เวลาเที่ยงวัน ณ สนามฝึกซ้อมของสาขาศาสตร์แห่งความตาย
หานซั่วทำความสะอาดอย่างเหม่อลอยเพราะกำลังทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์จีนสอนในห้องเรียนเมื่อเช้า คิ้วขมวดเล็กน้อยขณะใช้ความคิด
ร่างอ้วน ๆ ร่างหนึ่งพุ่งผ่านประตูและมาหยุดตรงหน้าหานซั่ว แจ็คหอบหายใจอย่างหนักขณะพูดอย่างเร่งรีบ
“แย่แล้ว ไบรอัน แครี่กับบอร์กกำลังจะมาแก้แค้นเ้า!”
หานซั่วไม่พอใจเล็กน้อยที่ความคิดถูกขัดจังหวะ เขาหน้านิ่วเมื่อเห็นสีหน้าตื่นใของแจ็คและถามว่า
“เกิดอะไรขึ้น? ข้าเล่นงานเ้าโง่สองตัวนั่นไปแล้วไม่ใช่หรือ? พวกมันยัง้าอะไรอีก?”
“ข้าก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ข้าแค่ได้ยินว่าพวกนั้นกำลังทรมานเพราะกินอะไรบางอย่างเข้าไปเมื่อเช้า พวกนั้นหน้าเขียวไปหมด! เอาแต่ะโว่าจะแก้แค้นเ้า แม้แต่ลิซ่าเองก็กำลังตามหาตัวเ้าอยู่เหมือนกัน!”
หานซั่วยังรู้สึกเจ็บเมื่อััแผลที่หลัง แต่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก แก่นมนตราสามารถห่อหุ้มออร่าสีเขียวเข้มในสันหลังของเขาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว และดูเหมือนจะค่อย ๆ จางลงไปเรื่อย ๆ หานซั่วจึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“อย่ามาโทษข้าก็แล้วกันในเมื่อพวกเ้ารนหาที่ตายเอง!” หานซั่วพ่นลมอย่างดูถูก บีบด้ามไม้กวาดในมือขณะมองไปทางประตู
แจ็คยังคงมีสีหน้าวิตกกังวลและกำมือแน่น
“ไบรอัน ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม แครี่กับบอร์กพาคนอื่นมาช่วยด้วย ดูเหมือนจะไม่ใช่เด็กรับใช้ในสาขาศาสตร์แห่งความตาย พวกนั้นทั้งสูงทั้งแข็งแรง จริง ๆ นะ! รีบหนีเถอะ!”
“ไบรอัน ไอ้บัดซบ กล้าดีอย่างไรมาหาเื่ให้พวกข้า! วันนี้เ้าต้องชดใช้!”
เสียงของแครี่ะโลั่นมาแต่ไกล ในขณะที่แจ็คกำลังโน้มน้าวหานซั่วให้รีบหนี แต่เมื่อพูดจบ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกันประตูทางออกของสนามฝึกซ้อมไว้เรียบร้อยแล้ว
แครี่และบอร์กหน้าเขียวจริง ๆ บอร์กเรอเสียงดังทันทีที่เดินผ่านประตูเข้ามา เขาเอามือกุมท้องแน่น ร่างกายกระตุกพักหนึ่ง ก่อนจะอาเจียนออกมาเป็ของเหลวข้นเหนียวสีดำ ลมหายใจส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
แครี่ซึ่งหน้าเขียวอยู่แล้วก็ยิ่งดูแย่กว่าเดิมเมื่อเห็นบอร์กสำลักอะไรออกมา ท้องของเขาดูเจะปวดมากเช่นกันเมื่อเขาพยายามไอใส่มือ แต่กลับไม่สามารถอาเจียนอะไรออกมาได้แม้จะ้าเพียงใด
“ไบรอัน เ้าบอกให้ลิซ่าปรุงยาอะไรขึ้นมา?! เธอเอามาให้พวกข้ากินจนกลายเป็แบบนี้! วันนี้ ไม่เ้าก็ข้า ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!”
เขากุมท้องด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างชี้นิ้วไปที่หานซั่วอย่างมุ่งร้าย เขาพูดอย่างขมขื่น บอร์กรู้สึกอ่อนแอลงกว่าเดิมหลังจากอาเจียน เขายืนประตูเพื่อประคองตัวเองให้ยืนอยู่
หานซั่วแอบยิ้มในใจและรู้สึกสงสาร เขาสร้างเื่โดยสุ่มของน่าขยะแขยงขึ้นมาสองสามอย่างเพื่อหลอกลิซ่าตอนที่เธอถามเขาว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้ว่องไวและแข็งแกร่งขึ้น ใครจะไปรู้เล่าว่าเธอจะคิดจริงจังจนไปปรุงน้ำยาน่ารังเกียจนั่นจริง ๆ ทั้งยังเอามาทดสอบกับบอร์กและแครี่ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงดูอาการหนักยิ่งกว่าตายเสียอีก
“เปล่านะ ข้าไม่ได้ทำ!”
หานซั่วส่ายศีรษะด้วยสีหน้าไม่รู้เื่รู้ราว ประหนึ่งผู้บริสุทธิ์
“ลิซ่าบอกเราหมดแล้ว กล้าดีอย่างไรมาบอกว่าเปล่า! ข้าจะไม่ไปไหนจนกว่าข้าจะได้สั่งสอนเ้า!”
แครี่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ส่งสัญญาณให้พวกที่เขาพามาด้วย เด็กรับใช้ทั้งหกคนรวมทั้งบอร์ก ถกแขนเสื้อขึ้นและเดินตรงไปหาหานซั่วอย่างข่มขวัญ
นอกจากแครี่และบอร์ก เด็กรับใช้ที่เหลือมาจากสาขาเวทมนตร์ธาตุมืด แต่ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่แจ็คบอกเื่ความสูงกับความแข็งแรงเท่าไรนัก คนที่สูงก็สูงแบบไม้เสียบผี ส่วนคนที่ดูแข็งแรงก็ไม่ได้สูงเท่าหานซั่วด้วยซ้ำ สรุปก็คือ ความสามารถในการต่อสู้ของคนพวกนี้ก็คงไม่ได้มากมายเท่าไร
เข้าเหยียดมือออก สีหน้าแข็งทื่อ ความปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นในใจ ดูเหมือนว่าทางเดียวที่จะทำให้มันสงบได้ก็คืออัดเ้าพวกนี้จนกว่าจะลงไปนอนกองกับพื้น
ความปรารถนานี้พลุ่งพล่านอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง มันเติมเต็มเข้ามาในหัวหานซั่วด้วยความเร็วชั่วพริบตาราวกับร่ายเวทให้เขาทำตามคำสั่ง บุคลิกของหานซั่วเป็คนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด น้อยมากที่จะไปมีเื่กับใคร ไม่กล้าพอที่จะทำให้ตัวเองต้องเจอปัญหาเพราะความอวดดี แต่ด้วยพละกำลังและความเร็วที่เขามีในตอนนี้ หากสู้กันละก็ ผลที่ออกมาคงร้ายแรงแน่นอน หานซั่วไม่้าให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้เหตุผลควบคุมร่างกายและจิตใจในตอนนี้ไม่ได้เอาเสียเลย
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับลิซ่าในสนามฝึกซ้อมเมื่อครั้งนั้น หานซั่วละทิ้งเหตุผลทุกอย่าง และทำตามความปรารถนาในหัวใจ ในขณะที่ออร่าต่อสู้ของคล็อดถูกแก่นมนตราทำให้สลายไปเรื่อยๆ
สถานการณ์นั้นก็เหมือนกับวันนี้ แก่นมนตรากำลังห่อหุ้มออร่าต่อสู้ของเอริคและความปรารถนาในหัวใจก็แรงกล้าอย่างเหลือเชื่อ
เขาหันไปหาแจ็คซึ่งกำลังสั่นและตื่นกลัว สีหน้าของหานซั่วไร้ซึ่งร่องรอยของความซื่อบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว สายตาทั้งคู่ของเขาคมกริบราวกับมีด ประหนึ่งนักพนันผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างเหลือล้น เขายื่นไม้กวาดให้แจ็คและพูดอย่างเ็า
“ถือนี่ไว้ ถ้าใครกล้าทำอะไรเ้าก็ทิ่มมันเลย!” เขาหยุดครู่หนึ่ง ชี้ไปที่ปลายแหลมของด้ามไม้กวาดโลหะ และพูดเบา ๆ ว่า
“ใช้ด้านแหลมนี้นะ” แจ็คหวาดกลัวกับความคิดของหานซั่วใน จ้องมองเขาด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นระริก ท่าทีของหานซั่วในตอนนี้แลดูสงบ เยือกเย็น และแน่วแน่ ไร้ซึ่งความขลาดอายของไบรอันโดยสิ้นเชิง
หานซั่วยัดด้ามไม้กวาดใส่มือแจ็ค และหันกลับไปด้วยสีหน้าซื่อ ๆ ตามเดิม แสร้งตื่นกลัวและส่งเสียงคร่ำครวญ
“อย่านะ อย่าตีข้าเลย!”
“ก็กำลังจะทำอยู่นี่ไง!”
คนหกคน กรูเข้ามาพร้อมกัน หมายจะทั้งต่อยทั้งเตะหานซั่วจนน่วมไปทั้งร่าง
หานซั่วยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างหวาดกลัวในทีแรก แต่แล้วเขาก็ถอยหลังสามก้าวไปอยู่ข้างตัวแจ็ค ทันใดนั้นเอง เขาเห่าหอนออกมาราวกับคนเสียสติ และพุ่งตัวเข้าหาคนหกคนอย่างรวดเร็วราวกับกระทิงคลั่ง
แครี่อยู่หน้าสุด เขาชะงักเท้าขวาที่ยกค้างไว้ชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบทันทีที่นึกออกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครั้งสุดท้ายที่หานซั่วเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา
แต่เพียงเพราะแครี่ไม่ได้เตะเขา ก็ไม่ได้แปลว่าหานซั่วจะปล่อยเขาไปอย่างง่ายดายถึงเพียงนั้น หานซั่วััถึงแก่นมนตราที่ปั่นป่วนอย่างรวดเร็วขณะวิ่ง ราวกับว่าเหตุการณ์เดิมเมื่อครั้งก่อนกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อแก่นมนตราเริ่มย่อยสลายออร่าต่อสู้สีเขียวเข้มที่เอริคทิ้งร่องรอยไว้
ตอนนั้นเอง หานซั่วมีเพียงความคิดที่ควบคุมไม่ได้เพียงอย่างเดียว คือจัดการทุกคนตรงหน้าให้ลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความเมตตา โดยไม่สนว่าพวกนั้นจะยังหายใจอยู่หรือไม่!
เขากางมือทั้งสองข้างออกและจับเท้าที่ยกค้างไว้ของแครี่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ยกมันขึ้น และพลิกแครี่ให้ตีลังกาล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ ฟันของเขากระแทกพื้นจนมีเืซึมออกมาจากมุมปาก
อีกสี่คนที่ตามมาช่วยแครี่และบอร์กต่างตกตะลึงในสีหน้าของหานซั่ว ราวกับว่าสายตาของพวกเขาที่จ้องมองอยู่ถูกแช่แข็งอย่างประหลาด
“อย่าไปกลัว! มันมีแค่คนเดียว ฝั่งพวกเรามีกันตั้งหกคนก็เล่นงานมันจนตายได้สบาย ๆ ต่อให้รุมกระทืบมันมั่ว ๆ ก็เถอะ!”
บอร์กเงยหน้าและพูดขึ้นทันที หยิบม้านั่งทำด้วยไม้จากที่ใดไม่ทราบ เขาะโลั่นขณะพุ่งเข้าใส่หานซั่วอย่างรวดเร็ว
ทั้งสี่คนเริ่มมั่นใจขึ้นเมื่อได้ยินบอร์กพูด ท่าทีกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกครั้ง พวกเขาค่อย ๆ หยิบท่อนไม้สั้นที่อยู่ข้างหลังตามหลังบอร์กที่พุ่งนำหน้าไปยังหานซั่ว
เตรียมอาวุธกันมาด้วยหรือนี่! หานซั่วหรี่ตาลง ะโหลบไปด้านข้างทันทีที่เห็นม้านั่งไม้ของบอร์กกำลังจะฟาดใส่เขา
โครม!
ม้านั่งไม้ฟาดลงบนพื้นหิน ขาของม้านั่งแตกจากแรงกระแทกจนดูไม่แข็งแรงอีกต่อไป บอร์กอุทานเบา ๆ ด้วยใบหน้าถอดสี
“เอ๋?”
เขาไม่คิดว่าหานซั่วจะหลบทันจนทำให้เขาฟาดได้เพียงอากาศ
พลั่ก!
หมัดพุ่งเข้าใส่ดั้งจมูกของบอร์กอย่างรวดเร็วจนเืสาดกระจาย เขาเซถอยหลังไปเพราะความมึน และเจ็บจนม้านั่งหลุดออกจากมือ
หานซั่วก้มหน้าหัวเราะเสียงต่ำ เขาเก็บม้านั่งที่บอร์กทิ้งขึ้นมา ขณะที่เด็กชายอ้วนเตี้ยผมสีแดงกำลังจะฉวยโอกาสนี้ทำร้ายเขา ท่อนไม้สั้นฟาดลงมาจนเกิดเป็เสียงแหวกอากาศ ม้านั่งก็ถูกยกขึ้นมารับท่อนไม้นั้นไว้ได้ก่อนจะทันฟาดลงบนศีรษะของหานซั่ว
มือทั้งสองข้างจับขาม้านั่งเอาไว้ หานซั่วรู้สึกว่าแก่นมนตราในสันหลังของเขาปั่นป่วนเร็วขึ้นอีก ััได้อย่างชัดเจนว่าออร่าต่อสู้ใกล้จะหมดลงเต็มที ส่งผลให้ความแข็งแกร่งไร้ขอบเขตพุ่งมารวมตัวกันที่มือ เขาจับขาของม้านั่งไว้แน่น ก่อนจะกระชากม้านั่งให้แตกออกจากกันอย่างรวดเร็ว
ม้านั่งหักครึ่ง หานซั่วถีบเด็กหนุ่มคนนั้นออกไปด้วยเท้าขวาขณะที่ถือครึ่งของม้านั่งไว้ในมือแต่ละข้าง ฟาดเข้าที่ท้องน้อยของเขาเต็มแรง เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าซีดเผือดด้วยความเ็ปและทรุดลงไปนั่งบนพื้น
แต่หานซั่วไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ --- ก่อนหน้านี้ เขาเพียงแค่้าสนุกกับความรู้สึกกระหายเื และระบายมันออกมา มือทั้งสองข้างของเขาฟาดครึ่งหนึ่งของม้านั่งทั้งสองลงบนหน้าผากของเด็กหนุ่มผมแดง เืพุ่งออกมาตามหน้าผากและย้อมซีกหนึ่งของม้านั่งจนเต็มไปด้วยเื
“รีบหยุดมันไว้เร็ว! เ้าเด็กบ้านั่นกำลังจะฆ่าอัลวา!”
บอร์กร้องด้วยความกลัวขณะที่เืไหลออกมาจากจมูกราวกับตัวหนอนสองตัว เพราะโดนหมัดของหานซั่วเมื่อครู่
แครี่ยันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ทั้ง ๆ ที่กำลังตื่นและสั่นกลัว เขายกท่อนไม้ในมือขึ้นสูงและพุ่งเข้าหาหานซั่วพร้อมกับคนอื่นๆ
โครม!
เกิดเสียงประสานงากันอย่างรุนแรง แจ็คซึ่งมองจากด้านข้างด้วยขาที่สั่นระริกเพราะความกลัว เขาจ้องหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตา สิ่งที่เขาเห็นคือหานซั่วชูครึ่งของม้านั่งขึ้นสูงและฟาดลงไปบนจมูกของพวกนั้น เืไหลออกมาจากศีรษะจนอาบใบหน้าในเวลาเพียงชั่วพริบตา
ในตอนนั้นเอง แจ็คได้แต่ตะลึงมอง งุนงงเป็ที่สุดในวิธีการอันโหดร้ายเ็าของหานซั่ว เขาไม่เคยนึกฝันว่าไบรอันคนขี้อายธรรมดา ๆ ที่เขาเคยรู้จัก อยู่ ๆ ก็สามารถเผยด้านที่โหดร้ายป่าเถื่อนของตัวเองออกมาได้ขนาดนี้
ขณะที่แจ็คกำลังยืนงงตัวแข็งอยู่นั้น ออร่าต่อสู้ของเอริคก็ถูกแก่นมนตราย่อยสลายไปจนหมดสิ้นระหว่างการต่อสู้ ที่หานซั่วปลดปล่อยทุกอย่างตามความคิดจนหยดสุดท้าย ตอนนั้นเองที่หานซั่วคืนสติกลับมาเป็ตัวเองและเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขาจึงอดไม่ได้ที่จะกลัว
“นั่นเสียงคนต่อสู้กันนี่ เกิดอะไรขึ้น? รีบไปดูที่สนามฝึกซ้อมกันดีกว่า!”
หานซั่วได้ยินเสียงแฟนนี่จากดังมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามา
เขาหันกลับไปมองแครี่ บอร์ก และคนอื่น ๆ ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและขวัญหนีดีฝ่อ ทุกคนถือท่อนไม้ในมือ แต่ไม่มีใครสักคนกล้าขยับเข้ามาใกล้แม้เพียงก้าวเดียว
หานซั่วรู้ว่านี่ต้องเกิดเื่ใหญ่แน่ ในหัวฟุ้งซ่านไปด้วยความคิดต่าง ๆ นานา แต่แล้วความคิดหนึ่งก็หยุดเขาไว้ และรีบออกวิ่งไปที่ประตูสนามฝึกซ้อมทันที เขาละเลงเืที่เปื้อนม้านั่งลงบนศีรษะและใบหน้าขณะวิ่ง ก่อนจะโยนม้านั่งโชกเืทั้งสองซีกทิ้งไป เขาจับที่หลังของตัวเอง ที่ที่โดนดาบของเอริคฟันเข้า ส่งเสียงร้องะโด้วยความเ็ปแสนสาหัสไปตามทาง แผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดทั้งหมดปริออกทันที เืสด ๆ ย้อมหลังเขาจนเป็สีแดง
ที่ประตู หานซั่วเปลี่ยนจากวิ่งด้วยความเร็วเป็การหยุดนิ่ง ก่อนจะร่วงลงไปบนพื้น และตะเกียกตะกายไปที่ประตู ‘อย่างยากลำบาก’ เขายื่นมือที่ชุ่มเืออกไปเมื่อเห็นแฟนนี่และคนอื่น ๆ ปรากฏตัว พร้อมกับพูดด้วยใบหน้าที่หวาดกลัวและเต็มไปด้วยเื
“พวกนั้นรุมทำร้ายข้า!”
***********************