การทดสอบที่สอง
เมื่อผู้อาวุโสคุมสอบได้ยินเสียงของชายชราก็สั่นสะท้านก่อนจะหันมองไปทางหยางจื่อและกล่าว"หยางจื่อ ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 5” ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว"นี่มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อสักครู่ข้าเห็นตัวอักษรมันเขียนว่า ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1 มิใช่รึ" ชายหนุ่มคนนึงกล่าว"แต่จากที่ข้าสัมผัสได้ชายหนุ่มคนนั้นอยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 5 อย่างแน่นอน" ชายหนุ่มอีกคนกล่าว"เสาหินของวิหารเยือกแข็งนั้นสามารถวัดพลังที่แท้จริงของบุคคลที่เอามือไปสัมผัสมันได้ นี่แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้มีพลังที่สามารถต่อสู้กับปราณจักรพรรดิสวรรคืได้" ชายวัยกลางคนนึงกล่าวหยางจื่อที่เดินกลับออกมารู้สึกอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าไม่คิดว่าเสาหินอันนี้จะสามารถวัดพลังของตนเมื่อใช้พลังของดาบมังกรสวรรค์ได้ด้วย แต่มันก็ไม่น่าแปลกเพราะดาบมังกรสวรรค์และหยางจื่อได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเเล้ว"ในการทดสอบรอบที่สอง จะเป็นการทดสอบทักษะการต่อสู้ โดยที่พวกเจ้าจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเหนือกว่าพวกเจ้า" ผู้อาวุโสคลุมสอบกล่าว"คนเเรกอ้ายตี้ เจ้าจะได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรปราณนักบุญขั้นสูง" ชายชรากล่าวชายหนุ่มอ้ายตี้เดินเข้าไปในสนามประลอง และไม่นานก็มีสัตว์อสูรปราณนักบุญขั้นสูงที่มีรูปร่างเหมือนกระทิงออกมา"กระทิงสามเขา!!!!!!!" ผู้คนกล่าวด้วยความตื่นตระหนก"เริ่มได้" ไม่รอให้อ้ายตี้ตกตะลึงนานผู้อาวุโสก็ทำการควบคุมสัตว์อสูรให้โจมตีอ้ายตี้ในทันที อ้ายตี้ที่ยังรู้สึกตกตะลึงถูกกระทิงสามเขากระแทกจนลอยกระเด็นตกเวทีได้อย่างง่ายดายบรรดาผู้ที่ผ่านรอบแรกต่างก็แสดงสีหน้าเปลี่ยนไป พวกเขาไม่คิดว่าผู้อาวุโสคุมสอบจะเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูร โดยปกติสัตว์จะไร้สมองและป่าเถื่อน แต่ถ้าหากถูกคนควบคุมมันก็อีกเรื่อง ดังนั้นสัตว์อสูรตัวใดที่มีสติปัญญายิ่งหน้าหวาดกลัวสำหรับผู้ฝึกยุทธิ์"แบบนี้พวกเขากะจะให้พวกเราสอบตกหรืออย่างไร" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว"ต่อไป ตันหลาง เจ้าจะต้องสู้กับสัตว์อสูรปราณราชันสวรรค์ขั้นต้น" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว ชายหนุ่มที่ชื่อตันหลางก้าวขึ้นมาบนเวทีประลองและยืนอย่างสงบนิ่ง ตันฟลางนั้นอยู่ปราณนักบุญขั้นที่ 9 และใกล้จะทะลวงระดับเเล้วฟ่อ!!!! สัตว์อสูรปราณราชันสวรรค์ขั้นต้นปรากฏพร้อมกับเสียงขู่ที่ทรงพลัง"อสรพิษเหมันต์ แย่เเล้วถ้าข้าได้เจอกับเจ้านี่ข้าขอสอบตกดีกว่า " ผู้คนกล่าวขึ้น"ข้าเคยได้ยินว่าพิษของมันรุนแรงอย่างมากแม้แต่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ก็ยังตกตายเมื่อถูกพิษของมัน" ผู้คนกล่าวขึ้น"เริ่มได้" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว "ฟ่อ!!!"อสรพิษเหมันต์พุ่งเข้าหาตันหลางอย่างรวดเร็ว ตันหลางไม่ได้รู้สึกตกใจหรือร้อนรนแต่ยังคงเยือกเย็น ตนหลางชักกระบี่ออกมาและโคจรพลังลมปราณแย่างเงียบๆ พลังปราณความเย็นที่ตันหลางปล่อยออกมาทำให้อสรพิษเหมันต์ต้องตื่นตกใจแต่ด้วยมีผู้อาวุโสคุมสอบควบคุมอยู่อสรพิษเหมันต์จึงพุ่งไปหาตนหลางต่อไปแต่ก่อนที่อสรพิษเยือกเเข็งจะเข้าถึงตัวตันหลาง ตันหลางก็ยกกระบี่ขึ้นและฟันไปข้างหน้าด้วยความเร็วจนแทบจะมองไม่เห็น เจตจำนงแห่งกระบี่และเจตจำนงเหมันต์ผสานเข้าด้วยกันและพุ่งเข้าหาอสรพิษอย่างรวดเร็วอสรพิษเยือกแข็งที่ถูกการโจมตีของตันหลางร้องโหยหวนและเจ็บปวด แต่ในตอนนั้นเองมันก็พ่นพิษของมันออกมา ตนหลางสีหน้าเปลี่ยนไปและรีบสร้างโล่น้ำแข็งขึ้นและถอยหนีอย่างต่อเนื่อง"พอแค่นั้นแหละเจ้าผ่านเเล้ว" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว "มีท่านใดที่สนใจในตัวของเด็กคนนี้หรือไม่" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว "เด็กคนนี้ไม่เลวเจ้ามาอยู่กับแผนกกระบี่ของข้าเป็นอย่างไร" เสียงของชายชราดังขึ้น"ข้าตันหลางตกลง " ตันหลางกล่าว"ดี งั้นรับแผ่นป้ายนี้ไป จากนี้ไปเจ้าคือคนของแผนกกระบี่ของข้า" เสียงชายชราดังขึ้นแผ่นป้ายสี่เหลี่ยมลอยมาหาตันหลางที่ตัวป้ายลักอักษรว่า กระบี่ ไว้ ตั้งแต่ต้นไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของชายชราเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าชายชราเหล่านี้มาเพื่อหาคนเข้าแผนกของตนเองหยางจื่อหรี่ตาลงตัวเขาไม่คิดว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ เหมือนกับตอนที่ตนสอบเข้าสำนักอู่เสียในตอนนั้นผู้อาวุโสหลายๆคนก็มาเพื่อมองหาลูกศิษย์ของตน และตนก็ถูกดม่หงเย่เลือก"ต่อไป อิงจื่อ เจ้าจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรปราณราชันสวรรค์ขั้นกลาง " ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว หญิงสาวที่งดงามและดูเย็นชาเดินขึ้นเวทีประลองด้วยท่วงท่าที่สง่างาม เหล่าชายหนุ่มต่างก็มองไปที่นางมีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้มองไปที่นางนั่นก็คือหยางจื่อ ผู้อาวุโสคุมสอบอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าให้กับจิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาของหยางจื่อสัตว์อสูรปราณราชันสวรรค์ขั้นกลางที่ถูกปล่อยออกมาคือ หมีทลายศิลา มันเป็นสัตว์อสูรประเภทที่เน้นป้องกันแต่ก็ถูกอิงจื่อแช่เเข็งไปอย่างง่ายดาย ตัวนางแทบไม่ได้ใช้พลังไปมากมายเลยพลังปราณธาตุเหมันต์ของอิงจื่อนั้นสูงอย่างยิ่งหยางจื่อที่นั่งหลับตาอยู่ก็ยังต้องลืมตาขึ้นมา แต่ไม่นานก็หลับมาหลับตาอีกครั้ง การสอบยังดำเนินต่อไปและมีผู้ที่สอบตกเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ผ่านการสอบคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง ไม่นานก็ถึงคิวของหยางจื่อ"คนสุดท้าย หยางจื่อเจ้าจะต้องสู่กับสัตว์อสูรปราณราชันสวรรค์ขั้นสูง" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว "โฮก!!!!"เสียงคำรามที่ทรงพลังดังขึ้น สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายเสือแต่มีหางเป็นงูและมีปีกสีแดงฉาน เพียงแค่มันปรากฏตัวก็ทำให้ใบหน้าของศิษย์แต่ละคนแสดงถึงความตกตะลึงและหวาดกลัว"นั่นมันพยัคฆ์ปีกโลหิต" ผู้คนกรีดร้อง" นี่มันไม่ใช่ระดับราชันสวรรค์ขั้นสูงเเล้ว พยัคฆ์ปีกโลหิต ตัวนี้มีพลังเทียบเท่ากับคนที่อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1-2 ได้เลย""เจ้านั่นชั่งโชคร้ายยิ่งนัก" ผู้คนต่างก็กล่าวออกมาด้วยความสงสาร"เริ่มได้" ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว"โฮก!!!!"พยัคฆ์ปีกโลหิต พุ่งเข้าหาหยางจื่อด้วยความเร็วอย่างยิ่ง ภายในดวงตาของพยัคฆ์ปีกโลหิต มีแต่ความกระหายเลือดแต่หยางจื่อหาได้ตื่นตระหนกไม่ หยางจื่อเรียกดาบมังกรสวรรค์ออกมา พลังของหยางจื่อพุ่งขึ้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็วปราณมังกรของหยางจื่อคำรามออกมาพยัคฆ์ปีกโลหิต รู้สึกกดดันอย่างมากเมื่อเจอกับปราณมังกรของหยางจื่อ หยางจื่อจ้องมองพยัคฆ์ปีกโลหิต ด้วยสายตาที่เย็นาชา"ตัด!!!!!" หยางจื่อกล่าวอย่างแผ่วเบาคมดาบที่ทรงพลังตัดหัวของพยัคฆ์ปีกโลหิต อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้คนที่ยืนดูอยู่รวมทั้งเหล่าชายชราที่ซ่อนตัวต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก การกระทำของหยางจื่อทำให้ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ-------------------------------------------------------------------------------------