ในพื้นที่มิติจางเฉินเดินไปดูรังผึ้งเขาวางต้นไม้ที่ดึงเข้ามาไว้ใกล้กับสวนสมุนไพร พื้นที่มีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรทำให้ร่างกายชุ่มชื่น สมุนไพรที่หลากหลายรูปทรงบางส่วนก็ดูแปลกตา สีสันของสมุนไพรที่แตกต่างหลากหลายราวกับผืนพรหมที่แต่งแต้มสีสันสวยงามละลานตา ผึ้งหลายร้อยตัวโผบินเป็ขบวนเหมือนกำลังตื่นจากฝัน
“มีผึ้งค้างในรังมากเหมือนกันนะนี่” จางเฉินภูมิใจกับภาพที่เห็น
“มานี่ มาขุดดีหมีกิน แล้วเดินลมปราณ มันจะช่วยบำรุงกำลัง” โสมแดงเรียกจางเฉิน
“ข้าลืมเลย แต่ก่อนเคยฆ่างู แต่ไม่ได้เก็บดีงูไว้” จางเฉินเกาหัว
“โง่ตลอด” โสมแดงบ่นจางเฉิน
“อะไรก็ว่าข้าโง่ ลูกพี่โสมแดง พ่อคนฉลาด หล่อเหลา เก่งสุดบรรยาย” จางเฉินประชด
“ข้าช่วยชีวิตเ้านะ รอบหน้าไม่ต้องเลย” โสมขึ้นเสียง
“จริงด้วย ขอโทษที ขอบคุณมาก ลูกพี่โสมแดงทำได้ยังไง ที่หมีกระเด็นกลับไป”
“นั่นเป็อาเรย์สะท้อนกลับ มันจะดูดกลืนและสะท้อนกลับพลังโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ข้าเป็อาจารย์อาเรย์ ทั้งยังมีความรู้มากมาย หน้าตาหล่อที่สุดในโลก เก่งที่สุดในโลก สาวๆ หลงรักมากมาย ใครเห็นก็อยากกินข้า ...”
จางเฉินหมดคำพูด เขาอยากรู้จักอาจารย์ของโสมแดง อยู่กันยังไงทำไมมันบ้าชมตัวเองขนาดนี้
"อาเรย์ คือ? "
"อาเรย์ คือขบวนลำดับการจัดเรียงข้อมูลเวทมนตร์ด้วยอักษรรูนและการเชื่อมต่อกันด้วยสัญญาลักษณ์ต่างๆ คล้ายๆ กับ ค่ายกล กับดัก ต้องใช้พลังงานจากหินิญญาและสภาพแวดล้อมเพื่อติดตั้ง เ้าก็ต้องศึกษาไว้"
หลังจากขุดดีหมีแล้ว จางเฉินก็ฝืนใจกลืนลงไป แล้วเดินลมปราณเพื่อย่อยสลาย มีความรู้สึกคันไปตามกระดูก เหมือนมีมดไต่ไปทั่วร่างกาย ทำให้จางเฉินเสียสมาธิไปพอสมควร แต่เขาก็รู้สึกยินดี
“ใกล้ผ่านระดับ 7 แล้ว”
“เ้าต้องฝึกท่าเท้าให้มากขึ้นนะ จะได้ใช้เวลาหลบหลีก หลบหนี ที่สำคัญความระมัดระวังของเ้าก็ต่ำมาก ต้องมีความตื่นตัวอยู่เสมอ” โสมแดงสั่งสอน
“อืม ่นี้เราเน้นฝึกกันในโลกมิติก่อนละกัน จะได้ลดความเสี่ยง พื้นที่ป่าลึกเข้าไปอีก อาจเจอสัตว์อสูรที่น่ากลัวกว่านี้”
จางเฉินเริ่มฝึกวิชาต่างๆ ให้เกิดความคุ้นเคย การเดินลมปราณ เพลงหมัด เพลงกระบี่ ท่าเท้า เขาศึกษาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ยามที่รู้สึกเหนื่อยล้าก็อ่านตำราต่างๆ ที่มี ความรู้ด้านการแพทย์ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
“ลูกพี่โสมแดง ท่านมีความรู้เกี่ยวกับพืชมากแค่ไหน”
“ก็พอใช้ได้ ข้าสามารถบอกความเป็พิษ และดูลักษณะพิเศษของมันได้บ้าง ข้าเป็พืชดังนั้นการสื่อสารกับพืชย่อมไม่ใช่เื่ยากมากนัก”
“งั้นเราจัดการพวกต้นไม้ กัน ข้าอยากแยกพวกไม้ผลไว้ แล้วเอาพวกต้นไม้ธรรมดาที่ไม่ออกผล กินผลไม่ได้ไปพื้นที่อื่น”
“ได้ๆ เดี๋ยวข้าช่วย”
จางเฉินนำสมุดจดบันทึกไปด้วย แล้วเดินไปตามแนวต้นไม้กับโสมแดง
“ต้นนี้เป็หลงเหยี่ยน กินได้มีรถหวาน กลิ่นหอม”
“ต้นนี้ไม่มีผล ลำต้นแข็งแรงและก็โตเร็วมาก น่าจะไว้สร้างบ้าน สร้างเรือเพราะมีน้ำหนักเบา”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จางเฉินจัดการย้ายต้นไม้ และจัดระเบียบต้นไม้ หลังจากบันทึกสิ่งต่างๆ ครบถ้วน ก็พาโสมแดงสำรวจพื้นที่สมุนไพร ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรระหว่างอ่านจากหนังสือ กับเจอของจริงเลย ย่อมต่างกันมาก จางเฉินได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์เพิ่มเติมจากโสมแดงมากมาย ตอนนี้เขามีสมุนไพรกว่า 100 ชนิด ผลไม้อีก 10 กว่าชนิด พอทำงานจนทั่วแล้วจางเฉินก็กลับไปฝึก
“ข้าว่า เ้าไม่มีพื้นฐานเลย ดูฝึกอันไหนก็น่ารำคาญ ทักษะยุทธไม่ใช่การลอกเลียนแบบเฉยๆ สุดท้ายเ้าจะกลายเป็แค่พวกลอกเลียนแบบ รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร และกำหนดกรอบตัวเองไว้แค่นั้น การพัฒนาจะไม่เกิด การฝึกแค่เพื่อโชว์เหมือนพวกนักร้องที่ได้แต่ร้องเพลงเหมือนต้นฉบับ สมองตายด้าน ต้องแบบนั้น แบบนี้อยู่เสมอ มันไม่มีศิลปะ มันอยู่ในกรอบแคบๆ เ้าจะไม่เข้าถึงศิลปะ ศิลปะคือการสร้างสรรค์ มันต้องมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเสมอ มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ทำได้แค่แบบเดิมๆ แค่ให้คนดูเบื่อ แบบนั้นไม่เรียกศิลปะการต่อสู้ เ้าพยายามให้เหมือนตำรามากเกินไป ยิ่งดูยิ่งเหมือนขยะฝึกวิชา”
“นักร้อง โลกนี้มีนักร้องด้วยเหรอ” จางเฉินมึนงง
“มีสิ แต่ไม่ต้องคิดข้าแค่เปรียบเปรย มีศิลปะมากมายในโลก พวกโง่ที่ได้แต่ลอกเลียนแบบก็มีเยอะ สุดท้ายก็เอามาใช้ได้ แต่ไม่มีคุณภาพ ก็จะมี นักร้อง นักเต้น นักดนตรี คนทำอาหาร นักฝึกอสูร ผู้ปรุงยา ช่างตีเหล็ก คนเขียนยันต์ นักเวทย์ และอีกมากมาย เ้าอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนจะไปรู้เื่อะไร”
“โอ้ว แล้วลูกพี่โสมแดงจะให้ข้าทำยังไง” จางเฉินเกาหัว
“ฝึกพื้นฐานใหม่ การเคลื่อนไหวของดาบต้องมีความเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย สาระสำคัญของดาบจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับผู้ปลูกฝัง ดาบวายุ คือความเร็วที่สร้างให้เกิดลมของเพลงดาบ ตอนดาบให้ตั้งจิตสำนึกไปทั่วร่างกายอย่าให้ร่างกายส่วนไหนมีความติดขัด เ้าต้องรู้สึกถึงลม และเข้าถึงลม ลมบางครั้งอ่อนโยน บางครั้งก้าวร้าวรุนแรง ต้องเป็ให้เหมือนลม”
จางเฉินตะลึง เกาหัวและพยายามย่อยสิ่งที่ได้รับ