แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องผ่านม่านเมฆที่เริ่มจางหายไปเผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามที่ถูกชะล้างจนสะอาดสะอ้านราวกับไม่เคยมีพายุร้ายใดๆพัดผ่านมาก่อน อรุณรัศมีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าร่างกายของเธอยังคงเ็ปรวดร้าวราวกับถูกบดขยี้ แต่ความรู้สึกกดดันมหาศาลที่เคยถาโถมเข้ามากลับหายไปจนหมดสิ้นเธอพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองสำรวจรอบกายด้วยความงุนงง บนพื้นหินรอบๆตัวเธอมีรอยไหม้เกรียมเป็วงกว้างต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างเหี่ยวเฉาและไหม้เกรียมราวกับถูกไฟเผาแต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ กระท่อมไม้เล็กๆ ของพิธายังคงตั้งตระหง่านอยู่ได้อย่างไร้รอยขีดข่วนราวกับว่ามันถูกปกป้องด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น
"ศิษย์พี่พิธา... ท่าน...ท่านไม่เป็อะไรใช่ไหมเ้าคะ?" อรุณรัศมีพยายามเปล่งเสียงออกมาแต่ลำคอของเธอกลับแห้งผากและเ็ป
พิธาที่กำลังนั่งสบายๆอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวโปรด จิบชาสมุนไพรอย่างไม่สะทกสะท้าน หันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย"ไม่เป็อะไรหรอกศิษย์น้อง! แค่ฟ้าผ่าไม่กี่ทีเอง!ศิษย์น้องต่างหากที่ดูเหมือนจะเจ็บหนักนะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆราวกับเพิ่งจะผ่านเื่เล็กน้อยมาเท่านั้น
อรุณรัศมีมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนความทรงจำของเธอดูลางเลือง สมาธิของเธอที่ถูกรวบรวมเพื่อย่อยการตระหนักรู้และพัฒนาร่างกายและตั้งสมาธิเพื่อรับทัณฑ์์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเร็วเกินกว่าที่เธอจะตั้งสติได้ ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่อาจเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้เธอคิดว่าต้องมียอดฝีมือลึกลับบางคนเข้ามาช่วยเหลืออย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นพิธาจะรอดมาได้อย่างไร? และทัณฑ์์ที่รุนแรงถึงเพียงนั้นจะหายไปได้อย่างไรกัน?
"ศิษย์พี่... ทัณฑ์์...มันหายไปได้อย่างไรเ้าคะ?แล้วยอดฝีมือท่านนั้น... ท่านอยู่ที่ไหน?" อรุณรัศมีถามด้วยความกระตือรือร้น
พิธาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจริงจังที่แฝงไว้ด้วยความขบขัน "โอ้ ศิษย์พี่เป็คนสับสายฟ้านั่นเองล่ะศิษย์น้อง!มันเสียงดังเกินไป รบกวนพวกเรา!" เขากล่าวพลางยกมือขึ้นทำท่าสับขวานกลางอากาศ
อรุณรัศมีถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเจื่อนๆ 'ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างเป็คนที่มีอารมณ์ขันจริงๆ!ทัณฑ์์ระดับเซียนจะถูกสับทิ้งได้อย่างไรกัน!ท่านคงจะเข้าใจผิดคิดว่าข้าเป็เด็กน้อยที่ไร้เดียงสาถึงได้พูดจาเหลวไหลเช่นนี้!'เธอคิดในใจพลางส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ศิษย์พี่...ท่านคงจะเหนื่อยมากนะเ้าคะ! ทัณฑ์์เมื่อคืนนี้รุนแรงมากจริงๆ!ข้าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว!" อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
พิธาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย"ใช่แล้วศิษย์น้อง! เสียงดังจนปลาในบ่อของข้าใหมดเลย!ข้าต้องใช้เวลาปลอบอยู่นานกว่าพวกมันจะยอมกินอาหาร!"เขากล่าวพลางถอนหายใจราวกับเป็เื่ที่น่าหนักใจที่สุดในโลก
อรุณรัศมีถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง 'ปลาในบ่อ!?ท่านเป็ห่วงปลาในบ่อมากกว่าชีวิตของข้าอีกหรือเ้าคะ!?' เธอรู้สึกทั้งขบขันและหงุดหงิดในเวลาเดียวกันแต่ก็เข้าใจดีว่าพิธาเป็คนเช่นนี้ เขาชอบพูดจาแปลกๆ และทำตัวสบายๆ อยู่เสมอ
"ศิษย์พี่...ข้าคิดว่าเมื่อคืนนี้ต้องมียอดฝีมือลึกลับเข้ามาช่วยเหลือพวกเราอย่างแน่นอน!ไม่เช่นนั้นทัณฑ์์ที่รุนแรงถึงเพียงนั้นจะหายไปได้อย่างไร? ข้าประมาทไปแล้วจริงๆ ต่อไปข้าต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะได้ไม่เป็ภาระของผู้อื่นอีกต่อไป!"อรุณรัศมีกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พิธาเพียงแค่ยักไหล่เล็กน้อย"แล้วแต่ศิษย์น้องเถอะ! แต่ข้าว่าศิษย์น้องก็แข็งแกร่งพอแล้วนะ!แค่คิดอะไรนิดหน่อยก็เรียกทัณฑ์์ระดับเซียนมาได้! ไม่ธรรมดาจริงๆ!"เขากล่าวพลางยิ้มกริ่ม
อรุณรัศมีหน้าแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย'ศิษย์พี่พิธา... ท่านช่างพูดจาเกินจริงนัก!'
หลังจากนั้นไม่นาน พิธาก็ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปในกระท่อมเล็กน้อยก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถุงผ้าขนาดเล็กที่ดูเก่าแก่และขาดรุ่งริ่ง
"ศิษย์น้อง!นี่คือโอสถเม็ดบำรุงิญญาที่ข้าสะสมมาตลอดหลายปี!ข้าเห็นว่าศิษย์น้องาเ็หนักจากการตระหนักรู้เมื่อคืนนี้!เอาไปใช้ฟื้นฟูร่างกายเถอะ!" พิธากล่าวพลางยื่นถุงผ้าให้เธอ
อรุณรัศมีรับถุงผ้ามาด้วยความประหลาดใจเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าภายในเต็มไปด้วยโอสถเม็ดสีต่างๆ นับสิบเม็ดแต่ละเม็ดล้วนเปล่งประกายออร่าของพลังปราณที่บริสุทธิ์ออกมาอย่างเข้มข้นเธอจำได้ว่าโอสถเม็ดบำรุงิญญาเหล่านี้มีราคาแพงมาก และหายากยิ่งนักแม้แต่ศิษย์หลักของสำนักก็ยังไม่สามารถหามาได้ง่ายๆ
"ศิษย์พี่! นี่...นี่มันโอสถเม็ดบำรุงิญญา! ท่าน... ท่านมอบให้ข้าทั้งหมดเลยหรือเ้าคะ!?" อรุณรัศมีถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือดวงตาของเธอแดงก่ำด้วยความซาบซึ้ง
พิธาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ"ก็ข้าไม่ค่อยได้ใช้หรอกศิษย์น้อง! ส่วนใหญ่ก็เอาไว้เป็อาหารปลาในบ่อบ้างเอาไว้ขว้างเล่นบ้าง! ศิษย์น้องเอาไปใช้เถอะ! อย่าคิดมาก!"
อรุณรัศมีถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง 'เอาไว้เป็อาหารปลา!?เอาไว้ขว้างเล่น!? โอสถเม็ดบำรุงิญญาอันล้ำค่าเหล่านี้เนี่ยนะ!?'เธอส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจแต่ในใจกลับยิ่งรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของพิธามากขึ้นไปอีก
'ศิษย์พี่พิธาช่างเป็คนใจดีจริงๆ!แม้ว่าท่านจะไร้พร์และอ่อนแอ แต่จิตใจของท่านกลับบริสุทธิ์และงดงามยิ่งนัก!ท่านยอมเสียสละโอสถเม็ดอันล้ำค่าเหล่านี้ให้แก่ข้า!ข้าจะต้องตอบแทนความเมตตาของท่านให้ได้!'
"ขอบคุณเ้าค่ะศิษย์พี่!ข้าจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด!ข้าจะเข้าฝึกตนแบบปิดด่านเพื่อดูดซับพลังของโอสถเม็ดเหล่านี้และจะแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!"อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พิธาพยักหน้าอย่างสบายๆ "อืม...ก็ดีนะศิษย์น้อง! ถ้าเบื่อๆ ก็มาช่วยข้าตัดฟืนบ้างนะ! ข้าจะได้มีเวลาไปตกปลาบ้าง!"
อรุณรัศมีเพียงแค่ยิ้มเจื่อนๆให้กับคำพูดของพิธาก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปยังกระท่อมของตนเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การฝึกตนแบบปิดด่าน
ในขณะเดียวกันที่ตำหนักใหญ่ของสำนักจันทร์กระจ่าง สิงหราชเ้าสำนักผู้เคร่งขรึมกำลังนำเหล่าผู้นำยอดเขาคนอื่นๆเดินทางมายังยอดเขาหยกมรกตด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพวกเขามองสำรวจร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากทัณฑ์์เมื่อคืนนี้ด้วยความตกตะลึง
"พลังปราณที่หลงเหลืออยู่นี้...มันบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งนัก! ราวกับพลังของเซียนที่แท้จริง!"ผู้นำยอดเขาเมฆาขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยำเกรง
"แต่เหตุใดทัณฑ์์จึงหายไปอย่างกะทันหัน? แล้วผู้บำเพ็ญเพียรที่กระตุ้นทัณฑ์์ท่านนั้นเล่า?เหตุใดจึงไม่ปรากฏตัว?" ผู้นำยอดเขาหยกแดงถามด้วยความสงสัย
สิงหราชขมวดคิ้วแน่นดวงตาของเขาจับจ้องไปยังกระท่อมไม้เล็กๆ ของพิธา"พวกเราต้องสอบสวนเื่นี้ให้กระจ่าง!หากมีผู้เชี่ยวชาญซ่อนเร้นอยู่ในสำนักของเรา เราก็ต้องทำความเข้าใจจุดประสงค์ของเขาให้ได้ก่อน!"
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงกระท่อมของพิธาก็พบว่าพิธากำลังนั่งตัดฟืนอยู่หน้ากระท่อมอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ศิษย์หลานพิธา!"สิงหราชเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พิธาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยิ้มทักทาย"โอ้! ท่านเ้าสำนัก! ท่านเ้ายอดเขาทุกท่าน! มีอะไรหรือขอรับ? มาเยี่ยมข้าถึงที่นี่เลยหรือขอรับ?"
สิงหราชเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะถามด้วยสีหน้าจริงจัง "ศิษย์หลานพิธา!เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบนยอดเขาหยกมรกตแห่งนี้? ทัณฑ์์ที่รุนแรงถึงเพียงนั้น...มันหายไปได้อย่างไร? แล้วผู้บำเพ็ญเพียรที่กระตุ้นทัณฑ์์ท่านนั้นเล่า?"
พิธาเพียงแค่ยิ้มกว้างก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ "โอ้! เป็เองที่เป็คนสับสายฟ้านั่นเองล่ะขอรับท่านเ้าสำนัก!มันเสียงดังเกินไป รบกวนการนอนของข้า! ก็เลยต้องจัดการมันเสียหน่อย!"
คำพูดของพิธาทำให้ทุกคนที่ได้ยินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นจากผู้นำยอดเขาบางคน
"ศิษย์หลานพิธา! เ้าช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ!ทัณฑ์์ระดับเซียนจะถูกสับทิ้งได้อย่างไรกัน!?" ผู้นำยอดเขาเมฆาขาวกล่าวพลางหัวเราะ
สิงหราชมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ'พิธา... เขาคงจะใมากกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ จนเสียสติไปแล้วกระมัง!ทัณฑ์์ระดับเซียนจะถูกสับทิ้งได้อย่างไรกัน!เขาเป็แค่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมกายเท่านั้น!พลังของเขายังไม่ถึงขั้นที่จะต่อกรกับทัณฑ์์ได้เลย!'
"ศิษย์หลานพิธา... เ้าคงจะเหนื่อยมาก!พักผ่อนเถอะ! เื่เมื่อคืนนี้... พวกเราจะจัดการเอง!"สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
พิธาเพียงแค่ยักไหล่เล็กน้อย"แล้วแต่ท่านเ้าสำนักเถอะขอรับ! ข้าขอตัวไปตัดฟืนต่อแล้วกันนะขอรับ!เดี๋ยวจะไม่มีฟืนก่อไฟต้มปลา!"
สิงหราชและเหล่าผู้นำยอดเขาต่างส่ายหน้าด้วยความรู้สึกผิดหวังและสงสารพวกเขาเดินจากไปโดยไม่ได้รับคำตอบที่้าทิ้งให้พิธากลับไปตัดฟืนอย่างสบายอารมณ์
'ต้นไม้อยากสงบ ใช่ว่าลมจะหยุดพัก;'พิธาคิดในใจพลางหัวเราะเบาๆ 'ดูเหมือนว่าชีวิตอันสงบสุขของข้ากำลังจะถูกรบกวนแล้วสิ!แต่ก็ช่างเถอะ! ตราบใดที่บ่อปลายังอยู่ ข้าก็มีความสุขแล้ว!'
ก่อนที่สิงหราชจะจากไปเขาได้มอบถุงผ้าขนาดเล็กให้แก่พิธา "ศิษย์หลานพิธา!นี่คือโอสถเม็ดอดอาหารและยาบำรุงกายา! ข้าเห็นว่าเ้าดูผอมลงไปมาก!เอาไปบำรุงร่างกายเถอะ!" สิงหราชกล่าวด้วยความสงสาร
พิธารับถุงผ้ามาด้วยความประหลาดใจเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าภายในเต็มไปด้วยโอสถเม็ดสีขาวและสีเขียวจำนวนหนึ่ง
'โอสถเม็ดอดอาหาร? ยาบำรุงกายา? ท่านเ้าสำนักคงจะคิดว่าข้าอดอยากปากแห้งกระมัง!แต่ก็ช่างเถอะ! เอาไว้ให้อาหารปลากินเล่นก็แล้วกัน!' พิธาคิดในใจพลางยิ้มกริ่ม
สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วยอดเขาหยกมรกตกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง พิธายังคงใช้ชีวิตประจำวันด้วยการตัดฟืนตกปลา และดูแลบ่อปลาของเขาอย่างมีความสุข เขารู้สึกขบขันกับความจริงที่ว่าเหล่าเ้าสำนักยังคงสืบหายอดฝีมือซ่อนเร้นไม่มีใครเชื่อเขาเมื่อเขาพูดความจริง ทว่ามันก็ช่างเข้ากับภาพลักษณ์“มนุษย์์” ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบเขาสามารถรักษาระดับพลังของตนเองไว้ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ในขณะเดียวกัน ภายในกระท่อมของอรุณรัศมีเธอกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางแสงเรืองรองสีทองอ่อนๆที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเธอโอสถเม็ดบำรุงิญญาที่พิธามอบให้ได้ถูกดูดซับจนหมดสิ้นพลังปราณในร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล จนเวลานี้มาถึงขอบเขตรวบรวมิญญาขั้นปลายแล้ว
จู่ ๆก็มีเสียงนกฟีนิกซ์คำรามก้องดังขึ้นจากภายในร่างของเธอเปลวไฟสีดำสนิทลุกโชนขึ้นรอบกายของเธอก่อนจะก่อตัวเป็ร่างของนกฟีนิกซ์ขนาดใหญ่ที่ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
'ภูตฟินิกซ์อัคคีทมิฬ!ข้าทำสำเร็จแล้ว! ข้าสามารถฝึกฝนทักษะภูตฟินิกซ์อัคคีทมิฬได้สำเร็จแล้ว!พลังนี้... มันแข็งแกร่งยิ่งนัก! ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!เพื่อตอบแทนความเมตตาของศิษย์พี่พิธา!'
อรุณรัศมีลืมตาขึ้นดวงตาคู่สวยเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่งร่างกายของเธอดูสง่างามและทรงพลังยิ่งกว่าเดิมเธอได้ก้าวข้ามจากศิษย์ธรรมดาไปสู่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่น่าจับตามอง
เธอเดินออกจากกระท่อมด้วยก้าวที่หนักแน่นและมั่นคงมองไปยังยอดเขาที่พิธาอาศัยอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและมุ่งมั่น
'ศิษย์พี่พิธา...ท่านคือผู้มีพระคุณของข้า! ข้าจะไม่มีวันลืมความเมตตาของท่าน!ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น! เพื่อปกป้องท่าน! และเพื่อตอบแทนความเมตตาที่ท่านมอบให้!'
อรุณรัศมีไม่รู้เลยว่าการเติบโตของพลังที่รวดเร็วของเธอนั้นถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของความเข้าใจผิดและความกตัญญูที่ผิดที่ผิดทางต่อพิธาซึ่งจะนำไปสู่ความซับซ้อนในอนาคต และพิธาเองก็ไม่รู้เลยว่า ชีวิตอันสงบสุขของเขากำลังจะถูกรบกวนอีกครั้ง โดยศิษย์น้องสาวที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโและเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดอันแสนน่ารักของเธอ
ในขณะที่อรุณรัศมีกำลังมุ่งมั่นกับเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรพิธากลับกำลังนั่งตกปลาอย่างสบายอารมณ์ เขาฮัมเพลงเบาๆ อย่างมีความสุขราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังเป็ใจให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและไร้กังวล
'เสียงขับกลอนที่ดูน่าฟังนุ่มนวลอ่อนโยน;' พิธาคิดในใจพลางยิ้มเล็กน้อย 'หวังว่าศิษย์น้องจะมีความสุขกับการฝึกฝนนะ! แต่ถ้าวันไหนเบื่อๆก็มาช่วยข้าตัดฟืนบ้างก็ดีนะ! ข้าจะได้มีเวลาไปตกปลาเพิ่มขึ้น!'
เขาไม่รู้เลยว่า การกระทำเล็กๆ น้อยๆของเขา ได้สร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับศิษย์น้องสาวของเขาและกำลังจะนำพาเื่ราวที่ไม่คาดฝันอีกมากมายมาสู่ชีวิตอันสงบสุขของเขาในไม่ช้า