เมื่อนักเรียนคลาสธาตุดินมาถึงห้องปรุงยา อาจารย์แม๊กจึงได้จัดให้นักเรียนคลาสธาตุดินไปนั่งที่โต๊ะซึ่งติดริมหน้าต่าง โดยแถวถัดมาคือนักเรียนจากคลาสธาตุลม ไฟ และน้ำ ตามลำดับทำให้ในห้องปรุงยาในตอนนี้เต็มไปด้วยนักเรียนกว่าร้อยชีวิต
“สวัสดี อาจารย์ชื่ออาจารย์แม๊กนะ” อาจารย์แม๊กเริ่มกล่าวแนะนำตัวต่อหน้านักเรียนทั้งหมด
“สวัสดีครับ/ค่ะ” นักเรียนทั้งหมดต่างก็กล่าวสวัสดีตอบรับโดยพร้อมเพรียงกัน
“วันนี้รู้ไหมว่าเราจะเรียนอะไรกัน” อาจารย์แม๊กถาม
“เรียนเื่การปรุงยาค่ะ” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าเป็คนตอบ
“ดีมาก พวกเธอทุกคนคงได้เห็นฝนนั้นแล้วใช่ไหม”อาจารย์แม๊กถามต่อ
“เห็นแล้วครับ/ค่ะ” เหล่านักเรียนตอบ
“ดังนั้นในวันนี้อาจารย์จะสอนการปรุงยาหยาดโลหิตเพื่อใช้ชะลอผลของคำสาปของฝนพวกนี้ให้นะ”อาจารย์แม๊กพูดต่อ
“อาจารย์ค่ะ เมื่อกี้อาจารย์พูดว่าชะลอใช่ไหมค่ะ”แซนดี้ยกมือขึ้นถาม
“ใช่คนที่โดนฝนนี่เข้าไปจะไม่มีวันรักษาด้วยยาหายแน่นอน เว้นแต่จะได้รับการถอนคำสาปแต่บางครั้งการรอความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวก็ไม่ทันการดังนั้นอาจารย์จึงได้สอนวิธีปรุงยาหยาดโลหิตให้พวกเธอยังไงละเพราะมันจะช่วยชะลอผลของคำสาปที่ได้รับมาจากฝนนี้ได้แต่ก็ยังจำเป็ที่จะต้องได้รับการถอนคำสาปอยู่ดีนะ” อาจารย์แม๊กอธิบาย
“เอาละมาเริ่มการปรุงยากันเลยดีกว่า” อาจารย์แม๊กพูดจบแล้วจึงเริ่มสอนการปรุงยาให้แก่เหล่านักเรียนทั้งหมด
ณตึกสูงสีขาว ขนาดใหญ่ ซึ่งมีสัญลักษณ์หน่วยปกป้องพิเศษ ที่ลักษณะเป็คนถือรูปโล่ประดับไว้ใจกลางทางเข้า ในตอนนี้ที่นี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ที่เดินกันไปมาและในห้องประชุมของอาคารนั้นเอง
“แบรนดิช รู้ยังว่าเวทย์นภากลืนกินเป็ฝีมือของใคร”ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเอ่ยถาม
“ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครคือผู้อยู่เื้ัครับแต่เราพบคนที่น่าสงสัยแล้วครับ” แบรนดิชตอบ
“ใครกันละ” ชายคนเดิมเอ่ยถามต่อ
“นี่ครับ” แบรนดิชพูดก่อนจะฉายรูปภาพขึ้นจอโปรเจคเตอร์ทำให้เห็นชายรูปร่างสันทัด ดูแข็งแรง กำยำ กำลังยืนถือลุกแก้วที่เรืองแสงอยู่ในมือ
“หน่วยปกป้องพิเศษของเราคนนึง สามารถถ่ายภาพเขาไว้ได้ ในระหว่างที่กำลังค้นหาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคำสาปของเวทย์นภากลืนกินครับ”แบรนดิชพูด
“และจากหน้าตา ทำให้เราสามารถสืบลงไปได้อีกจึงรู้ว่า ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่า อเล็กซ์ ตอนนี้ผมได้ส่งหน่วยปกป้องพิเศษที่อยู่ในสังกัดของผมแอบสะกดรอยตามเขาไปอยู่เพื่อให้รู้ว่าเขาได้ร่วมมือกับใครไหม หรือแผนทั้งหมดนี้เขาเป็คนทำเองคนเดียว”แบรนดิชตอบ
“แล้วของที่เขาถือในมือนั้นคืออะไร” ชายที่นั่งหัวโต๊ะถามต่อ
“จากการสังเกตเราคาดว่าเป็ลูกแก้วเก็บิญญาครับ”แบรนดิชตอบทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นภายในห้อง ก่อนที่ชายซึ่งนั่งตรงหัวโต๊ะจะสั่งให้ทุกคนนั้นเงียบเสียงลง
“พลังิญญาพลังงานบริสุทธิ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกรูปแบบแต่เพราะเป็พลังงานที่ต้องเอามาจากสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ทำให้เป็สิ่งต้องห้ามที่ห้ามใครถือครองโดยเด็ดขาดแต่เมื่อเวทย์มนตร์นภากลืนกินถูกใช้เพื่อการรวบรวมสิ่งนี้ ก็คิดได้อย่างเดียวว่าพวกมันต้องนำไปใช้ทำเื่ไม่ดีแน่นอนขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกะทันหันและแบรนดิชจับตาชายคนนั้นต่อไป ถ้ามีแววว่าเ้านั้นจะรู้ตัวก็จับกุมได้เลย”ผู้ชายที่หัวโต๊ะสั่ง
“ครับ” ทุกคนภายในห้องขานรับ ก่อนจะแยกย้ายกันออกจากห้องประชุมไป
ณ ห้องปรุงยาในตอนนี้ ไฮด์ที่กำลังต้มดอกกระเจี๊ยบอยู่ในบีกเกอร์ซึ่งตั้งอยู่บนเตาไฟฟ้า เมื่อน้ำในบีกเกอร์ค่อย ๆเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง ไฮด์จึงได้เติมเกลือ และน้ำตาลทรายเข้าไปจากนั้นใช้แท่งแก้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดในบีกเกอร์ผสมเข้าด้วยกันก่อนจะเติมเืของงูเผือกเข้าไปตามสูตรที่อาจารย์แม๊กได้ให้ไว้แล้วน้ำในบีกเกอร์จากสีแดง ก็เริ่มมีสีเข้มขึ้นเพราะเืของงูเผือกที่ใส่ตามลงไปทีหลังไฮด์จึงใช้แท่งแก้วคนอยู่สักพักก่อนจะปิดเตา แล้วพักให้น้ำในบีกเกอร์เย็นลงก็เป็อันเสร็จ
“ใช้ได้สีสวยดี” อาจารย์แม๊กที่เดินดูการปรุงยาของนักเรียนอยู่หันมาเห็นยาหยาดโลหิตของไฮด์พอดีจึงได้เอ่ยชมทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนหันมามองยาหยาดโลหิตที่อยู่ภายในบีกเกอร์ของไฮด์
“ขอบคุณครับ” ไฮด์กล่าวขอบคุณอาจารย์แม๊กอาจารย์แม๊กพยักหน้ารับคำขอบคุณก่อนจะเดินไปตรวจยังโต๊ะอื่นๆ ต่อไป
“ไฮด์ ไหนแกลองดื่มยานั้นดิ” บิลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น
“แกจะลองกินเองไหมละบิล” ไฮด์พูดจบจึงยื่นยาส่งไปให้บิล
“เฮ้ย บิลเมื่อไหร่ของแกจะเสร็จ” แคลนที่ปิดเตาพักยาหยาดโลหิตให้เย็นลง พูดขึ้น
“แคลน ไฮด์ พวกแกก็มาช่วยกันทำหน่อยดิ” บิลพูดขึ้น
“หัดทำด้วยตัวเอง จะได้ปรุงเป็ไม่ต้องพึ่งคนอื่น”จู่ ๆเสียงอาจารย์แม๊กก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ทั้งสามคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่หันกลับไปมอง
“ครับ” บิลพูดขึ้นในขณะที่แคลนและไฮด์กำลังพยายามกลั้นหัวเราะอยู่
“ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแกสองคน” บิลพูดกระซิบด้วยเสียงเบา ๆ ขึ้นมา
“ฝากอะไรนะ” อาจารย์แม๊กที่กำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะหน้าห้องได้ยินเข้าพอดีจึงถามขึ้น
“เปล่าครับ” บิลพูดก่อนจะมองหน้าเพื่อนทั้งสองของเขาที่ตอนนี้พยายามกลั้นหัวเราะอย่างถึงที่สุดซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนัก เหล่านักเรียนในห้องก็เริ่มปรุงยากันเสร็จ แล้วจึงค่อย ๆส่งยาหยาดโลหิตให้อาจารย์แม๊กดู จนอาจารย์แม๊กเห็นว่าทุกคนสามารถปรุงยาหยาดโลหิตได้แล้ว
“ในเมื่อทุกคนปรุงยาหยาดโลหิตกันได้แล้วก็ดื่มยาที่ตัวเองปรุงไปให้หมด” อาจารย์แม๊กกล่าวพร้อมหันมายิ้มให้พวกนักเรียนที่ตอนนี้กำลังจ้องมองไปยังน้ำสีแดงเข้มที่ได้ย้ายจากบีกเกอร์ไปไว้ในหลอดแก้วของตัวเอง
“ไม่ต้องกลัว กินไปให้หมด” อาจารย์แม๊กบอกพร้อมยิ้มยิงฟันขาวให้แก่เหล่านักเรียน
ในอีกด้าน ที่โต๊ะของไฮด์และเพื่อนของทั้งสองคนยืนอยู่นั้นเอง
“ได้กินเองสมใจไหมละบิล” ไฮด์พูดกับบิล
“ใครจะไปคิดว่าพี่แกจะให้พวกเรากินด้วยนี่หว่า”บิลพูดขึ้น
“เอาไงดี” แคลนถามขึ้น
“หมดในกรึบเดียว” บิลพูดแล้วทั้งสามคนก็จ้องเข้าไปในหลอดแก้วของตัวเองก่อนจะยกขึ้นมาดื่มจนหมดหลอดภายในครั้งเดียวแต่นั้นก็ทำให้ทั้งสามคนใกับรสชาติของยาที่พวกเขาปรุงขึ้นมาเองมันมีรสชาติที่หวาน และให้ความรู้สึกสดชื่นอีกทั้งยังรู้สึกเหมือนได้ดื่มน้ำเข้าไปด้วยช่วยให้ความกระหายจากการขาดน้ำลดลงไปมาก
“เป็ไงรสชาติไม่เหมือนที่คิดใช่ไหม” อาจารย์แม๊กถามเมื่อเห็นนักเรียนหลายคนเริ่มดื่มยาของตัวเองกันหมดแล้ว
“ครับ/ค่ะ” นักเรียนทุกคนตอบพลางยิ้มพลางเพราะไม่คิดว่ารสชาติมันจะดีกว่าที่คิดขนาดนี้หลังจากนั้นอาจารย์แม๊กจึงได้ให้นักเรียนทุกคนทำความสะอาดอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนจะเลิกคลาสไปให้นักเรียนทุกคนได้กลับไปยังห้องของตัวเอง