เมื่อได้ยินคำอธิบายของเชียนเชียน หลินฉางชิงก็ไม่ได้พูดอะไร
แน่นอนว่าเขาไม่สงสัยในความจริงใจของคำพูดนี้ เพียงพิจารณาจากรายละเอียดในชีวิตประจำวันระหว่างเขากับเหยียนเฉินก่อนหน้านี้ อันที่จริงหลินฉางชิงก็มองออกว่าเหยียนเฉินนั้นเป็คนที่มีจิตใจละเอียดอ่อนมาก
หากเขารู้ว่าเชียนเชียนตั้งครรภ์ เกรงว่าต่อให้ต้องสละชีวิตของตนเอง เขาก็ต้องปกป้องความปลอดภัยของเชียนเชียนและลูกในครรภ์อย่างแน่นอน
"แล้วก่อนที่เขาจะจากไป..."
หลินฉางชิงเอ่ยขึ้น ขณะเดียวกัน สายตาก็มองไปยังเหยียนเฉินที่อยู่ด้านข้าง
เชียนเชียนย่อมรู้ว่าเขา้าจะพูดอะไร
"วางใจเถิด เขารับรู้เื่นี้แล้ว และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ตำหนิข้าที่ตัดสินใจเช่นนี้ เพราะสำหรับเด็กคนนี้ โลกภายนอกคือสิ่งใหม่ ชีวิตในอนาคตของนางจะต้องไม่เป็เหมือนข้าที่ถูกกักขังอยู่ในหอคอยผนึกมารแห่งนี้" เชียนเชียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
สายตาของนางทอดไกลออกไป และในที่สุดก็หยุดลงที่ลูกไฟข้างกายหลินฉางชิง
ภายในนั้นคือลูกของนางและเป็ความหวังเดียวของนาง ต่อให้ต้องทนทุกข์จากการถูกฟาดด้วยสายฟ้าสีแดง นางก็ต้องส่งเด็กคนนี้ออกไปจากหอคอยผนึกมาร เพื่อส่งถึงมือของหลินฉางชิงให้ได้
"เหยียนเฉินเขาก็เห็นพ้องด้วย หลินฉางชิง แม้ข้าจะไม่รู้จักท่านดีนัก แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวเหยียนเฉิน เชื่อในสายตาการมองคนของเขา"
"ในเมื่อเขาไม่คัดค้านที่ข้าจะมอบเด็กคนนี้ให้ท่านดูแล นั่นแสดงว่าท่านต้องเป็คนที่ได้รับความไว้วางใจจากเขาอย่างแน่นอน ั้แ่เขาถูกกักขังอยู่ทีู่เาด้านหลังเพื่อเฝ้าหอคอยผนึกมาร... คนที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ นอกจากข้าแล้ว ท่านคือคนแรก" เชียนเชียนกล่าวเช่นนั้น
ชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเขามองไปยังลูกไฟตรงหน้า ความรู้สึกในใจก็เริ่มซับซ้อน ความรู้สึกนั้นราวกับว่าตนเองถูกมองทะลุปรุโปร่ง
หลินฉางชิงต้องยอมรับว่าเหยียนเฉินช่วยเขาไว้ไม่น้อย
ั้แ่เริ่มมาที่นี่ ทั้งช่วยเขาปรุงโอสถรักษาอาการาเ็และดูแลความเป็อยู่ประจำวัน จนกระทั่งภายหลัง แม้จะล่วงรู้ถึงความลับของเขาแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยออกมา ในทางกลับกัน กลับมอบพื้นที่อิสระให้เขาอย่างเพียงพอสำหรับการบำเพ็ญเพียร
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ หลินฉางชิงย่อมไม่อาจทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
"หึ"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นออกมา
เมื่อมองไปยังร่างของเหยียนเฉินที่อยู่ด้านข้าง ในแววตาของหลินฉางชิงก็ยังคงมีความรู้สึกจนปัญญาปนอยู่
"นึกไม่ถึงว่าใช้เวลาอยู่ร่วมกันเพียงปีครึ่ง ผู้าุโเหยียนกลับมองข้าได้อย่างทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้" หลินฉางชิงกล่าวอย่างเนิบนาบ
เมื่อได้ยินคำนี้ คิ้วของเชียนเชียนเลิกขึ้นเล็กน้อย
"ถ้าเช่นนั้น..."
นางมองไปยังหลินฉางชิง สายตาเริ่มมีความหวังและร้อนรนขึ้นมา
เกี่ยวกับเื่ที่พำนักของลูกตนเอง ต่อให้ตัวนางและเหยียนเฉินเห็นพ้องด้วยก็ไม่มีประโยชน์ เพราะหากหลินฉางชิงไม่ตกลงจริง ๆ นางซึ่งเป็ปีศาจจิ้งจอกที่ถูกคุมขัง และเพิ่งจะใช้พลังเฮือกสุดท้ายจนหมดสิ้น
เช่นนั้นก็คงไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว...
"ใช่ ข้าตกลง" หลินฉางชิงพยักหน้า
แม้เขาและเหยียนเฉินจะเป็เพียงคนที่พบกันโดยบังเอิญ แต่ความดีที่อีกฝ่ายมีให้ หลินฉางชิงย่อมต้องตอบแทนคืนอย่างแน่นอน
ในเมื่อเหยียนเฉินได้จากโลกนี้ไปแล้ว หลินฉางชิงย่อมไม่มีทางปฏิเสธคำขอสุดท้ายของสามีภรรยาคู่นี้ ที่ฝากฝังสายเืคนสุดท้ายเอาไว้
"แม้ข้าจะไม่กล้ารับรองว่าจะสามารถสั่งสอนเด็กคนนี้ให้เป็อย่างไร แต่ข้าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อดูแลนาง จนกว่านางจะเติบโตจนสามารถพึ่งพาตนเองได้" หลินฉางชิงกล่าว
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ น้ำตาบนใบหน้าของเชียนเชียนก็ไหลพรากออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
แม้ว่าหลินฉางชิงจะไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นปานใด แต่ในเวลานี้ ขอเพียงหลินฉางชิงยินดีรับเด็กคนนี้ไว้ สำหรับเชียนเชียนแล้ว มันก็เพียงพอแล้ว
ตามธรรมเนียมปกติ เมื่อหลินฉางชิงตกลงในเื่สำคัญเช่นนี้ เชียนเชียนควรจะทำพิธีคุกเข่าคำนับ ทว่าสภาพร่างกายของนางในตอนนี้ อย่าว่าแต่คุกเข่าเลย แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ยังเป็เื่ยากลำบากยิ่ง
"ขอบคุณ ขอบคุณเ้ามาก..."
สุดท้ายเชียนเชียนทำได้เพียงหมอบลงกับพื้น และกล่าวคำนี้ซ้ำ ๆ กับหลินฉางชิง
เมื่อมองไปยังสตรีตรงหน้า ในส่วนลึกของดวงตาหลินฉางชิงก็มีความเศร้าสร้อยพาดผ่าน เพราะเขาสังเกตเห็นว่าไอปีศาจในตัวของเชียนเชียนเริ่มเบาบางลงเรื่อย ๆ
"ท่านรีบสลายม่านพลังนี้เถิด ด้วยพลังของท่าน การฝืนรักษามันไว้ต่อไปมีแต่จะสิ้นเปลืองอายุขัยของตนเองโดยเปล่าประโยชน์" หลินฉางชิงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น
เขามองออกว่าการรักษาม่านพลังของลูกไฟตรงหน้านี้ ต้องสูญเสียไอปีศาจส่วนใหญ่ของเชียนเชียนไป ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะเร่งให้ความตายมาถึงเร็วขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้น เชียนเชียนพยักหน้า จากนั้นจึงยื่นมือออกไปแตะเบา ๆ
เพล้ง!
พร้อมกับเสียงแตกกระจายที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน ลูกไฟตรงหน้าพลันแตกสลายราวกับฟองอากาศ ร่างสีขาวร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมา
หลินฉางชิงจึงรับร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนทันที
นั่นคือจิ้งจอกที่มีขนสีขาวโพลนทั้งร่าง ขนาดมีความยาวประมาณท่อนแขนของหลินฉางชิง ในยามนี้กำลังหลับตาพริ้ม ดูท่าทางหลับสนิท
ดูเหมือนจะเป็เพราะอ้อมแขนของหลินฉางชิงไม่อุ่นสบายนัก เ้าตัวเล็กจึงขมวดคิ้ว ขยับร่างกายเพื่อพยายามเปลี่ยนท่าทางให้สบายขึ้น หลินฉางชิงจึงต้องขยับตามการเคลื่อนไหวของนาง
ต้องยอมรับว่าเ้าตัวเล็กนี้หน้าตาน่ารักยิ่งนัก
ขนสีขาวสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง บนตัวไม่มีร่องรอยของไอปีศาจแม้แต่น้อย ท่วงท่าสง่างาม ดูแล้วเหมือนกับจิ้งจอกธรรมดาทั่วไปทุกประการ ต่อให้เลี้ยงไว้ทีู่เาด้านหลัง เกรงว่าคงไม่มีใครคิดว่าสิ่งนี้แท้จริงแล้วเป็ปีศาจ
"ข้าผนึกไอปีศาจในร่างกายของนางไว้ ดังนั้นภายนอกจึงดูเหมือนจิ้งจอกธรรมดา" เชียนเชียนดูเหมือนจะมองออกถึงความคิดในใจของหลินฉางชิงจึงเอ่ยอธิบาย
"เพราะการใช้ชีวิตที่นี่ หากไอปีศาจถูกหอคอยผนึกมารตรวจพบ ด้วยร่างกายของนางย่อมไม่สามารถทนรับได้" เชียนเชียนกล่าว
หลินฉางชิงพยักหน้า
"แต่ในเมื่อนี่คือลูกของท่านและผู้าุโเหยียน ในอนาคตย่อมต้องเดินบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรใช่หรือไม่?" หลินฉางชิงถามกลับ
เชียนเชียนไม่ได้ปฏิเสธ
ตัวนางเองเคยเป็สตรีศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนของเผ่าจิ้งจอกชิงชิว เมื่อเผชิญหน้ากับลูกของตน ย่อมรู้ดีว่าภายในร่างกายนั้นได้รับสืบทอดพลังของนางมา
"เมื่อเวลาผ่านไป ผนึกของข้าจะค่อย ๆ อ่อนกำลังลง แต่ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเื ไอปีศาจภายในจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่านางจะมีพลังพอที่จะทำลายผนึกในวันหนึ่ง ถึงเวลานั้น ฉางชิง ข้าขอฝากทุกอย่างไว้กับเ้าด้วย..." เชียนเชียนเอ่ยอ้อนวอน
เื่หลังจากที่พลังตื่นขึ้นต่างหากที่เป็ปัญหาที่สุด
น่าเสียดายที่เชียนเชียนรู้ดีว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะดูแลไปจนถึงตอนนั้นได้
หลินฉางชิงพยักหน้า
"ท่านวางใจเถิด แม้ข้าจะไม่ค่อยเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาของเผ่าปีศาจ แต่สำหรับวิธีการกลั่นลมปราณขั้นพื้นฐาน ข้าย่อมชี้แนะนางได้อย่างแน่นอน" หลินฉางชิงรับคำ
"ว่าแต่ เด็กคนนี้มีนามว่าอะไรหรือ?" เขาเปลี่ยนคำถาม
"เหยียนเฉินบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ควรใช้แซ่ตามเขา เพราะจะนำพาปัญหามาให้ จึงให้สืบทอดแซ่ของเผ่าจิ้งจอกชิงชิวของเรา ใช้แซ่หู นามว่าเยาเยา"