอ โทษที” ดิมเงยหน้ามางัวเงียหยิบแว่นใส่
“ถ้าตื่นไม่ไหวก็อย่านัดเช้าดิ แล้วกินข้าวยัง?”
“ยังเลย”
“อ่ะ” ผมดันจานไปตรงหน้ามัน
“สนกินไปเลยก็ได้ เดี๋ยวเราค่อยไปซื้อ”
“อันนี้ตั้งใจซื้อมาให้นายเป็ค่าติว เดี๋ยวเราไปซื้ออีกจาน กินไปเลยนะไม่ต้องรอ”
ผมวางกระเป๋ากับถุงกางเกงวอร์มและไม้ปิงปองบนม้านั่งแล้วเดินกลับไปซื้อข้าวกะเพราหมูสับอีกจานมานั่งกินตรงข้ามกับมัน ดิมมองสองจานแล้วอมยิ้ม
“สนใจดีเนอะ”
“ใจดีไงวะ?”
“ก็จริง ๆ แล้วข้าวกะเพรานี่นายกะจะกินเองใช่มั้ย? พอไปซื้ออีกจานก็ยังเป็ข้าวกะเพราเหมือนเดิมทั้งที่มีตั้งหลายร้าน”
ดิมอธิบายแบบเข้าใจตรูทะลุปรุโปร่ง ตรูเริ่มเข้าใจความน่ากลัวของพวกเด็กเรียนแล้ว แม่งอ่านใจตรูได้จากแค่ข้าวกะเพรา 2 จาน!
“คิดมากอ่ะมริง รีบกินเหอะ” ผมตัดบท หลังจากกินเสร็จผมเอาจานไปเก็บข้างหลังโรงอาหารแล้วเริ่มติวซะที
“วิชาเลขละกันนะ สนไม่เข้าใจตรงไหน?”
“ฟังก์ชั่นคอมโพสิตอ่ะ โคตรงง fog gof อะไรไม่รู้เื่เลย”
“อือ งั้นเริ่มจากโจทย์ง่าย ๆ ก่อนจะได้เข้าใจรูปแบบ” แล้วมันก็เริ่มวาดรูป
“ดูกลับหัวแบบนี้เรายิ่งงง เดี๋ยวเราไปนั่งฟากเดียวกับนายดีกว่า” ผมนั่งข้างซ้ายของดิม มือขวามันจะได้ไม่บัง
โจทย์กำหนดว่า f = { (1,b) , (2,c) , (3,d) }
และ g = { (d,x) , (b,y) , (c,z) }
“เมื่อเขียนเป็ gof (1) เราก็ไปดูว่าชุดวงเล็บไหนของ f ที่นำหน้าด้วย 1 ก็คือ (1,b) ดู b ตัวหลังให้ดีนะเราจะใช้มันเป็ตัวไปหาคำตอบขั้นถัดไป มาดูบรรทัดของ g ชุดวงเล็บไหนที่นำหน้าด้วย b ก็คือ (b,y) เราก็เอาตัวหลังของชุดนี้มาเป็คำตอบ gof (1) = y คล้าย ๆ เล่นเกมปริศนามองหาไล่ไปตามลำดับน่ะ”
“อ๋อ ก็ไม่ยากนี่นา แบบนี้ถ้า gof (2) ก็เท่ากับ z ใช่มั้ย?” ผมเขยิบเข้าไปดูกระดาษให้ชัด ๆ ไอ้ดิมก็เขยิบหนี
“จะกระเถิบไปทำไมล่ะ ช่วยดูหน่อยเราตอบถูกมั้ย?”
“เออ...ตอบถูกแล้ว” จากนั้นดิมก็เขียนโจทย์ให้ลองทำอีกหลายข้อแล้วค่อย ๆ ยากขึ้น เออแฮะตรูทำได้เว้ยเฮ้ย
“ขอบใจนายมากเลยนะ เข้าใจขึ้นเยอะเลย”
“อืม เพื่อนกันน่ะ เราช่วยสนประหยัดค่าเรียนได้เราก็ดีใจ”
“เจ็ดโมงครึ่งละ ป่ะขึ้นห้องเอากระเป๋าไปเก็บด้วยกัน”
ระหว่างเดินผ่านลานกลางโรงเรียนเพื่อไปห้องประจำชั้นผมก็หาเื่ชวนดิมคุย
“นายอุตส่าห์ติวให้เรา ถ้ามีอะไรให้เราช่วยก็บอกเราได้นะดิม”
“อืม”
“แล้วชอบดูหนังดูละครอะไรไหม?”
“ไม่ได้ดูอ่ะ” เออ เด็กเรียนเขาก็แบบนี้สินะ
“แล้วตอนนี้เข้าชมรมอะไรเหรอ?”
“คอมพิวเตอร์”
“เออดีเนอะได้เล่นเกม”
“เขียน Python น่ะ” คืออะไรฟระ คล้ายไบก้อนไหม?
“หลังเลิกเรียนนายทำอะไรบ้างที่ไม่เกี่ยวกับเื่เรียนเนี่ย?”
“ก็...วิ่งล่ะมั้ง”
“เฮ้ย! เรานึกว่านายเป็เด็กเนิร์ดบ้าเรียนตลอดเวลาซะอีก ก็ออกกำลังเหมือนกันนี่หว่า ดี ๆ วิ่ง 100 เมตรเหรอ? หรือวิ่งผลัด?”
ดิมนิ่งไปครู่หนึ่ง “ก็แค่วิ่งรอบสนามบอลน่ะ ไม่ได้เป็นักกีฬาอะไร” เอ็งวิ่งรอบสนามบอลเป็งานอดิเรกหลังเลิกเรียนเหรอ?
“ถึงห้องเราละ เราไปก่อนนะสน พรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิม” ดิมพูดแล้วเดินเข้าห้อง 4/7 ไป
ผมเดินต่อไปห้องประจำชั้นตัวเองก็เจอพัตเดินผ่านมา
“หวัดดีพัต” อ้าวทำไมมันไม่ตอบฟระ หน้าตาเครียด ๆ
“พัต เป็อะไรวะ?”
“อ้าว! สน หวัดดี”
“นายเป็อะไรทำหน้าแปลก ๆ?”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก แล้วบอมอยู่นี่ด้วยไหม?”
“ไม่อ่ะ มันคงอยู่ที่ห้องมันมั้ง เราก็เพิ่งมาจากโรงอาหาร มีธุระอะไรกับไอ้บอมเหรอ?”
“เอ่อ...ไม่มีหรอก ก็ปกติเห็นสนกับบอมอยู่ด้วยกัน งั้นเราไปก่อนนะ ใกล้ได้เวลาเข้าแถวแล้ว” สนมองตามหลังของเพื่อนไป
“พัตมันเป็อะไรของมันวะ?”
7:15น.
หลังจากลงรถพ่อที่ปากซอยผมก็รีบเดินไปร้านน้ำหน้าโรงเรียน แต่ไม่มีเขาที่นั่นเหมือนวันก่อน ๆ นี่เปิดเทอมมาหลายวันแล้วพวกเขาก็คงมีเพื่อนมีกลุ่มในห้องตัวเอง คงไม่มารอเราเหมือนวันแรก ๆ อีกแล้วล่ะ… ผมปลอบใจตัวเอง ช่างเถอะเดี๋ยวตอนเข้าแถวก็ได้เจอกัน ผมหยิบมือถือมาเช็คข้อความก่อนปิดเครื่องตามระเบียบโรงเรียน หืม! มีข้อความจากครูบิ๊ว!
ครูบิ๊ว: เย็นนี้พัตมาเจอครูที่ศูนย์อาหารห้างซีคอนชั้น 4 นะครับ
ั้แ่ติวเสร็จก่อนสอบเข้าจนถึงวันนี้ครูบิ๊วไม่เคยส่งขอความอะไรมาเลย...ครูนัดเจอที่ห่างไกลโรงเรียนแบบนี้...หรือว่าหรือครูรู้แล้ว? ผมเม้มปากแน่น หรือมันอาจไม่มีอะไรก็ได้ ผมยืนคิดทั้งที่ในหัวสับสนไปหมด
ตอนนี้ผมอยากเจอบอม ภาพที่เขาหันมายิ้มในห้องสอบ ภาพนั้นที่ทำให้ผมมีความกล้าทำเื่บ้า ๆ นี้ แต่มันก็เป็ไปไม่ได้ ผมต้องจัดการเื่นี้ให้ได้ด้วยตัวเอง ที่แน่ ๆ ต้องกลับบ้านค่ำแน่เพราะห้างอยู่นอกเส้นทางกลับบ้านขนาดนี้ผมต้องโทรบอกพ่อก่อนไม่งั้นะเิลงอีก
“พ่อครับ เอ่อ...เย็นนี้ผมจะกลับบ้านเองนะครับ”
“หืม? มีอะไรเหรอลูก?” พ่อเสียงดุมาเลย แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ชัดอย่างหนึ่งคือพ่อไม่รู้ว่าครูบิ๊วนัดผม ไม่งั้นพ่อคงพูดขึ้นมาเองแล้ว
“ผมจะไปติวกับเพื่อนครับ เดี๋ยวนั่งแท็กซี่กลับบ้านเองครับ”
“เพื่อนคนไหนเหรอ? ทำไมไม่อ่านตอนพักเที่ยง กลับดึกมันอันตรายนะ” ชิบเป๋งละยังไม่ทันคิดเลย!
“อ่า...เอ..เอสครับ เพื่อนที่เคยเรียนพิเศษด้วยกันตอนปิดเทอมครับ” ชื่อเดียวที่คิดขึ้นมาได้
“อืม ถ้าจะให้พ่อไปรับก็โทรบอกได้นะ”
“ครับพ่อ”
ผมกดลบข้อความของคุณครูบิ๊วแล้วปิดมือถือ ผมยังยืนงง ๆ ว่าหลอกพ่อประมาณนี้โอเคใช่ไหม พ่อไม่รู้ว่าครูบิ๊วนัดผมแปลว่าครูไม่ได้บอกพ่อ อย่างน้อยครูน่าจะอยู่ข้างผม ผมเดินผ่านประตูโรงเรียนไปขึ้นอาคารเรียน ในหัวยังสับสนและกลัวไปหมด
“พัต เป็อะไรวะ?” เสียงของสนดึงสติผมกลับมา
“อ้าว! สน หวัดดี”
“นายเป็อะไรทำหน้าแปลก ๆ?”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก แล้วบอมอยู่นี่ด้วยไหม?”
“ไม่อ่ะ มันคงอยู่ที่ห้องมันมั้ง เราก็เพิ่งมาจากโรงอาหาร มีธุระอะไรกับไอ้บอมเหรอ?”
“เอ่อ...ไม่มีหรอก ก็ปกติเห็นสนกับบอมอยู่ด้วยกัน งั้นเราไปก่อนนะ ใกล้ได้เวลาเข้าแถวแล้ว”
นั่นสินะ ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายที่เวลาเรามีปัญหาแล้วเขาจะโผล่ออกมาได้จังหวะแบบนั้น...อะไรที่ทำไปก็ต้องจัดการให้จบให้ได้ด้วยตัวเอง ใกล้ได้เวลาเข้าแถว เพลงมาร์ชโรงเรียนดังทั่วโรงเรียน ผมลงไปยืนประจำแถวที่ลานหน้าเสาธง แถวของห้องม.4/4 และมองไปข้างหน้าอีกสองแถว ผมมองหาบอมเหมือนทุกวันแล้วก็เห็นเขาอยู่ตรงนั้น แถวของห้องม.4/2 ทุกเช้าผมเห็นแผ่นหลังของเขา ผมรองทรงสั้นกับต้นคอสีน้ำตาลอ่อน เห็นเวลาเขายิ้มคุยกับเพื่อน เห็นแบบนี้ทุกเช้าจากระยะห่างได้แค่นี้ ไม่รู้ว่าผมกำลังเศร้าหรือสุข ตอนพักเที่ยงผมก็นั่งโต๊ะอื่นเพราะกลัวจะซ่อนสีหน้าจากบอมไม่ได้
16:37น.
หลังเลิกเรียนผมสะพายเป้เดินออกประตูใหญ่ไปขึ้นรถเมล์เพื่อไปซีคอน นักเรียนเยอะมากทั้งไปขึ้นรถโรงเรียนและรถเมล์ มันเป็บรรยากาศที่ผมไม่คุ้นเคย ั้แ่ตอนสอบเข้าจนถึงวันนี้วันที่ 4 ของการเปิดเทอมผมไม่เคยขึ้นรถเมล์แถวนี้เลย เปิดแอพเช็คสายรถเมล์ ต้องไปต่อรถที่สี่แยก ชักกังวลนิด ๆ จะไปถูกไหมเนี่ย ผมเดินเข้าไปยืนรอที่ศาลาหน้าโรงเรียน คนเยอะมากเลย ฟ้าก็เริ่มครึ้มฝนทำให้ผมเครียดมากขึ้น ผมต้องส่งข้อความบอกบอมด้วยว่าเย็นนี้ไม่ไปซ้อมบาส
พัต: โทษทีบอม วันนี้เราต้องกลับก่อนนะ มีธุระ
สักพักมือถือผมก็ดังขึ้น บอมโทรมาเลย
“พัตมีธุระเหรอ? ตอนเที่ยงเราก็ไม่เห็นนาย”
“เอ้อ ใช่ ๆ เราต้องรีบกลับน่ะ”
“เสียงดังจังพัต นั่นนายอยู่ศาลาหน้าโรงเรียนเหรอ?”
“ใช่ ๆ” ทำไมเดาแม่นจังฟระ
“เฮ้ย! พัตจะไปไหนอ่ะ? นั่งรถเมล์ไปเหรอ? ขึ้นเป็หรือเปล่า?” คือตรูไม่ใช่ลูกคุณหนู แต่ก็ดีใจที่เขาเป็ห่วงนะ
“ไปซีคอนน่ะ”
“เหรอ ไปทำอะไรน่ะ ดูหนังเหรอ?”
“เปล่า คือเราไปติวหนังสือน่ะ”
“โห ไปไกลจัง เอ้อ! สนบอกเราว่าเมื่อเช้านายเครียด ๆ เป็อะไรรึเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก เราแค่ห่วงว่าจะไปห้างไม่ถูกน่ะ เราไม่เคยไป”
“ให้เราไปด้วยไหม เดี๋ยวเราไปหาที่ศาลา แถวนั้นบ้านเราเอง เราชำนาญ”
“ไม่เป็ไรหรอก บอมซ้อมบาสเถอะ แค่เราโดดซ้อมก็เกรงใจมากแล้ว”
“ไปไหวจริง ๆ เหรอ ให้เราพาไปก็ได้นะไม่ต้องเกรงใจ อยากโดดซ้อมเหมือนกัน 555”
“เราไปได้ ขอบใจนะบอม”
“อืม งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ ฝนใกล้ตกนะดูแลตัวเองด้วย ไปถึงก็โทรมานะ”
ก่อนหน้านี้ผมรู้แค่ว่าบอมลง BTS อ่อนนุชแต่ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ตรงไหน ตอนนี้แค่รู้ว่าบ้านบอมอยู่แถวซีคอนผมก็ใจชื้นขึ้นมาละ แบบนี้ใช่มั้ยที่เขาบอกว่าแค่เห็นหลังคาบ้านก็ชื่นใจ ผมลงรถเมล์ที่หน้าห้างแล้วหาทางขึ้นศูนย์อาหารชั้น 4 พอไปถึงก็เจอคุณครูโบกมือให้จากโต๊ะที่หลบหลังมุมกำแพง ผมยกมือไหว้แบบเกร็ง ๆ นี่เป็การพูดคุยกันครั้งแรกั้แ่สอบเข้า
“ครูนัดกะทันหันไปนิด น้องพัตกลับบ้านได้อยู่นะ?”
“ได้ครับ” ผมนั่งลงด้านตรงข้าม บนโต๊ะมีตำราเรียนที่ครูวางไว้ให้เหมือนนักเรียนมาติวกับติวเตอร์
“คุณครูมีธุระอะไรเหรอครับ?” เข้าประเด็นไปเลย ทุกอย่างมันผิดปกติไปหมดจนไม่ต้องอ้อมค้อมแล้ว คุณครูไม่พูดอะไรแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นถุงพลาสติกให้ ผมรับมาแบบงง ๆ
“ตามสัญญาครับ น้องพัต” เกมใหม่ของ Nintendo Switch เหรอ?
“แต่...แต่ผมไม่ได้ห้องคิงนะครับ”
“ครูเห็นคะแนนสอบของพัตแล้ว น้องพัตอยากเล่าอะไรให้ครูฟังก็เล่าได้ทุกเื่นะ ครูปิดทุกอย่างเป็ความลับให้”
“ค...ครูรู้แล้วเหรอ?”
“รู้แล้วครับ ลูกศิษย์คนนี้ทำได้สูงมากทั้ง 4 วิชา คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาไทย, สังคม ยกเว้นวิชาสุดท้ายของการสอบ...ทำให้ได้แค่ 17 ข้อจาก 50 ข้อ”
...ครูรู้แล้ว...
“วิชาสุดท้ายคือภาษาอังกฤษ วิชาถนัดที่สุดของพัต ถนัดถึงขนาดมั่นใจว่าตอบถูกแค่ 17 ข้อแล้วคะแนนเฉลี่ยออกมาเป็ 84.8% คะแนนสูงสุดที่จะได้เข้าสายวิทย์-คณิตแน่นอน โดยไม่เข้าห้องคิงและห้องควีน ไม่ใช่ความบังเอิญใช่ไหมครับน้องพัต?”
คุณครูพูดทุกอย่างที่ผมตัดสินใจทำ ความคิดแค่แว่บเดียวในตอนนั้น
“ฮึกๆๆ ครูอย่าบอกพ่อแม่ผมนะครับ” ผมกลั้นทุกอย่างไม่ไหวแล้ว
“คุณพ่อของพัตให้ครูค้นหากระดาษคำตอบเพื่อจะหาติวเตอร์มาสอนจุดที่พัตได้คะแนนน้อย แต่ไม่ต้องห่วงนะครูแต่งเื่ให้แล้วว่าข้อสอบปีนี้ยากและพัตอ่อนวิชาสังคม”
“ผม...ผมไม่อยากอยู่ห้องคิง ฮึก ๆๆ ครูรู้มั้ยผมเจออะไรบ้างั้แ่ป.6 จนถึงม.3”
“พวกผมถูกบังคับให้เรียนของม.4 ทำการบ้านมากกว่าห้องปกติ 3 เท่าทุกวัน พอตอบผิดก็โดนบังคับให้กินบอระเพ็ดขม ๆ โดนทำโทษให้วิ่งรอบอาคาร ฮึก ๆๆ ผมอาย”
“ไปแข่งตอบปัญหาสัปดาห์วิชาการแพ้โรงเรียนอื่นก็โดนด่า โดนอดอาหาร”
“พวกผมต้องเขียนโจทย์ยาก ๆ ให้เพื่อนในห้องตอบไม่ได้แล้วเขาจะโดนทำโทษ แต่ถ้าเขาทำได้ผมต้องโดนทำโทษ ครูรู้มั้ยพวกเราโดนบังคับให้กลั่นแกล้งกันเองแบบนี้ทุกวัน ผม...ผมไม่มีเพื่อน ทุกคนกลัวว่าคนอื่นจะเก่งกว่า”
“ต้องฝึกปัญหาเชาว์ คณิตคิดในใจ คิดช้าโดนประจาน หลังเลิกเรียนต้องเรียนกวดวิชาให้ครบทุกวัน ต้องติวถึง 3-4 ทุ่ม่ก่อนสอบ ผมเจอแบบนี้มาตลอด ฮึก ๆๆ แล้วครูรู้มั้ยว่าอะไรที่แย่ที่สุด? คือตอนที่ผมบอกเื่นี้กับพ่อแม่ แต่เค้าบอกว่าดีแล้วอยากเก่งต้องเคี่ยวเข็ญแบบนี้! ...ไม่มีใคร...เห็นใจผมเลย ฮึก ๆๆ”
“พัต...ครูไม่เคยรู้เลยว่า”
“ไม่เป็ไรครับ ครู...ครูอย่าบอกพ่อแม่ผมก็พอ ขอบคุณสำหรับเกมนะครับ” ผมเก็บมันลงในเป้ น้ำตามันเอ่อจนเห็นอะไรไม่ชัด
“สำหรับครูแล้วพัตเป็ยิ่งกว่าเด็กห้องคิงนะครับ พัตเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง ต่อไปถ้าพัตมีปัญหาอะไรปรึกษาครูได้ตลอดนะ”
“ข...ขอบคุณครับ งั้นผม ก...กลับบ้านนะครับ”
“ให้ครูไปส่งไหม?”
“ฮึก...ไม่เป็ไรครับ ผมกลับเองได้ครับ”
ผมเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ สภาพตรูตอนนี้ทุเรศชะมัด แต่ก็ดี อย่างน้อยผมได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานซะที แต่ตอนนี้แมร่งปริ่ม ๆ จะร้องไห้ตลอดเวลา เดินเล่นสักพักให้ใจสงบก่อนดีกว่า ตอนนี้ผมเป็อิสระแล้วใช่มั้ย? เป็นักเรียนธรรมดา ไม่มีห้องคิง ไม่มีการเรียนโหดร้ายแบบนั้นอีกแล้ว จะเดินห้าง จะเล่นเกมตู้ จะแวะร้านเกมร้านการ์ตูนก็ได้แล้วใช่มั้ย คุณครูก็ช่วยโกหกพ่อแม่ให้แล้ว คงไม่มีใครสงสัยอีกแล้วใช่มั้ย
ครืน….ครืน…เสียงอะไร? อย่าบอกนะว่าฝนใกล้ตก ลมพัดแรงมากพร้อมละอองฝน ผมรีบข้ามสะพานลอยไปฟากตรงข้ามห้าง ฝนเริ่มตกแล้ว เมฆฝนมืดตื๋อเลย พยายามเรียกแท็กซี่แต่ทุกคันมีคนโดยสารหมด แล้วสักพักฝนก็ตกหนักแบบมืดฟ้ามัวดิน ทีนี้ตรูจะกลับบ้านยังไงฟระ! รถติดแน่ ๆ รถเมล์ก็ไม่มา จากนี้กว่าจะถึงบ้านจะใช้เวลากี่ชั่วโมง ผมวิ่งเข้าไปหลบฝนใต้สะพานลอยพลางชะเง้อหาแท็กซี่แต่ดูจะไร้ความหวังเพราะวินาทีนี้แทบทุกคนก็เรียกรถอุตลุต กว่าจะมีหลงมาถึงป้ายรถเมล์ที่ผมยืนสักคัน ผมวิ่งฝ่าฝนไปที่รถแต่พอบอกว่าไปพญาไทหรือสถานี airport link เขาก็ไม่ไป
เกือบสองทุ่มแล้ว ผมเริ่มเปียกมากขึ้นทุกที แย่แล้วพ่อด่าแน่
“พัต!” ผมหันไปตามเสียง ผมไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ย คนผมรองทรงในชุดนักเรียนที่เปียกปอนนั่น...บอม!