“เช้านี้นายจะไปส่งของก่อน หรือไปที่ร้านซ่อมก่อน?”
เสียงจากปลายสายโทรศัพท์ทำให้คินขยับตัวลุกจากฟูกเก่าในห้องเช่าเล็ก ๆ แถวชานเมือง
เวลาตีห้าครึ่ง เขายังไม่ได้ล้างหน้า หรือแม้แต่ปิดโทรศัพท์ให้เงียบ
คินถอนหายใจเบา ๆ แล้วตอบ
“ไปร้านซ่อมก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาส่งของ่บ่าย”
“เออ…รีบหน่อยนะ เ้าของร้านเค้าบ่นว่าเมื่อวานนายประกอบวงจรช้าไปหลายชั่วโมง”
คินไม่ตอบ เขาแค่วางสายแล้วหันมามองข้อมือของตัวเอง
สายรัดเก่า ๆ สีดำ มีหน้าจอเล็ก ๆ ติดอยู่
มันคือของที่เขาได้มาโดยไม่ตั้งใจเมื่อเดือนก่อน ขณะที่เดินเก็บของเก่าหลังตลาด
ไม่มีแบรนด์ ไม่มีสัญญาณ ไม่มีใครรู้ว่าใช้ทำอะไร
แต่ในเช้าวันนั้น มันปรากฏข้อความขึ้นครั้งแรก
“ยินดีต้อนรับผู้ใช้ ระบบลงชื่อเข้าใช้รายวันกำลังเปิดใช้งาน...”
คินมองหน้าจอนั้นนิ่ง ๆ
ไม่ใช่เพราะใ
แต่เพราะชีวิตเขานั้น…ไม่มีอะไรเหลือให้ใได้อีกแล้ว
เขาเคยเป็เด็กที่สอบได้คะแนนดีแต่ไม่มีเงินเรียนต่อ
เคยทำงานอยู่โรงงานใหญ่แต่โดนเลิกจ้างเพราะอุปกรณ์ชำรุด
เคยพยายามประดิษฐ์ของขายเอง แต่โดนขโมยไอเดียโดยไม่มีหลักฐานใด
ตอนนี้ เขาทำงานรับจ้างส่งของกลางวัน
ตอนเย็นไปช่วยร้านซ่อมเล็ก ๆ ประกอบแผงวงจรจากของเก่า
กลางคืนก็กลับมานั่งจดโน้ตแผนการสร้างเครื่องต้นแบบอะไรสักอย่างที่ยังไม่เป็รูปเป็ร่าง
แต่ตอนนี้…ทุกอย่างเปลี่ยนไป
เพราะหน้าจอข้อมือเขาขึ้นข้อความว่า
“ลงชื่อเข้าใช้วันแรกสำเร็จ
รางวัล: ชุดเครื่องมือซ่อมวงจรอัจฉริยะ – ระดับพื้นฐาน
คุณสมบัติ: บัดกรีได้แม่นยำ ใช้ไฟต่ำ น้ำหนักเบา พร้อมระบบตรวจจับจุดเสียเบื้องต้น”
คินไม่พูดอะไร
แต่สิ่งที่เขาเห็นถัดมา ทำให้เขาต้องลุกขึ้นทันที
กล่องเครื่องมือสีเทาขนาดเล็ก ปรากฏอยู่บนโต๊ะไม้ข้างเตียง
ไม่มีเสียง
ไม่มีแสง
ไม่มีคำอธิบาย
เขาค่อย ๆ เปิดฝา
ข้างในมีเครื่องบัดกรี ขั้วต่อสาย เครื่องวัดแรงดัน และกล่องอะไหล่ขนาดเล็ก
ทั้งหมดดูใหม่เหมือนเพิ่งผลิตจากโรงงานเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
เขายกเครื่องบัดกรีขึ้น พลิกไปพลิกมา
รู้ทันทีว่า…นี่ไม่ใช่ของที่ขายกันทั่วไป
**
คินมาถึงร้านซ่อมตอนเจ็ดโมง
เ้าของร้านซึ่งเป็ชายวัยกลางคนโยนกล่องแผงวงจรเก่าให้ทันที
“วันนี้มีแผงควบคุมเครื่องแอร์เก่า เอาให้ทันก่อนเที่ยงนะ”
คินพยักหน้า
เขาไม่ได้ตอบอะไร
แต่หยิบเครื่องมือใหม่ที่ได้จากระบบขึ้นมาใช้งานทันที
เพียงแค่แตะหัวบัดกรีที่จุดเชื่อมเดิม
หน้าจอเล็ก ๆ บนตัวเครื่องก็แสดงสัญลักษณ์เป็สีเหลือง
พร้อมแสดงคำว่า “ขั้วต่อไม่สมบูรณ์ – เสี่ยงสะสมความร้อนเกิน”
เขาเปลี่ยนขั้วต่อใหม่ ใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาที
แล้วประกอบแผงวงจรกลับเข้ากล่องอย่างมั่นใจ
เ้าของร้านที่แอบดูอยู่เงียบ ๆ ขมวดคิ้ว
“เฮ้ย วันนี้ดูมือโปรขึ้นผิดหูผิดตานะ”
คินยิ้มเล็กน้อย
“เมื่อคืนผมลองฝึกต่อวงจรเล่น ๆ ดูครับ เลยชินมือหน่อย”
เขาไม่ได้โกหก
เพียงแต่เขาไม่ได้บอกว่า
“ฝึก” ของเขาคือการนั่งจำลองวงจรไฟฟ้าในระบบจำลองที่ข้อมืออัจฉริยะให้มา
และเครื่องมือที่ใช้…ก็ไม่ได้มาจากร้านขายอุปกรณ์ทั่วไป
**
เย็นวันนั้น
ขณะที่เขากำลังจะกลับบ้าน
หน้าจอข้อมือก็ขึ้นข้อความใหม่
“ระดับศักยภาพ: 2%
ระบบจะประเมินศักยภาพในทุกสิ้นวัน
ยิ่งคุณใช้ของรางวัลอย่างมีประโยชน์มากเท่าไร
รางวัลในวันต่อไปจะยิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น”
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง
เขาไม่รู้ว่าระบบนี้คืออะไร
ใครเป็คนสร้าง
หรือมัน้าอะไร
แต่เขารู้เพียงข้อเดียว
“นี่อาจเป็โอกาสเดียวในชีวิต…ที่โลกให้กับคนธรรมดาแบบเขา”
และเขาจะไม่ปล่อยมันหลุดมืออีกแล้ว