ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 45 คนที่ไม่อยากเจอ

    ตอนที่45 คนที่ไม่อยากเจอ


    เสิ่นอี้ยิ้มกว้างอย่างรู้สึกดีเขาไม่คิดว่าการเดินทางมาในวันนี้จะประสบโชควาสนาที่ดีทั้งนี้เขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณที่เตือนว่าชายตรงหน้าเป็นคนซื่อตรงและซื่อสัตย์ ซึ่งพร้อมทำหน้าที่ผู้บริหารที่ดีของโรงเรียนได้


    เขาเอ่ยทักทายตอบกลับพร้อมนัดหมายการพบปะอีกครั้งเพื่อพูดคุยรายละเอียดก่อนตัดสินใจเนื่องจากเขาจะต้องไปยื่นเอกสารให้กับทางเจ้าหน้าที่เรียบร้อยเสียก่อน


    “สวัสดีครับผมชื่อเสิ่นอี้ ตอนนี้ผมกำลังสร้างโรงเรียนแห่งความสุขเดี๋ยวผมไปยื่นเอกสารให้เรียบร้อยก่อน แล้วพวกเราค่อยพูดคุยกันดีไหม?”


    หวงฟาหลงตอบกลับอย่างยินดีพร้อมอาสาเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มผู้เป็นว่าที่เจ้านายในอนาคตอย่างกระตือรือร้นว่า


    “ดีครับแต่ผมว่าให้ผมช่วยเรื่องเอกสารดีไหมครับ?อย่างน้อยผมก็คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน หากทางกรรมการต้องการเอกสารใดเพิ่มผมจะได้ช่วยทำให้เสร็จเรียบร้อยทีเดียวคุณเสิ่นจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปแก้ไขหรือทำใหม่”


    เสิ่นอี้เห็นว่าข้อเสนอของหวงฟาหลงเป็นประโยชน์ต่อตนเองอีกทั้งเป็นโอกาสในการประเมินประสิทธิภาพการทำงานด่านแรกด้วยจึงพยักหน้าตอบตกลงอย่างผ่อนคลายว่า


    “เอาสิครับก็ดีเหมือนกัน ผมไม่เคยทำเรื่องบริหารโรงเรียนมาก่อน เอกสารเลยตกหล่นและมีไม่ครบ”


    จากนั้นเสิ่นอี้ยื่นเอกสารในซองที่ถืออยู่ในมือให้กับหวงฟาหลงอย่างยินดีเขาปล่อยให้อีกฝ่ายทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและติดต่อกับบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายแทน


    เขาพบว่าหวงฟาหลงสามารถตอบคำถามแทนเขาได้หลายอย่างจึงรู้สึกพึงพอใจในตัวชายวัยกลางคนมากขึ้น


    เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหลายแล้วชายสองวัยมีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้งในตอนเย็น เสิ่นอี้จึงชักชวนหวงฟาหลงอย่างมีน้ำใจว่า


    “เอางี้.....พวกเราไปหาร้านอาหารกินข้าวด้วยกันสักมื้อจะได้พูดคุยไปด้วย ผมยังมีงานตอนเย็นที่ต้องทำ ไม่อยากเสียเวลาออกมาจากบ้านอีก”


    “ได้ครับเจ้านาย”หวงฟาหลงรับรู้อยู่ภายในใจว่าชายหนุ่มรับตนเข้าทำงานแน่แล้ว


    เขาเอ่ยเรียกเสิ่นอี้อย่างนอบน้อมโดยเป็นสรรพนามที่ใช้เรียกขานบรรดาหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาทั่วไป


    ..........


    ชายสองคนไปกินอาหารในภัตตาคารที่ห้างสรรพสินค้ามิราเคิลกรุป


    หวงฟาหลงพบเห็นผู้คนในภัตตาคารให้ความเคารพเสิ่นอี้อย่างนอบน้อมจึงคิดว่าภัตตาคารแห่งนี้ให้บริการลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มเป็นเจ้าของมิราเคิลกรุปอันยิ่งใหญ่


    ระหว่างกินอาหารด้วยกันเสิ่นอี้มีโอกาสจึงเล่าให้หวงฟาหลงฟังเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติเมื่อไปทำหน้าที่เป็นผู้บริหารของโรงเรียนแห่งความสุขว่า


    “คุณหวงหากตัดสินใจจะไปทำหน้าที่ผู้บริหารโรงเรียนให้ผมจะต้องทำใจยอมรับเรื่องหนึ่งนะครับ โรงเรียนอยู่ไกลมาก อยู่แถบเทือกเขาคุณหลุนใกล้กับหมู่บ้านหยวน แต่ผมมีหอพักและอาหารให้สามมื้อการเดินทางคงจะสะดวกในอีกไม่นาน เพราะทางการกำลังเร่งปรับปรุงให้อยู่ถ้าคุณสะดวกก็สามารถยื่นใบสมัครไปทำหน้าที่ได้เลย”


    “ตกลงครับผมมีภรรยาคนเดียว พวกเราไม่มีลูกด้วยกัน หากไปอยู่ด้วยกันที่โน่นคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ”หวงฟาหลงตอบเสิ่นอี้แทบไม่ต้องคิดมากเพราะเขาและภรรยาไม่มีบุตรด้วยกัน ทว่ายังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรักและเข้าใจเป็นอย่างดี


    “หากคุณไม่มีปัญหาผมตกลงรับคุณทำหน้าที่เป็นผู้บริหารโรงเรียน หวังว่าจะทำให้โรงเรียนของผมสมดังชื่อโรงเรียนแห่งความสุขนะครับ”


    เสิ่นอี้ยื่นมือออกไปจับกับอีกฝ่ายพร้อมกล่าวกำชับถึงหน้าที่อันหนักหน่วงที่จะต้องทำต่อไปในอนาคต


    “ไม่มีปัญหาครับผมยินดีทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” หวงฟาหลงยื่นมือออกไปจับกับเสิ่นอี้


    ทั้งคู่มีพันธะสัญญาต่อกันก่อนมีการทำเรื่องเอกสารให้ถูกต้องหวงฟาหลงรู้สึกได้ว่าไฟแห่งการทำงานได้ลุกโชติช่วงขึ้นอีกครั้งเขาอยากพัฒนาให้โรงเรียนมีสภาพเหมือนกับชื่อโรงเรียนให้มากที่สุด


    อย่างไรก็ตามหวงฟาหลงรู้สึกชื่นชมเจ้านายหนุ่มของตนเองที่มีความคิดดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมน้อยนักที่จะมีคนหนุ่มรุ่นใหม่คิดการณ์ไกลขนาดนี้


    หวงฟาหลงเห็นว่าอาหารเย็นมื้อนี้ไม่แพงมากอย่างที่คิดจึงต้องการจ่ายเงินแสดงน้ำใจต่อเจ้านายด้วยความเต็มใจว่า


    “เจ้านายครับอาหารมื้อนี้ให้ผมเลี้ยงนะครับ”


    เสิ่นอี้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจแต่เขายกมือขึ้นโบกเป็นเชิงปฏิเสธก่อนบอกพนักงานเก็บเงินที่ถือบิลค่าอาหารมาแจ้งที่โต๊ะกินอาหารว่า


    “ผู้จัดการร้านว่ายังไงบ้าง?”


    พนักงานหญิงตอบกลับเสิ่นอี้อย่างนอบน้อมว่า“ผู้จัดการบอกว่าแจ้งแค่ตัวเลขตามคำสั่งให้รับทราบเท่านั้นค่ะแต่ค่าอาหารไม่ต้องจ่าย”


    เสิ่นอี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจเขาเอ่ยตอบพนักงานตามตรงว่า “ขอบใจมาก.....ทำดีแล้ว”


    ทั้งนี้เสิ่นอี้เคยมอบนโยบายหนึ่งเกี่ยวกับการรับบริการของตนเองเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับผู้บริหารคนอื่นๆ นั่นคือการแจ้งตัวเลขค่าใช้จ่ายทุกครั้งเพื่อให้ฝ่ายเลขานุการจัดทำบัญชีเสนอสรุปทุกเดือน


    อนึ่งเขาไม่ต้องการทำตัวโอ้อวดโดยไร้สาระแล้วใช้จ่ายเงินอย่างสิ้นคิด จึงมีการจัดทำบัญชีเพื่อประเมินการใช้จ่ายอย่างไม่ประมาทประการสำคัญเขาเคยจนมาก่อนจึงเห็นคุณค่าของเงินทุกหยวน


    หวงฟาหลงจ้องมองท่าทางของเสิ่นอี้กับพนักงานหญิงในภัตตาคารด้วยความแปลกใจจึงสอบถามด้วยความอยากรู้ว่า


    “เอ๋! เจ้านายครับ.....เจ้านายเป็นเจ้าของภัตตาคารที่นี่ด้วยหรือครับ?”


    เสิ่นอี้เงยหน้าสบตาหวงฟาหลงพลางตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า


    “อ้อ! ไม่ใช่แค่ภัตตาคารนี่หรอกแต่ผมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของมิราเคิลกรุปน่ะ อย่าสนใจเลยเรื่องพวกนี้เป็นแค่ของนอกกายเท่านั้น”


    เสิ่นอี้ตอบพร้อมโบกมือเป็นเชิงอย่าให้ความสนใจในเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แต่หวงฟาหลงตาโตอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มเจ้าของโรงเรียนประถมศึกษาจะร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มหล่อเหลาจะคิดสร้างโรงเรียนโดยไม่หวังผลกำไรใด ๆ


    เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นท่าทางตื่นตกใจของอีกฝ่ายเขาถอนหายใจอย่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายแต่ไม่คิดที่จะอธิบายอะไรอีก


    เมื่อชายหนุ่มและหวงฟาหลงเดินออกจากภัตตาคารได้ครู่เดียวพลันมีหญิงสาวสวยปราดเข้ามายืนขวางหน้าเสิ่นอี้พร้อมโผเข้ากอดแขนเขาไว้อย่างเหนียวแน่นและกล่าวแสดงความน้อยใจว่า


    “อ๊ะ! เสี่ยวอี้!คุณมาซื้อของที่นี่หรือคะ?ฉันกำลังตามหาคุณอยู่พอดี ไปที่บ้านก็บอกว่าไม่มีคุณอยู่ตกลงคุณอยู่ที่ไหนกันแน่คะ?ฉันไม่มีสิทธิ์รับรู้ในตัวคุณเลยหรือ?”


    เสิ่นอี้ตื่นตระหนกตัวแข็งทื่อทันทีเขาไม่คิดว่าจะเจอเข้ากับคนที่ไม่อยากเจอโดยคิดว่าเขาคงไม่สามารถแสดงท่าทางก้าวร้าวหรือหยาบคายกับผู้หญิงต่อหน้าสาธารณชนที่กำลังหันมาจ้องมองเขาเป็นจุดเดียวได้


    พลันนึกถึงแฟนคลับของกู้หลิงหลิงที่รู้จักเขาเป็นอย่างดีจึงตะโกนเสียงดังเพื่อให้คนที่อาจเป็นแฟนคลับของตนและกู้หลิงหลิงเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์อันน่าอึดอัดตรงหน้าว่า


    “ทุกคน! ผมคือพี่ชายเสิ่นอี้! ผู้หญิงคนนี้ทิ้งผมไปตอนผมจนแต่พอผมรวยก็จะมาเกาะแกะ ใครก็ได้!มาช่วยเอาตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปที ผมกำลังยุ่งเรื่องสร้างโรงเรียนแห่งความสุขอยู่อย่าให้ผู้หญิงคนนี้ทำลายความฝันของผมเลยนะครับ”


    บรรดาผู้คนทั้งชายหญิงที่กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ในห้างสรรพสินค้ามิราเคิลต่างพากันหยุดยืนดูเหตุวุ่นวายด้วยความสนใจและนึกคุ้นหน้าตาของเสิ่นอี้อยู่บ้าง


    พอชายหนุ่มเอ่ยชื่อตนเองออกมาพร้อมกับพูดถึงโรงเรียนแห่งความสุขทำให้แฟนคลับของกู้หลิงหลิงเข้าใจในเหตุการณ์วุ่นวายนั้น แล้วพากันวิ่งกรูเข้ามาจากทุกทิศทางเพื่อช่วยเหลือเสิ่นอี้อย่างเข้าใจว่า


    “ฮะ! พี่ชายเสิ่นอี้จริงด้วยผู้หญิงนั่นหน้าด้านชะมัด แบบนี้ต้องเจอฉันสะหน่อย”


    “จริงด้วย! แม่จะตบให้ลืมแผ่นดินเกิดเลย หน็อยแน่! บังอาจทิ้งพี่ชายเสิ่นอี้ไปพอเห็นเขารวยก็จะมาอ้างตัวเป็นแฟน มัน

    เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว”


    “พวกเรา! ลุย!เอาตัวผู้หญิงแพศยาออกไป อย่าให้พี่ชายเสิ่นอี้ต้องมัวหมอง”


    “ต๊ายตาย! หน้าด้านชะมัด!ฉันจะไปจัดการเอง!”


    “อ๊ะ! พี่ชายเสิ่นอี้จริงด้วย ฉันจะให้ใครมาขัดขวางภารกิจของพี่ชายไม่ได้ผู้หญิงคนนั้น...ต้องไปให้พ้น!”


    เสิ่นอี้มองเห็นชายหญิงวิ่งกรูเข้ามารอบทิศทางเขารับรู้ได้ถึงอิทธิพลแฟนคลับของกู้หลิงหลิงแล้ว จึงรู้สึกตื่นเต้นยินดีพลางคว้าข้อมือของหวงฟาหลงให้วิ่งหลบฉากไปอีกด้าน โดยปล่อยให้จ้าวเฟยเซียนที่ยังยืนอึ้งตะลึงอยู่รับชะตากรรมไปคนเดียว


    “อ๊ะ! เจ้านายครับ!”หวงฟาหลงอุทานด้วยความตกใจ


    เขาถูกเสิ่นอี้ลากข้อมือวิ่งไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีโอกาสพูดอะไรออกมาอีก พลางรู้สึกตื่นตระหนกในเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นกะทันหัน

    คล้ายกับเรื่องผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด ที่คุณอ่าน