กั๊บ กั๊บ กั๊บเสียงรถม้าวิ่งมาด้วยความเเร็ว เธอรีบหันควับไปมองยังรถม้านั่นในทันที เสียงหายใจเริ่มถี่ขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะหลุดลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาเบิกโพรงกว้างด้วยความใแต่ทันใดนั้นก็มีอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นรีบคว้าเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของเขาในทันที ดวงหน้าอันหล่อเหลาที่คุ้นเคยทำให้เธอแทบช็อก
“นี่มันอะไรกันหวงเต๋อจง ชายคนรักเก่าของเธอเหตุใดทำไมใบหน้าของเขาจึงยังดูเหมือนชายหนุ่มแรกรุ่นวัย20กะรัต”เธออุทานขึ้นด้วยความใ
“จินซีเธอเป็ยังไงบ้าง”เขาถามเธอด้วยความเป็ห่วง
หญิงสาวรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของเขาในทันที
“นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้น ทำไม ทำไมฉัน”เธอรู้สึกสับสนในสิ่งเห็นอยู่ในตอนนี้ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงถนัดตา
มือใหญ่รีบคว้ามือเธอเอาไว้ฉับพลัน
“จินซี นี่เธอเป็อะไรไปหรือเธอยังคงใกับรถม้าที่เกือบชนเธอเข้าเมื่อครู่นี้”
เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“หวงเต๋อจง นี่ นี่ฉันไม่ได้ฝันไปงั้นเหรอ”
ใบหน้าหล่อเผยยิ้มหวานให้กับเธอ
“ฝันงั้นเหรอเธอพูดเื่อะไรกัน เรากำลังจะไปดูหนังกันเธอจำไม่ได้แล้วงั้นเหรอ”
เมื่อเธอได้ฟังที่เขาพูดพลันในหัวก็นึกขึ้นได้เื่นาฬิกาที่หญิงแปลกหน้ามอบให้เธอ
“หรือว่านี่ฉันกำลังกลับมาใน่30ปีก่อนงั้นเหรอ”
เธอมองดูรอบๆก่อนจะรู้สึกประหลาดใจกับสภาพบ้านเรือนและบรรยากาศในยุค70สมัยที่เธอยังเป็สาวแรกรุ่นเธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“นี่ฉันได้ย้อนเวลากลับมาที่นี่อีกครั้งงั้นเหรอหรือเป็เพราะนาฬิกาเรือนนั้นเธอก้มลงมองสร้อยคอที่เธอห้อยอยู่ด้วยความประหลาดใจก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูใช่มันคือสร้อยคอล็อกเกตนาฬิกาเรือนนั้นจริงๆเพียงแต่นาฬืกาที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้มันยังคงสวยงามสมบูรณ์แบบ เพียงฉับพลันสมองของเธอก็นึกขึ้นได้ว่านี่มันคือล็อกเกตนาฬิกาแห่งคำสัญญาที่หวงเต๋อจงได้มอบให้เธอั้แ่ครั้งแรกที่พบกัน เขาบอกกับเธอว่ามันคือนาฬิกาที่เสมือนกับตัวแทนแห่งคำมั่นสัญญาว่าเขาจะรักเธอแต่เพียงผู้เดียวหรือเป็เพราะคำสัญญาที่รักษามันไม่ได้ของเขาทำให้นาฬิกาเรือนนี้นำพาเธอกลับมาที่นี่อีกครั้งตามคำอ้อนวอนและแรงปรารถนาของเธอตลอดระยะเวลา 30 ปี
“จินซี จินซี”เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น
หยินจินซีหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดกี่เพ้าสีเรียบไร้ลวดลาย ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานนั่นทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็คนโง่
“ลั่วเหวินเหย่ฉันจำได้แล้วนี่เป็ครั้งแรกที่เพื่อนเลวและชายชั่วได้เจอกันสินะ”เธอพูดขึ้นเบาๆในใจก่อนจะมองหน้าหญิงสาวผู้นั้น
“จินซีเธอเป็อะไรไปเหตุใดจึงมองหน้าฉันเช่นนั่นล่ะ”หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นด้วยความฉงน
“เธอแสร้งยิ้มอย่างเป็ปกติให้กับลั่วเหวินเหย่”
“เปล่า อ่อฉันลืมแนะนำไปเลย นี่คือห๋วงเต๋อจง คู่หมั้นของฉันเอง”
ลั่วเหวินเหย่เผยยิ้มหวานให้กับห๋วงเต๋อจง
“เต๋อจงนี่คือเพื่อนของฉัน แม่ของฉันให้เธอเข้ามาช่วยงานที่ร้านในฐานะนักร้อง”
ห๋วงเต๋อจงเผยยิ้มให้กับลั่วเหวินเหย่อย่างสุภาพ
“นี่คุณร้องเพลงได้งั้นเหรอ”
เธอพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อน
“ค่ะฉันเคยเรียนร้องเพลงจากคุณแม่เมื่อสมัยเด็กๆแต่เมื่อคุณแม่ท่านเสียไปฉันก็เลยตัวคนเดียวดีที่ยังมีจินซีคอยช่วยเหลืออีกทั้งคุณน้าจินหยงซึ่งเป็คุณแม่ของจินซีท่านก็มีเมตตาอุตส่าห์ให้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยฉันเลยขอท่านทำงานโดยการเป็นักร้องที่ร้านของท่านเป็การตอบแทนน่ะค่ะ”
มือใหญ่ค่อยๆเอื้อมมาจับที่มือเล็กของหยินจินซีก่อนจะหันไปยิ้มให้กับเธอ
“คุณโชคดีแล้วครับที่ได้รู้จักกับทั้งสองคุณน้าท่านใจดีและอ่อนโยนเช่นเดียวกับจินซี”
หยินจินซีหันไปแสร้งยิ้มให้กับห๋วงเต๋อจง เพราะเธอไม่อาจเชื่อคำหวานของเขาได้อีกต่อไป
“หากฉันดีเหตุใดคุณจึงทิ้งฉันแล้วเลือกเธอกัน”เธอพูดเบาๆในใจด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“ไปกันเถอะครับคงใกล้ถึงเวลาที่หนังจะฉายแล้ว”ห๋วงเต๋อจงรีบเอ่ยเรียกทั้งสองก่อนจะจับมือของหยินจินซีเข้าไปด้านใน
ลั่วเหวินเหย่ที่รู้สึกถูกชะตาห๋วงเต๋อจงั้แ่แรกเห็นเธอแอบอิจฉาหยินจินซีเป็อย่างมากที่ได้เขาเป็คนรัก
“ทำไมนะฉันถึงไม่เจอกับห๋วงเต๋อจงก่อนเธอ”เธอพูดเบาๆในใจด้วยความอิจฉาก่อนจะเดินตามคนทั้งสองเข้าไปด้านใน
ครั้นเมื่อทั้งสามเดินเข้ามาถึงภายในโรงหนังห๋วงเต๋อจงค่อยๆประคองหยินจินซีมานั่งเนื่องจากข้างในค่อนข้างมืด
“เอ่อ คุณห๋วงฉันว่าให้จินซีนั่งตรงนั้นดีกว่าค่ะ เพราะเธอชอบนั่งชิดริม”ลั่วเหวินเหย่พูดขึ้นเพราะ้าให้ห๋วงเต๋อจงนั่งตรงกลางเพื่อเธอจะได้นั่งใกล้ๆเขา
หยินจินซีที่กลับมาที่นี่อีกครั้งเธอเริ่มรู้ทันความเ้าเล่ห์ของลั่วเหวินเหย่ที่เพียงอยากจะใกล้ชิดกับคนรักของเธอจึงได้แสร้งทำเป็มีน้ำใจ
“แต่วันนี้ฉันนึกอยากนั่งตรงกลางซะแล้วสิ”หยินจินซีเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินมานั่งตรงกลางแทนที่จะเป็ห๋วงเต๋อจง
ลั่วเหวินเหย่แสร้งเป็ยิ้มหวานก่อนจะลงไปนั่งข้างๆหยินจินซีอย่างผิดหวัง