จางเปียว ผู้คุมคนงานของตระกูลหลินสายรอง ยืนเอามืออุดจมูก พลางมองหลินฟานด้วยสายตาขยะแขยงระคนสะใจ เมื่อเห็นสภาพของอดีตอัจฉริยะเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง มันก็ยิ่งมั่นใจว่าหลินฟานคงจะธาตุไฟแทรกจนกลายเป็บ้าไปแล้ว
"เ้าขยะ! ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไม่? สภาพดูไม่ได้เช่นนี้ยังจะมาอู้งานอีก รีบไปหยิบขวานแล้วไสหัวไปท้ายเขาเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นหลินฟานยังคงยืนนิ่ง จางเปียวที่อยากประจบเอาใจนายน้อยหลินอวี่ก็แสยะยิ้ม มันสะบัดแส้หนังในมือจนเกิดเสียงแหวกอากาศดัง ฟับ! ก่อนจะหวดเข้าใส่ใบหน้าของหลินฟานอย่างโเี้ หวังจะฝากรอยแผลเป็ต้อนรับคณะเดินทางจากสำนักใหญ่
ทว่า... เหตุการณ์ที่มันคาดคิดกลับไม่เกิดขึ้น
หมับ!
ฝ่ามือของหลินฟานยื่นออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน เขาคว้าจับแส้หนังเส้นหนาไว้ได้ด้วยมือเปล่า! แรงกระแทกของแส้ไม่ได้ทำให้ิัของเขาถลอกเลยแม้แต่น้อย มันราวกับแส้เส้นนั้นหวดลงบนแท่งเหล็กกล้าโบราณ
"อะไรกัน?!" จางเปียวเบิกตากว้าง พยายามกระชากแส้กลับ แต่แส้เล่มนั้นกลับนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้กับขุนเขา
"เมื่อครู่... เ้าบอกว่าจะตีขาข้าให้หักใช่หรือไม่?"
น้ำเสียงของหลินฟานราบเรียบ ทว่าดวงตาที่เปล่งประกายสีทองแดงจาง ๆ ในความมืดกลับทำให้จางเปียวรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ หลินฟานออกแรงบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย แส้หนังที่เหนียวแน่นก็บิดเป็เกลียวและ ะเิแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ทันที!
ปัง!
ยังไม่ทันที่จางเปียวจะได้ส่งเสียงร้องด้วยความใ หมัดขวาของหลินฟานก็พุ่งตรงเข้าใส่ยอดอกของมัน พละกำลังดิบจาก ขอบเขตกลั่นหลอมกระดูก ะเิออกจนเกิดคลื่นกระแทกขนาดเล็ก
กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้นดังสนั่น ร่างของจางเปียวปลิวลอยออกจากห้องฟืนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ภายนอกจนหักโค่น มันกระอักเืคำโต ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและหวาดกลัวขั้นสุด
"พะ... พลังนี่มันอะไรกัน?! เ้าไม่ได้เป็ขยะรวบรวมปราณไม่ได้หรอกรึ?!" จางเปียวร้องโหยหวน ขาขวาของมันถูกแรงกระแทกจนบิดเบี้ยวผิดรูป
หลินฟานเดินก้าวออกจากห้องฟืนช้า ๆ แสงแดดยามเช้าตกกระทบร่างที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก แต่กลับแผ่ออร่าความดุดันออกมาจนบ่าวไพร่คนอื่น ๆ ที่แอบดูอยู่พากันตัวสั่นเทา
"บอกหลินอวี่ด้วยว่า... ฟืนต้อนรับมู่หรงฉิง ข้าจะไปตัดให้ แต่พวกเ้าเตรียมโลงศพไว้ต้อนรับกระดูกที่หักของพวกเ้าเองด้วยก็แล้วกัน"
หลังจากสลัดพวกสุนัขรับใช้ออกไป หลินฟานเดินมุ่งหน้าไปยังลำธารท้ายเขาเพื่อชำระล้างคราบสกปรกออกจากร่างกาย เมื่อิัสะอาดสะอ้าน ร่างกายของเขาในตอนนี้กลับดูสมส่วน กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังงานหมุนเวียน ผิวพรรณแฝงด้วยไอสีทองแดงจาง ๆ ของจักรพรรดิโบราณ
ขณะที่เขาเดินผ่านโรงม้าเก่าที่ถูกทิ้งร้างท้ายตระกูลเพื่อจะไปหาเครื่องมือ เสียงแหบพร่าและกวนประสาทของ ต้าเฮย ก็ดังขึ้นในหัวสมองทันที
"บัดซบ! เ้าหนูไก่ต้ม หยุดเดินเดี๋ยวนี้! หันหน้าไปทางทิศตะวันตกสามก้าว!"
หลินฟานชะงักและทำตามที่มันบอก เบื้องหน้าของเขาคือโรงม้าเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงจากจวนเจียนจะพังล่มลงมา และที่ใจกลางโรงม้า มี ท่อนเหล็กสนิมเขรอะขนาดั์ สีดำหม่นท่อนหนึ่ง ถูกปักลึกอยู่กับพื้นทำหน้าที่เป็เสาค้ำยันหลังคาเพื่อไม่ให้มันถล่มลงมาทับม้า
"มีอะไรรึ ต้าเฮย? มันก็แค่เสาเหล็กเก่า" หลินฟานถามในใจ
"เสาเหล็กเก่ากับผีน่ะสิ! ตาของเ้ามันโดนขี้เลื่อยอุดอยู่รึไง?!" ต้าเฮยสบถลั่นในมิติศิลาลึกลับ "นั่นมัน 'ทวนทลาย์รกร้าง'! อาวุธคู่กายของมหาเทพองค์ก่อนที่เคยแทงทะลุสรวง์จนแตกเป็เสี่ยง ๆ! ทำไมขุมทรัพย์ระดับพลิกจักรวาลถึงมาถูกพวกสวะโลกมนุษย์เอามาทำเป็เสาค้ำโรงม้าขี้ม้าเช่นนี้ บัดซบสิ้นดี! ไอ้มหาจักรพรรดิตัวไหนมันเอามาทิ้งไว้ที่นี่กัน!"
หลินฟานใจเต้นระทึก เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้เสาเหล็กท่อนนั้น ทันทีที่ฝ่ามือัักับผิวสนิมเขรอะ กระดูกสีทองแดงในร่างกายของเขาเกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง ราวกับสายเืในร่างและท่อนเหล็กนี้มีจิติญญาที่เชื่อมถึงกัน!
อักขระโซ่ตรวนมายาจาง ๆ ปรากฏขึ้นพันรัดรอบเสาเหล็กนั้น น้ำหนักของมันมหาศาลถึง 3,000 ชั่ง! มนุษย์ธรรมดาหรือแม้แต่ผู้บำเพ็ญปราณระดับต่ำไม่มีทางขยับมันได้แม้แต่เิเเดียว
"เฮ้ย! ดูนั่นสิ เ้าขยะหลินฟานมันกำลังทำอะไร?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากกลุ่มคนงานและผู้คุมตระกูลสายรองที่เดินผ่านมาเห็น พวกมันเห็นหลินฟานยืนจ้องเสาโรงม้าอยู่
"สงสัยมันจะโดนผู้คุมจางตบจนสมองเพี้ยนไปแล้ว คิดจะไปแบกเสาโรงม้าขี้ม้ารึไง? ฮ่าๆๆ!"
หลินฟานไม่สนใจเสียงสุนัขเห่ารอบข้าง เขาสูดหายใจเข้าลึก โคจรกระแสพลังจาก คัมภีร์กายาจักรพรรดิรกร้าง ไปที่แขนขวา ิัของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดงเข้มปานเทวะ ย่อเข่าลงเล็กน้อยก่อนจะใช้ฝ่ามือขวาคว้าจับกึ่งกลางเสาเหล็กสนิมเขรอะไว้แน่น
"ดื่ม!"
หลินฟานคำรามต่ำ ออกแรงดึงขึ้นทื่อ ๆ ด้วยพละกำลังดิบล้วน ๆ!
ครืนนนนน!
พื้นดินรอบโรงม้าทรุดตัวและแตกออกเป็รอยร้าวขนาดั์ เสียงโครงสร้างไม้ของโรงม้าลั่นประทังดัง เอี๊ยดอ๊าด ก่อนที่หลังคาทั้งหมดจะถล่มลงมาฝุ่นตลบอบอวล ทว่า ท่ามกลางซากปรักหักพังที่พังทลายลงมานั้น...
เด็กหนุ่มในชุดผ้ากระสอบยืนนิ่งอย่างมั่นคง และในมือขวาของเขา... กำลัง ยกทวนเหล็กั์หนัก 3,000 ชั่ง ลอยเด่นอยู่เหนือพื้นด้วยมือเดียว!
กลุ่มคนงานที่เคยหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อครู่ บัดนี้ดวงตาแทบจะถลนออกจากเบ้า อ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบพังทลาย เสียงหัวเราะกลืนหายลงคอไปในพริบตา ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้!
ทวนเหล็กั์ส่งเสียงสั่นครางหึ่ง ๆ ในมือของหลินฟาน ราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหลมานานนับหมื่นปี!