โมลต้า ไม่เคยสอนอะไรนักเรียนสักอย่างอย่างมากก็บอกว่าให้เรียนเอง ไม่ก็บอกว่าให้ทำอะไรแต่หลังจากนั้น
“อะไรของอาจารย์คนนั้นน่ะ”
“ดูโทรมชะมัด แถมยังดูไม่มีความรู้อีกด้วยถึงท่านเมลเรีย จะบอกว่าเป็คนที่ตีอาวุธผู้กล้าได้ก็เถอะ แต่นั้นน่ะมันแค่บังเอิญหรือเปล่าหรือว่าจะเป็เื่เข้าใจผิดกัน?”
“นั้นสินะ ดูเหมือนจะไม่อยากสร้างอาวุธให้ด้วยมีคนเข้าไปขอทุกทางแล้วก็ยังไม่ได้อีก.....”
ั้แ่ฟอเรน เบลเรีย ผู้อำนวยการโรงเรียนและยังดำรงตำแหน่งผู้กล้าในปัจจุบัน เื่ฝีมือก็ไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้วถึงฟอเรนจะยังมีอายุไม่ถึง40 แต่ก็ได้รับคำรับรองแล้วว่าเธอสามารถต่อสู้กับคนที่มีฝีมือระดับสูงพร้อมกันหลายคนเลยทีเดียว
แต่เพราะอายุยังน้อยก็เลยยังถูกจับมาเป็ผู้อำนวยการอยู่อย่างนี้เนี่ย
“องค์หญิง ก็ว่าไงใช่ไหม?”
อืม......
ชายคนนั้น...
โซเฟเรีย รุมทาเรียเ้าหญิงของเมืองรุมทาเรียเมือง จริงๆจะบอกว่าเป็เ้าหญิงก็คงไม่ถูกเท่าไรก็แค่มีอำนาจในการปกครองเมืองๆหนึ่ง ภายใต้คำสั่งของราชวงศ์อีกที
โซเฟเรีย เดินทางมาจากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองถึงเธอจะเป็เ้าหญิงแต่ก็ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดเพราะความหวังของตระกลูตกไปอยู่พี่ชายของเธอ ซึ่งต้องปกครองเมืองต่ออยู่แล้ว
โซเฟเรีย หลงใหลในตัวของผู้กล้าความฝันของเธอคือการได้เป็ผู้กล้า หรือได้เป็ผู้ติดตามเื่แบบนี้เธอรู้มาั้แ่เด็กแล้ว
แน่นอนว่าเธอมาที่โรงเรียนนี้ด้วยความหวังเพราะมีผู้กล้าจบมาจากที่นี่หลายคน
และแน่นอน การที่วันแรกโซเฟเรียมาเจอกับอาจารย์แบบโมลต้า ก็ทำให้เธอผิดหวังแบบเต็มสูบจนไม่รู้ว่าคนแบบนี้มาเป็อาจารย์ได้ยังไง
แค่มองจากภาพนอกก็รู้แล้ว เป็อาจารย์ที่ดูโทรมถึงจะไม่ได้มีกลิ่นเหม็นออกมา ทว่าดวงตากลับดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนกับปลาตายขอบตาก็คล้ำอยากกับหมีแพนด้า ไร้ราศีแถมยังแทบไม่รู้สึกถึงพลังเวทที่อยู่ในตัวเลย ไม่รู้ว่ามีพลังเวทเท่าไร
วันแรกที่โมลต้ามาที่นี่ ก็เปิดตัวด้วยการมาสายแล้วต้องให้ฟอเรนที่เป็ผู้อำนวยการมาสอนเองในตอนแรกเด็กนักเรียนภายในห้องก็ดีใจเสียยกใหญ่ที่ได้ผู้กล้าตัวจริงมาสอนเอง
แต่พอหมดพักกลางวันไปก็ต้องเจอกับโมลต้า
จนทำให้รักเรียนทั้งห้องคิดว่าที่ท่านเบลเรียมาสอนเองเป็เพราะไอ้อาจารย์คนนี้มาสาย...
โมลต้าไม่ตอบสนองสิ่งใดกับนักเรียน ทำตัวเรียบเฉยกับทุกอย่างจนทุกคนต่างก็หัวเสียแล้วก็เอาไปนินทาตามๆกัน
“องค์หญิงค่ะ? ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก พอดีคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”
ยังไงซะ คงต้องหาทางจัดการเวลา่วัยรุ่นเป็สิ่งที่มีค่ามากเสียด้วยพลังเวทจะสามารถพัฒนาได้สูงสุดก็่นี้...
“แล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าองค์หญิงก็ได้ จริงๆแค่โซเฟียก็ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมตระกลูของฉันชอบตั้งชื่อแปลกกัน”
“เอ.... งั้นโซเฟีย....”
“เอาน่า ไม่เป็ไรหรอกที่นี่ฉันก็เป็เพียงนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้น”
“งั้น... โซเฟีย ไปกินข้ากันไหม?”
“ได้อยู่แล้ว ฉันมาที่นี่โดยไม่มีผู้ติดตามหรอกนะเพราะงั้นก็ยังไม่มีเพื่อนด้วยสิ จริงสิเธอชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ?”
“ลูน่าค่ะ จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ โซเฟีย”
ด้วยความสามารถที่เข้ากับผู้คนได้ง่าย โซเฟเรียนั้นมีรังสีที่ตรงข้ามกับอาจารย์โมลต้าโดยสิ้นเชิงตรงที่จะดึงดูดทุกคนเข้ามานั้นแหละ
“ว่าแต่ว่า ลูน่าก็มาที่เมืองนี้คนเดียวงั้นเหรอ?”
“ค่ะ...พอดีฉันสามารถทำคะแนนได้สูงในโรงเรียนเก่า เลยได้รับทุนการศึกษาน่ะค่ะ”
“สุดยอดไปเลยนะ ดูอย่างฉันสิต้องจ่ายเงินแล้วก็เข้าสอบตามปกติ คะแนนก็ไม่ได้ดูดีอะไรด้วยสิ.....”
ถึงจะเป็องค์หญิงแต่เธอก็ไม่ได้ฉลาดอะไรเป็พิเศษ มีเพียงฝีมือการต่อสู้ที่ได้รับการสอนมาเป็อย่างดี เพราะเธอชื่นชอบวีรกรรมของเหล่าผู้กล้า ทำให้เธออยากจะเป็ผู้กล้าเพื่อช่วยเหลือผู้คน...มันอาจจะเป็เหตุผลที่ดูไร้สาระ แต่โซเฟเรีย ก็คิดที่จะเป็ผู้กล้าอย่างแท้จริง
“ไม่หรอก องค์หญิงน่ะสุดยอดอยู่แล้ว ฉันเห็นนะคะตอนที่ท่านหญิงฝึกดาบน่ะ สุดยอดกว่าใครเลยนะ”
“เธอสังเกตด้วยเหรอเนี่ย น่าอายจัง”
“ไม่ต้องอายหรอกค่ะ ฝีมือของท่านสุดยอดจะตายสักวันหนึ่งคงได้เป็นักดาบชั้นสูงแน่นอน”
“ขอบใจนะ”
การพูดคุยเกิดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองเดินไปยังสถานที่กินอาหารโรงเรียนนี้มีความเป็ระเบียบเรียบร้อยแม้แต่ตอนพักเที่ยงก็ไม่ได้มีเสียงดังอะไรมาก
บรรยากาศก็เหมาะสมดี
สถานที่กินอาหาร ก็เป็สวนที่ร่มรื่น
โซเฟเรียคิดว่าแบบนี้ก็ดีนะ เธอมีสถานะเหมือนเ้าหญิงเมื่ออยู่ที่บ้านดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยจะมีคนพูดคุยแบบเปิดอกเสียเท่าไรถึงจะมีเพื่อนพูดคุยแต่ก็เป็เหมือนกับมีอะไรบ้างอย่างมาขว้างกัน
“ดูเหมือนว่า ตอนที่เข้ากันมาใหม่ๆแล้วทุกคนจะพยายามกันน่าดูเลยเนอะ สนามฝึกซ้อมไม่เคยว่างเลย”
“นั้นสิ ลูน่าคิดยังไงล่ะ ถ้าเราพัฒนาไปมากกว่านี้คงจะต่อกรกับจอมมารได้นั้นแหละ”
ปีศาจกับมนุษย์ เป็ศัตรูคู่อาฆาตกันมานานยาวนานเป็พันปี ในตอนนี้าที่ชายแดนยังคงสงบดีแต่ก็คาดการเอาไว้ว่าความสงบคงอยู่ได้อีกไม่นานแต่ก็คงมาพอที่จะสร้างกำลังเอาไว้ต่อกรพวกปีศาจ...
“ค่ะ... ฉันคิดว่าจะไปเป็ผู้สนับสนุนน่ะคะแล้วก็เน้นเื่การรักษามากกว่า”
“โฮ้ หายากนะเนี่ยแต่ยังไงก็อย่าลืมออกกำลังกายนะ แล้วก็ฝึกการป้องกันตัวเอาไว้ด้วยเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นะ”
“ค่ะ ขอบคุณที่แนะนำนะ”
มีเวลาพักมากกว่าชั่วโมง นั้นเป็่เวลาที่พักได้สบายๆส่วน่บ่ายก็จะได้ฝีกภาคปฏิบัติ
“นั้นมันเด็กผู้หญิงไม่ใช่เหรอ...มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?”
สายตาของโซเฟเรียเลื่อนไปเรื่อยๆบนทางเดินมีเด็กสาวคนหนึ่งเดินอยู่น่าแปลกที่เพียงมองพริบตาเดียวก็รู้สึกถึงความงาม ที่เหมือนกำลังจะดูดตนเองเข้าไปเส้นผมสีแดงชมพู ที่มองมองผ่านๆก็สามารถสะดุดตาได้ ดวงตามีเขียวมรกตที่ตัดกับเส้นผมอย่างสวยงาม
เด็กมาก ถ้าดูแล้วเดาเธอน่าจะมีอายุประมาณ10ปี
ผมสั้นแต่มัดแกะเอาไว้สองข้าง
แต่ที่ดูแปลกที่สุดคงจะเป็ชุดเมดที่ใส่ชุดเมดเป็สิ่งที่บ่องบอกว่าเป็ข้ารับใช้ แล้วทำไมเด็กอายุ10ขวบนี่ถึงได้ใส่ชุดแบบนี้มาที่นี่ล่ะเนี่ย...
โซเฟเรียรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้...
จะว่าเธอเป็ชนชั้นสูงก็เลยพอจะรู้ว่าการเป็เมดมันไม่ได้ง่ายเพราะต้องทำทุกอย่างให้กับเ้านาย และถ้าจั่วได้เ้านายที่เป็ขุนนางโรคจิตก็อาจจะได้ทำเป็คู่นอนด้วย
คงไม่ใช่ว่านี่ก็เป็แบบนั้นหรอกนะ
ถ้าอย่างนั้นก็น่ารังเกียจมากกับการที่เอาเด็กตัวเล็กแบบนี้มาทำเรื่อวงแบบนั้น
“ดูเหมือนว่ากำลังจะตามหาใครอยู่นะ”
“นั้นน่ะสิค่ะ แต่ปกติแล้วทางโรงเรียนให้เอาผู้ติดตามเข้ามาได้ด้วยเหรอเนี่ย.....”
เป็ห่วงว่าเด็กสาวคนนี้จะต้องไปเจอกับอะไรไม่ได้หรือเปล่า?ถึงจะไม่ใช่เื่ของตัวเองแต่ก็ปล่อยผ่านไปไม่ได้ ถ้าเกิดเด็กคนนี้มีเ้านายชั่วๆล่ะก็โซเฟเรียคงจะต้องทำทุกทางเพื่อแย่งเด็กคนนี้มา....
ไม่สิ....
ตอนนี้ยังฟันธงอะไรไม่ได้สักหน่อยอย่างเพิ่งเร่งรีบคิดอะไร ต้องดูท่าทีเอาไว้ก่อน...
แต่ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่โซเฟเรียก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า ตัวเองมองไปยังเด็กสาวมากเกินไป
ไม่รู้ว่าเพราะโซเฟเรียจ้องไปยังเด็กสาวหรือเปล่า เด็กสาวในชุดเมดกวาดตามาที่โซเฟเรีย ดวงตาสีเขียวชอุ่มเต็มประกายแห่งความสง่างาม จนน่าเกรงขามทั้งที่เ้าของดวงตานั้นเป็เพียงเด็กสาวตัวเล็กเท่านั้น
“ขอโทษนะคะขอรบกวนหน่อยได้ไหมคะ?”
ทั้งทำพูด...และท่าทาง.... แววตา... ความรู้สึกชวนให้รู้สึกเหมือนกับคนรับใช้ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี...
“อยากจะถามทางหน่อยน่ะคะ”
“อ๊ะ... ได้อยู่แล้วค่ะ”
ความรู้สึกแปลกๆเหมือนกับมีอะไรไม่เข้าทางก็ไม่รู้อาจจะเป็เพราะรูปร่างที่ขัดแย้งกับกิริยาและท่าทางของเด็กคนนี้ก็ได้.....
ขนาดของโซเฟเรีย ซึ่งคุ้นชินกับการปฏิบัติอย่างยำเกรงยังรู้สึกถึงความเกร็งของตัวเองเลย
“ไม่ทราบว่า ห้องพักครูอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
“อ้อ... รู้สึกว่าจะอยู่ที่ชั้น3น่ะน่าจะเป็ทั้งหมดของชั้น3เลย”
ที่นี่รวมห้องพักครูไว้ที่ชั้นเดียวเพราะสามารถสร้างอาคารสูงได้ถึง7ชั้น ต้องใช้แรงงานและนักออกแบบมีฝีมือถึงจะสร้างอาคารแบบนี้มาได้ขนาดปราสาทของโซเฟเรียยังมีได้มากสุดแค่3ชั้นเลย
ดังนั้น... จึงมีพื้นที่เหลือจำนวนมากเท่าที่โซเฟเรียรู้ ชั้น1กับ2 ถูกใช้ไปกับห้องเรียน ชั้น3เป็ห้องพักครู ชั้น4ชั้น5และชั้น6 ใช้เป็ห้องพิเศษ จำพวกห้องทดลอง ห้องประชุม ห้องชมรมส่วนชั้น7เป็ห้องเก็บของ แต่มันก็รายละเอียดอีกมากที่เธอไม่รู้
“งั้นเหรอคะ.....”
เด็กสาวก้มศรีษระให้แสดงความเคารพอย่างน่าหลงใหล....
“ขอบคุณนะคะ....”
“มะ...ไม่เป็ไรหรอกแค่นี้เอง”
การช่วยเหลือเด็กสามคนนี้ไม่ใช่เื่ลำบากอะไรเลยก็แค่ตอบอะไรนิดๆหน่อยๆ แต่เด็กสาวก็ยังคงท่าทางที่งามกว่าใครๆชุดเมดนั่นดูแล้วจะงามขึ้นเมื่อเธอใส่มันจริงๆ
“ถ้ายังไงฉันจะแนะนำตัวเป็มรายาทแล้วกัน...”
เด็กสาวในชุดเมดจับกระโปงที่เต็มไปด้วยระบายที่งดงามจนดูเท่าไรก็ไม่รู้จักเบื่อ...
“ฉัน... เอฟค่ะถ้าจากนี้ไปมีเื่อยากให้ช่วยเหลือก็มาให้ฉันช่วยได้นะคะ องค์หญิง....”
หลังจากที่แนะนำตัวอย่างเรียบง่ายแล้วเอฟก็เดินไปชั้นบน เพื่อทำตามหน้าที่ของเธอที่ควรจะทำต่อ...
ถึงจะเป็เพียงพริบตาเดียวแต่โซเฟเรียก็รู้สึกถึงความสึกลับของเด็กคนนี้จนคิดว่าเธอไม่น่าจะลืมวินาทีที่เห็นเธอได้....
“ไม่รู้ว่าเ้านายของเธอเป็คนยังไงกันแน่นะคะ...”
“นั่นสิถ้าเป็คนดีก็โอเคอยู่หรอก...”
เด็กสาวที่สวยขนาดนั้นถ้าโตไปคงหาง่ายดีๆได้ แถมกริยายังดูดีขนาดนั้นอีก...
ว่าแต่....
ก็เพิ่งนึกขึ้นได้....
“ฉันบอกไปตอนไหนนะว่าฉันเป็องค์หญิง.....”