ปลาไหลหน้าตาเหมือนงูหนอนไหมหน้าตาเหมือนหนอนผีเสื้อ
คนเราจะกลัวเมื่อเห็นงูส่วนผู้หญิงจะขยะแขยงเมื่อเห็นหนอนทว่าคนจับปลาจะดีใจเมื่อเห็นปลาไหลแล้วรีบจับขึ้นมากอย่างว่องไวส่วนผู้หญิงที่เลี้ยงหนอนไหมก็จับหนอนไหมได้โดยไม่รู้สึกขยะแขยง
พัคจุนฮยองเล่าเื่เกี่ยวกับหานเฟย์ จื่อ[1] ให้ฮวังแดฮุนฟัง
“รู้ไหมมันหมายความว่ายังไงครับ คุณฮวังแดฮุน”
ฮวังแดฮุนพยายามคิดอย่างหนักกับสิ่งที่พัคจุนฮยองถามแต่ว่าเขาไม่เข้าใจความหมายสิ่งที่พัคจุนฮยองพูดเลย
“การตอบสนองของผู้คนแตกต่างกันไปตามประสบการณ์...”
พัคจุนฮยองถอนหายใจพลางส่ายหน้าให้กับคำตอบของฮวังแดฮุน
เพราะการแทรกแซงของประธานใหญ่ชเวคยองฮุนทำให้แผนต้องพังไปและด้วยความสามารถที่คาดไม่ถึงของคิมชอลซูจึงทำให้พัคจุนฮยองล้มเหลวโดยสิ้นเชิงแถมยังโดนประธานยูจีฮุนเรียกไปด่าอีก
และในการประเมินประสิทธิภาพบุคคลครั้งต่อไปการเลื่อนตำแหน่งของรองผู้อำนวยการอันจองกยูก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
แม้จะทำงานมานานแล้วแต่นี่เป็ครั้งแรกเลยจริง ๆ ที่พัคจุนฮยองไม่สามารถใช้แผนการอะไรได้
เป็เื่ที่น่าโมโหสุดๆ
“คนสมัยนี้มักบอกว่าตัวเองเรียนมาเยอะแยะมากมายแต่สติปัญญายังไล่ตามคนสมัยก่อนไม่ทันเลยนะครับ คนจับปลาก็ใช้ปลาไหลหาเงิน ส่วนผู้หญิงที่เลี้ยงหนอนไหมก็ใช้หนอนไหมหาเงินไงล่ะครับเงินพวกนั้นเป็ทางรอดของคนธรรมดาที่กังวลว่าจะไม่มีอะไรกินครับเพราะถ้าไม่มีเงินก็จะใช้ชีวิตลำบากจึงทำให้ต้องยอมจับงูที่น่ากลัวกับแมลงที่น่าขยะแขยงครับนั่นก็แปลว่าคนเราสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อชีวิตของตัวเองยังไงล่ะครับ”
ฮวังแดฮุนได้แต่ก้มหน้ารับฟังคำพูดของพัคจุนฮยอง
“คุณฮวังแดฮุนเองถึงแม้จะเข้าตาของท่านประธานแต่ตอนนี้มีคนวิ่งนำไปแล้วอยู่หนึ่งคนใช่ไหมครับ ใครครับ”
“คิมชอลซูครับ”
“ใช่ครับ ทุกคนคิดว่าตอนนั้นคือวิกฤตใหญ่เลยใช่ไหมล่ะครับแต่เขาก็พลิกวิกฤตให้เป็โอกาส ทำให้ผู้คนจำนวนมากประทับใจได้ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปก็จะถูกเรียกว่าเป็ตัวรองไปเรื่อย ๆ เท่านั้นครับแบบนั้นชอบไหมครับ”
“ไม่ครับ”
“เคยบอกว่าความฝันคือเป็ประธานใช่ไหมครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
พัคจุนฮยองไม่ชอบคิมชอลซูจริงๆ
พอนึกถึงคำพูดของคิมชอลซูที่พูดพล่ามเกี่ยวกับทีมขายห้าแล้วก็มีแต่คำชื่นชมเท่านั้น
ไอ้เด็กนี่ที่ผ่านมามันหยามหน้าฉันงั้นเหรอ
ทว่าก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของคิมชอลซูได้เลย
หากคิมชอลซูแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งั้แ่แรกตอนนี้คนที่อยู่ใต้พัคจุนฮยองก็คงเป็เขา ไม่ใช่ฮวังแดฮุนซึ่งคิมชอลซูก็มีความสามารถพอจะเข้ามาอยู่กับฝั่งของตนและประธานยูจีฮุนได้
เป็ทีมในฝันเลยแต่ว่าก็ช่วยไม่ได้สินะ
พัคจุนฮยองจัดการความคิดแล้วเอ่ยปาก
“ถ้าอยากเป็ประธานก็ต้องลงมือั้แ่ตอนนี้เลยครับ”
“ลงมืออะไรครับ ผมต้องลงมือทำอะไรเหรอครับ”
“ก็ต้องกระชากคอไอ้คนที่วิ่งอยู่ข้างหน้าโน่นแล้วล้มมันสิครับ!ก็เหมือนกับคนหาปลาไหลและผู้หญิงเลี้ยงหนอนไหมไงครับ! จัดการล้มคิมชอลซูซะครับ”
พัคจุนฮยองมองฮวังแดฮุนที่เอียงศีรษะไปมาอย่างโง่เง่าแล้วได้แต่เดาะปากในใจ
ไอ้บ้องตื้นเอ๊ย
ฮวังแดฮุนมองสายตาอันเยือกเย็นของพัคจุนฮยองแล้วกลืนนํ้าลายเอื๊อก
“ให้จัดการล้มคิมชอลซูยังไงเหรอครับ”
“ข่าวลือไงครับ เป็วิธีการที่หาคนรับผิดชอบไม่ได้การพิสูจน์ความจริงเื่ที่เข้าใจผิดแล้วก็ยิ่งยากครับอีกเดี๋ยวคิมชอลซูก็จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศถ้าเริ่มปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับคิมชอลซูตอนนั้นกว่าเขาจะกลับมาก็จัดการอะไรไม่ได้แล้วครับ”
“หมายถึง ให้ปล่อยข่าวใส่ร้ายคิมชอลซูเหรอครับ”
“ใช่ครับ”
“แต่นั่นมัน ไม่ถูกต้อง...”
ฮวังแดฮุนเห็นสีหน้าของพัคจุนฮยองที่เปลี่ยนฉับพลันทันทีที่ได้ยินคำว่าไม่ถูกต้องก็รีบเปลี่ยนคำพูด
“เอ่อ เปล่าครับแต่ไม่รู้ว่าจะมีเื่อะไรพอให้ใส่ร้ายป้ายสีได้หรือเปล่านะครับเพราะเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน ก็น่าจะไม่ได้ฮั้วอะไรกับใคร”
“ลองคิดดูดี ๆ ครับ ไม่จำเป็ต้องเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้นหรอกครับ แค่ข่าวลือเล็กๆ ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ทะเลสาบอันเงียบสงบได้แล้วครับ”
“...เดี๋ยวจะลองคิดดูครับ”
“จะรอนะครับ อยากรู้ว่าจะทำให้ผมพอใจได้แค่ไหน แล้วผลงานนั้นจะเป็ตัวตัดสินว่าจะได้เข้ามาอยู่กับฝั่งของประธานยูจีฮุนหรือเปล่า”
“...ครับ รับทราบครับผู้อำนวยการ”
คิมชอลซูออกมาทำงานข้างนอก จึงจัดแจงเวลาให้พอดีนัดกินมื้อเที่ยงกับผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุนของฮันยองโลจิสติกส์
“สวัสดีครับ คิมชอลซูครับ”
คิมชอลซูหยิบนามบัตรออกมา
ผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุนที่รับหน้าที่ดูแลการขนส่งในแอฟริการ่วมกับเขาเป็ผู้ชายที่ดูแข็งกระด้างกรามเป็สัน หูที่พับไปด้านหลัง และทรงผมสั้นคล้ายกับนักกีฬา
พวกคนที่ชอบออกกำลังกายมักจะมีสัญชาตญาณการแข่งขันสูงเป็คนที่ตรงไปตรงมา มีศีลธรรมในการทำงาน มันต้องมีเหตุผลอยู่แล้วที่ทำให้ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักทำงานด้วยกันกับคนคนนี้มานาน
“ครับ สวัสดีครับ ผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุนครับ”
คงจองฮุนหยิบนามบัตรออกมาแลกกับเขาเหมือนกัน
“ที่ผ่านมาได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์เลยอยากพบหน้าสักครั้งน่ะครับ”
“ตอนติดต่อกับผู้ช่วยผู้จัดการอีจอมเื่มากเคยได้คุยกันแล้วก็ดูรู้เื่ดีผมเองก็อยากเจอสักครั้งเหมือนกันครับ”
พอสั่งซี่โครงขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้วคิมชอลซูก็เริ่มพูดคุยกับเขาอย่างสบาย ๆ
“ไม่ทราบว่ามีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเหรอครับ”
คงจองฮุนถามคิมชอลซูส่ายหน้า
“เปล่าครับ แค่โดนผู้ช่วยผู้จัดการอีฝึกมาอย่างหนักหน่วงเท่านั้นน่ะครับ”
“จากผู้ช่วยผู้จัดการอีเหรอครับ ฮ่า ๆ ๆ คงลำบากแย่เลยนะครับ”
พอได้คุยกันแล้วคิมชอลซูก็รู้สึกถูกใจเพราะคงจองฮุนเป็คนสบาย ๆ กว่าที่คาด
“ได้ยินว่ารอบนี้จะไปดูกระบวนการขนส่งที่เคนยา หาไกด์ได้แล้วเหรอครับ”
คิมชอลซูส่ายหน้าให้คงจองฮุน
“ยังเลยครับ ลองถามผู้ช่วยผู้จัดการอีดูแล้วเขาบอกว่าเื่สัญญาคราวนี้สำเร็จได้เพราะผู้ช่วยผู้จัดการคงช่วยประสานงานให้ผมก็เลยว่าจะมาขอความช่วยเหลือน่ะครับ”
คงจองฮุนพยักหน้าพร้อมตอบ
“อ๋อครับ มีเพื่อนที่รู้จักสมัยทำกิจกรรมอาสาสมัคร NGO[2] ที่เคนยาอยู่น่ะครับ เขาชื่อเคนเนดี้ เป็คนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ๆเลยครับ อาจจะ้าค่าตอบแทนนิดนึงแต่ถ้าพาเขาไปด้วยก็จะช่วยเื่การตรวจสอบงานขนสินค้าได้นะครับ”
“ขอบคุณครับ ผู้ช่วยผู้จัดการคง”
“แหม ตอนนี้เราลงเรือลำเดียวกันแล้วนะครับ”
“ฝากตัวด้วยนะครับ เดี๋ยววันนี้ผมขอเลี้ยงมื้อเที่ยงเป็การขอบคุณนะครับ”
“บัตรเครดิตบริษัทนี่ดีเลยใช่ไหมครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ”
เมื่อคิมชอลซูหัวเราะคงจองฮุนก็หัวเราะตาม
ฮันยองโลจิสติกส์คือบริษัทลูกของฮันยองเทรดดิ้งที่มุ่งเน้นงานด้านการขนส่ง โดยมีฮันยองเทรดดิ้งเป็ลูกค้าหลักจึงถูกพวกพนักงานบริษัทแม่บ้าอำนาจและไม่ไยดีใส่
ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักถึงจะเป็คนเื่มากในการทำงานและชอบสั่งโน่นนี่เยอะแยะ แต่ไม่เคยขอให้ทำเื่ที่เกินตัวเลยสักครั้งจึงทำงานด้วยกันมาได้เป็เวลานาน
คงจองฮุนพูดอย่างระมัดระวัง
“ก็ถ้าไม่บ้าอำนาจและทำงานอย่างมีสามัญสำนึกแล้วละก็ เราก็เข้ากันได้ง่าย ๆเลยครับ”
สิ่งที่เขา้ามีเพียงอย่างเดียวคือการทำงานอย่างมีสามัญสำนึก
คิมชอลซูยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างแรง
“ครับ”
เมื่อกินข้าวกับคงจองฮุนเสร็จ คิมชอลซูก็จับมือแล้วแยกตัวออกมาเขาไปซื้อช็อกโกแลตในร้านขายช็อกโกแลตราคาแพงเพื่อเป็ของขวัญมาหนึ่งกล่อง
เนื่องจากวันนี้เป็วันเกิดภรรยาของผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศก็เห็นว่าหัวหน้ากับผู้จัดการพโยไม่อยู่ส่วนผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักก็กำลังตั้งใจทำเอกสารอยู่ที่โต๊ะคิมชอลซูจึงแอบเอาช็อกโกแลตที่ซื้อมาดันไปวางข้าง ๆ โต๊ะผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก
“อะไรเนี่ย ทำอะไรผิดมาหรือเปล่า”
อีจุนฮักทำตาขวางจ้องมองคิมชอลซูด้วยความคิดที่ว่า‘เขาซื้อมาเป็ของขวัญเพื่อไถ่โทษหลังทำอะไรผิดมา’
“เปล่าครับ วันนี้วันเกิดไม่ใช่หรือครับ”
คำพูดของคิมชอลซูทำให้ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักเลิกทำตาขวางแล้วกลับเป็ปกติ
“เดี๋ยวผู้จัดการพโยเห็นแล้วจะแย่งเอาไปกินนะครับ รีบเก็บสิครับ”
อีจุนฮักมองดูกล่องช็อกโกแลตแล้วก็เอาใส่ลิ้นชักใต้โต๊ะ
“รู้ได้ไงว่าชอบอันนี้น่ะ”
“ไหนว่าห้ามบอกความลับทางการค้าไงครับ”
“อ้าว ไอ้เด็กนี่”
อีจุนฮักคงอารมณ์ดีมุมปากถึงยกขึ้นแบบนั้น
“นี่รู้ไว้เลยนะ ทำให้แค่ครั้งเดียว มันอาจให้ผลตรงกันข้ามก็ได้นะ”
“แน่นอนครับการดูแลรุ่นพี่ที่น่าเทิดทูนบูชาก็เป็หน้าที่ของรุ่นน้องไม่ใช่หรือครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นอีจุนฮักก็ยิ้มเผล่
“เื่ผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุนน่ะครับ”
“อืม”
“วันนี้ไปเจอมาตอนเที่ยง ดูเป็คนใช้ได้เลยนะครับ”
“เป็คนดีเลยละ และน่าจะได้ดูแลฝั่งแอฟริกาไปอีกหลายปี สนิทกันเข้าไว้ล่ะเขาทำกิจกรรมที่ NGO มานานมากน่าจะมีคนรู้จักในพื้นที่นั้นเยอะใช้ได้เลย”
“รับทราบครับ”
“เดินทางวันอาทิตย์ใช่ไหม”
“ใช่ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“ฉีดวัคซีนหรือยัง”
“วันนี้จะไปฉีดให้เรียบร้อยครับ”
“ดี พอไปถึงแล้วต่อให้เหงาก็อย่าไปหาเที่ยวกลางคืนล่ะที่นั่นไม่ใช่ประเทศที่ปลอดภัยเท่าไหร่”
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการ”
“ถ้าติดเอดส์ขึ้นมาโดนไล่ออกเลยนะ”
“ครับ!”
“ขอบใจนะ ส่วนของขวัญ เดี๋ยวส่งต่อให้ฮเยยองเอง”
ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักหันกลับไปมองหน้าจอต่อคิมชอลซูเองก็นั่งที่โต๊ะตัวเองแล้วเริ่มเช็กอีเมล
เวลาผ่านไปได้สักระยะ
“คุณคิมชอลซู”
คิมชอลซูที่กำลังทำงานเหมือนโดนดูดเข้าไปในจอคอมพิวเตอร์เงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกของผู้หญิง
จางยูมีนั่นเอง
“ครับ?”
“รบกวนช่วยอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
“เครื่องถ่ายเอกสารเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ พอดีมีเื่ที่ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ว่าไม่มีใครอยู่สักคนเลยค่ะ”
พอได้ยินดังนั้นคิมชอลซูก็มองไปรอบ ๆ พบว่าผู้ช่วยผู้จัดการอีก็ไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน
“อะไรเหรอครับ”
หญิงสาวกางเอกสารที่พรินต์มาตรงหน้าคิมชอลซู
“ฉันคิดว่าน่าจะเป็เื่แล้วค่ะ”
จางยูมีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้คิมชอลซูดูเอกสารที่หญิงสาวกางให้ดู
“อธิบายรายละเอียดหน่อยครับ”
“ก็นั่นละค่ะ คือว่า…”
บริษัทการค้าทำหน้าที่เป็ตัวกลางปรับจูนความ้าของผู้ซื้อกับซัปพลายเออร์ที่สาขาต่างประเทศไปหามาให้ตรงกันเพื่อเซ็นสัญญาซึ่งสาขาต่างประเทศไม่มีอำนาจในการตัดสินใจทำสัญญาเองเพราะเื่สัญญาจะต้องให้เซลส์อย่างคิมชอลซูเป็คนรับผิดชอบดูแล
สัญญาฉบับนี้สำเร็จจากการยินยอมขอทำสัญญาของบรรดาผู้เกี่ยวข้องการขอทำสัญญาแสดงความมุ่งหมายว่าจะขอซื้อและจัดจำหน่ายโดยปกติแล้วการเสนอขายของฝั่งซัปพลายเออร์จะเรียกว่า ‘ออฟเฟอร์’และการเสนอซื้อของผู้ซื้อจะเรียกว่า ‘บิด’
เพราะอย่างนั้นดีลเลอร์[3] จึงมักจะขอ‘บิด’ จากผู้ซื้อ และขอ ‘ออฟเฟอร์’ จากซัปพลายเออร์ ซึ่งใน ‘ออฟเฟอร์’ หรือ ‘บิด’ก็จะมีข้อสำคัญที่เกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญาระบุลงไปด้วย
ในข้อสำคัญจะมีการระบุราคาปริมาณ วันส่งสินค้า เงื่อนไขการชำระ และระยะเวลาสัญญา เป็ต้น
เคยมีกรณีที่ซัปพลายเออร์และผู้ซื้อเอาบางเงื่อนไขในนั้นอย่างวันส่งสินค้าหรือราคามาทำให้กำกวมเพื่อชดเชยความเสียหายเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาวัตถุดิบมีความผันผวนสูงอีกด้วย
และบางครั้งก็จงใจทำแบบนั้นโดยเฉพาะถ้าดีลเลอร์ยังเป็มือใหม่
“สรุปว่าทางผู้ซื้อบอกว่ารับของได้ั้แ่เดือนกรกฎาคมเป็ต้นไป ส่วนทางซัปพลายเออร์บอกว่าสามารถส่งสินค้าได้ตอนเดือนมิถุนายนและทางเราก็ตอบไปว่า ‘Nice’ สินะครับแบบนี้ก็เท่ากับตอบตกลงไปแล้วทำให้แร่นิกเกิลที่จะขนลงเรือในเดือนมิถุนายนไม่มีผู้รับและอาจลอยค้างเติ่งอยู่ในทะเลได้สินะครับใช่ไหมครับ”
จางยูมีพยักหน้าหงึกหงักให้กับคำพูดของเขา
นี่เป็ความผิดพื้นฐานของพวกพนักงานใหม่ที่ไม่ได้เข้าใจเื่ของสัญญาอย่างชัดเจน
“คุยเกลี้ยกล่อมไม่ได้เหรอครับ”
“ไม่ได้เลยค่ะ ทำยังไงดีคะ”
ถ้าจัดการไปแบบไม่มีความยืดหยุ่นสัญญาฉบับนี้ก็จะไม่สำเร็จแล้วทีมขายสองก็จะต้องรับผิดชอบชดเชยความเสียหายอย่างมหาศาล
แน่นอนว่ามีวิธีการแก้ปัญหาในกรณีแบบนี้อยู่แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ตัวเขาหรือว่าจางยูมีจะต้องทำสิ่งที่จำเป็ก็คืออำนาจและความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาของเทรดเดอร์[4]
“ฟังให้ดีนะครับ คุณยูมี”
“ค่ะ”
“รีบกลับไปที่ทีมแล้วโทร.หาหัวหน้านะครับ แล้วอธิบายสถานการณ์ให้ฟังตรง ๆแบบนี้เลย เื่นี้นอกจากหัวหน้าทีมขายสอง ก็ไม่มีใครแก้ไขได้ทั้งนั้นครับถึงแม้จะต้องโดนด่า แต่ก็ยังพอป้องกันการเกิดเื่ใหญ่ได้อยู่นะครับ”
จางยูมีหน้าเศร้าทันทีที่ได้ยินคำว่าโดนด่าแต่ก็พยักหน้าตามคำพูดของคิมชอลซู
“คงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมโดนด่าใช่ไหมคะ”
รู้ทั้งรู้ว่าต้องทำยังไงแล้วมาถามเราทำไมเนี่ย
คิมชอลซูสบตากับจางยูมีด้วยสายตาเ้าเล่ห์เมื่อนั้นหน้าของเธอจึงแดงขึ้นเล็กน้อย
“ครับ”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่วันนี้พอมีเวลาไหมคะ”
“เวลาเหรอครับ”
“วันนี้วันอังคารค่ะ เป็วันนัดรวมตัวเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนบอกว่าอยากเจอคุณชอลซูค่ะ”
“ถ้าไม่มีงานผมจะไปร่วมนะครับ”
“โอเคค่ะ”
ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักกลับเข้ามาในออฟฟิศพอดีทำให้จางยูมีใแล้วรีบเก็บเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะของคิมชอลซู
“ทำอะไรกัน”
“คุณยูมีมีเื่มาสอบถามน่ะครับ”
“งั้นเหรอ”
จางยูมีมองอีจุนฮักแล้วโค้งศีรษะ
“ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะ ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก”
อีจุนฮักเห็นจางยูมีที่พรวดออกไปอย่างอายๆ แล้วก็นิ่งมองคิมชอลซูที่มองหน้าจอก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์
เป็่วัยที่ดีเลยนะ
[1] นักปรัชญาและรัฐบุรุษชาวจีนเป็ขุนนางคนสำคัญของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่มีส่วนในการวางรากฐานการปกครอง โดยมีแิว่าการปกครองคนควรใช้หลักกฎหมายมากกว่าหลักคุณธรรมหรือความเมตตา
[2] ย่อมาจาก Non-Governmental Organization หรือองค์การนอกภาครัฐเป็องค์กรไม่แสวงหากำไร และมุ่งเน้นไปที่การทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ
[3] บุคคลหรือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็ตัวกลางในการซื้อขายหรือบริการ
[4] บุคคลหรือบริษัทที่ทำหน้าที่ในการซื้อและขายสินค้าหรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ