เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 พบการลอบสังหารอีกครา

            หลังจากได้เบาะแสจากฝูเอ๋อร์ฮั่วเยี่ยนไหวก็ส่งคนออกไปจัดการทันที

            ดังสุภาษิตที่ว่าถ้าให้รางวัลอย่างงามย่อมมีผู้กล้าทำงานให้

            ส่งข้อความลับในความมืดมิดตกรางวัลหมื่นตำลึง

            ณ ตำหนักของไท่จื่อ

            “เศษสวะล้วนเป็นพวกเศษสวะทั้งสิ้น เปิ่นไท่จื่อเลี้ยงเศษสวะอย่างพวกเจ้าไว้ได้อย่างไร?”

            เบื้องหน้าของฮั่วหมิงเชินมีองครักษ์สองสามคนคุกเข่าอยู่รวมทั้งไป๋หว่านหนิงด้วย

            ไป๋หว่านหนิงก้มหน้าคุกเข่าอย่างเงียบงันท่าทีเหมือนเชื่อฟัง ทว่าดวงตาที่หลุบลงของนางกลับทอประกายเกลียดชังและแผ่จิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น

            “แม้แต่สตรีนางเดียวยังจัดการไม่ได้พวกเจ้าจะยังมีประโยชน์อะไร?”

            “ยังมีเจ้าอีกคนเจ้ารับรองกับเปิ่นไท่จื่อไม่ใช่หรือว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างเด็ดขาด?”

            ไป๋หว่านหนิงเงยหน้าขึ้น นางไม่คิดจะสนใจอีกบุรุษตรงหน้าทำให้ไท่จื่อเฟยอย่างนางเสื่อมเสียเกียรติต่อหน้าบ่าวรับใช้

            ตอนที่เขาเสนอว่าหากนางอยากได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟยก็ให้เอาชีวิตของเด็กในครรภ์มาแลก ตอนนั้นระหว่างเขากับนางก็ไม่หลงเหลือความรู้สึกต่อกันอีกแล้ว

            “ผู้ที่ทำผิดพลาดไม่ใช่คนของหม่อมฉันแต่เป็นคนของไท่จื่อ หากคนของไท่จื่อไม่ได้ถูกพบตอนทำลายหลักฐานเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้หรือเพคะ?”

            ฮั่วหมิงเชินสำลักทันทีสตรีตรงหน้ายังคงงดงาม ทว่าไม่อ่อนโยนเช่นเคย กระทั่งทำให้เขารู้สึกรังเกียจด้วย

            “ตอนนี้พวกเขาหาตัวพยานพบทั้งยังรุดไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้วด้วย เจ้าคิดเอาเองแล้วกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปหากคิดไม่ออก เปิ่นไท่จื่อก็ทำได้เพียงผลักเจ้าออกไปรับโทษแทนแล้ว!”

            ไป๋หว่านหนิงตัวสั่นทันทีในใจเต็มไปด้วยความขมขื่นและเศร้าโศก

            ชายตรงหน้าไม่ใช่พี่เชินที่อ่อนโยนและเอาใจใส่ทว่าเป็นหมาป่าที่ห่มหนังมนุษย์

            นางกลับส่งตนเองไปที่ปากของหมาป่าเสียนี่!

            ตอนนี้ไป๋เซี่ยเหอถูกปล่อยตัวออกจากคุกแล้ว

            รถม้าค่อยๆ แล่นไปบนตามทาง

            แม้ว่าภายนอกของรถม้าจะดูเรียบง่ายและไม่หรูหราทว่าภายในมีโต๊ะที่จัดวางกล่องอาหารเอาไว้ ด้านในเต็มไปด้วยของว่างที่ทำขึ้นอย่างประณีต

            ถึงแม้จะถูกขังอยู่หลายวันทว่าไป๋เซี่ยเหอกลับไม่อยากอาหาร ถึงอย่างนั้นนางก็ฝืนบังคับตนเองให้ดื่มน้ำลงไปบ้าง

            เพียงเพื่อให้ร่างกายมีแรงเท่านั้น

            “ฮี้...”

            ม้าร้องเสียงดังก่อนจะยกขาหน้าขึ้นสูง

            ขนมดอกกุ้ยฮวาที่ยังกินไม่หมดในมือของไป๋เซี่ยเหอร่วงลงพื้น

            รถม้าหยุดลงข้างนอกไร้การเคลื่อนไหว กลิ่นอายของความตายลอยอบอวลไปทั่ว

            ไม่ต้องลงจากรถม้าก็รู้ว่าคนขับรถม้าตายแล้ว

            ‘ฟิ้ว’

            เสียงอะไรบางอย่างพุ่งแหวกอากาศดังขึ้นแสงสีดำลอยทะลุผ่านลม

            ธนูดอกหนึ่งแทงทะลุรถม้าเข้ามาไป๋เซี่ยเหอเอียงศีรษะหลบ ลูกธนูจึงพุ่งผ่านใบหูของนางก่อนจะปักลงที่ผนังด้านในของรถม้าโดยแทงลึกเข้าไปในเนื้อไม้ประมาณสามส่วน

            หลังจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก

            ภายในรถม้าก็ไร้การเคลื่อนไหวเช่นกัน

            ผู้ที่จะคว้าชัยชนะในครั้งนี้ย่อมเป็นผู้ที่ใจเย็นและอดทนกว่า

            ‘ปั้ก’

            เสียงอู้อี้ดังขึ้น คนในรถม้ายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยบริเวณง่ามนิ้วปรากฏแสงสีเงิน

            เรือนผมสีหมึกที่รวบสูงตอนนี้ถูกปล่อยสยายอยู่กลางแผ่นหลัง เส้นผมปลิวไสวทั้งที่ปราศจากสายลม

            ม่านรถม้าค่อยๆ เลิกขึ้นเมื่อชายชุดดำที่ปิดหน้ามิดชิดยกเว้นเพียงลูกตา มองเห็นสตรีที่กำลังหลับตา โดยข้างๆใบหูของนางมีลูกธนูปักอยู่ที่ผนังด้านในของรถม้า รูม่านตาของเขาก็พลันหดลงคิดจะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

            น่าเสียดายที่สายไปเสียแล้ว

            เกาทัณฑ์ของไป๋เซี่ยเหอพุ่งมาทันทีมันแทงเข้าที่คอของเขาด้วยความลึกที่แทบทำให้คอขาด

            เขาตายตาไม่หลับ และยังคงอยู่ในท่าโน้มตัว!

            “เจ้าสาม เกิดอะไรขึ้น? เวลาเช่นนี้ยังมีอารมณ์ชื่นชมโฉมงามอีกหรือ?”

            เมื่อชายชุดดำอีกคนเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดไม่จาจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้ โดยไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ

            “สตรีนางนั้นงดงามเพียงใดกันบิดาขอดูทีสิ...”

            “โอ๊ย...”

            เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นดวงตาของเขาถูกปิ่นปักผมอันแหลมคมแทงทะลุ

            องครักษ์เงาที่แข็งแกร่งของไท่จื่อถูกโจมตีถึงสองคนคนหนึ่งตาย ส่วนอีกคนตาบอด

            ไป๋เซี่ยเหอฉวยโอกาสกระโดดออกจากรถม้าก่อนจะขึ้นไปนั่งบนหลังม้า นางปล่อยบังเหียนโดยไม่ลังเลและควบม้าจากไป

            เมื่อองครักษ์เงาที่ตาบอดได้ยินการเคลื่อนไหวพลันตะโกนใส่องครักษ์เงาคนสุดท้ายที่ซ่อนตัวอยู่ “แจ้งนายท่านว่าให้ดำเนินการตามแผนสอง”

            นอกประตูวัง

            อิ๋งเฟิงรออยู่นานแล้ว เมื่อเห็นไป๋เซี่ยเหอในชุดสีขาวเปื้อนเลือดคิ้วก็กระตุกอย่างรุนแรง

            “พระชายา นี่...”

            ไป๋เซี่ยเหอก้มมองกระโปรงของตนเองพลันส่ายหน้า “ไม่ใช่เลือดของข้า ไม่ต้องสนใจ”

            อิ๋งเฟิงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเดินนำไป๋เซี่ยเหอเข้าไปด้านในด้วยความเคารพ

            นี่คือสตรีที่แม้แต่ท่านอ๋องยังยอมลงให้ถึงสามส่วนเขาจะไม่รับใช้นางอย่างระมัดระวังได้หรือ?

            ณ ตำหนักไท่หมิงหรือก็คือห้องทรงอักษรของฮ่องเต้

            ฮ่องเต้กับฮองเฮานั่งอยู่บนบัลลังก์

            เบื้องล่างมีฮั่วหมิงเชินกับฮั่วเยี่ยนไหวนั่งกันอยู่คนละฝั่ง

            แววตาของคนหนึ่งดูสงบนิ่งส่วนแววตาของอีกคนดูเย็นยะเยือก

            จิตสังหารปรากฏขึ้นในตำหนัก

            “พระชายาเซ่อเจิ้งอ๋องมาถึงแล้ว”

            เสียงของอิ๋งเฟิงดังขึ้นอย่างไม่ดังไม่เบา

            ฮั่วเยี่ยนไหวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยดวงตาฉายแววอ่อนโยน

            ทว่าแววตาของฮั่วหมิงเชินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเผยความชั่วร้ายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน

            สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เงาร่างของไป๋เซี่ยเหอนางไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ยังคงดูเด็ดเดี่ยวและสงบนิ่ง

            ฮั่วเยี่ยนไหวยิ่งมองก็ยิ่งพึงพอใจเขากวักมือเรียกนาง “มานี่สิ”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอเดินไปตรงหน้าฮั่วเยี่ยนไหวนางก็พึมพำเสียงเบา “เนื้อตัวของข้าสกปรก ย่อมมีกลิ่นเหม็น”

            ฮั่วเยี่ยนไหวดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะบีบใบหน้ารูปไข่ที่ดูซูบตอบของนาง

            “ไม่เหม็น หอม”

            “...”

            ทุกคนเงียบสนิท

            แม้แต่ฮองเฮาที่นั่งอยู่ด้านบนก็ยังอ้าปากค้างกระทั่งคิดจะเตือนสติฮั่วเยี่ยนไหวเล็กน้อย

            มองไม่เห็นโคลนและคราบเลือดบนตัวนางหรือ?

            โรครักความสะอาดเล่า?

            “ขอฝ่าบาทตัดสินพระทัยแทนชายารักของเปิ่นหวังด้วย”

            ฮั่วเยี่ยนไหวโอบภรรยาคนงามไว้ในอ้อมแขนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ ความอ่อนโยนในดวงตาพลันสลาย ความเฉยเมยปรากฏออกมาแทนที่

            ชายสองคนที่ฮั่วเยี่ยนไหวพาเข้าวังมาด้วยได้ถูกหิ้วตัวเข้ามาขณะเดียวกันก็ยังมีภาพเหมือนของฝูเอ๋อร์

            อิ๋งเฟิงถือภาพเหมือนไว้ในมือก่อนจะเอ่ยถามชายสองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น

            “เคยเห็นเด็กสาวนางนี้หรือไม่?”

            “พวกข้าเคยเห็นนางที่หน้าประตูตำหนักของไท่จื่อ”

            จากนั้นทั้งสองคนก็พยักหน้ารัวๆ

            สีหน้าของฮั่วหมิงเชินมืดครึ้มราวกับจะมีน้ำหมึกหยดออกมา“เปิ่นไท่จื่อแนะนำให้พวกเจ้าคิดให้ดีก่อนตอบ โทษของการใส่ร้ายไท่จื่อคือถูกประหารชีวิต!”

            ฮั่วเยี่ยนไหวมองฮั่วหมิงเชินอย่างเย็นชาราวกับมีดน้ำแข็งในเหมันตฤดูที่เฉือนผู้คนให้เจ็บปวด

            “ไท่จื่อกำลังข่มขู่พยานต่อหน้าเปิ่นหวังหรือ?”

            “เฮอะ” ฮั่วหมิงเชินตั้งสติได้แล้วเขามองหน้าฮั่วเยี่ยนไหวก่อนจะแค่นเสียงเย็น “พยานหรือ? ผู้ใดจะแน่ใจได้ว่านี่ไม่ใช่คนที่เสด็จอาซื้อตัวมาเพื่อว่าร้ายข้า?”

            “เฉ่าหมินมิกล้าว่าร้ายไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ”

            เมื่อได้ยินว่าจะถูกประหารชีวิตชายทั้งสองก็ยิ่งร้อนรน

            “เฉ่าหมินไม่เพียงแต่เห็นว่าแม่นางผู้นั้นสวมรองเท้าสีม่วงอมชมพูทว่ายังเห็นองครักษ์ที่ลากตัวนางไปด้วย หลังมือของเขามีรอยแผลขนาดใหญ่จากการถูกไฟไหม้”

            “ผู้ใดก็ได้ไปค้นหาตัวองครักษ์ผู้นี้ในตำหนักของไท่จื่อเสีย!”

            ฮ่องเต้รับสั่งทันที

            ครึ่งชั่วยามต่อมา

            คนที่ไปค้นหากลับมาแล้ว ทว่าไม่ได้พาผู้ใดมาด้วย

            “กราบทูลฝ่าบาท ตำหนักของไท่จื่อเกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

            บังเอิญปานนี้เชียว?

            สองคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ต่างขมวดคิ้วมุ่นหลอดเลือดดำที่ขมับของฮ่องเต้เต้นตุบยิ่งกว่าเดิม

            “มีเรื่องอันใด?”

            “สาวใช้นางหนึ่งที่เคยถูกขายออกไปได้ลอบเข้าไปในตำหนักของไท่จื่อนางทำร้ายไท่จื่อเฟย ทว่าตอนนี้ถูกจับตัวไปแล้ว มีคราบโลหิตมากมายบนร่างของนางพ่ะย่ะค่ะ”

            “...”

            นี่คือการตัดไฟแต่ต้นลม

            เมื่อฮั่วหมิงเชินได้ยินว่าไท่จื่อเฟยได้รับบาดเจ็บสาหัสเขาเป็นกังวลขึ้นมา ก่อนจะขอตัวกลับทันที

            ทว่าฮั่วเยี่ยนไหวถูกฮ่องเต้รั้งให้อยู่ต่อ

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอมองพยานสองคนที่มีนิสัยซื่อสัตย์นางก็รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย ตอนนี้พวกเขานับได้ว่าทำให้ไท่จื่อขุ่นเคือง ขอเพียงก้าวเท้าออกจากประตูวังพวกเขาย่อมอายุไม่ยืนแน่

            “พวกเจ้าเต็มใจมาทำงานที่จวนเซ่อเจิ้งอ๋องหรือไม่?”

            เมื่อทั้งสองคนรับปากก็ถูกอิ๋งเฟิงพาตัวออกไป

            ฮั่วเยี่ยนไหวที่ถูกฮ่องเต้รั้งไว้กล่าวกับไป๋เซี่ยเหอเพียงไม่กี่ประโยคจากนั้นไป๋เซี่ยเหอก็เดินออกมานอกประตูวังตามลำพังเตรียมจะขึ้นไปรอฮั่วเยี่ยนไหวในรถม้าเพื่อกลับจวนเซ่อเจิ้งอ๋องด้วยกัน

            “ไป๋เซี่ยเหอ เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น!”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592