ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 เขาคือต้นเหตุ

            “นี่คือนามบัตรของผมบนนั้นมีเบอร์ติดต่อของผมครับ วันนี้ผมคุยกับสหายสวีถูกคออนาคตหากต้องการความช่วยเหลืออะไร ติดต่อผมได้นะครับ”

            “ขอบคุณค่ะเลขากัว”สวีหว่านหนิงเก็บนามบัตรเอาไว้อย่างดี

            เธอหยิบกระดาษกับปากกาออกจากกระเป๋าแล้วเขียนเบอร์โทรศัพท์ของฝ่ายคณะใหญ่ลงไปรวมถึงเบอร์โทรศัพท์บ้านของตระกูลสวีด้วย

            “นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของฝ่ายคณะใหญ่ประจำหมู่บ้านและเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านของฉันค่ะที่หนึ่งอยู่ในชนบท ส่วนอีกที่อยู่กรุงปักกิ่ง หากเลขากัวมีธุระกับฉันโทรมาที่สองเบอร์นี้แล้วแจ้งชื่อฉัน ก็จะติดต่อฉันได้ค่ะ”

            เริ่มดึกแล้วตามทางเดินไม่ได้ยินเสียงผู้คนเดินไปมาหรือเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วอีกต่อไป

            สวีหว่านหนิงกับกัวฮ่าวหนานเองก็หยุดบทสนทนาอย่างรู้กาลเทศะเช่นกัน

            สวีหว่านหนิงหยิบเครื่องใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันออกมาและไปทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นก็กลับมานอนบนเตียงของตัวเอง

            เช้าวันต่อมาสวีหว่านหนิงถูกเสียงแตรรถไฟปลุกจากห้วงนิทรา

            ที่นอนฝั่งตรงข้ามไม่มีเงาร่างของกัวฮ่าวหนานอีกแล้วบนโต๊ะด้านหน้าเธอมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้

            “ผมถึงที่หมายแล้วหากมีโอกาสเราคงได้พบกันอีกครั้ง”

            สวีหว่านหนิงพับกระดาษแผ่นนั้นอย่างดีแล้วเก็บมันไว้รวมกับนามบัตรของเขาก่อนจะโยนเข้าไปในช่องมิติ

            ไม่นานนักฝั่งตรงข้ามของเธอก็มีผู้โดยสารคนใหม่

            เธอคือหญิงสาวที่แต่งตัวเนี้ยบสไตล์ตะวันตกหลังปรายตามองสวีหว่านหนิงวูบหนึ่งก็ขยับตัวนั่งพิงกระจกหน้าต่าง

            สวีหว่านหนิงไม่ใช่คนชอบเข้าหาคนอื่นเห็นดังนั้นจึงไม่ได้กล่าวทักทายอะไร ก้มหน้าอ่านหนังสือของตัวเองต่อไป

            ช่วงเที่ยงของการเดินทางในวันที่สามในที่สุดเธอก็มาถึงสถานีรถไฟของเมืองจี๋

            สวีหว่านหนิงเก็บสัมภาระแล้วเดินผ่านผู้คนอันแสนจะเบียดเสียดเพื่อลงจากรถไฟ

            เมื่อมาถึงทางออกของสถานีรถไฟสวีหว่านหนิงก็เห็นตงจื่อกำลังยื่นชะเง้อมองแต่ไกล

            “พี่สะใภ้ผมอยู่นี่ครับ!” ตงจื่อตะโกนเสียงดัง

            สวีหว่านหนิงประหลาดใจก่อนจะหิ้วสัมภาระเดินไปหาตงจื่อ

            ตงจื่อวิ่งเหยาะๆมาหาแล้วแย่งสัมภาระจากมือของสวีหว่านหนิงไปถือให้

            “เอ๋? ทำไมถึงเบาขนาดนี้ล่ะ”ตงจื่อประหลาดใจ

            “อ้อของหนักๆ ฉันส่งไปรษณีย์มาก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเดินทางไม่สะดวก”สวีหว่านหนิงโกหกหน้าตาย

            ตงจื่อไม่ได้คิดมากเขาหิ้วสัมภาระของสวีหว่านหนิงพลางแทรกตัวผ่านกลุ่มคนที่เบียดเสียด

            “เธอมาที่นี่ได้ยังไง”

            “พี่อันจื่อโทรเลขมาหาผมเพื่อบอกเวลาที่พี่จะมาถึงปลายทางผมเลยออกจากบ้านมารอที่สถานีรถไฟตั้งแต่เช้าครับไม่อย่างนั้นพี่เดินทางคนเดียวจะไม่ปลอดภัย”

            สวีหว่านหนิงยกยิ้มมุมปาก“ขอบใจนะ”

            “เฮ้อพี่สะใภ้จะเกรงใจผมทำไมกัน!”

            จากสถานีรถไฟถึงหมู่บ้านต้าเจียงจำเป็นต้องนั่งรถขนส่งที่สุดแสนจะแออัดอีกหนึ่งต่อ

            สองชั่วโมงอันยาวนานผ่านพ้นไปในที่สุดก็ได้ลงจากรถขนส่ง

            สวีหว่านหนิงเกาะต้นไม้แห้งริมทางพลางอาเจียนแห้งอยู่สักพักกว่าจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง

            เธอเพิ่งเคยนั่งรถประเภทนี้เป็นครั้งแรกสองชั่วโมงแห่งความทรมาน เธอจะจำไปจนวันตาย!

            “พี่สะใภ้ ท่าทางพี่คงต้องพักสักหน่อยแล้วละครับไปนั่งที่บ้านผมก่อนดีไหม มีคนอยากเจอพี่พอดีเลยครับ”

            สวีหว่านหนิงไม่อยากปริปากพูดอะไรตอนนี้จึงได้แต่พยักหน้าตอบตงจื่อ

            โชคดีที่บ้านของตงจื่ออยู่ไม่ไกลจากจุดลงรถนักเดินแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง

            หลังเปิดประตูบ้านสวีหว่านหนิงก็เห็นคนที่ไม่คาดคิด

            เขาคือเพื่อนสนิทของตงจื่อคนนั้นเหล่าเหมา คนที่ทำเครื่องมือปิดฝาโหลแก้วให้สวีหว่านหนิง

            เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงเหล่าเหมาก็ลุกขึ้นยืน เขาถูมือไปมาอย่างประหม่า อ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะพูดว่า“สวีจือชิง ผมอยากมาขอโทษ ช่วยยกโทษให้ผม อย่าถือสาผมเลยได้หรือเปล่า”

            สวีหว่านหนิงนิ่งอึ้งเธอมองเหล่าเหมาอย่างมึนงง แล้วหันไปหาตงจื่อ “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

            ตงจื่อทำเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจเขาหิ้วสัมภาระของสวีหว่านหนิงเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด โดยไม่ปรายตามองเหล่าเมาเลยสักนิด“ให้เขาพูดกับพี่เองเถอะครับ!”

            เหล่าเหมาอ้าปากเสียงของเขาเบาหวิวจนสวีหว่านหนิงต้องเงี่ยหูฟัง

            “สวีจือชิงผมทำเครื่องมือนั้นให้คนอื่นโดยไม่ถามความเห็นชอบจากคุณก่อน จริงสินี่คือเงินที่ผมได้มา นอกจากค่าวัสดุต่างๆ ส่วนที่เหลืออยู่ในนี้ทั้งหมด”

            เหล่าเหมายื่นม้วนธนบัตรมาให้สวีหว่านหนิงมองมันตาปริบๆ ด้วยความงุนงง“คุณให้เงินที่ตัวเองหามาได้กับฉันทำไมคะ”

            “เขาสมควรให้แล้ว!”ตงจื่อยืนพิงกรอบประตู พลางพูดด้วยเสียงขุ่นเคือง“พี่สะใภ้เป็นคนไปขอให้เขาทำเครื่องมือคนแรกแท้ๆ เพราะรู้ว่าครอบครัวเขาลำบากมากเลยให้ตั๋วเสบียงอาหารกับเงินมากมายกับเขา แต่สุดท้ายเขากลับทรยศอาศัยตอนที่พี่เดินทางไกลทำเครื่องมือแบบเดียวกันให้กับคนอื่น!”

            “พี่สะใภ้คงยังไม่รู้สินะช่วงที่ผ่านมาลูกท้อในโหลแก้วมีวางขายเต็มไปหมด นอกจากโรงงานสาขาของพวกพี่ยังมีอีกหลายโรงงานที่เริ่มผลิตของแบบเดียวกันออกมาขาย ช่วงนี้จะหาซื้อลูกท้อสดยังหาไม่ได้เลยครับ!”

            “ส่วนเขา!”ตงจื่อชี้หน้าเหล่าเหมาที่กำลังก้มหน้า “เขาคือตัวต้นเหตุ! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเห็นแก่เงินสร้างเครื่องมือนั่นให้กับคนอื่น ก็คงไม่มีคนทำสินค้าเลียนแบบออกมามากมายเช่นนี้”

            เมื่อเห็นท่าทางเดือดดาลของตงจื่อแล้วสวีหว่านหนิงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

            “ฉันนึกว่ามีอะไรตงจื่อ ฉันไม่โกรธเขา เธอเองก็ไม่จำเป็นต้องโมโห”

            “แต่พี่สะใภ้ครับ...”

            สวีหว่านหนิงยกมือห้ามปราม“ฟังฉัน เริ่มแรกที่ฉันให้ตั๋วเสบียงอาหารกับเขา เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทของเธอฉันเลยอยากช่วยเหลือเขา ส่วนเงินที่ฉันให้เขามันคือค่าแรงการสร้างเครื่องมือเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับอยู่แล้ว”

            “อีกอย่างเขาก็ต้องดำรงชีวิต การดำรงชีวิตจำเป็นต้องใช้เงินดังนั้นเขาจะสร้างเครื่องมือแบบเดียวกันให้คนอื่นก็ไม่แปลก เขาไม่ได้ทำอะไรผิด”

            “ฉันรู้ว่าเธอโมโหเขาเพราะเอาแบบงานของฉันไปสร้างเครื่องมือให้คู่แข่งของฉันใช่หรือเปล่า”

            ตงจื่อพยักหน้า

            “การสร้างเครื่องมือนั้นไม่ยากเลยขอแค่เป็นคนในวงการเดียวกันย่อมคิดได้ว่าควรจะสร้างมันอย่างไร”

            “อีกอย่างฉันก็ไม่เคยคิดอยากจะทำลูกท้อในโหลแก้วเพียงเจ้าเดียวฉันวางแผนเตรียมพร้อมรับมือการถูกลอกเลียนแบบไว้ตั้งแต่แรกแล้วละ”

            จะลอกเลียนแบบก็ช่างเธอมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะรสชาติของลูกท้อในโหลแก้วของเธอได้

            หลังจากฟังคำพูดของสวีหว่านหนิงจบตงจื่อก็ไม่รู้สึกเดือดดาลอีกแล้ว แต่ยังหงุดหงิดเวลามองหน้าเหล่าเหมาอยู่

            สวีหว่านหนิงรู้ว่าพวกเขาสองคนเกิดความบาดหมางกันแล้วตนไม่อาจเกลี้ยกล่อมให้คืนดีกันได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้จึงเลิกสนใจตงจื่อแล้วหันไปพูดกับเหล่าเหมาว่า

            “คุณไม่ต้องกังวลตอนฉันไปขอให้คุณผลิตเครื่องมือให้ฉันฉันไม่เคยกำชับคุณว่าห้ามเอาแบบไปทำเครื่องมือแบบเดียวกันให้คนอื่นในเมื่อฉันไม่เคยพูด คุณก็ไม่ได้ผิดคำสัญญา”

            “แต่สวีจือชิงการที่ผมทำแบบนี้ช่างไม่น่าคบเอาเสียเลย”

            “ก็จริงแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ครั้งหน้าหากมีเรื่องแบบนี้อีกจำไว้ว่าให้มาแจ้งฉันล่วงหน้าก็พอ”

            ครั้งหน้า?

            เหล่าเหมาพึมพำพูดทวนคำนี้อีกรอบก่อนจะถามว่า “คุณยังจะจ้างผมทำเครื่องมือให้อีกหรือ”

            สวีหว่านหนิงเลิกคิ้ว“ทำไมคะ หรือคุณไม่อยากรับงาน?”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159