ตอนนี้เขากำลังเดินรำลึกความหลังไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่อดีตเลวร้ายของเขาไปทั่วสิหน่า
"คุณผู้หญิงบอกว่าวันนี้คุณผู้ชายจะกลับมาตอนบ่าย ไปทำอาหารไว้รอเร็ว"
โอ๊ะเสียงคุ้นๆแหะ เขาเดินถอยหลังโผล่หน้าเหลือบมองไปยังทางเดินที่ทอดไปสู่ห้องครัว 'เจอตัวแล้วนะครังพี่ดาว!' เขามองซ้ายมองขวาตอนนี้ก็เที่ยงครึ่งแล้วจะลงมือตอนนี้ดีไหมนะ เขาครุ่นคิดกับตัวเองแต่ตอนนี้ร่างกายของเขาสั่นจนแทบคลั่ง ถ้าวาก้อนรู้ว่าเขาใจร้อนผลีผลามอย่างนี้คงอีกนานกว่าจะได้ออกมาทำภารกิจใหม่ แต่หมอนั้นเคยสอนว่านักฆ่าต้องต้องไม่รีบร้อนและที่สำคัญที่สุดต้องไม่ทิ้งหลักฐาน แต่ว่าถ้ารวดเร็วไม่ทิ้งหลักฐานและใช้เวลานานจนกว่าจะมีคนรู้ตัวนั้นแหละยิ่งดี คิดได้อย่างนั้นเขาก็ยิ้มเผล่ ขาทั้งสองข้างวิ่งไปทิศทางที่เจอนังพี่ดาวเมื่อกี้ หัวสมองประมวณผลไปด้วยว่าทางนั้นมีที่ไหนที่จะพอจะใช้ได้บ้าง ใช่แล้วห้องใต้บันได เขาวิ่งอย่างเงียบเชียบด้วยความเร็วจนเห็นแผ่นหลังของคนที่้าเจออยู่ไม่ไกล การวิ่งด้วยความเงียบเป็หนึ่งในศาสตร์ที่เขาถนัดมากวาก้อนก็ชมเขาอยู่บ่อย ๆ
พรึ่บ!อุก!
ทันทีที่เข้าไปประชิดตัวได้เขาก็จัดการดึงผมและสับเข้าไปที่หลังคอของนังพี่ดาว หวังว่าคงไม่ตายั้แ่โดนสับคอนะ ด้วยความที่ฝึกมาเยอะทำให้ร่างกายเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบซึ่งทำให้สามารถแบกผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอขึ้นบนบ่าได้อย่างงายดาย
ตุ้บ!!!
เขาวางเธอด้วยแรงไม่เบานักลงพื้นห้อง ตอนนี้เขาพาเธอมาถึงห้องใต้ดินแล้ว ทั้งจัดการสะเดาะรูกุญแจได้อย่างง่ายดาย ห้องใต้ดินนี่เก็บของเก่ามากมายทำให้ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วทั้งยังอับและมืดเพราะไม่มีแสงไฟ เขาใช้ไฟแช็กสาดส่องไปทั่วบริเวณ อย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรให้แสงสว่างได้บ้าง บราโว่ เขาเจอตะเกียงน้ำมันด้วยแหละ เขาจัดการซ่อมมันจนตอนนี้ห้องใต้ดินสว่างกว่าตอนแรกมาก วันนี้ไม่ใช่การมาฆ่าอย่างเดียว แต่มันคือการจับมาทรมาณด้วย ฉะนั้นเขาจึงต้องจัดสถานที่ให้เตรียมพร้อมในการทำงานหน่อย เขาใช้เชือกเอ็นขาวมัดมือมัดเท้าดาวไว้ ถ้าตื่นมายิ่งดิ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น จากนั้นก็จัดการเอ่าผ้าแถวๆนี้ที่มีแต่ฝุ่นยัดปากเธอไว้ไม่ให้เสียงดังเมื่อเธอตื่น
......
"ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก อ่าวสวัสดีครับตื่นแล้วหรอ"
ตอนนี้เป็เวลาบ่ายตรงคนตรงหน้าเขาตื่นเร้วกว่าที่เขาคิดไว้มาก ทันทีที่ตื่นขึ้นม่คนตรงหน้าก็มองเขาอย่างหวาดกลัว เขาค่อยๆเดินเข้าไปหาดาวช้าๆ
"ผมจะเอาผ้าออก อยากส่งเสียงดังนะครับไม่งั้นคอพี่ขาดแน่"
เขาพูดชูมีดในมือขึ้นมาขู่
"กะ... แกเป็ใคร้าอะไร"
ทันทีที่เอาผ้าออกคนตรงหน้าก็ไม่ได้โง่อย่างที่คิด ที่ว่าถ้าส่งเสียงดังแล้วคอจะขาดหน่ะ เขาไม่ได้พูดเล่นหรอกนะ
"พี่มองผมสิครับไม่คุ้นหน้าผมเลยเหรอครับ"
ดาวมองหน้าเขาอย่างพินิจพิเคราะห์แต่ตาก็แฝงความหวาดกลัว
"ฉะ... ฉันไม่รู้ฉันจะไม่รู้จักกับแกได้ยังไงห๊ะ"
ดาวพูดเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวสาบตาเริ่มลอกแลกหาทางหนีทีไล่
"ฮ่าๆ ผมเข้าใจว่าผมคงหล่อเหลาขึ้น ไม่เหมือนห้าปีก่อนที่ผอมกระหร่องหน้าซูบตอบ"
ผมโคลงหัวซ้ายทีขวาทีพลางพูด เธอทำหน้าครุ่นคิดหนักจนในที่สุดก็เบิกตาขึ้น
"กะ... แกหรือว่าแกเป็ไอ่ขี้ครอกนั่น"
"โว้วๆปากหมาเหมือนเดิมเลยนะครับพี่ดาว"
ดาวจ้องมองหน้าของคนอีกครั้งที่ไม่เหลือเค้าโครงเมื่อห้่ปีก่อนอยู่เลย เมื่อเขาโดนเข้าไปใกล้เธอเธอก็ยิ่งมีสีหน้าบิดเบี้ยว
"อย่ามาใกล้ฉันออกไปกรี๊ด~ช่วยด้วย"
เขาจัดการใช้ผ้าปิดปากคนตรงหน้าทันที
"โอเคครับดูเหมือนพี่คงไม่อยากพูดกับผม งั้นผมจัดการตามแผนเดิมที่จะทำเลยดีกว่า"
เขาจัดการใช้ประแจหล็กฟาดไปที่ปากของเธออย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกแตก
"แค่นี้คงยังไม่ชัวร์"
เขาจัดการฟาดเพิ่มไปอีกสี่ห้าทีจนคิดว่าพอแล้ว เขาดึงผ้าที่อยู่ในปากเธอออกอย่างแรง เสียงเธอร้องโอดครวญแ่เบาทำให้เขามั่นใจว่าปากของเธอคงหมดฤทธิ์ที่จะส่งเสียงแล้ว เขาจับใบหน้าเธอขึ้นมาดูไม่เบานักแล้วก็ยิ้มออกมา ฟันในปากเธอแตกละเอียดเกือบทุกซี่ แต่มันยังไม่พอเขาหยิบคีมออกมาจากในอก สายตาของเธอมองเขาอย่างหวาดกลัวแต่ไร้เรี่ยวแรงในการขัดขืน เขาใช้มือดึงลิ้นเธอออกมาหลังจากนั้นก็จัดการตัดมันซะ ร่างของเธอดิ้นด้วยความเ็ป เขายิ้มอยู่ข้างเธอ ค่อยๆยื่นมือไปลุบหัวเธออย่างแ่เบา ดาวเหลือบหน้าไปมองเขานั่นยิ่งทำให้เธอหวาดกลัวพยายามตะกายตัวออกห่างจากเขา เพราะนั้นเป็ใบหน้าที่น่ากลัวจนเกินกว่าจะมีใครจินตนาการได้
เขาลากเธอให้กลับเข้ามาอีกครั้งจัดการเลาะเล็บมือเล็บเท้าของเธอช้าๆจนหมด เสียงครวญครางของเธอเปรียบเเสมือนเสียงดนตรีอันไพเราะสำหรับเขา เขาหยิบหวีปลายเป็เหล็กแหลมออกมา ดาวเห็นดังนั้นก็ได้แต่เบิกตาโพล่งทำอะไรไม่ได้ เขาค่อยๆบรรจงใช่หวี หวีไปทั่วหนังศรีษะของเธอ เมื่อหสีของเขาลากผ่านบริเวณไหน บริเวณนั้นก็จะมีเืสีแดงสดไหลรินตามออกมา เมื่อหวีผมจนครบทุกบริเวณให้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นขึ้นบิดี้เีพร้อมกับหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม งั้นก็คงจะปิดฉากสักที เขาเดินตรงไปหาดาวอีกครั้งตอนนี้แววตาจองเธอเรื่อนรอยแต่ก็ยังมีความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งบนใบหน้า เธอเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้อีกครั้งก็ตัวสั่นแต่เขาไม่ได้ใส่ใจ ฮาราคีรีแล้วกันเขาคิดได้ดังนั้นก็นั่งลงข้างๆเธอ
มีดสั้นเล่มเดิมค่อยแทงเข้าที่หน้าท้องใต้เอวขวาเกือบมิดด้าม จากนั้นค่อยๆกรีดมาทางซ้าย แล้วดึงมีดขึ้น้าตัดลำไส้จนขาด จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นพร้อมถอยหลังออกมา
"นี่คือความปราณีของผมนะครับ"
พูดจบเขาก็ไม่ได้สนใจเธออีกเลย เขาร้องเพลงฮึมฮัมในคออย่างอารมณ์ดีพร้อมทั้งจัดการเก็บหลักฐานที่จำเป็มาด้วย
แกร๊ก!
เขาเปิดประตูห้องใต้ดินมองซ้ายมองขวา ได้ยินเสียงเดินทางด้านขวา เขาจึงเดินเลี่ยงออกมาทางด้านซ้าย ตอนเด็กๆเขาเคยวิ่งหนีคนที่มารังแกจนไปเจอกับรูกำแพงในพุ่มไม้ข้างกำแพงหลังคฤหาสน์เข้า ตอนเด็กก็ไม่เห็นประโยชน์มันหรอกเพราะถึงออกไปจากช่องได้ด้านล่างก็เป็แม่น้ำอยู่ดี แต่ตอนนี้นึกขอบคุณมันจริงๆ
ตอนนี้เขามาถึงหลังกำแพงคฤหาสน์แล้วแต่ว่าตอนนี้พึ่งจะกำลังจะสี่ทุ่มจึงยังมีคนเดินอยู่ประปราย แต่ก่อนที่จะออกไปเขากขอฝากของขวัญเลิกๆน้อยๆแล้วกัน คิดเสร็จก็เดินไปยังที่พักคนใช้จัดการจุดไฟเผาต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้นจนมันเริ่มลามติดกันไปทั่ว แค่ต้นไม้ข่มขวัญก่อนแล้วกันเขาคิด ความแค้นของเขาไม่ได้มีกับดาวคนเดียวหรอกนะ
หลังจากจุดไปเผาเสร็จเขาก็วิ่งอย่างเงียบเชียบไปยังรูกำแพงที่จะออก
ตู้ม!!!
เขาะโลงน้ำเสียงไม่ดังมากใช้มือหยิบหลอดไม้ยาวที่พกมาแล้วอมไว้ เขาดำนำโดยใช้หลอดหายใจ ว่ายไปเรื่อยๆจนไกลจากคฤหาสน์แล้วก็โผล่ขึ้นแล้วว่ายเข้าฝั่ง วาก้อนจะต้องภูมิใจในลูกศิษย์อายุสิบสองคนนี้แน่นอน เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี
ไรเตอร์ติดเหรียญเพราะฉะนั้นแต่งจบแน่นอนครับไม่ต้องกังวล มีความสุขกับการอ่านนะครับผม????