การทดสอบรุ่นเยาว์ตระกูลหยางยามนี้ดำเนินไปกว่าสามชั่วยามจึงได้จบลงในที่สุดทั้งยังแน่นอนว่าผู้ที่ได้อันดับหนึ่งต้องเป็หยางหลิงจื่อผู้ที่สร้างพร์แสงสีม่วงห้าจุดได้อย่างไม่ต้องสงสัยทั้งในงานประลองเด็กหญิงน้อยยังได้ปลดปล่อยกลิ่นอายปราณขั้นที่หกแห่งลมปราณแรกกำเนิดออกมา
สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำผู้คนทราบถึงพร์ของหยางจื่อหลิงได้เป็อย่างดีกระทั่งฝูงชนทั่วทั้งห้องโถงยังมอบคำกล่าวเรียกแก่เด็กหญิงน้อยนางนี้ว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฟ้าอำพัน
หากแต่ยามนี้ตัวตนอย่างหยางฉา เด็กน้อยผู้ติดตามของหยางกุ้ยนั้นดั่งกลายเป็ตัวตนอันโชคดีอย่างที่สุดเนื่องด้วยตัวมันนั้นอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นที่สองแห่งลมปราณแรกกำเนิดแล้วอีกทั้งการที่มันได้ติดตามหยางกุ้ยตลอดคนกลับได้ถูกแบ่งปันเคล็ดวิชาหมัดหมุนวนอันเป็เคล็ดวิชาขั้นต่ำระดับกลางมาบ้างสิ่งนี้ย่อมแน่ชัดว่านอกจากหยางหลิงจื่อ หยางกุ้ย และหยางเทียนแล้วนั้นมันย่อมไม่มีทางแพ้ผู้ใดได้อีก ทั้งยามนี้มันยังได้อันดับสองไปอย่างง่ายดายพร้อมทั้งรับทรัพยากรผลึกลมปราณระดับสูงไปอย่างปิติสุขอย่างที่สุด
หลังจากจบการประลองทดสอบพลังของผู้เยาวว์แล้วนั้นหยางลู่จิวได้ส่งหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้ง4กลับไปในทันทีทั้งยังเชิญตัวตนอย่างผู้าุโรุ่นก่อนที่ยามนี้กำลังปิดด่านฝึกตนอยู่นั้นให้ออกมาช่วยผนึกลมปราณสร้างกำแพงปราณแห่งแสงกักกั้นสัตว์อสูรในคุกกักกันแดนอสูรที่เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นมาเมื่อสามวันก่อน
หากแต่ในตอนนี้เองที่หยางเทียนพลันถึงตำหนักคลังโอสถแห่งตระกูลหยางเป็ที่เรียบร้อยแล้วพร้อมด้วยหยางจ้าวผู้าุโลำดับห้าแห่งตระกูลหยางเป็ผู้นำพาเด็กน้อยนี้มาเพื่อให้หยางจิ่นผู้าุโตำหนักคลังยาทั้งยังเป็หมอโอสถเพียงผู้เดียวแห่งตระกูลหยางในยามนี้รักษาอาการาเ็ภายใน
“เด็กน้อยนี่น่าตกตะลึงเกินไปยิ่งนักกระทั้งถูกฝ่ามือเสียดนภาของผู้าุโหยางหลงกลับยังอยู่รอดมาได้แม้กระดูก่อกจะหักพร้อมกับซี่โครงไปเยอะอยู่บ้างแต่เส้นลมปราณของมันอย่างกับว่าไม่มีความเสียหายอันใดเลยนี่นับว่าน่าแปลกประหลาดเสียจริง ข้าคงไม่จำเป็ต้องรักษาเด็กน้อยผู้นี้แล้วละผู้าุโหยางจ้าว” คำกล่าวของหยางจิ่วหมอโอสถแห่งตระกูลหยางเต็มไปด้วยความแปลกใจเป็ส่วนใหญ่ใบหน้าของมันยามนี้นอกจากรอยเหี่ยวย่นจากความชราแล้วกลับเผยรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาสายหนึ่งหากดูผิวเผินผู้คนต้องคิดว่าชายชราผู้นี้ย่อมต้องเป็หมอโอสถชราผู้ใจดีเป็แน่แท้
หยางจ้าวปลายตามองเด็กน้อยหยางเทียนอีกครั้ง ก่อนเอ่ยออกด้วยวาจาที่เคารพอย่างที่สุด“ท่านหมอหยางจิ่นหากการรักษาครั้งนี้ชัดเจนว่ายังต้องเป็การสมานกระดูกที่แตกหักจำเป็ต้องใช้ยาโอสถ “เชื่อมกระดูก” ระดับหลอมรวมขั้นต่ำซ้ำยังปรุงได้ยากอย่างยิ่งหากท่านหมอหยางจิ่น้าสิ่งของทดแทนที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่าตัวยาเม็ดนั้นข้าผู้าุโลำดับที่ห้าจะเป็ผู้จ่ายมันแทนเด็กน้อยนี่เองขอท่านหมอหยางจิ่นโปรดรักษาอาการเด็กน้อยนี่ด้วยเถิด”
หยางจ้าวกล่าวขณะที่เคลื่อนมือสองข้างขึ้นพร้อมโค้งศีรษะมันเล็กน้อยเพื่อเป็ดั่งคำขอร้องชัดเจนว่าหยางจ้าวนั้นเข้าใจว่าหมอโอสถหยางจิ่นไม่้ารักษาอาการเด็กน้อยหยางเทียนอันเป็ตัวตนอย่างเด็กรับใช้เพียงเท่านั้นคงเกรงว่ามันไม่มีทางจ่ายออกไหวเป็แน่
“ผู้าุโหยางจ้าวเอ๋ยท่านเข้าใจตัวข้าผิดไปแล้วกระมังที่ข้ากล่าวว่าข้าไม่จำเป็ต้องรักษาเด็กน้อยผู้นี้ไม่ได้หมายความว่าข้ากลัวมันไม่มีเงินจ่ายค่าโอสถหากแต่เป็เด็กน้อยผู้นี่ช่างมีพลังธาตุน้ำล้ำลึกเกินไป กระทั่งมันยามนี้กลับใช้ลักษณ์แห่งธาตุน้ำเข้ารักษาสมานกระดูกที่แตกหักมันแล้วข้าคาดว่าอีกไม่เกินหกชั่วยามเด็กน้อยนี่ก็สามารถสมานกระดูกทุกส่วนที่ถูกบดทำลายได้แล้วกระมัง” หยางจิ่วยังคงกล่าวออกด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเช่นเดิมแต่ในแววตาของมันกลับปรากฏความไม่อยากเชื่อในสายตายามมองไปที่หยางเทียน
หากถ้ากล่าวถึงความไม่อยากเชื่อทั้งยังเป็ความประหลาดใจอย่างที่สุดแล้วนั้นเห็นจะเป็คนอื่นไปไม่ได้นอกจากหยางจ้าวผู้าุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางที่ยามนี้กลับมองไปที่ตัวเด็กน้อยหยางเทียนที่กำลังนั่งเคลื่อนพลังปราณอย่างเงียบเชียบั้แ่ต้นทั้งยามที่ได้ยินวาจาออกจากปากของหยางจิ่นถึงความลึกล้ำแห่งธาตุน้ำของหยางเทียนแล้วตัวมันกลับเพิ่งได้สังเกตเห็นว่าเป็เช่นที่หยางจิ่นว่ามาไม่ผิดเพี้ยน
มวลลักษณ์แห่งธาตุน้ำที่หยางเทียนปลดปล่อยออกมายามนี้นั้นกลับมีความบริสุทธ์เป็อย่างมาก หากจะกล่าวว่าบริสุทธิ์กว่าตัวของผู้าุโลำดับห้าอย่างมันจนเทียบกันไม่ติดก็หาใช่คำกล่าวที่เกินเลยไม่
“ท่านผู้าุโหยางจ้าวเอ๋ยปล่อยเด็กน้อยผู้นี้ให้ทำการสมานกระดูกตนเองจากลักษณ์แห่งธาตุน้ำไว้ที่นี่เถิดหากมันรักษาตนเองเสร็จแล้วค่อยให้มันกลับไปยังตำหนักของท่าน”
หยางจ้าวพยักหน้าตอบกลับอย่างเงียบงันไร้ซึ่งคำพูดเนื่องด้วยมันก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของหมอโอสถหยางจิ่นอย่างยิ่ง ด้วยคลังโอสถของตระกูลหยางนั้นเก็บโอสถชั้นยอดไว้มากมายที่แห่งจึงส่งกลิ่นอายแห่งโอสถอันส่งผลต่อการทำการรักษาได้ดียิ่งขึ้นกว่าที่อื่นเสียอีกมันจึงไม่มีความจำเป็ใดจะต้องไปขัดวาจาของหมอโอสถหยางจิ่น
ก่อนที่หยางจ้าวจะก้าวออกจากตำหนักคลังโอสถนั้นมันยพลันบังเกิดข้อสงสัยบางอย่างจึงได้หันไปเอ่ยวาจาต่อหยางจิ่นอีกครั้ง“ท่านหมอโอสถหยางจิ่นตัวของเด็กน้อยหยางกุ้ยบุตรชายของผู้าุโลำดับที่สามเองดูท่าจะาเ็เสียยิ่งกว่าหยางเทียนไปไกลโขนักเหตุใดข้าจึงไม่เห็นมันมารักษาอาการของมันที่นี่ซ้ำหากมันคิดจะรักษาที่ตำหนักตนเอง ย่อมต้องเชิญท่านไปอย่างแน่นอนแต่ดูท่าคล้ายกับว่าต่อจากนี้ท่านก็ไม่ได้มีธุระอันใดอีก” ความสงสัยของหยางจ้าวปรากฏเด่นชัดทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของมัน
“ข้าได้ยินมาว่ามันเร่งนำบุตรชายของมันไปที่หอโอสถเหลยหลงอันเป็สถานที่การรักษาที่ยอดเยี่ยมและใหญ่ที่สุดแห่งเมืองฟ้าอำพันแล้วถือได้ว่าเบาแรงข้าไปยิ่งนักหากต้องรักษาเ้าเด็กน้อยหยางกุ้ยต่อตัวข้าคงไม่ได้พักไปเสียหลายวันเป็แน่แล้ว” วาจาที่เอ่ยออกจากหยางจิ่นประดับไปด้วยแววโล่งอกทั้งยังมีความยินดีเป็ส่วนหนึ่ง
หยางจ้าวได้ฟังวาจาคำกล่าวของหยางจิ่น คนพลันคลายข้อสงสัยไปอย่างหมดจดเนื่องด้วยมันคิดว่าผู้าุโหยางหลง หลังจากััร่างกายของบุตรชายตนเองแล้วน่ากลัวว่าจะาเ็สาหัสมากกว่าหยางเทียนอย่างเทียบกันไม่ติดจึงได้เร่งนำบุตรชายตนไปหาหมอโอสถที่หอโอสถเหลยหลงอย่างรีบร้อนเช่นนี้ทั้งหอโอสถเหลยหลงนอกจากขึ้นชื่อเื่ความสามารถอันเป็อันดับหนึ่งด้านการรักษาและโอสถในเมืองฟ้าอำพันแล้วยังเป็สถานที่อันขึ้นชื่อแรงความแพงมหาโหดอีกด้วยเช่นกัน
หลังจากที่หยางจ้าวเสร็จสิ้นธุระที่ตำหนักคลังโอสถแห่งตระกูลหยางแล้วนั้นมันพลันปล่อยหยางเทียนไว้ที่แห่งนี้ต่อแล้วจากไปในทันทีทั้งใบหน้าตอนจากไปของหยางจ้าวยังปรากฏใบหน้าแห่งความถอดถอนใจบางอย่างขณะที่มองไปที่เด็กน้อยหยางเทียน
เวลาหกชั่วยามนั้นผ่านพ้นไปไวดุจสายฟ้าแลบผ่านยามฝนตก ยามนี้เองที่ระยะเวลาจากการคาดการของหยางจิ่นได้จบลงเด็กน้อยหยางเทียนพลันลืมตาขึ้น ขณะที่ยืนพร้อมบิดี้เีไปมาด้วยอาการเมื่อยล้าเป็ที่สุดหากแต่คนกลับสังเกตเห็นว่ากลับมีสายตาหนึ่งจ้องมองมาที่มันยามยืนบิดี้เีอย่างสบายใจ
“หือ ! ผู้เยาว์ต้องขออภัยที่แสดงกริยาเสียมารยาทต่อหน้าผู้าุโ ข้าได้แต่ละอายต่อหน้าท่านแล้ว” หยางเทียนสะดุ้งตัวละลอกหนึ่งก่อนกล่าวออกด้วยความใเล็กน้อยเนื่องด้วยมันไม่คิดว่าตอนนี้ที่น่าจะเป็เวลาใกล้รุ่งเช้าเท่านั้นกลับพบเจอหมอโอสถหยางจิ่นนั่งจ้องมองมายังมันได้
“เ้าจะใไปทำไม แค่อากัปกริยาของคนเมื่อยล้าเท่านั้นมันไม่ใช่เื่ไร้มารยาทอันใด” วาจาที่หยางจิ่นกล่าวออกมานั้น ค่อนข้างเรียบเฉยเป็อย่างมากราวกับมันไม่ได้คิดเื่เล็กน้อยที่หยางเทียนกล่าวออกมาเลยแต่อย่างใด
“เ้านั้นช่างแปลกประหลาดยิ่งนักข้าไม่เคยพบเจอใครควบคุมลักษณ์แห่งธาตุน้ำได้เท่าเ้ามาก่อนทั้งกลับกลิ่นอายอันบรุสิทธิ์ผนวกกับความลึกล้ำบางอย่างที่ข้ายังไม่เข้าใจในอายแห่งธาตุน้ำของเ้าอีกชัดเจนว่าแม้กระทั่งหัวหน้าตระกูลหยางก็ไม่มีความลึกล้ำในลักษณ์แห่งธาตุน้ำได้เท่าเ้าในยามนี้ เ้าสนใจจะเรียนรู้ศาสตร์แห่งการรักษาและปรุงยาจากข้าหรือไม่หากแต่กลับการปรุงยาเ้าอาจต้องฝึกฝนลักษณ์แห่งธาตุไฟ นี่อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ลมปราณธาตุน้ำเท่าใดนัก”
คำกล่าวของหยางจิ่นสร้างความตกตะลึงแก่เด็กน้อยในยามนี้อย่างที่สุดเนื่องด้วยตัวตนระดับหัวหน้าตระกูลหยางนั้นกระทั่งสูงสุดในตระกูลแล้วทั้งยังเทียบเท่ากับตัวตนอย่างหัวหน้าแห่งสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองฟ้าอำพันหากแต่คำกล่าวของหยางจิ่นกลับชี้ชัดว่ามันมีความบริสุทธิ์แห่งมวลธาตุลักษณ์แห่งน้ำสูงล้ำกว่าหัวหน้าตระกูลหยางไป
อีกทั้งคำกล่าวต่อมาไม่ใช่ว่าหยางจิ่น้ารับมันเป็ศิษย์เพื่อสอนศาสตร์แห่งการรักษาและปรุงโอสถให้มันใช่หรือไม่ในใจของเด็กน้อยพลันเกิดความปิติขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ สีหน้าแววตาดั่งเด็กน้อยได้พับกับของสำคัญที่หาไม่เจอมานานอย่างไรอย่างนั้นมันพลันเผยรอยยิ้มออกด้วยความดีใจอย่างลืมตัว
เนื่องด้วยตัวตนอย่างหมอโอสถแห่งคลังโอสถตระกูลหยางเป็ตัวตนอย่างใดกันกระทั่งหัวหน้าตระกูลหยางยังต้องเคารพต่อมันขณะกล่าววาจาด้วยซ้ำนี่ยิ่งตอกย้ำว่าหยางจิ่นมีสถานะที่สูงส่งเพียงใดในตระกูลหยางทั้งตัวมันยังอยู่เพียงผู้เดียว เด่นชัดว่าตลอดชีวิตยังไม่มีลูกศิษย์อันใด กระทั่งทรัพยากรการบ่มเพาะก็อาจมีให้มันเสียมากมายก่ายกองกระมังหากมันเข้าเป็ศิษย์ของหยางจิ่นในยามนี้
เด็กน้อยพิเคราะห์สิ่งต่างๆอย่างมากมาย คนพลันไม่รีรอท่าทีใดๆอีกต่อไปเร่งคลุกเข่าประสานมือต่อผู้าุโหยางจิ่นอย่างรวดเร็ว “ผู้น้อยแน่นอนว่าอยากเรียนรู้ศาสตร์แห่งการรักษาจากผู้าุโหยางจิ่นแต่ว่ายามนี้ตัวข้าเป็เด็กรับใช้ตำหนักผู้าุโลำดับห้าแล้วยามเช้าจรดเย็นข้าต้องทำหน้าที่ของตนที่ตำหนักท่านหยางจ้าว ข้าเกรงว่าจะไม่มีเวลามาฝึกฝนกับผู้าุโหยางจิ่นได้”
“เด็กน้อยเอ๋ยข้าจะเป็ผู้ไปกล่าวเื่ราวนี้ต่อผู้าุโหยางจ้าวเพื่อย้ายเ้ามาทำงานที่ตำหนักคลังโอสถในฐานะลูกศิษย์หนึ่งเดียวของข้าเองจงอย่าได้คิดให้มากความอีก” คำกล่าวแต่ละคำของหยางจิ่นยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนชัดเจนว่าตัวมันก็ยินดีเป็อย่างมากเช่นกันที่จะได้รับหยางเทียนเข้ามาเป็ศิษย์หนึ่งเดียวของมัน
“ท่านอาจารย์ โปรดรับการคารวะจากข้าด้วยเถิด” เด็กน้อยพลันไม่คิดสิ่งใดอีกต่อไปทั้งยามนี้มันยังได้โค้งศีรษะลงพื้นเพื่อเป็การโค้งคารวะอย่างเคารพต่อตัวตนผู้เป็ดั่งอาจารย์คนแรกของมันด้วยความนอบน้อมเป็อย่างมาก
เห็นเช่นนั้นหยางจิ่นกลับไม่ได้กล่าววาจาใดมันในตอนนี้ชัดเจนว่าประกอบไปด้วยความสุขเป็อย่างมากหากสังเกตจากใบหน้ามันจะพบว่ารอยเหี่ยวย่นทั้งหลายทั้งมวลปรากฏเด่นชัดขึ้น เนื่องจากมันยิ้มออกมาทั้งยังเป็รอยยิ้มที่กว้างเป็อย่างมากคล้ายดั่งผู้คนที่มีความสุขทีสุดในชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าลุกขึ้นเถอะ อีกหนึ่งชั่วยามจะถึงรุ่งเช้าแล้ว ข้าจะเป็ผู้ไปพบผู้าุโหยางจ้าวเพื่อกล่าวถึงเื่เ้าทั้งตลอดทั้งวันนี้ข้ามีธุระในเมืองฟ้าอำพันที่ต้องไปทำ หากเ้ายังคง้านอนพักผ่อนเ้าสามารถกลับไปที่บ้านของเ้าได้เลยแล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นฝึกฝนกันหากแต่ว่าเ้ายังไม่อยากพักเท่าใดนักเ้าลองเอาตำราสามเล่มนี้ไปทำความเข้าใจไปพลางๆก่อนแล้วกัน”
ทันใดนั้นหยางจิ่นได้หยิบหนังสือสามเล่มออกมาจากสิ่งที่ดูไปคล้ายแหวนบนนิ้วมือชัดเจนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เรียกกันว่าวงแหวนแห่งมิติที่ใช้สำหรับเก็บของได้มากมายกว่ากระเป๋าทั่วไปยิ่งนักอีกทั้งราคาของมันนั้นไม่ใช่ตัวตนดั่งปุถุชนหรือกระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาจะหามาใช้ได้
หลังจากที่หยางจิ่นได้ส่งตำราทั้งสามเล่มนี้ให้แก่หยางเทียนแล้วคนพลันเผยยิ้มอ่อนโยนสายหนึ่งแก่เด็กน้อยแล้วเดินหายกลับเข้าไปในตำหนักคลังโอสถทันทีปล่อยทิ้งให้เด็กน้อยยามนี้อยู่ต่อกลับตำราทั้งสามเล่มนี้ต่อไป
ในใจของหยางเทียนตอนนี้นั้นไม่ได้มีความ้าที่จะพักผ่อนเลยแม้แต่น้อยเนื่องด้วยร่างกายของผู้ฝึกฝนวรยุทธ์แตกต่างจากปุถุชนทั่วไปอย่างสิ้นเชิงมันกระทั่งไม่นอนติดต่อกันห้าวัน ร่างกายก็ยังคงปกติดีอย่างเดิมทั้งยังไม่ส่งผลเสียใดใดแม้แต่น้อย
อีกทั้งตัวเด็กน้อยยามนี้้าความแข็งแกร่งอย่างสูดสุดเป็อันดับแรกมันกระทั้งสบถอย่างรุนแรงในใจตนเองว่าต้องมีวันหนึ่งที่มันจะต้องกลับไปทวงคืนหนี้แค้นนี้กับหยางหลงผู้าุโลำดับสามแห่งตระกูลหยางอย่างแน่นอนทั้งมันยัง้าส่งคืนกลับไปด้วยความรุนแรงมากกว่าที่มันได้รับที่โถงกลางอย่างมากอีกด้วย
คิดได้เช่นนั้นมันพลันไม่รีรอแต่อย่างใดและเริ่มหยิบตำราทั้งสามที่หยางจิ่นมอบให้มันขึ้นมาดูในยามนี้ “ตำราหมื่นสมุนไพรตำรากายาชีพจรมนุษย์ หืม. . . .ทักษะดัชนีชี้ตะวัน”ขณะที่สายตาของหยางเทียนเลื่อนมาสู่ตำราเล่มที่สามดวงตามันะเิออกด้วยความกว้างใหญ่สุดประมานทั้งความตกตะลึงยังไปดับทั่วใบหน้าของมันในยามนี้เนื่องจากตำราที่สามนี้ชัดเจนแล้วว่าย่อมเป็ตำราทักษะยุทธ์ขั้นสูงระดับต่ำสายหนึ่งทั้งตัวตนระดับวิชาขั้นสูงระดับต่ำคืออย่างใดกันผู้คนทั่วไปย่อมไม่มีทางหามันมาฝึกฝนได้อย่างแน่นอนจะมีก็แต่ผู้าุโของตระกูลหรือลูกหลานของผู้าุโของตระกูลใหญ่เท่านั้นถึงจะมีสิทธิได้ฝึกฝนวิชาพวกนี้ได้
มันกระทั่งแทบไม่เชื่อในสายตาตนเองว่า ตัวมันที่พึ่งจะได้เข้าเป็ศิษย์แต่เพียงผู้เดียวของหมอโอสถหยางจิ่นกลับได้รับทักษะขั้นสูงระดับต่ำทันทีจากผู้เป็อาจารย์
หลังจากที่เด็กน้อยนิ่งเงียบด้วยความตกตะลึงไปอยู่นานสองนานคนกลับระงับอารมณ์เข้าสู่สภาวะปกติในที่สุด หากแต่ตอนนี้ดวงตาของเด็กน้อยพลันปรากฏความซาบซึ้งต่อตัวของหยางจิ่นทั้งยังปรากฏความมุ่งมั่นอยู่บนใบหน้าอย่างถึงที่สุด
เพียงไม่นานตัวเด็กน้อยก็ได้เริ่มต้นจากตำราหมื่นสมุนไพรก่อนเป็อันดับแรกเนื่องด้วยแม้มันจะอยากฝึกฝนดัชนีชี้ตะวันก่อนเพียงใดแต่ตัวมันกลับอยากมีความรู้ความใจในศาสตร์แห่งการรักษามากกว่าในยามนี้ทั้งมันยังอยากเรียนรู้ได้รวดเร็วจากหยางจิ่นและทำให้อาจารย์ภาคภูมิใจในตัวมันให้ได้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -