ความคิดหนึ่งวูบผ่านเข้ามาในห้วของมู่เฉินชั่วขณะทว่ายามนี้เขากำลังร้อนรนและสับสนภายอยู่ จึงไม่มีกะจิตกะใจจะนึกถึงสิ่งอื่นใดแม้กระทั่งสินค้าประมูลชิ้นสุดท้ายที่กำลังจะถูกนำเสนอก็มิอาจดึงดูดความสนใจของเขาได้เลยแม้แต่น้อย จากนั้นเขาจึงเก็บข้าวของให้เรียบร้อยพลางก้าวเดินอย่างเร่งรีบมุ่งหน้าออกจากห้องส่วนตัว
และในอีกฟากหนึ่งกู่เทียนหยวนจ้องมองบุคคลเบื้องหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้างพลางเผยสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกตกตะลึงพรึงเพริดอย่างที่สุดมู่เสินฉวนไม่เพียงจะสามารถหยิบแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ออกมาถึงห้าหมื่นจินได้อย่างง่ายดายแต่ยังสามารถทุ่มเงินถึงหนึ่งแสนจินเพื่อซื้อสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่งโดยไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อยราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่มิได้สลักสำคัญอันใดเลยหรือว่ายอดอัจฉริยะจากตระกูลมู่ซึ่งได้เข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนผู้นั้นกำลังตอบแทนบุญคุณตระกูลอย่างรวดเร็วเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?ทว่าเมื่อคิดทบทวนดูอย่างถี่ถ้วนดูท่าทางแล้วก็คงมีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้น
แต่เหตุใดเขาจึงได้ซื้อสมุนไพรวิญญาณหยกลิ้นมังกรนี้กันเล่า?หรือว่าภายในตระกูลมีบรรพบุรุษผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย?ดูท่าทางแล้วสิ่งนี้คงมิอาจเป็นจริงได้ราชวงศ์ต้าเยี่ยนไม่เคยปรากฏผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์มานานนับพันปีแล้วหากมีจริง ก็คงมิอาจเล็ดรอดพ้นการรับรู้ของเขาไปได้เลยแม้แต่น้อย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ในขณะนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอกห้องส่วนตัว หลังจากได้รับอนุญาตผู้จัดการการประมูลจึงก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆสองมือเขาประคองกล่องผ้าไหมที่บรรจุสมุนไพรวิญญาณหยกลิ้นมังกรเอาไว้พลางเอ่ยด้วยความนอบน้อม “ข้าน้อยมาเพื่อส่งมอบสินค้าที่ประมูลได้ขอท่านผู้อาวุโสโปรดตรวจสอบสินค้าด้วยขอรับ”
มู่เสินฉวนกวาดสัมผัสตรวจสอบวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็โบกมือครั้งหนึ่งแหล่งพลังงานบริสุทธิ์จำนวนหนึ่งแสนจินก็พลันปรากฏขึ้นบนพื้น
“ต่อไปยังมีสินค้าชิ้นสำคัญอีกหลายรายการที่จะประมูลหวังว่าจะถูกใจท่านผู้อาวุโสขอรับ” ผู้จัดการประมูลเก็บแหล่งพลังงานบริสุทธิ์พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่จำเป็นแล้วข้ามีธุระอื่นที่ต้องไปจัดการ” มู่เสินฉวนส่ายหน้าพลางกล่าวกับกู่เทียนหยวนที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า“พี่กู่ ท่านอยู่ที่นี่ดูต่อไปก่อนเถอะ ข้าจะออกไปข้างนอกสักครู่”
“ได้สิ”
“พี่มู่ เชิญตามสบาย” กู่เทียนหยวนประสานมือคารวะ
หลังจากนั้นมู่เสินฉวนก็ก้าวออกจากห้องส่วนตัวร่างของเขาวูบไหวเพียงพริบตา ก็ได้หายลับไปจากสถานที่แห่งนี้แล้วเขายังไม่แน่ใจว่ามู่เฉินได้จากไปแล้วหรือไม่จึงได้ปลดปล่อยพลังจิตสัมผัสเพื่อตรวจสอบโดยรอบทันใดนั้นพลังแห่งการตรวจสอบก็พลันแผ่กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง
[ติ๊ง!ตรวจพบสมาชิกตระกูลที่มีพรสวรรค์ระดับสีม่วง ซึ่งสามารถลงทุนได้]
“หืม?” มู่เสินฉวนพบร่างของมู่เฉินที่ยังมิได้จากไปไกลนักพลันรู้สึกประหลาดใจ เขายังคงจำได้ว่ามู่เฉินมีระดับการลงทุนสีน้ำเงินแล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้กลายเป็นสีม่วงไปแล้ว? ช่วงนี้ระบบก็ไม่ได้มีรางวัลสำหรับการยกระดับพรสวรรค์ของสมาชิกตระกูลอย่างครอบคลุมแต่อย่างใดแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็ยังคงรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปชั่วอึดใจฝ่ามือหนาอันหนักแน่นพลันทาบทับลงบนไหล่ของชายหนุ่มที่กำลังก้าวเดินอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบงัน
“ใคร!” มู่เฉินตกใจอย่างยิ่งพลังปราณในกายพลันปั่นป่วนวุ่นวาย เขารีบหันกลับไปมองในทันทีใบหน้าของเขาพลันปรากฏสีหน้าอันหลากหลาย ผสมปนเปกันไปอย่างงงงวยพลางกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่าน… ทะ…ท่านลุงสามหรือขอรับ?”
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!”
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย เจ้าเด็กดื้อ!”มู่เสินฉวนลูบฝ่ามือพลางยิ้ม และกล่าวว่า “ข้ามาที่เมืองซุ่ยซิงเพื่อจัดซื้อโอสถ”
“อ่า… เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“แต่ว่า… นี่…นี่มันช่างบังเอิญเกินไปแล้ว!” มู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นจนพูดจาติดขัดตะกุกตะกัก สถานที่ที่เขาพักอาศัยอยู่ในเมืองซุ่ยซิงมีค่ายกลอาคมคุ้มกันอยู่ทั้งเขาก็ไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกนักไม่คาดคิดเลยว่าเพิ่งจะเข้าร่วมการประมูลเสร็จสิ้น ก็ได้พบกับท่านผู้นำตระกูลนี่ช่างเป็นเรื่องราวที่ราวกับความฝันโดยแท้
จากนั้นมู่เสินฉวนก็ใช้ดวงตาเห็นสัจธรรมตรวจสอบมู่เฉินที่อยู่ตรงหน้า
[ชื่อ: มู่เฉิน]
[ระดับการฝึกตน: ระดับถ้ำสวรรค์ขั้นหนึ่ง]
[พรสวรรค์: สูง]
[ความเข้าใจ: สูง]
[ความสามารถพิเศษ:ภายในกายหลอมรวมหนึ่งในเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั่นคือเปลวเพลิงกระดูกวิญญาณ]
[โชคลาภ:ครอบครองวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์]
“หลอมรวมเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ…”
“มิน่าเล่า” มู่เสินฉวนพลันเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดพรสวรรค์ที่เขาสามารถลงทุนได้จึงเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า“พวกเราไปหาที่คุยกันดีกว่า”
“ขอรับ”
จากนั้นมู่เฉินจึงพามู่เสินฉวนกลับมายังที่พักของตนเอง ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยสิ่งใดมู่เสินฉวนก็ยื่นมือออกเบื้องหน้ารอบหนึ่งกล่องผ้าไหมที่แผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกก็พลันปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
“เจ้าคงต้องการสิ่งนี้มากใช่ไหม?”
“นี่… นี่มัน…” เมื่อมู่เฉินเห็นกล่องผ้าไหมที่คุ้นตาม่านตาของเขาก็พลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พลันนึกบางสิ่งออกและเอ่ยปากออกมาทันใด “ท่านลุงสาม!ผู้ลึกลับที่ทุ่มแหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งแสนจินในห้องประมูลส่วนตัวนั่นคือท่านหรือขอรับ!!”
“แน่นอนว่าเป็นข้า”
“มิเช่นนั้นข้าจะซื้อสมุนไพรวิญญาณต้นนี้ไปทำไมกันเล่า”มู่เสินฉวนแย้มยิ้มอบอุ่น
“แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ถึงหนึ่งแสนจินเชียวนะขอรับ!”มู่เฉินอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตื่นตะลึงดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจท่านลุงสามสมแล้วที่เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคารพมาตั้งแต่เยาว์วัยทุกครั้งที่ปรากฏตัว ล้วนนำมาซึ่งความประหลาดใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่เขาเสมอแม้ตอนนี้เขาจะเป็นผู้ฝึกตนระดับถ้ำสวรรค์แล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่อาจมองทะลุระดับการฝึกตนของท่านลุงสามได้เลย
ทว่าในขณะนั้นเองมู่เฉินคล้ายจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ใบหน้าของเขาพลันปรากฏริ้วรอยแห่งความละอายใจขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้เขานั้นตั้งแต่ได้รับโชควาสนาในครั้งนั้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้กระทำการอันใดเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตระกูลเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามเขากลับเป็นฝ่ายที่ได้รับความเมตตาจากท่านผู้นำตระกูลตรงหน้าอยู่หลายต่อหลายครั้งช่างน่าละอายใจจริงๆ
แต่ทว่าสมุนไพรวิญญาณหยกลิ้นมังกรนี้กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเขาจึงมิอาจปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งจิตใจของเขาก็พลันรู้สึกผิด พลางถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา“ท่านลุงสาม ดูท่า… ท่านคงจะรู้มานานแล้วสินะขอรับ”
“ในแหวนของข้ามีวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของผู้ฝึกตนซึ่งอยู่ในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์”
“และเขายังเป็นอาจารย์ของข้านามว่าหลิงเหยาขอรับ!”