“อ่อ .. ค่ะๆ” ลลิตาเอ่ยตอบรับแล้วรีบวิ่งขึ้นรถไปนั่งทางด้านข้างคนขับที่ว่างอยู่ทันที
จากนั้นคิมซองมินก็ขับรถออกไปทันทีที่หญิงสาวร่างบางปิดประตูรถ
@ภายในรถ
เมื่อขึ้นรถมาได้ทุกอย่างยังคงเงียบสนิท ไม่มีใครพูดคุยอะไรกัน ส่วนหญิงสาวก็กำลังส่งข้อความไปบอกทางทีมงานหลักว่าตนนั้นออกมากับสมาชิกทั้งสี่คนพร้อมทั้งยังส่งข้อความไปบอกอีจุนยองผู้ซึ่งเป็บอส ของหญิงสาวเองอีกด้วย
“ทำอะไรอะ!?!? ทำไมไม่พูดเลย” เฉินไท่หยางเอ่ยถามพร้อมเอามือเกาะเบาะรถด้านหน้าของตนพลางชะเง้อหน้าขึ้นมาเพื่อมองหญิงสาวร่างบางที่นั่งอยู่ทางด้านหน้า
“เอ่อ … ฉันส่งข้อความหาทีมงานอยู่ค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบ
“เลิกแทนตัวเองว่าฉันได้มั้ย?”คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
“นั่นสิๆ” เฉินไท่หยางเอ่ย
“คะ??” ลลิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง
“เลิกพูดคำว่าฉันกับพวกเราได้มั้ย?เห็นกับทีมงานด้วยกันเธอก็แทนตัวเองด้วยชื่อตลอด” คิมซองมินเอ่ยต่อ
“อ่อ … ได้ค่ะ แต่ที่แทนว่าฉัน ฉัน .. เอ้ย!! ลิลลี่คิดว่าเราไม่น่าจะสนิทกันน่ะค่ะ”ลลิตาเอ่ยชี้แจง
“ทำไมล่ะ?” อีฮยอนจินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“นั่นดิ” พัคจุนโฮเอ่ยต่อ
“ก็พวกคุณเป็ไอดอลและมีชื่อเสียงมากๆ เลยนี่คะ น่าจะไม่ได้อยากรู้จักทีมงานอย่างฉันเอ่อ .. ลิลลี่” ลลิตาเอ่ยตอบ
“ไม่เห็นจะเกี่ยว” คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
....RRRRRRR....
พี่จุนยอง สายเรียกเข้า
ลลิตารับรู้ถึงแรงสั่นเบาๆ ที่โทรศัพท์ของตัวเอง และหันมองหน้า จอโทรศัพท์ว่าใครติดต่อเข้ามาเมื่อเห็นว่าคืออีจุนยองจึงกดรับสายทันที
“ฮัลโหลค่ะพี่จุน” ลลิตาเอ่ยทักทายอีจุนยองอย่างเสียงใส
ทุกคนในรถก็เข้าสู่โหมดเงียบทันที ไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางรับสายโทรศัพท์
[ตอนนี้อยู่กับพวกเขาเหรอครับ?] อีจุนยองเอ่ยเสียงเรียบ
“ใช่ค่ะพี่จุน พวกพี่เขาชวนหนูออกมาซื้อของให้ทีมงานกันน่ะ” ลลิตาเอ่ย
[แต่รายการมันถ่ายทำอยู่นี่ครับ ถ้าติดหนูเข้าไปตอนออกอากาศรู้ใช่มั้ยว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นต่อมาแล้วพวกนั้นเขารู้หรือเปล่า!?!?] อีจุนยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“คะ คือหนู …” ลลิตาเอ่ยแต่ยังไม่ทันเอ่ยจบก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
“เปิดโฟน เดี๋ยวคุยให้” คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
“เอ่อ … ค่ะๆ” ลลิตาเอ่ยหันไปบอกคนเ้าของเสียงที่แทรกขึ้นมาหลังจากคิดสักพัก
“พี่จุนคะ หนูเปิดโฟนนะคะ พวกเขาจะคุยด้วยค่ะ” ลลิตาเอ่ยบอกคนในสาย
[ครับ … รู้ใช่มั้ยครับว่าพวกคุณถ่ายทำรายการกันอยู่ แล้วคุณพาน้องสาวผมออกไปแบบนี้ตอนออกอากาศจะทำยังไงกันครับ? คิดถึงผลที่จะตามมากันบ้างมั้ย!?!?]อีจุนยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“พวกผมขอโทษนะครับที่พาน้องสาวของคุณออกมาแบบนี้ แต่พวกผมหวังดีนะครับ และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”อีฮยอนจินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
[แล้วถ้ามีปัญหาล่ะครับ?] อีจุนยองเอ่ยถามต่ออย่างจริงจัง
“แต่ยังไงการตัดต่อก็จะอยู่กับทางทีมงานของพวกคุณนี่ครับ ผมว่าเราสามารถป้องกันปัญหานั้นได้นะครับไม่มีทางที่จะหลุดไปแน่นอน” พัคจุนโฮเอ่ยเสริม
“แต่ยังไงเธอก็เป็ทีมงานนี่ครับ ไม่น่าจะเป็อะไรหรือเปล่า!?!?” เฉินไท่หยางเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
[ผมไม่อยากให้น้องสาวของผมโดนปัญหาอะไรทั้งนั้นนะครับ และพวกคุณก็น่าจะรู้ดีว่าในวงการนี้มันเป็ยังไงนะ!?!?] อีจุนยองเอ่ยถามต่ออย่างจริงจัง
“พี่จุนใจเย็นๆ นะคะ” ลลิตาเอ่ยบอกคนในสายอย่างเสียงใจ ถึงใจจะเริ่มว้าวุ่นกับสิ่งต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วก็ตาม
“ผมจะดูแลน้องสาวของคุณให้นะครับ รับรองว่าจะไม่เกิดประเด็นใดๆ แน่นอน” คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
[ผมหวังว่าจะเป็แบบนั้นนะครับ อ่อ .. แต่ก็ขอบคุณด้วยที่พวกคุณช่วยน้องสาวของผมไว้เมื่อตอนบ่าย]อีจุนยองเอ่ยเสียงเรียบ
“ครับ / ครับ” เสียงของทั้งสี่คนเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
“เอ่อ … พี่จุนรู้แล้วเหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้น?” ลลิตาเอ่ยถามคนในสายพลางเปิดโฟนเพื่อไม่ให้คนอื่นๆในรถได้ยินด้วย
แต่เพราะความเงียบภายในรถทำให้ได้ยินเสียงของคนในสายอยู่ดี ซึ่ง … ลลิตาไม่รู้
[ครับ มีคนรายงานมาแล้ว ยกเว้นเ้าตัว] อีจุนยองเอ่ยเสียงเรียบ
“คะ คือ … หนูกะจะบอกพี่จุนหลังจากเดินทางกลับน่ะค่ะ พี่จุนจะได้รู้ว่าถึงหนูจะเป็ลมแต่หนูปลอดภัยดีแล้วหนูก็ไม่ได้ป่วยนะ หนูแค่ใเฉยๆ” ลลิตารีบเอ่ยชี้แจงอย่างยืดยาว
[ครับ พี่รู้แล้ว เราก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ นี่แค่วันแรกเองนะยังขนาดนี้ แล้วไหนจะไปข้างนอกอีก]อีจุนยองเอ่ย
“หนูจะดูแลตัวเองอย่างดีพี่จุนไม่ต้องเป็ห่วงน้าาา แต่หนูต้องวางแล้วนะคะพี่จุนน่าจะใกล้ถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” ลลิตาเอ่ยบอกคนในสาย
[ครับ มีอะไรก็โทรมานะ] อีจุนยองเอ่ย
“ค่าาา วางแล้วน้าา บ๊ายบาย” ลลิตาเอ่ยบอกกคนในสายอย่างเสียงใสพร้อมกดวางสายสนทนาไป
“เฮ้อออ เกือบตายๆ” ลลิตาถอนหายใจและเอ่ยบ่นออกมา
“ขอโทษด้วยนะคะที่พี่จุนยองพูดแบบนั้นกับพวกคุณ” ลลิตาเอ่ยขอโทษพร้อมหันเอียงไปก้มหัวเบาๆ
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเราเข้าใจ” อีฮยอนจินเอ่ย
“เอ๊ะ!! สรรพนามนี้ไม่ให้ผ่านอีกแล้วนะ พวกคุณอะไรกัน!! ต้องพวกพี่สิครับ!!”เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“ค่ะๆ พวกพี่ค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบพลางมองบน
“แต่ลิลลี่คุยกับพี่ชายน่ารักดีนะครับ” พัคจุนโฮเอ่ย
“แน่นอนค่ะ เพราะพี่จุนใจดีมากเลย” ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมอมยิ้ม
“แต่พี่ อีจุนยองเขาเป็คนเกาหลีไม่ใช่เหรอ? แต่น้องเขาไม่ใช่คนเกาหลีนี่ ผมได้ยินทีมงานคุยกัน” เฉินไท่หยางเอ่ยพร้อมหันไปหาคนข้างๆกาย
“อ่อ เราไม่ใช่พี่น้องทางสายเืกันหรอกค่ะ แต่พี่จุนยองก็เหมือนเป็พี่ชายแท้ๆของลิลลี่เลยค่ะ แล้วก็เป็ผู้ปกครองด้วยยย แถมตอนนี้ก็เป็เ้านายอีกด้วยนะคะ”ลลิตาเอ่ยตอบคนข้างหลังที่กำลังสงสัยอย่างเสียงใส
“อ่อ … แบบนี้นี่เอง” เฉินไท่หยางเอ่ย
“ใกล้ถึงแล้วนะ เตรียมตัวลงกันได้แล้ว” คิมซองมินเอ่ย
จากนั้นคิมซองมินก็หมุนพวงมาลัยเคลื่อนขับรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถบริเวณทางด้านหน้าทางเข้าของซูเปอร์มาร์เก็ต