คิรินเป็นักฆ่า...
ั้แ่จำความได้ เขานั้นสังหารผู้คนไปมาก ั้แ่คนใหญ่คนโต ตลอดจนพวกคนร้ายแหกคุก แต่ถึงจะบอกว่าสังหารคนไปมาก แท้จริงตัวเขานั้นก็เลือก
ไม่ใช่ว่าจะเป็ใครก็ได้ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเงินค่าจ้างและวิจารณญาณของเขาว่าคนคนนั้นสมควรที่จะตายจริงไหม
ต่อให้เงินเยอะแต่หากคนนั้นเป็คนดีเขาก็จะไม่ยุ่ง ทว่าหากเลวบัดซบต่อให้จ้างด้วยเงินเพียงแค่หยิบมือ ตัวเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะปลิดชีพมัน
ใช่...เขาทำอาชีพนักฆ่าในเงามืดมาทั้งชีวิต...
การต่อสู้ก็ได้ทุกศาสตร์ อาวุธก็ใช้ได้เกือบแทบทุกชนิด ฆ่าคนได้โดยไร้ความเห็นใจ ใครๆ ก็บอกว่าเขาคือนักฆ่าเืเย็นที่แสนน่ากลัวและไม่ควรเข้าไปยุ่ง
แต่ไม่ใช่กับตอนนี้ที่เขานั้นตัดสินใจวางมือจากงานของนักฆ่า
“มันอยู่ทางนั้น อั่ก!” เสียงหนึ่งะโขึ้นมา แต่ไม่นานก็ต้องล้มหงายหลังเมื่อโดนไม้แหลมปาเข้ามาเสียบอกด้วยฝีมือของคิริน
นักฆ่าหนุ่มทำหน้าเ็าสุดขีด หนีเข้าป่ามาไกลขนาดนี้ก็ยังไม่พ้นที่จะได้นอนอย่างสงบสุข แอบถอนหายใจให้ศพตรงหน้า ก่อนจะรีบวิ่งต่อเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าไล่ตามมามากขึ้น
ตอนนี้คิรินกำลังหงุดหงิดเป็อย่างมาก ทุกคนตราหน้าว่าเขาเป็ตัวอันตราย ลำพังตอนยังทำงานทุกคนไม่ค่อยกล้าเข้ามายุ่งมากนักเพราะตัวเขาก็มีสังกัด แถมข่าวลือด้านร้ายๆ ก็เยอะ แต่ยังไงคิรินก็ไม่รู้อยู่ดีว่าใครกล้าเสี้ยมเ้าพวกนี้ให้มาตามล่าเขาสุดขอบโลกแบบนี้
อย่าให้นึกถึงคู่กรณีเลย มีเยอะเสียจนนึกไม่ออก...
ปัง!
คิรินเบี่ยงตัวหลบหลังต้นไม้ เ้าพวกนี้นอกจากจะพกคนมาเยอะจนน่ารำคาญก็ยังพกของอันตรายต่างๆ ตามมาด้วย ดวงตาเรียวไล่นับจำนวนคน ก่อนจะได้พบว่ามีคนอยู่ตรงนี้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบชีวิต ไม่เข้าใจเลยว่าแค่ขอมีชีวิตสงบสุขและเรื่อยๆ นี่มันยากตรงไหน
ตัวเขานั้นไร้อาวุธ จริงๆ ก็ไร้มานานแล้ว ต่อให้มีก็ี้เีพก เขา้าชีวิตที่สงบสุข พกเ้าอาวุธพวกนั้นแล้วชีวิตมันจะสงบสุขตรงไหน
เพราะแบบนั้นก็เลยเอาไปทำลายทิ้งหมดเลย...
“ไร้ทางหนีแล้วคิริน รีบออกมาซะดีๆ ถ้าไม่ติดว่าค่าหัวแกมันมาก พวกกูไม่ยอมเหนื่อยหรอกเว้ย!”
ปืนถูกยิงไปทั่วอีกครั้ง เสียงหัวเราะของพวกที่ตามล่าก็ยังดังไล่หลังไม่ขาด เห็นแบบนี้แล้วก็ได้แต่เบื่อหน่าย ชีวิตแบบนี้มันน่าเบื่อสุดๆ ต่อให้วันนี้หนีได้ พรุ่งนี้เขาก็จะต้องวิ่งหนีแบบนี้อีกเหรอ
แต่คิดก็อยากจะกัดลิ้นตาย แต่ดีจริงๆ ที่กลัวเจ็บ...
คิรินก้มลงคลาน พยายามทำตัวให้เงียบเชียบที่สุด แต่มันก็ไม่พ้นพวกสายตาของผู้ล่าอยู่ดี ก็แอบเจ็บใจที่วันนี้ต้องเปลี่ยนมาเป็เหยื่อเสียเอง จะให้บ่นไปมันก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อส่วนหนึ่งก็เป็เพราะตัวเขาที่เลือกทางนี้ด้วยตัวเอง
“อะ...” คิรินเผลอส่งเสียงอุทาน ตอนที่วิ่งตรงยาวมาจนถึงหน้าผา แผนของเขาคือจะเบี่ยงตัวหลบและเกาะหลังต้นไม้ พวกโง่ที่วิ่งตามมาไม่ทันเห็นคงพากันวิ่งตกผาไปทั้งหมด แต่พอเอาเข้าจริงๆ คนที่ตกผาดันเป็เขาเสียเอง เพราะต้นไม้เ้ากรรมต้นนั้นที่ตอนแรกคิดจะจับไว้ดันมีงูตัวใหญ่จับจองอยู่ ทำให้เขาใจนไม่คว้าต้นไม้เอาไว้...
คิรินหลับตาลงเพื่อรอรับชะตากรรม ผาสูงชันขนาดนี้ตัวเขาจะรอดไปได้ยังไง แอบไม่ชอบใจเพียงแค่ศพเขาคงไม่น่าดูชมเท่าไหร่นัก ทว่าอย่างน้อยมันก็ไม่ต้องถูกใครตามล่าอีก แต่ในขณะที่ตัวเขานั้นปลงพร้อมกับยอมรับทุกสิ่ง เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นภายในหัว ตัวเขาลืมตาขึ้นด้วยความใ รอบกายนั้นมืดไปหมด มองไม่เห็นแม้กระทั่งตัวของตัวเอง ไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองนั้นยังไม่ลืมตาหรือรอบกายมันมืดมากๆ กันแน่
[ยอมแพ้ในเื่ที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วเหรอ]
“ใคร...”
[สวัสดีโฮสต์ เรียกทางนี้ว่าระบบก็ได้เพราะยังไงระบบก็คือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของโฮสต์]
“ทางเลือกเพียงหนึ่งเดียว...”
[ใช่แล้ว มีความปรารถนาอะไรหรือเปล่า เรามาแลกเปลี่ยนกันได้นะ]
“แลกเปลี่ยนกับอะไร นี่ผมตายแล้วเหรอ”
[บอกไม่ได้ตราบใดที่โฮสต์ไม่ยอมตกลง]
“ผมแค่อยากได้ชีวิตสงบสุข”
[มักน้อยจริง แต่ระบบก็ชอบอยู่ดี ผู้สร้างเฝ้าติดตามดูชีวิตของโฮสต์ จนกระทั่งโฮสต์ตาย ผู้สร้างก็เลยตัดสินใจเลือกโฮสต์ขึ้นมาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงเื่ราวบางอย่างและระบบมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ชีวิตสงบสุขนั้นทางเราสามารถจัดให้โฮสต์ได้ แต่มันอยู่ในบรรทัดฐานคำว่าสงบสุขของพวกเรา]
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เพราะยังไงก็ไม่ได้อยากตายอยู่แล้ว แต่ฟังๆ แล้วดูเหมือนเล่นเกมเลยนะ”
[จะว่าแบบนั้นก็คงไม่ผิดนัก ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ระบบมีหน้าที่ดูแลโฮสต์คิรินเต็มตัว โปรดรอสักครู่เพื่อให้ระบบจัดเตรียมเื่ราวและตัวตนใหม่ของโฮสต์]
เมื่อเสียงนั้นจบไปคิรินก็รู้สึกเหมือนความรู้สึกต่างๆ ดับวูบ ก่อนที่ไม่นานจะรู้สึกว่าร่างกายนั้นหนักอึ้งไปหมด ขนาดจะลืมตาขึ้นมาก็ยังยากลำบาก ทนนอนนิ่งๆ สักพักนั่นแหละถึงลุกขึ้นมาได้
เหมือนไม่ใช่ร่างกายของเขาเลย...
[โฮสต์อย่าทำสำออย แค่ตกเขาทีเดียวจะมานั่งเอ๋อหมดมาดคนฉลาดแบบนี้ไม่ได้!]
“ยังอยู่อีกเหรอ แล้วไอ้วาจาไม่น่าฟังนั่นมันอะไรกัน” คิรินยกมือขึ้นนวดขมับ แต่นิ้วเรียวก็ดันััได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่บนใบหน้า
พอแตะๆ ดูก็พบว่ามันคือหน้ากากของอะไรสักอย่าง
คิรินถอดหน้ากากออก ก่อนจะพบว่ามันคือหน้ากากจิ้งจอกสีขาวที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตและงดงาม คิ้วเรียวเริ่มขมวด พอมาสังเกตมือของตัวเองก็พบว่ามันดูเรียวและสวยกว่าที่ควรจะเป็
“เกิดอะไรขึ้น”
[ยินดีด้วย ได้เวลาหนีออกจากคุกของประมุขพรรคมารแล้วองค์หญิงตัวปลอม เย่!]
“พรรคมาร? องค์หญิง? ช่วยอธิบายให้เข้าใจที แล้วอีกอย่าง
อย่ามาพูดคำว่าเย่ทั้งๆ ที่ทำน้ำเสียงตายด้านแบบนั้น ฟังแล้วหมดอารมณ์”
[ทางระบบจะอิงนิสัยและตัวตนของโฮสต์ที่ต้องดูแล แต่เื่นั้นช่างมันก่อน หน้าที่ของโฮสต์ที่ต้องแลกกับชีวิตผาสุกก็คือ ทำให้
ตัวละครในโลกนิยายนี้เลิกมีนิสัยเพี้ยนๆ สักที!]
“นิสัยเพี้ยนๆ?”
[นิยายในโลกนี้มีชื่อว่า ตำนานองค์หญิงแสนซนผู้กล้าหาญ พล็อตเื่จะกล่าวถึงพระเอกนิยายที่เป็องค์รัชทายาทเมืองหนึ่ง กับนางเอกองค์หญิงสาม แต่ทว่าวันหนึ่งองค์หญิงสามดันเล่นตลก...]
“ถ้ายาวขออ่านเอง” คิรินรีบเอ่ยห้ามเมื่อระบบน้ำเสียงน่ารำคาญกำลังจะทำท่าพล่ามไม่หยุด แถมยังดูจะยาวมากๆ ด้วย
[ระบบเล่าไม่ดีตรงไหน!]
“ไม่ดีตรงที่เล่ามาก็จำไม่ได้ เอาที่สำคัญเช่นระบบคืออะไร ส่วนพวกเนื้อหาอะไรพวกนั้นส่งมาให้อ่านจะดีกว่า”
[ถ้าอย่างนั้นขอแสดงสเตตัสเพื่ออธิบาย]
เมื่อเสียงระบบได้จบลง จอโฮโลแกรมบางอย่างก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า ทำให้ตอนนี้คิรินพอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว
ชื่อของร่างนี้คือเฉิงเหลียงเฟิ่งพร้อมกับสถานะวงเล็บด้านหลังว่าเป็องค์หญิงตัวปลอม พอเลื่อนลงมาก็จะพบกับค่าสถานะทางกายภาพต่างๆ ก่อนที่คิรินจะพบว่าเฉิงเหลียงเฟิ่งนั้นค่ากายภาพค่อนข้างต่ำ แต่ค่าความว่องไวและเฉลียวฉลาดดันสูงลิบ
ก็ดี...
คิรินยังคงเลื่อนอ่านเพื่อค่อยๆ ทำความเข้าใจ ก่อนจะได้ทราบถึงตัวตนใหม่ของตัวเองในโลกใบนี้
เฉิงเหลียงเฟิ่งคือพี่ชายขององค์หญิงสามเฉิงหนี่อัน เป็บุตรชายที่โดนทอดทิ้ง ครอบครัวไม่ไยดีเพราะเกิดมามีรูปร่างหน้าตาไม่สมชายเหมือนพี่ชายคนโต วันๆ ถูกขังให้อยู่เพียงแต่ในตำหนัก เวลาว่างๆ ชอบอ่านหนังสือ เอ็นดูน้องสาวแสนซนอย่างหนี่อันเป็ที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งน้องสาวเพียงคนเดียวเข้ามาหาพร้อมเสื้อผ้าและเครื่องประดับเอ่ยขอร้องให้เหลียงเฟิ่งแต่งกายด้วยชุดนี้เพราะหนี่อันไม่มั่นใจว่าตนจะใส่ออกมาแล้วสวย
เหลียงเฟิ่งมีใบหน้างดงาม จริงๆ การถูกขังอยู่แต่ในตำหนักก็ไม่ได้แย่นัก ชีวิตก็สงบสุขดี มีน้องสาวเพียงคนเดียวคอยป่วนก็ปวดหัวจะแย่ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าชุดในวันนั้นจะเป็ตัวเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
เพราะชุดนั้นมันคือชุดแต่งงาน...
หนี่อันไม่อยากแต่งงานกับพระเอก น้องสาวตัวแสบเลยส่งข้อความในจดหมายไปหาประมุขพรรคมารหงส์ฟ้าสี่ปีกอย่างจ้าวเยว่เทียนเพราะประมุขเยว่นั้นไม่ชอบพระเอก ทำให้สุดท้ายเื่ชุลมุนและตัวเขาก็ได้ถูกจับตัวมา พร้อมกับน้องสาวตัวดีที่ส่งข้อความมากับแขนเสื้อของเหลียงเฟิ่งว่า...
‘ท่านประมุขเยว่นิสัยไม่ได้เลวร้าย ข้าไม่สนใจเขาดังนั้นเขาก็คงไม่ได้สนใจข้า ท่านพี่รออยู่นิ่งๆ นะ แล้วข้าจะไปช่วย!’
คิรินที่หยิบกระดาษออกมาจากแขนเสื้อก็รีบเปิดอ่านดู พอพบว่ามันเป็ดั่งในเื่ราวจริงๆ ก็ขย้ำพร้อมโยนทิ้งทันที
“ขอด่าว่าน้องสาวบัดซบได้ไหม”
[OOC คือเื่ที่โฮสต์ต้องระวัง ยังไงก็ไม่ได้ ตอนนี้โฮสต์มีแต้มติดตัวอยู่แค่ยี่สิบหากแต้มหมดโฮสต์จะต้องกลับไปเป็คิรินซึ่งระบบไม่รับประกันนะว่าตอนนี้คิรินจะตายแล้วหรือพิการอยู่]
ได้ฟังก็ต้องถอนหายใจ ดวงตาเรียวสวยหันไปมองรอบห้อง ก็พบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงซอมซ่อ ด้านหน้าเป็ลูกซี่กรงที่ทำมาจากไม้ไผ่?
ถามจริง...พรรคมารไร้งบขนาดขังคนร้ายหรือขังคนที่จับมาด้วยห้องไม้ไผ่เนี่ยนะ?
[โฮสต์ยังสงสัยเื่ไหนอีกไหม]
“อะไรคือที่ทำให้นิสัยตัวละครเลิกเพี้ยน”
[ขออธิบายง่ายๆ ผู้แต่งเื่นี้ดันแต่งเนื้อหาเข้าตาของบก. ท่านหนึ่ง ทว่านิสัยตัวละครขอใช้คำว่า บ้งเกินบรรยาย ถ้าโฮสต์ไม่เห็นภาพ โฮสต์ลองคิดภาพตาม โฮสต์งงไหมว่าทำไมตัวละครอย่างหนี่อันต้องส่งข้อความในจดหมายให้ศัตรูของพระเอกในนิยาย เทียบง่ายๆ แค่องค์ชายกับประมุขพรรคมาร ทำไมประมุขพรรคมารถึงน่าไว้ใจกว่าองค์ชายล่ะ นั่นแหละ มันไม่สมเหตุสมผล]
คิรินเป็คนที่ไม่ค่อยชอบอ่านนิยาย พอมาคิดตามมันก็ไม่สมเหตุสมผลจริงๆ นั่นแหละ เหมือนอยากจะให้เกิดเหตุการณ์อะไรก็เขียน...
[หน้าที่ของโฮสต์คือเปลี่ยนนิสัยของจ้าวเยว่เทียน ให้เขาทำตัวเหมาะสมกับหน้าที่ของตัวร้ายและประมุขพรรคมารหงส์ฟ้าสี่ปีก]
“นิสัยของเหลียงเฟิ่งมันน่าอึดอัด” ต้องปั่นหน้าเป็คนอ่อนโยน ใสซื่อ ยิ้มหวาน นี่มันไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด
[โฮสต์จะหลุด OOC ได้ก็ต่อเมื่อมีแต้มคะแนนครบสองร้อยตอนนี้ก็ทนต่อไป]
ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเบื่อหน่าย หนทางการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่ายมันยากขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่
ว่าแล้วคิรินก็เปิดสเตตัสขึ้นมาดูอีกครั้ง ไล่สายตาอ่านประวัติคร่าวๆ ของตัวละครแต่ละคนที่เขาจะได้พบเจอที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกปิดเอาไว้ไม่ให้อ่าน ก่อนที่ด้านล่างจะมีคำว่าแผนที่ที่เปิดดูไม่ได้
“ระบบ จะเปิดแผนที่ได้ยังไง”
[โฮสต์สามารถซื้อแผนที่ได้ในราคาสิบแต้ม แต่เพราะพื้นที่ของพรรคมารมันกว้างขวางและใหญ่มาก โฮสต์ต้องยอมเสียสิบห้า แต้มถึงจะเปิดได้ ส่วนคำพูดคำจา ที่นี่อิงยุคจีนโบราณ โฮสต์ต้องปรับคำพูด]
พอได้ฟังแต้มที่ต้องเสียก็ถึงกลับต้องชะงัก แต้มติดตัวมีแค่ยี่สิบ แต่ระบบจะขูดเอาั้แ่เริ่มคือสิบห้านี่ไม่คิดว่ามันจะโหดร้ายไปหน่อยไหม
คิรินไล่สายตาดูก็พบว่ามันมีหัวข้อของร้านค้าด้วย คราวนี้ก็รีบเปิดดูก่อนจะพบว่าตัวเขาตอนนี้นั้นซื้อได้แต่เพียงแผนที่ราคาสิบห้าแต้ม ขวดยาเพิ่มพลังกายห้าแต้ม ขวดยาเพิ่มลมปราณห้าแต้ม
พอเห็นคำว่าเพิ่มลมปราณก็ต้องสะกิดใจ รีบไล่จอข้ามเนื้อหาในนิยายเพื่อหาหน้าต่างของทักษะ และก็ได้พบกับทักษะติดตัวของเฉิงเหลียงเฟิ่งที่ดีเสียเหลือเกิน
วาจาสิทธิ์แห่งผู้บัญชา...
ทักษะง่ายๆ ที่ใช้ลมปราณหนึ่งร้อยต่อการเอ่ยวาจาสั่งหนึ่งครั้ง ตอนนี้เฉิงเหลียงเฟิ่งมีลมปราณอยู่หนึ่งร้อยห้าสิบเท่านั้น แปลว่าใช้ได้เพียงครั้งเดียวและเงื่อนไขของการใช้แต่ละครั้งคือ ตัวเราที่เป็ผู้เอ่ยสั่งต้องมั่นใจว่าตัวเองนั้นอยู่ในสถานะหรือสภาวะที่สูงกว่าผู้ที่ถูกสั่ง
หากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ถ้าเขาเป็ชาวบ้านธรรมดา มันก็คงยากที่จะไปสั่งาาให้คลานเหมือนหมาบนพื้น ยกเว้นแต่าาผู้นั้นจะไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งมากพอและตัวละครแต่ละตัวในโลกนี้ก็ล้วนมีทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันแบบนี้ติดตัวกันทั้งนั้น
“ระบบ จะหาแต้มเพิ่มได้ยังไง”
[ทุกครั้งที่โฮสต์ทำอะไรสักอย่างแล้วตัวละครดำเนินเื่มีเหตุผล มันก็ได้แต้มทั้งนั้นแหละ แต่ระบบจะไม่นับเหมารวมการกระทำอันสมเหตุสมผลของโฮสต์ อีกอย่างนิยายเื่นี้มันเก่าแล้ว คนแต่งก็ี้เีจะใส่ใจ โฮสต์ก็คิดเสียว่าได้ชีวิตใหม่มาใช้ก็แล้วกันนะ]
“หมายความว่าข้าไม่ต้องทำตามเนื้อเื่ก็ได้ใช่ไหม แล้วการได้แต้มพอจะมีตัวอย่างหรือเปล่า” ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่มันกว้างมากเกินไปแถมนิยายเื่นี้มันก็ยาวเอามากๆ ให้มาไล่หาจุดแปลกๆ ทั้งหมด คงตายก่อนพอดี
[คำถามแรกระบบขอตอบว่าได้เพราะจุดประสงค์หลักคือแก้ไขนิสัยจ้าวเยว่เทียนและจุดไม่สมเหตุสมผลของเนื้อเื่ ส่วนคำถามที่สอง คิดว่าโฮสต์ไปเจอเองก็คงเข้าใจ]
คิรินได้แต่ถอนหายใจให้กับระบบที่ดูจะช่วยอะไรได้บ้างแต่ก็แทบหาเื่ให้ช่วยไม่ได้เลย ว่าแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง เพื่อเดินตรงไปดูไม้ไผ่ที่เอามาทำห้องขังให้เขาตอนนี้
ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็น...ค้อน...
“ทำไมมีค้อนในห้องขังที่ทำด้วยกรงไม้ไผ่?”
[ก็นักเขียนเขาบรรยายเอาไว้ว่า ห้องนี้ประกอบไปด้วย เตียงและโต๊ะที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ข้าวของเก่าๆ เช่น ค้อน...]
ระบบที่น้ำเสียงดูน่ากระทืบที่สุดสำหรับเขากำลังพูดเอื่อยเฉื่อย คิรินยืนฟังด้วยความมึนงง สรุปห้องที่ระบบกำลังอ่านอยู่นี้คือห้องขังจริงๆ หรือเปล่า
ในตอนที่เขายังเป็นักฆ่า ห้องขังสำหรับเขานั้นมีสองแบบ ไม่โล่งและว่างเปล่าก็เป็ห้องที่มีเก้าอี้เพียงตัวเดียวเพื่อเอาไว้ทรมานในการเค้นข้อมูล
“ขอเดาว่าเหลียงเฟิ่งแหกกรงออกมาได้เพราะเอาค้อนทุบไม้ไผ่”
[เปล่า เหลียงเฟิ่งออกไม่ได้ ถูกขังนานเจ็ดวันเจ็ดคืน จนกระทั่งหิวตาย]
พอได้ฟังแบบนั้นคิรินก็ถึงกลับรีบเปิดเนื้อหาในนิยายมาอ่านอย่างละเอียดทันที สรุปแล้วเหลียงเฟิ่งตายจริงๆ หลังจากถูกจับตัวมาเจ็ดวัน ตัวละครหลักต่างๆ ยังคงใช้ชีวิตปกติ นางเอกก็ลืมพี่ชายคนนี้ มาจำได้อีกทีตอนพระเอกจีบติดแล้ว ก่อนจะให้พระเอกนำทัพมาช่วย พร้อมสู้กับตัวร้ายอีกนิดหน่อย ก่อนได้ข่าวว่าพี่ชายตายแล้ว ก็ร้องไห้นำทัพกลับ แต่งงานและนิยายจบ
“ตัวละครเหลียงเฟิ่งมีไว้ทำไม...”
[เอาไว้เป็สีสันหนีจากฉากแต่งงานล่ะมั้ง]
คิรินกุมขมับ รีบหันตัวไปคว้าค้อนั์ที่ตั้งอยู่มุมห้องทันทีพร้อมกับไม่รอช้าที่จะใช้ค้อนทุบกรงไม้
[ขอเตือน OOC ตัวละครเหลียงเฟิ่งเป็คุณชายอ่อนแอและเรียบร้อย มาทำหน้าตายทุบกรงแบบนี้ไม่ได้!]
“ในนิยายเหลียงเฟิ่งคือคุณชายที่ถูกขังอยู่แต่ในตำหนักถูกไหม”
[ก็...ใช่]
“ถ้างั้นระบบก็คิดดูดีๆ ว่านี่มันเป็การ OOC ตรงไหน ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครและคนที่จับตัวมามันก็ยังไม่รู้เลยว่าจับมาผิดคน!” ว่าแล้วคิรินก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในการยกค้อนมาทุบกรงดังปักๆ ไม่นานกรงที่สร้างจากไม้ก็ถูกทำลาย อดีตนักฆ่าที่ตอนนี้อยู่ในร่างขององค์ชายเฉิงเหลียงเฟิ่งผู้แสนอ่อนโยนก็ได้โยนค้อนทิ้งพร้อมบิดร่างกายไล่ความเมื่อยล้า
จะมามัวเก็บสองร้อยแต้มที่ไม่รู้ชาตินี้จะเก็บถึงไหมไปทำไม สู้อยู่ที่นี่และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจะดีกว่า ยังไงน้องสาวตัวดีก็คงจำไม่ได้ กว่าจะจำได้อีกทีบางทีเขาคงหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว
“ระบบ ขอซื้อแผนที่พรรคมาร”
[แผนที่พรรคมารถูกอัปเดตเรียบร้อย ตอนนี้โฮสต์เหลือเพียงแค่ห้าแต้ม ระบบขอแจ้งแก่การกระทำที่จะถูกหักแต้มด้วยความหวังดี หากหลุด OOC โฮสต์จะถูกหักห้าแต้ม]
“แล้วอย่างกรณีเมื่อกี้?”
[กรณีเมื่อครู่ผู้สร้างกล่าวว่าโฮสต์ไม่ได้ทำผิดจริง ดังนั้นแต้มจะไม่ถูกหัก แถมผู้สร้างยังกล่าวอีกว่า หากโฮสต์บอกจุดบกพร่องในนิยายตรงจุดไหนได้ แล้วผู้สร้างคิดว่าจริงดั่งโฮสต์ว่า โฮสต์จะได้รับแต้มเพิ่มอย่างละหนึ่งจุด]
คิรินเหลือบสายตามองซากความเสียหายด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยบอกที ห้องขังไม่ควรใช้ไม้ทำ หรือถ้าอยากจะใช้ ก็อย่าเอาค้อนใส่ไว้ในห้องขัง!”
[โฮสต์ได้รับแต้มเพิ่มอีกสองแต้ม แต้มปัจจุบันคือเจ็ด ผู้สร้างถูกใจมากพร้อมกล่าวอวยพรขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]
“พยายามแน่! แต่ขอบอกเลยนะว่ากรงขังที่ทำด้วยไม้ว่าแย่แล้ว คุกบ้าอะไรโล่งและไร้คนเฝ้าขนาดนี้ห่ะ!”
[โอ้...เพิ่มอีกแต้มแบบงดงาม เห็นไหม การเพิ่มแต้มมันง่ายนิดเดียว ขอระบบจดก่อนนะ โฮสต์สู้ๆ]
ระบบบัดซบ!