ตอนที่25 เปลี่ยนเพลง
เมื่อซูหนิงหวงเข้ามาในห้องด้านในเขาพบว่ามีที่นั่งพร้อมตู้กระจกแต่งตัวให้บรรดาผู้เข้าร่วมแข่งขันใช้อุปกรณ์เสริมสวยได้ตาม้ามากกว่าสิบจุดทว่าบางคนหามุมสงบเต้นเพลงที่ซักซ้อมมาจากบ้าน บางคนดีดนิ้วคลอเพลงจากลำคอเบา ๆเป็การเตรียมความพร้อมก่อนถึงเวลาแสดงจริง บางคนดีดกีตาร์ประกอบการร้องเพลงไปด้วย
เด็กหนุ่มเดินไปนั่งบนเก้าอี้มุมหนึ่งทำสมาธิระงับความตื่นเต้นกังวลใจเพราะเป็การเข้าร่วมประกวดครั้งแรกในชีวิตซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนพลางรู้สึกได้ถึงเหงื่อออกเต็มฝ่ามือทั้งสองข้างจึงวางทาบเหนือเข่าซึ่งเป็กางเกงยีนขายาวสีดำแล้วถูเบาๆ ไปมาด้วยความกังวลใจ
“นายเพิ่งมาครั้งแรกเหรอ”
พลันมีเสียงใสกังวานของวัยรุ่นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายพร้อมถือวิสาสะทรุดนั่งบนเก้าอี้ข้างกายซูหนิงหวงทันใดพี่สามแห่งตระกูลซูหันขวับไปมองทางขวามือด้วยความแปลกใจพลางััได้ถึงมิตรภาพจากอีกฝ่ายซึ่งกำลังนั่งยิ้มโชว์แก้มบุ๋มและฟันเขี้ยวมีเสน่ห์ทำให้ใบหน้าวัยรุ่นคนนั้นดูดีหล่อเหลามากขึ้นจนรู้สึกตาพร่าในบัดดล
“ใช่.....ฉันเพิ่งมาครั้งแรกแล้วนายล่ะ”
ซูหนิงหวงระงับความตื่นเต้นได้อย่างรวดเร็วซึ่งประหลาดใจในตนเองยิ่งนักพลางถามอีกฝ่ายกลับคืนด้วยความสนใจใคร่รู้
โหวลี่ิเป็ลูกชายของรองนายกเทศมนตรีโหวซื่อหยุนเขารู้สึกถูกชะตาเด็กหนุ่มร่างเล็กผู้เดินเข้ามาแล้วหามุมสงบโดยไม่คิดสนใจไปสอบถามผู้คนจึงอยากสนทนาด้วยก่อนตอบเพื่อนใหม่ด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า
“ครั้งนี้ครั้งที่สองครั้งแรกฉันไปประกวดที่ซานตง แต่ตกรอบไฟนอลโชคดีปีนี้เพิ่มรอบบลายด์ออดิชันแถวบ้าน ก็เลยอยากมาลองใหม่เพราะรู้ช่องทางแล้วฉันมั่นใจว่าเตรียมตัวมาดีทีเดียว”
ซูหนิงหวงตาโตด้วยความตื่นเต้นยินดีเพราะอยากรับรู้แนวทางการแข่งขันบ้างจึงสอบถามอีกฝ่ายโดยไม่ลืมแนะนำตัวก่อนอย่างมีมารยาทว่า
“จริงเหรอ?! ว้าว!นายเยี่ยมมาก! ฉันชื่อซูหนิงหวง ปีนี้อายุสิบสามแล้วว่าแต่นายชื่ออะไรเหรอ”
“สวัสดีฉันชื่อโหวลี่ิ เรียกลี่ิก็ได้ ปีนี้อายุสิบสี่ละแสดงว่านายเป็น้องฉันปีนึงสินะ งั้นนายก็ต้องเรียกพี่ใหญ่ลี่ิส่วนฉันจะเรียกนายว่าเสี่ยวหวงละกัน”
โหวลี่ิแนะนำตัวด้วยท่าทีผ่อนคลายทั้งยังบอกนามเรียกขานระหว่างกันด้วยความรู้สึกสนิทสนมอย่างบอกไม่ถูก
“ได้สิพี่ใหญ่ลี่ิว่าแต่การแข่งขันคราวที่แล้วเป็ไงมั่ง เล่าให้ฉันไว้เป็ความรู้หน่อยสิ”
ซูหนิงหวงกำหมัดชนกับอีกฝ่ายซึ่งเป็การทักทายระหว่างกันตามประสาเด็กหนุ่มโดยโหวลี่ิผู้หล่อเหลาเป็ฝ่ายยื่นหมัดออกมาก่อน พลางถามถึงประสบการณ์แข่งขันจากคราวก่อนด้วยท่าทีกระตือรือร้นเป็อย่างยิ่ง
“ได้สิเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง มันเป็อย่างนี้.....”
โหวลี่ิยิ้มกว้างพอใจเพราะมีคนเห็นความสำคัญตนเองจึงยินดีบอกเล่าประสบการณ์เป็วิทยาทานให้รุ่นน้องรับรู้ทั้งสองคนพูดคุยกันออกรสได้เพียงชั่วครู่เพราะมีเ้าหน้าที่ชายเรียกขานลำดับที่ของโหวลี่ิในลำดับศูนย์ศูนย์สามสาม ซึ่งเป็ลำดับก่อนหน้าซูหนิงหวงเพียงสองลำดับให้ออกไปเตรียมตัวทำการแสดงได้แล้ว
“โอเค ฉันไปก่อนนะ...ถ้าพวกเราเจอกันอีกฉันจะเล่าให้ฟังต่อขอให้นายผ่านรอบนี้ให้ได้ล่ะ แล้วฉันจะรออยู่รอบไฟนอล”
โหวลี่ิผู้มีส่วนสูงมากถึงหนึ่งร้อยหกสิบเิเเขาลุกขึ้นยืนพลางตบบ่าให้กำลังใจรุ่นน้อง ก่อนพูดถึงอนาคตซึ่งยังมาไม่ถึงแต่เขามั่นใจว่าตนสามารถผ่านรอบบลายด์ออดิชันได้อย่างแน่นอนพอผ่านรอบนี้แล้วจะต้องไปรับทราบข้อมูลกับทางเ้าหน้าที่อีกครั้ง ทั้งจะต้องจับฉลากลำดับที่ในการแข่งขันรอบเซมิไฟนอลต่อไปฉะนั้นจึงอาจไม่มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนใหม่อีก
“ขอบคุณครับ”
ซูหนิงหวงยิ้มรับคำอวยพรจากรุ่นพี่หน้าใหม่ด้วยความอบอุ่นหัวใจพลางรู้สึกดีเพราะมีโอกาสรับรู้ประสบการณ์จากอีกฝ่ายเล็กน้อยเนื่องจากมีเวลาจำกัด แต่ตระหนักได้ว่าเป็เทคนิคสำคัญซึ่งอาจช่วยให้ตนเดินตามความฝันได้จริงเขาพึมพำทบทวนเทคนิคจากรุ่นพี่ด้วยความเชื่อมั่นว่า
“รุ่นพี่บอกว่าจะต้องทำตัวให้แตกต่างถึงจะดึงดูดความสนใจจากกรรมการได้ เพลงจีนมันธรรมดาเกินไปเพราะยังไงก็เป็ภาษาแม่ที่ทุกคนควรจะร้องได้ แต่ถ้าเป็เพลงสากลออกเสียงหรือสำเนียงได้ถูกต้องแล้วสามารถดึงผู้ชมให้มีส่วนร่วมกับเราได้ นั่นจะทำให้ได้คะแนนจากผู้ชม ดีไม่ดีกรรมการยังจะกดผ่านให้อีกเอาตามแบบรุ่นพี่ว่ามาแล้วกัน”
พี่สามแห่งตระกูลซูพลันได้ยินเสียงเพลงสากลอันไพเราะดังกังวานขึ้นซึ่งเล็ดลอดออกมาจากม่านประตูเข้ามาสู่ห้องเตรียมตัวพลางมั่นใจว่าเป็เสียงร้องเพลงของโหวลี่ิจึงลอบพยักหน้าตกลงกับตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงเพลงใหม่สำหรับใช้ในรอบบลายด์ออดิชันเพราะรับรู้เทคนิคมาจากรุ่นพี่แล้วฉะนั้นจึง้าทดสอบว่าจะผ่านรอบนี้ได้หรือไม่
เพลงสากลเหรอ...มันเป็ยังไงพี่สามร้องให้ข้าฟังเลย ข้าจะเอาใจช่วยให้ผ่าน ข้าอยากฟังเพลงสากล!!!อยากรู้ว่ามันจะร้องแบบไหนแล้วเป็ภาษาอะไรกันแน่ ทำไมถึงเรียกว่าสากล
เศษเสี้ยวจิติญญาเทพตัวน้อยตาโตเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นยินดีนางอยากฟังเพลงแบบอื่นบ้างเพราะเคยฟังเพลงจีนของพี่สามเมื่อครั้งทำการแสดงให้ชายชราซูเกอรับชมไปแล้วด้วยอยากรู้ว่าภพโลกมีเพลงแบบใดอีกที่ไพเราะหรือน่าสนใจ
เด็กหนุ่มไม่สามารถนั่งรอให้เ้าหน้าที่เรียกขานได้ดังเดิมจึงเดินออกไปยืนรออยู่ต่อท้ายผู้เข้าแข่งขันลำดับก่อนหน้าซึ่งอยู่ใกล้ช่องทางออกสู่ห้องทำการประกวดรอบบลายด์ออดิชันโดยมีเสียงเล็ดลอดออกมาชัดเจนขึ้น พลางพยักหน้าชื่นชมต่อเสียงร้องอันไพเราะจับใจของรุ่นพี่โหวลี่ิทั้งไม่แปลกใจหากเขาได้รับคัดเลือกผ่านรอบนี้ไปได้
ครู่หนึ่งซูหนิงหวงได้ยินเสียงปรบมือดังลั่นแล้วมีเสียงกรรมการชายหญิงสามคนพูดผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า
“ว้าว! อะเมซิ่ง!เธอทำการแสดงได้ยอดเยี่ยมที่สุดเลย โหวลี่ิพวกเราเชื่อว่าเธอจะต้องได้รับคัดเลือกเป็เทรนนีของโพรเจกต์นี้แน่นอนขอให้โชคดีในรอบเซมิไฟนอลนะ”
“เพอร์เฟ็กต์ที่สุด!ฉันไม่เคยเห็นการแสดงของผู้เข้าแข่งขันคนไหนทำได้ดีขนาดนี้มาก่อนช่างเป็รอบบลายด์ออดิชันที่มีสีสันที่สุด ทำได้ดีมากโหวลี่ิขอให้ทำดีกว่าเดิมในรอบเซมิไฟนอลด้วยล่ะ”
“เก่งมาก! การแสดงของคุณมันจับใจฉันฉันไม่กล้ากระพริบตาด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าจะมองเห็นไม่ถนัด เยี่ยมมาก! ฉันประทับใจการแสดงของคุณจริง ๆ”
ต่อจากนั้นมีเสียงกล่าวขอบคุณของโหวลี่ิผ่านไมโครโฟนโดยมีเสียงหอบเหนื่อยแทรกออกมาร่วมด้วยว่า
“ขอบคุณ.....ขอบคุณกรรมการทุกท่านครับผมจะทำให้ดียิ่งขึ้นในรอบเซมิไฟนอลครับ”
ซูหนิงหวงเบิกตากว้างด้วยความยินดีกับรุ่นพี่ผู้เป็เพื่อนใหม่เขากำหมัดแน่นมั่นใจต่อเทคนิคอันล้ำค่าจากรุ่นพี่ด้วยคิดว่าจะช่วยให้ตนผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลได้แน่นอน พลางพึมพำแ่เบาว่า
“เจ๋งสุด ๆไปเลย พี่ใหญ่ลี่ิเก่งสมกับที่เล่าให้ฟัง ถ้างั้นฉันก็จะทำตามอย่างเขา...แต่จะประยุกต์เป็สไตล์ของฉันเองหวังว่ากรรมการจะมองเห็นอะไรในตัวฉันบ้างแล้วให้ฉันผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลด้วยเถอะ”
พี่สามแห่งตระกูลซูเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาทันทีทันใดพอได้ยินกรรมการเรียกลำดับก่อนหน้าตนให้เข้าสู่ห้องทดสอบรอบบลายด์ออดิชันเขาเดินเข้าไปบอกเ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเครื่องเสียงเพราะตั้งใจเปลี่ยนเพลงใหม่จากเดิมเป็เพลงวัยรุ่นกำลังฮิตในจีนซึ่งโด่งดังเป็อย่างมากใน่ปีสองพันสิบหกนี้ด้วยการเปลี่ยนเป็เพลงสากลที่มีความโด่งดังเช่นกันโดยเลือกหนึ่งในเพลงฮิตของชาลีพุทนั่นคือเพลง “วีดอนทอล์กเอนีมอร์”
ครั้นการแสดงของผู้เข้าแข่งขันลำดับศูนย์ศูนย์สามสี่เสร็จสิ้นโดยไม่มีกรรมการคนใดให้ผ่านรอบบลายด์ออดิชันยิ่งทำให้ซูหนิงหวงมั่นใจต่อการเลือกเพลงสากลอันโด่งดังของตนในทันใด
“ฉันต้องทำให้ได้! ฉันต้องผ่านรอบนี้ให้ได้!”
เด็กหนุ่มกำหมัดซ้ายแน่นด้วยความมั่นใจขณะมือขวาถือไมโครโฟนลอยไว้กับตัวเพราะมีเ้าหน้าที่นำมายื่นให้พอดีเขาไม่จำเป็ต้องทดสอบความดังของไมโครโฟนเพราะเชื่อมั่นว่าเ้าหน้าที่ตรวจสอบมาแล้วเป็อย่างดี
กระทั่งได้ยินชื่อพิธีกรประกาศเรียกลำดับตนให้เข้าสู่การทดสอบรอบบลายด์ออิชันเสียทีจึงก้าวเดินตรงเข้าไปในห้องทดสอบด้วยท่วงท่ามั่นใจเป็อย่างยิ่งเพราะคิดว่าภายในห้องคงมีเพียงกรรมการสามคนและผู้ชมไม่มากนัก
อย่างไรก็ตามพอซูหนิงหวงก้าวเข้าสู่ห้องทดสอบรอบบลายด์ออดิชันเขาหยุดชะงักครู่หนึ่งอย่างตื่นตะลึงเพราะภายในห้องไม่ได้มีแค่กรรมการชายสองคนและหญิงหนึ่งคนนั่งระหว่างกลางประจำแท่นกรรมการตัดสินผลการแข่งขันเท่านั้น
ด้วยภายในห้องทดสอบรอบบลายด์ออดิชันยังมีมีจอภาพขนาดใหญ่แสดงจำนวนผู้ชมจากภายนอกซึ่งแบ่งออกเป็สองฝั่งชัดเจนฝั่งขวามือเป็ผู้ชมจำนวนมหาศาลจากทางบ้านขณะหน้าจอฝั่งซ้ายมือเป็ผู้ชมซึ่งอยู่ชั้นล่างของอาคารแห่งนี้ ส่วนพื้นที่ตรงกลางเป็กลุ่มผู้ชมหลากหลายกลุ่มอายุซึ่งนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ราวห้าสิบคนกล่าวได้ว่ามีจำนวนผู้ชมเนืองแน่นจนคาดไม่ถึง
โอ้โฮ!การทดสอบบลายด์ออดิชันนี่มันน่าตื่นเต้นซะจริง ดูนั่นสิ! มีคนถูกขังอยู่ในจอแก้วด้วยแต่ทำไมพวกเขาไม่เห็นร้องไห้จะเป็จะตายเลยล่ะ มีแต่ยืนออกันเหมือนกำลังดูอะไรสักอย่าง.....หรือว่า?! พวกเขากำลังดูพี่สามผ่านห้องขังนั่น!
เทพตัวน้อยัับรรยากาศรอบตัวซูหนิงหวงได้เลือนรางทว่านางสามารถวิเคราะห์แล้วพบความผิดปกติบางอย่างซึ่งไม่เหมือนตามที่คาดเดาไว้จึงอยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าการแข่งขันในชื่อประหลาดจะดำเนินต่อไปอย่างไร
ซูหนิงหวงหลับตาลงแว่บหนึ่งเพื่อระงับความตื่นเต้นซึ่งบังเกิดขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อนฉีกยิ้มกว้างแล้วก้าวต่อไปตามเทคนิคเสริมกำลังใจตนเองจากรุ่นพี่เขาละความสนใจจอภาพที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังจ้องมองตนอยู่แต่หันกลับมาให้ความสนใจกรรมการผู้ชี้ชะตาทั้งสามคนเท่านั้นเพราะนี่ต่างหากคือผู้ตัดสินว่าตนจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลได้หรือไม่
“แนะนำตัวหน่อยสิคะ”
กรรมการหญิงผมยาวสลวยในชุดเดรสกระโปรงสั้นเกาะอกอวดรูปร่างเพรียวสวยเธอแจ้งให้เด็กหนุ่มท่าทางประหม่าเล็กน้อยพูดแนะนำตัวก่อนเริ่มทำการแสดงด้วยความสนใจถึงแม้จะมีประวัติคร่าว ๆ อยู่ในแฟ้มต่อหน้าแล้วก็ตาม
“สวัสดีครับผมชื่อซูหนิงหวง อายุสิบสามปี ความฝันของผมคือการได้เป็ไอดอลครับ”
ซูหนิงหวงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกแว่บหนึ่งก่อนตอบคำถามกรรมการหญิงโดยรู้สึกได้ว่าตนหายจากอาการประหม่าโดยไม่รู้สาเหตุจึงกล่าวแนะนำตัวด้วยท่วงท่าเป็ธรรมชาติ ทั้งยังส่งยิ้มให้กรรมการและบรรดาผู้ชมอย่างผ่อนคลาย
“ไม่เลวนี่สิบสามปีกำลังพอดีเลย ไหนลองแสดงความสามารถให้ชมหน่อยสิ”
กรรมการชายใส่แว่นตานั่งอยู่ฝั่งขวามือของกรรมการหญิงตรงกลางเขาขยับแว่นตามองเด็กหนุ่มยืนต่อหน้าซึ่งอยู่ห่างจากโต๊ะยาวของกรรมการราวสามเมตรด้วยความสนใจพลางเอ่ยปากอนุญาตให้เริ่มทำการแสดงได้เพราะอยากทำงานให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
“ขอบคุณครับ”
ซูหนิงหวงยิ้มพร้อมก้มศีรษะกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาทพอทำสมาธิได้ในเวลาเพียงหนึ่งถึงสองวินาทีเขายกนิ้วโป้งพร้อมผินหน้าไปทางซ้ายมือเพื่อส่งสัญญาณความพร้อมแก่ทีมช่างเทคนิคก่อนจะมีเสียงดนตรีของเพลง “วีดอนทอล์กเอนีมอร์” ดังกระหึ่มขึ้นมา