เย้ยฟ้า ข้าขอเป็นเซียน!

    การเลือกไฟ

    หลังจากประชุมตอนเช้าเสร็จเรียบร้อยมู่เยว่ชิงแยกตัวออกมาจากเย่๮๬ิ๹หยูระหว่างทางกลับบ้าน เนื่องจากบ้านพักของนางนั้นตั้งอยู่เขตรอบนอกของนิกาย สำหรับเย่๮๬ิ๹หยูนั้นนางอาศัยอยู่ที่เขตกลาง






    เดินกลับไปบ้านของนาง จมอยู่กับความคิดของตนความจริงแล้วมู่เยว่ชิงต้องการที่จะไปห้องโถงภารกิจในทันทีแต่ว่าอาวุโสฉินยี่กล่าวไว้ว่าความต้องการขั้นต่ำสำหรับภารกิจคือรวบรวมลมปราณขั้นสาม ถ้าไม่กลัวว่าความลับของนางจะหลุดออกไปนางสามารถไปรับได้ แต่เกรงว่านางจะไม่เสี่ยงไปทำอะไรที่มันโง่แบบนั้นหรอก



    สู้รอเวลาเพียงหนึ่งเดือนหลังจากนี้ดีกว่า เมื่อถึงเวลานั้นศิษย์รุ่นเดียวกับนางที่มีรากเดี่ยวหรือรากคู่ส่วนใหญ่ก็จะไปถึงระดับสามกันแล้ว โดยนางคำนวณจากสถิติที่ศิษย์รุ่นก่อนๆเคยทำไว้ทำให้ได้ผลนี้ออกมา




    เมื่อถึงเวลานั้นการที่นางจะไปรับภารกิจก็คงจะไม่มีใครสงสัยอะไรมากนักถึงแม้ว่านางจะเป็นห้าราก หากมีคนถามนางก็คงจะหาทางกลบเกลื่อนไปได้เอง เอาเป็นว่าสำหรับเรื่องตอนนั้นก็ให้เป็นตัวนางในตอนนั้นแก้ปัญหาไปเอง ถึงมันจะดูมักง่ายไปหน่อย....




    ระหว่างทางกลับมู่เยว่ชิงกำลังคิดว่านางจะทำอะไรต่อดีห้องโถงภารกิจก็ไปไม่ได้ ขณะแสดงสีหน้าครุ่นคิดอยู่นั้น นางก็นึกขึ้นมาได้




    ส่งจิตสำนึกเข้าไปในแหวน ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นางเห็นไขมันน้อยนอนหลับอยู่ "เหะเหะ...เจ้านายเอามาเพิ่มอีก" มู่เยว่ชิงส่ายหัวเอือมระอาดูเหมือนไขมันน้อยจะฝันถึงของกิน




    เดินไปที่บ้านหน้าชั้นหนังสือนางจำได้ว่าหนังสือเล่มนั้นต้องอยู่ที่ชั้นสาม นางเอื้อมมือไล่ดูหนังสือทีละเล่ม และอ่านชื่อหนังสือไปด้วย




    ไล่ไปเรื่อยๆจนถึงหนังสือเล่มที่สองจากทางขวามือแล้วหยิบออกมา "เล่มนี้แหละ ไหนดูสิ" มู่เยว่ชิงดูหน้าปกหนังสือ ตัวปกหนังสือเป็นสีดำดูเก่าแก่แต่ทว่าไม่มีฝุ่นเกาะอยู่แม้แต่นิดเดียว ขอบด้านข้างของหนังสือเป็นลวดลายสีทองพันเป็นเกลียวจากบนลงล่าง หน้าปกมีตัวอักษรสีทองเขียนเอาไว้




    <หมื่นโอสถทิพย์>




    พลิกเปิดหน้าหนังสือ หน้าแรกของหนังสือเขียนเป็นตัวอักษรสีดำลายมือเรียบง่ายแต่ดุดันเหมือนมังกรทะยาน



    'การปรุงยาเป็นศาสตร์ที่อยู่คู่มนุษย์มาเนิ่นนาน


    ตั้งแต่แรกเริ่มของมนุษย์ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยังมีสิ่งจำเป็นอีกอันนั้นคือ ยา


    หากขาดยาชีวิตย่อมเหมือนขาดอะไรบางอย่าง ยาในที่นี่คือยาทางจิตใจ ยาทางร่างกาย


    สมุนไพรหาได้เป็นยาอย่างเดียวไม่ อาหารคือยา อารมณ์คือยา สวรรค์และโลกเป็นยา!


    หนังสือเล่มนี้ที่ข้าเขียนขึ้นนั้นรวมศาสตร์แห่งยาที่ข้าศึกษามาตลอดชั่วชีวิตของข้า มันถือได้ว่าเป็นมรดกที่ข้าทิ้งเอาไว้ หากผู้ใดศึกษาความรู้ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้จนหมดแล้ว มันผู้นั้นจะสามารถปรับแต่งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่สวรรค์และโลกก็สามารถนำมาปรุงเป็นยาได้ สำหรับข้าที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นเทพโอสถหากแต่สวรรค์ไม่มีความเมตตา ข้านั้นหมดสิ้นอายุไขเสียก่อน ก่อนที่ข้าจะลาจากโลกข้าได้เขียนหนังสือเล่มนี้เอาไว้ หากผู้ใดที่ได้มันไปก็ขอให้มันผู้นั้นสืบทอดปณิธานของข้า เจ้าจงกลายเป็นผู้สืบทอดและเป็นเทพโอสถให้ได้ซะ!!




    ที่มุมล่างของหนังสือเขียนเอาไว้ว่า หยาง เฮ๋าหลาน ดูเหมือนจะเป็นชื่อของผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนี้




    ด้วยความแปลกใจมู่เยว่ชิงยกคิ้วด้วยความสงสัย กลายเป็นว่านางได้กลายเป็นผู้สืบทอดของใครไปแล้วก็ไม่รู้? และนางอยากรู้จริงๆบรรพบุรุษของนางไปเอาหนังสือเล่มนี้มาจากที่ไหน?




    หากคนเขียนรู้ว่าแทนที่หนังสือที่มันเขียนจะได้หาผู้สืบทอดดั่งใจหวังของมันเมื่อครั้งที่มันลาโลก แต่กลับโดนบรรพบุรุษของนางเอามาดองไว้ในแหวนมิตินี้เป็นล้านปี นางเกรงว่ามันจะสาปแช่งบรรพบุรุษของนางไป 18 ชั่วอายุคน นึกแล้วนางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้




    นางเปิดอ่านหน้าถัดไปและถัดไปเวลาผ่านไปสักพัก ปิดหนังสือดูเหมือนว่ามู่เยว่ชิงจะเจอสิ่งที่นางต้องการแล้ว นางวางหนังสือไว้ที่โต๊ะและออกมาจากแหวน เวลาที่นางยืนอ่านหนังสืออยู่นั้นอาจจะดูเหมือนนาน แต่คนภายนอกจะเห็นเป็นเพียงแค่นางหยุดยืนเพียงชั่วครู่เท่านั้น มู่เย่วชิงก้าวต่อไปตามทางกลับบ้าน




    หลังจากนั้นไม่นานมู่เยว่ชิงก็มาถึงบ้านของนาง มองไปที่บรรยากาศรอบบ้านของนาง ดวงอาทิตย์ส่งคลื่นความร้อนมาจากข้างบนหัวของนางบ่งบอกเวลาว่าเป็นตอนเที่ยง ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นมีแสงลอดผ่านใบของมันเล็กน้อย มีพุ่มไม้บางตาอีกทั้งยังมีลมที่พัดเอากลิ่นอายของป่าสดชื่นเข้าไปในจมูกของนาง มู่เยว่ชิงหายใจเข้าลึกๆ เวลานี้มูเยว่ชิงคิด ดูเหมือนว่านางจะหมกมุ่นเรื่องการฝึกมากเกินไป นางควรจะหาเวลามาพักเสียบ้าง




    ส่ายหัวไล่ความคิด มู่เยว่ชิงจากยกใบหยกจากกระเป๋าแตะประตูและเดินเข้าไปในบ้าน ไปที่ห้องของนางปิดม่านที่เปิดเอาไว้ทำให้แสงภายในห้องทึบลง จากนั้นนางเดินเข้าไปในแหวนมิติ




    ไขมันน้อยยังคงนอนหลับอยู่เช่นเดิม เดินไปที่ห้องเก็บของภายในบ้านไม้ ดูเหมือนว่าบ้านไม้จะขยายขึ้นมาจากตอนที่แล้ว ตอนที่นางเลื่อนระดับแต่ละครั้งบ้านไม้ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านขนาดแต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ไม่สนใจมูเยว่ชิงมองหาสิ่งของที่นางต้องการ




    หลังจากหาไปสักพักนางก็หยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา รูปร่างของมันคือเตาขนาดเล็ก ขาของเตาตั้งแยกกันไปสามทาง ด้านละข้าง ในหนังสือที่นางอ่านของสิ่งนี้มันเรียกว่าเตาสามขา มันเป็นเตาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกการปรุงยาเป็นครั้งแรกมากที่สุด ไม่ใช้ว่าของที่บรรพบุรุษของนางทิ้งไว้ให้จะไม่มีเตาที่ดีกว่านี้ แต่หากพึ่งพาแต่สมบัติผู้ฝึกก็จะไม่สามารถเก่งขึ้นได้ ดังนั้นนางจึงเริ่มฝึกตามที่หนังสือแนะนำเอาไว้โดยเริ่มจากการใช้ตัวธรรมดาเสียก่อน




    นำเตาพร้อมหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะออกไปพร้อมกัน เดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นางเคยปรุงอาหารเมื่อคราวที่แล้ว แต่รอบนี้ที่นางจะปรุงนั้นไม่ใช้อาหารแต่เป็นยา




    มู่เยว่ชิงจัดเตรียมโต๊ะไม้เพื่อวางสมุนไพรชนิดต่างๆที่นางเดินไปเก็บมาจากในสวน สมุนไพรแต่ละต้นอวบอ้วนสีสันสดใสและมีกลิ่นหอมคล้ายกับว่ามีคนดูแลพวกมันเป็นอย่างดี มู่เยว่ชิงคิดดูเหมือนว่าไขมันน้อยจะดูแลสมุนไพรพวกนี้เป็นอย่างดี ไม่น่าแปลกใจที่ไขมันน้อยจะนอนหลับเป็นตายดูท่าจะเหนื่อยเสียมากกว่าง่วงนอน อายุของสมุนไพรพวกนี้ไม่ต่ำ อายุขั้นต่ำแต่ละต้นคือ 100 ปีขึ้นไป ดูเหมือนว่าไขมันน้อยจะไม่ได้โม้เรื่องที่ว่าสวนสมุนไพรสามารถเร่งเวลาได้มากกว่าปกติ




    เปิดหนังสือไปหน้าที่สอง มู่เยว่ชิงมองไปดูเหมือนว่าอย่างแรกเลยที่นางจะฝึกปรุงเลยก็คือเม็ดยาสารอาหาร เม็ดยาสารอาหารถือเป็นยาพื้นฐานเสียยิ่งกว่ายารวบรวมลมปราณเสียอีก แต่ว่าวิธีปรุงของมันนั้นความยากเกือบเทียบเท่ายารวบรวมลมปราณเลยทีเดียว




    แต่ก่อนหน้านั้นนางมีปัญหาใหญ่ ก่อนจะปรุงยาต้องมีอะไรเตา? สมุนไพร? วิธีปรุง? ไม่ใช่! แต่มันคือไฟต่างหาก ไฟ! ตามหนังสือมีบอกไว้วิธีการได้มาของไฟมีอยู่สองวิธีแต่ละวิธีก็มีข้อดีของมันเอง




    วิธีแรกคือการรวบรวมเมล็ดไฟไว้ในตัวและค่อยๆหล่อเลี้ยงมันไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีนี้ไฟจะแข็งแกร่งตามระดับพลังของเจ้านายของมัน หากแต่เจ้านายของมันอ่อนแอไฟก็จะอ่อนแอตามไปด้วย ข้อดีของมันคือสามารถเติบโตไปตามเจ้านายได้




    วิธีที่สองคือการรวมไฟที่เกิดจากสวรรค์และโลก ไฟพวกนี้คือสมบัติที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ ไฟบางชนิดก็แข็งแรง บางชนิดก็อ่ออแอ แต่ว่าหากสามารถรวมไฟที่แข็งแรงไว้กับตัวเองได้ถึงแม้เจ้านายของมันจะอ่อนแอไฟก็ยังคงแข็งแกร่งเท่าเดิม ทำให้เจ้านายสามารถใช้ไฟที่แข็งแกร่งเกินระดับของตัวเองได้ แต่หากใช้ไฟที่อ่อนแอก็จะอ่อนแอเหมือนเดิม ข้อเสียของวิธีนี้คือไฟจะไม่เติบโตไปตามเจ้านาย เพราะงั้นหากเจ้าของไฟแข็งแกร่งขึ้นจนไฟที่ตัวเองใช้ไม่ค่อยมีผลแล้วนั้นก็จะต้องเปลี่ยนไฟไปเรื่อยๆ




    สำหรับมู่เยว่ชิง นางได้เลือกไว้แล้วว่านางจะใช้วิธีไหน