ไอฝนกลับมานั่งแผ่หลาอยู่ในห้องรับแอร์เย็นฉ่ำด้วยความรู้สึกผ่อนคลายราวกับได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากความเครียดและความขุ่นมัวต่าง ๆ ไปเรียบร้อยแล้วเปลือกตาคู่บางกำลังจะเคลิ้มปิด กลับต้องกระเด้งเปิด เพราะเสียงกริ่งหน้าประตูห้อง
สาวเ้าของห้องพาร่างเล็กๆ ของตัวเองลุกขึ้นไปเปิดประตู
“แก ๆ ๆ ๆ ๆ” น้ำเสียงตื่นเต้นของทองชมพูนุชเรียกรัวๆ ก่อนจะรีบดันเพื่อนรักเข้าห้องด้วยท่าทีกระดี๊กระด๊า ปานว่าอยากเมาท์มอยใจแทบขาด“แกรู้รึเปล่าว่าเมื่อกี้ฉันเจอใคร”
ทองชมพูนุช สาวร่างใหญ่ใบหน้ากลมอิ่มนิสัยร่าเริงสดใส เป็เพื่อนกับไอฝนมาั้แ่เรียนประถมศึกษาถึงตอนที่ไอฝนต้องย้ายไปเรียนอเมริกาจะทำให้ต้องแยกกัน แต่่ที่เรียนอุดมศึกษาทองชมพูนุชก็บินไปเรียนที่อเมริกาและได้เจอกันอีก ก่อนจะเรียนจบแล้วกลับมาไทยเมื่อไอฝนย้ายกลับมาไทยทั้งสองคนก็มาเจอกันใหม่สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนจึงไม่เคยจางหาย
และที่ทองชมพูนุชมาถูกห้องโดยไม่ต้องมีคำบอกกล่าวอะไรเลยทั้งนี้ก็เพราะแต่เดิมห้องนี้เป็ห้องของคุณสร้อยทอง แม่ของเธอที่ซื้อเอาไว้เกร็งกำไร ซึ่งเมื่อรู้ว่าไอฝนกำลังหาซื้อคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้าเธอจึงได้พาไอฝนมาดูห้อง ตอนแรกก็เกือบจะพลาดห้องนี้ไปเหมือนกันเพราะว่ามีคนมาวางเงินมัดจำและนัดทำสัญญาซื้อไว้กับแม่เธอเรียบร้อยแล้วแต่ในวันทำสัญญา ผู้ซื้อกลับแจ้งว่าติดปัญหาบางอย่างไม่พร้อมซื้อโอกาสในการซื้อจึงตกมาอยู่ที่ไอฝน แถมยังซื้อได้ในราคาทุน เพราะความเมตตาของคุณสร้อยทองที่มีให้เพื่อนรักของลูกสาวอีกด้วย
“หึ ไม่รู้” ไอฝนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ต่างจากน้ำเสียงของคนถามอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เดินกลับไปหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมอิงศีรษะกับพนักพิงหลัง และกำลังปิดเปลือกตาตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก
“หือ...แกทำน้ำเสียงให้มันตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นตามฉันหน่อยไม่ได้รึไง เสียงแกไร้อารมณ์ซะจนฉันแทบจะหมดอารมณ์ตามไปด้วยแล้วนะเนี่ย”รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของทองชมพูนุชเลือนหายไปชั่วขณะ หลังจากได้ฟังเสียงตอบจากเพื่อนสาวแต่ก็เป็เพียงแป๊บเดียว เพราะเมื่อย้อนกลับมานึกถึงคนที่เธอเพิ่งเดินสวนกับเขาที่ชั้นล่างแล้วรอยยิ้มนั้นก็พลันกลับมาประดับอยู่บนใบหน้ากลมอิ่มเช่นเดิม “แต่ไม่เป็ไรเพราะว่าคนที่ฉันไปเจอมา ทำให้ฉันยิ้มได้”
น้ำเสียงกับหน้าตาท่าทางที่เหม่อมองออกไปเหมือนกำลังเคลิ้มฝันของทองชมพูนุชทำให้ไอฝนเริ่มอยากรู้ออกมาบ้างแล้ว ว่าเพื่อนสาวของเธอ ไปโดนตัวไหนมา!
“เป็ไรแก ไปโดนตัวไหนมาล่ะถึงได้เคลิ้มขนาดนี้” กับเพื่อนรักไม่ต้องมีคำว่ายั้ง ไม่ต้องคีพลุกและไม่ต้องคิดมาก ปล่อยสมองของเธอให้เบลอ ๆ ได้พักผ่อนบ้าง เพราะสำหรับเธอกับทองชมพูนุชแล้วอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ อย่างเช่นตอนนี้ ถึงปากจะถามออกไปอย่างนั้น แต่ถ้าให้เดาเธอก็เดาว่าต้องไม่พ้นเื่ผู้ชายอีกแน่นอน
“ตัวหมอน่ะสิ หล่อตี๋นี่แหละสเปกฉันเลย”น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยตอบเพื่อนรวดเร็วราวกับเตรียมจะพูดอยู่แล้ว
นั่นไง...ซื้อหวยไม่ยักถูกอย่างนี้บ้างเนาะ
“แกจำพี่ฟ้าครามได้ปะที่เป็นักกีฬาบาสฯ แล้วแกก็เคยบอกว่าบ้านอยู่ใกล้แกด้วยน่ะ”
“อ๋อ...อืม ฟ้าครามปากเสียน่ะนะ”
ทองชมพูนุชถึงกับหลุดหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินเพื่อนสาวของเธอเรียกชายหนุ่มในดวงใจ
“ฮ่า ๆ ๆ เออนั่นแหละ ตอนนี้เขาเป็คุณหมอแล้วจ้า และฉันก็เพิ่งรู้นะ ว่าพี่หมอฟ้าครามสุดหล่อของฉันเขาก็อยู่ที่คอนโดฯนี้ด้วยเหมือนกัน”
“เขาเป็ของแกั้แ่เมื่อไหร่?”คนอยากเบรกความกระดี๊กระด๊าของเพื่อน ยักคิ้วถาม
“ั้แ่เห็นหน้าเลยย่ะ”เสียงแข็งตอบกลับ พร้อมกับมองค้อนเพื่อนที่ชอบแกล้งขัดคอเธอไปอีกหนึ่งที
“แล้วไปตีตราจองเอาไว้ยังระวังคนอื่นจะคว้าเอาไปกินก่อนนะ”
“ถ้าฉันทำได้ ก็คงไม่ต้องมานั่งฝันถึงเขาอยู่กับแกอย่างนี้หรอกป่านนี้ฉันคงควงเขาเดินออกจากคอนโดฯ ไปด้วยกันแล้วละย่ะ ชิ!”ชอบขัดจินตนาการอันบรรเจิดจริงเชียว ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะค้อนเพื่อนให้อีกที ก่อนจะปล่อยวางเื่คุณหมอสุดหล่อแล้วหันมาคุยเื่ของเพื่อนเธอบ้าง “ว่าแต่แกเหอะฝน ไปทำงานวันแรกเป็ไงบ้างสนุกปะ แล้วที่ทำงานของแกมีคนหล่อ ๆ เยอะมะ ถ้าให้ฉันเดานะ ในเอเจนซีโฆษณาก็ต้องมีพวกหนุ่มเซอร์ๆ ติสต์ ๆ เต็มเลยใช่มั้ย”
“ก็มีทั้งเซอร์ ทั้งไม่เซอร์ทั้งติสต์ ทั้งไม่ติสต์นั่นแหละ ส่วนที่แกถามว่าสนุกมั้ย ตอบได้ว่าไม่สนุก เพราะฉันไปทำงานไม่ได้ไปสวนสนุก” ไอฝนพูดไปก็นึกถึงคนที่นั่งโต๊ะทำงานหันหน้าชนกับเธอไปด้วย
“แหมก็รู้แหละว่าแกไม่ได้ไปเล่นในสวนสนุก แต่ว่าทำงานมันก็สนุกได้นี่หว่า สนุกกับงานไง”
“งานก็ดีนั่นแหละ แต่คนนี่สิกลิ่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“หึ่ยยยย...”ทองชมพูนุชทำท่าทางเหมือนเหม็นอะไรมาสักอย่าง“ติสต์ เซอร์ ถึงขนาดไม่อาบน้ำกันเลยเหรอแก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นฉันหมายถึงว่ามีคนที่ตั้งป้อมจะเป็อริกับฉันั้แ่วันแรกนี่แล้วสิ”
“หือ ถ้าให้ฉันทายนะต้องเป็ผู้หญิงแน่ เพราะว่าเห็นแกสวยกว่า เก่งกว่าละสิ”
ทองชมพูนุชพูดเดาออกไปด้วยความมั่นใจเพราะว่าเพื่อนของเธอจัดว่าเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีมาก ถ้าตัวสูงกว่านี้อีกสักหน่อยก็ส่งขึ้นเวทีประกวดระดับโลกได้เลยทีเดียวเธอเองยังชอบมองใบหน้ารูปหัวใจที่ประดับเครื่องหน้าไว้ได้อย่างลงตัวยิ่งเวลาที่ริมฝีปากบางรูปกระจับขยับเอื้อนเอ่ย ปล่อยเสียงใส ๆ เล็ก ๆออกมาฟังลื่นหู ยิ่งมองก็ยิ่งเพลิน
“เป็ผู้หญิงน่ะถูกส่วนสาเหตุ ฉันว่าคงเพราะฉันเข้าไปทำงานที่นั่นด้วยวิธีที่ไม่เหมือนชาวบ้านมั้งแต่ช่างเถอะ ของอย่างนี้ผลงานเป็ตัวพิสูจน์อยู่แล้ว”คนที่ไม่ได้ให้ค่ากับหน้าตาตัวเองนัก แสดงความคิดที่แตกต่างก่อนจะชวนเพื่อนเปลี่ยนเื่คุย “แต่มีอีกเื่นึง สำคัญกว่า...”
“เื่อะไร?”ทองชมพูนุชหันมาจ้องเพื่อนด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ตั้งใจฟังอย่างยิ่งยวด
“ฉันหิว!”
คนที่ตั้งใจฟังถอนหายใจพรืดมองสาวเ้าของห้องแล้วเหลือบตามองบน อย่างจะบอกว่า เอาความตั้งใจของฉันคืนมา
“แกกินไรมายังออกไปหาอะไรกินกันมะ”
“ไม่!!” เสียงตอบปฏิเสธของทองชมพูนุชหนักแน่น เด็ดขาด จนคนชวนเบ้ปากผิดหวังด้วยคิดว่าจะมีเพื่อนออกไปหาอะไรกินด้วยกัน
“เอองั้นแกก็อยู่คนเดียวไปก่อนละกัน ฉันจะออกไปหาอะไรกินก่อน เดี๋ยวมา” ไอฝนพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกจากห้องไป จนทองชมพูนุชต้องรีบคว้าข้อมือเอาไว้แทบไม่ทัน
“เดี๋ยวสิแกฉันหมายถึงว่าเราสองคนไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น เพราะว่าฉันพกของกินมาด้วยแล้วนี่ไง”ทองชมพูนุชปล่อยข้อมือเพื่อน แล้วมาเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเองแทน หยิบกล่องอาหารออกมาวางบนโต๊ะเล็กสามกล่อง
“ว้าววว...น่ารักมากเพื่อนนี่แกไปเอามาจากไหนอะ อย่าบอกนะว่าทำเอง” ไอฝนหย่อนก้นลงนั่งที่เดิม ดูจากกล่องที่ไม่ได้ติดโลโก้ใดๆ แสดงว่าน่าจะเป็อาหารที่ไม่ได้ไปซื้อมาจากร้าน
“ทำไมยะถ้าฉันทำเอง แกจะไม่กินรึไง” ปากถาม ทว่ามือก็สาละวนอยู่กับการเปิดกล่องโชว์อาหารที่อยู่ภายใน จนคนที่มองอยู่ตาโตจ้องสปาเกตตีซอสมะเขือเทศหมูสับพร้อมกลืนน้ำลายดังเอือก
“กินสิกินหน้าตาออกจะน่ากินซะขนาดนี้” ไอฝนกระเด้งตัวลุกขึ้นรีบเดินไปหยิบจานและช้อนมาแบ่งอาหารกินกับเพื่อน พลางพูดอวยเพื่อนไปเรื่อย “ที่ฉันถามน่ะฉันก็แค่ทึ่งในความสามารถของแกไง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีเพื่อนเป็เชฟฝีมือดีกับเขาด้วยแถมยังมีน้ำใจงามอีกต่างหาก”
“งั้นแกก็ไม่ต้องคิดไม่ต้องฝันต่อไปเพราะว่าของกินพวกนี้ไม่ใช่ฝีมือฉัน แต่ว่าเป็ฝีมือพี่เอกต่างหากละ” ทองชมพูนุชหมายถึงทองเอกพี่ชายของเธอเอง
“นั่นไงว่าแล้วเชียว”
“ว่าแล้วอะไรของแกถึงอาหารพวกนี้จะไม่ใช่ฝีมือฉัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะทำอาหารไม่เป็นะยะ ฉันทำได้แค่ไม่อร่อยเท่ากับที่พี่เอกทำเท่านั้นเอง”