ทันทีที่อาสะใภ้ห้าจากไป โม่เจิ้งหนานก็ปล่อยโฮออกมาทันที
“ท่านพี่…พวกเราควรทำอย่างไรดี? ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็คนชั่วร้ายและไร้หัวใจเหมือนกับที่ท่านย่าห้าบอกแน่ ๆ นางจะต้อง...ต้องวางยาพิษพวกเราแน่เลย ข้าไม่กลัวตายหรอก… แต่ซีซีล่ะ นางยังเล็กอยู่ เราจะทำอย่างไรดี…”
โม่เจิ้งหนานสะอื้นไห้ น้ำมูกน้ำตาไหลนองหน้า “บางที...บางทีเราควรบอกท่านพ่อ ให้ท่านพ่อไล่นางออกไป ดีไหม?”
สีหน้าของโม่เจิ้งตงดูมืดมน เขาไม่ได้เห็นด้วยในทันที เพียงแต่ถามกลับว่า “เจิ้งหนาน เ้าคิดอย่างไรกับท่านย่าห้า”
โม่เจิ้งหนานชะงักแล้วรีบส่ายศีรษะ
เขาไม่ชอบท่านย่าห้า…ไม่ชอบนางเลยจริง ๆ
ท่านย่าห้าดูแลพวกเขามานาน แต่ก็มักจะแอบเก็บอาหารเอาไว้ไม่ให้พวกเขากินทั้งยังปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างร้ายกาจ และมักจะบ่นอยู่เสมอว่าการดูแลพวกเขานั้นสร้างความลำบากให้นางมากแค่ไหน
แต่พี่ชายของเขาพูดมีเหตุผล
ท่านพ่อของพวกเขาทำงานหนักจนไม่มีเวลามาดูแลพวกเขา เขากับพี่ชายยังสามารถดูแลตัวเองได้บ้าง แต่น้องสาวตัวน้อยของพวกเขายังคง้าใครสักคนมาดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา
หากท่านย่าห้าไม่อยู่ ใครก็ตามที่มาแทนที่นางอาจเลวร้ายยิ่งกว่า แล้วใครจะรู้ อาจถึงขั้นพยายามวางยาพิษพวกเขาก็เป็ได้
โม่เจิ้งตงกล่าว “อีกอย่าง...สิ่งที่ท่านย่าห้าพูดอาจจะไม่เป็ความจริงเสมอไป ในเมื่อท่านพ่ออนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ต่อ ก็แสดงว่าเขาคงชอบนางอยู่บ้าง”
“บางที…ท่านพ่ออาจจะโดนผู้หญิงคนนั้นหลอกเหมือนกัน” โม่เจิ้งหนานบ่นพึมพำเบา ๆ
โม่เจิ้งตงพยักหน้า “ใช่แล้ว เหมือนกับที่ท่านพ่อไว้ใจท่านย่าห้า…เขาเองก็โดนหลอกเหมือนกัน”
โม่เจิ้งหนานเห็นด้วยทันที “ดังนั้นพวกเราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น...พวกเราจะคอยเฝ้าดูนางต่อไป ดีไหม?”
สองพี่น้องพยายามสงบสติอารมณ์และหักห้ามใจไม่ให้วิ่งไปฟ้องโม่หงเชิน ตามที่ท่านย่าห้าคาดหวังไว้
...
ในขณะเดียวกัน ซ่งจินเหยาก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ หลังจากล้างจานเสร็จแล้ว นางก็จัดเตียงของตัวเอง จากนั้นก็ไปปูเตียงเล็กอีกสองเตียงในห้องด้านข้าง
เตียงสองเตียงนี้เดิมทีโม่เจิ้งตงใช้นอนร่วมกับโม่ซีซี ส่วนโม่เจิ้งหนานนอนคนเดียวอีกเตียงหนึ่ง
ตอนนี้โม่หงเชินจะมานอนกับพวกเขาด้วย เตียงเล็ก ๆ เตียงเดียว หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่คงจะคับแคบน่าดู
ซ่งจินเหยาไม่ลังเล อุ้มโม่ซีซีขึ้นมา “ซีซีน้อย ั้แ่คืนนี้ไปอยากมานอนกับข้าไหม?”
อย่าดูถูกโม่ซีซีที่อายุสองขวบ แม้นางจะยังกินข้าวเองไม่ได้ เดินก็ยังไม่คล่อง พูดก็ไม่ชัดเจน ทว่านางเข้าใจสิ่งที่ซ่งจินเหยาพูดเป็อย่างดี สาวน้อยยิ้มจนดวงตากลมโตยิบหยี นางโผเข้ากอดคอซ่งจินเหยาแล้วหอมแก้มนางไปหนึ่งฟอดใหญ่
เ้าตัวน้อยนี้น่ารักเกินไปแล้ว
ซ่งจินเหยาจุดเตาถ่านเพื่อทำให้ห้องอุ่นขึ้น จากนั้นก็ต้มน้ำร้อนและอาบน้ำให้โม่ซีซีั้แ่หัวจรดเท้าจนสะอาดหมดจด
ในตอนนั้นเอง นางจึงได้เห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยผอมแห้งเพียงใด มีเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น เสื้อผ้าของนางทั้งเก่าทั้งขาดแถมยังไม่พอดีตัวอีกต่างหาก ผมเผ้าก็เริ่มมีกลิ่น ไม่รู้ว่าไม่ได้สระมากี่วันแล้ว เกือบจะมีเหาอยู่รอมร่อ
หลังจากอาบน้ำให้โม่ซีซีเสร็จ ซ่งจินเหยาก็ห่อตัวเด็กน้อยด้วยเสื้อชั้นในที่สะอาดของนางเอง วางเด็กน้อยลงบนเตียงอันอบอุ่น และค่อย ๆ กล่อมให้นางหลับ
เด็กเล็กนอนเยอะเป็ปกติอยู่แล้ว ยิ่งได้อาบน้ำอุ่นจนสบายตัว โม่ซีซีก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออกดัง *เอี๊ยดอ๊าด* ซ่งจินเหยาหันไปมอง ก็เห็นพี่น้องสองคนยืนอยู่ที่หน้าประตู กำลังจ้องมองฉากด้านในอย่างตกตะลึง
โม่เจิ้งหนานถึงกับน้ำตาคลอ ดึงแขนเสื้อของพี่ชายแล้วพูดว่า “ท่านพี่...ท่านพี่…นางทำอะไรกับซีซีของเรา?”
ซ่งจินเหยาไม่สนใจที่โม่เจิ้งหนานตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ทำท่าเอานิ้วแตะที่ริมฝีปาก “ชู่”
“เบา ๆ หน่อย นางหลับแล้ว มีถ่านอยู่ในโรงเก็บฟืน ไปหามาจุดไฟในห้องของพวกเ้าเสีย”
“ท่านพยายามจะฆ่าพวกเราหรือ?” โม่เจิ้งหนานร้องะโ “มีครอบครัวในหมู่บ้านที่เผาถ่านในห้องตอนกลางคืน แล้วทั้งบ้านก็ตายกันหมดเลยนะ!”
เสียงดังทำให้โม่ซีซีที่นอนอยู่ขยับตัวและพึมพำออกมาเบา ๆ
ซ่งจินเหยาหันมาจ้องโม่เจิ้งหนานอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับไปลูบผ้าห่มเบา ๆ กล่อมให้โม่ซีซีนอนหลับต่ออย่างสงบ
คราวนี้เป็โม่เจิ้งตงที่ดึงน้องชายของเขากลับไปและห้ามไม่ให้เขาพูดอะไรเลอะเทอะอีก
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง โม่เจิ้งตงก็พาโม่เจิ้งหนานไปเทน้ำอาบของโม่ซีซีออกก่อน แล้วค่อยไปโรงเก็บฟืนเพื่อหยิบถ่านกลับมาจุดไฟในห้อง
เวลานี้ในห้องมีเตียงที่เพิ่งปูใหม่สองเตียง ดูอบอุ่นและนุ่มสบาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโม่เจิ้งหนานที่ปกติจะนอนคนเดียว เขามักจะหนาวสั่นจนต้องมานอนขดอยู่กับพี่ชายและโม่ซีซีบนเตียงเล็ก ๆ
แต่คืนนี้...บางทีเขาอาจจะไม่ต้องทนหนาวอีกแล้ว
โม่เจิ้งหนานมองไปที่เตาถ่านแล้วก็ทำปากยื่น “ท่านพี่…ท่านว่านางตั้งใจทำให้ห้องนี้สบายขึ้น พวกเราจะได้หลับสนิท แล้วก็...ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยหรือเปล่า?”
"เ้าคิดว่านางไม่มีอะไรดีกว่านี้จะทำแล้วหรือ?"
จู่ ๆ เสียงของซ่งจินเหยาก็ดังขึ้น ทำให้เด็กชายทั้งสองสะดุ้งโหยง พวกเขารีบลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความตื่นตระหนก
“เ้า ตามข้ามา”
นางกวักมือเรียกโม่เจิ้งตงให้ตามนางไปที่หน้าต่าง แล้วเปิดหน้าต่างแง้มไว้เล็กน้อย
“หากจะเผาถ่านในห้อง ก็ห้ามปิดประตูหน้าต่างสนิทเด็ดขาด ตอนกลางคืนเปิดแง้มไว้เล็กน้อยก็ไม่มีปัญหาแล้ว”
โม่เจิ้งตงพยักหน้าเหมือนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
ซ่งจินเหยาชี้ไปที่เตียง “คืนนี้ท่านพ่อของเ้าจะนอนที่เตียงนั้น ส่วนเ้ากับน้องชายนอนอีกเตียงหนึ่ง”
“คืนนี้ท่านพ่อ...ไม่นอนกับท่านหรือ…”
ซ่งจินเหยาไม่สนใจคำถามนั้น “มีน้ำร้อนอยู่ในหม้อ…ไปตักมาล้างเนื้อล้างตัวเสีย”
เป็เวลาค่ำมืดแล้ว หลังจากวันอันยาวนาน นางที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวัน ดังนั้นเมื่ออาบน้ำเสร็จ นางก็ขึ้นเตียงกอดโม่ซีซีตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน แล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนที่โม่หงเชินกลับมาถึงบ้านก็ล่วงเข้ายามจื่อแล้ว ความจริงมันคงจะง่ายกว่าถ้าเขานอนที่ทุ่งปศุสัตว์เสียเลย แต่เขาไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจหากไม่ได้มาดูเด็ก ๆ ด้วยตา ดังนั้นไม่ว่าจะดึกแค่ไหนเขาก็จะกลับบ้านเสมอ
เขากลับมาอย่างเร่งรีบ ก่อนอื่นตั้งใจจะเปิดประตูห้องตัวเอง เพื่อจะได้ถอดเสื้อผ้าสกปรกออก
แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เขาถึงกับชะงักงัน
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษ ส่องสว่างลงบนเครื่องนอนชุดใหม่
ผ้าห่มผืนนี้แแ่ไปกับเรือนร่างอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว ทั้งยังเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันงดงามได้ราง ๆ นางนอนหลับสนิท ใบหน้าอ่อนโยนระเรื่อรอยยิ้มบาง ๆ เส้นผมสองสามเส้นร่วงหล่นลงมาปรกบนหน้าผากที่เรียบเนียน
นางกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน ทำให้ยามค่ำคืนอันเงียบสงบนี้แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน
โม่หงเชินไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน เขาเผลอยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ
เขาใช้เวลาสองสามอึดใจกว่าจะได้สติ ก่อนจะตระหนักได้ว่านี่คือหญิงสาวที่พบในตอนกลางวัน
หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเริ่มเข้าใจว่า เพราะเหตุใดหลังจากที่เขาเพิ่งกลับมาจากกองทัพ พี่ชายและพี่สะใภ้ถึงได้กระตือรือร้นที่จะหาภรรยาให้เขาโดยไว
พี่สะใภ้เคยกล่าวไว้ว่า —“รอให้เ้าแต่งงานเสียก่อน เ้าจะเข้าใจความหมายของคำว่าบ้าน”
และบางที…นี่อาจจะเป็ความหมายของคำว่าบ้านก็เป็ได้
เมื่อมีภรรยาและลูก ๆ ที่รออยู่ เขาก็จะมีคนให้ห่วงใยและอยากปกป้อง อยากอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไป
เพราะหน้าต่างเปิดแง้มไว้ และโม่หงเชินเปิดประตูทิ้งไว้โดยไม่ปิด ลมหนาวจึงพัดเข้ามาในห้อง เด็กน้อยบนเตียงจึงขยับตัวหนาวสั่นเล็กน้อย ซ่งจินเหยาพลันสะดุ้งตื่นขึ้นทันที
นางเอื้อมมือออกไปเพื่อดึงผ้าห่มให้กระชับรอบตัวโม่ซีซีมากขึ้น ท่าทางนี้จึงเผยให้เห็นลำคอขาวนวลของนางบางส่วน
ทันใดนั้นซ่งจินเหยาก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
นางเงยหน้าขึ้น และเห็นเงาร่างยืนอยู่ตรงประตู ร่างมืดมิดนั้นทำเอานางใจนสะดุ้ง
“ใครน่ะ?”
หญิงสาวครึ่งหลับครึ่งตื่น ด้วยเกรงจะรบกวนโม่ซีซีที่กำลังหลับ นางจึงจงใจพูดเสียงเบา ทำให้เสียงที่ออกมานั้นทั้งแหบพร่าและทุ้มต่ำ แฝงไว้ด้วยความน่าหลงใหลโดยไม่รู้ตัว
โม่หงเชินยืนตะลึงงัน ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ไหนเลย
.
.
.