หมู่บ้านอวิ๋นเสียและหมู่บ้านสือหลิ่งอยู่ห่างกันสิบกว่าลี้ พอออกจากหมู่บ้าน เสวี่ยฮุ่ยก็เดินไม่ไหวเสียแล้ว
"ตอนนี้มีสองเส้นทาง เ้าเลือกเอา จะเดินทางลัดขึ้นเขาซึ่งอาจเจอทั้งงูและหมาป่าแต่จะใกล้กว่า หรือจะเดินทางสายหลัก ซึ่งน่าจะถึงบ้านก่อนฟ้ามืด แต่ด้วยความเร็วของเ้าตอนนี้คงไม่ไหว" โจวป๋อเทาเอียงคอมองเสวี่ยฮุ่ย เขาอยากรู้ว่าหลานสาวจะตัดสินใจอย่างไร
"ท่านน้าเล็ก ท่านมีวรยุทธ์หรือไม่เ้าคะ?" เสวี่ยฮุ่ยถาม
โจวป๋อเทาส่ายหน้า ครอบครัวของพวกเขาเพียงแค่ร่ำรวยกว่าเกษตรกรทั่วไปเล็กน้อย การส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือก็ถือว่าดีมากแล้ว จะมีเงินเหลือที่ไหนไปจ้างอาจารย์มาสอนวิชาการต่อสู้
"ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางลัดไม่ได้!" ที่นี่คือยุคโบราณ บนเขาย่อมมีสัตว์ป่าไม่น้อย บัณฑิตผู้อ่อนแอคนหนึ่งพาเด็กตัวเล็ก ๆ เดินขึ้นเขา ไม่เท่ากับเอาอาหารเลิศรสไปส่งให้สัตว์ป่าหรอกหรือ? พวกเขาสองคนหน้าตาดีขนาดนี้ หากถูกสัตว์ป่ากินคงน่าเสียดายแย่!
"เดินทางสายหลัก เ้าจะทนไหวจนถึงหมู่บ้านอวิ๋นเสียหรือ?" โจวป๋อเทาไม่ค่อยเชื่อนัก
เสวี่ยฮุ่ยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "ก็มีท่านน้าเล็กอยู่ไม่ใช่หรือเ้าคะ? เวลาข้าเดินไม่ไหว ท่านจะทิ้งหลานสาวไว้ไม่ดูแลได้อย่างไร!"
ยัยหนูนี่กล้าข่มขู่ท่านน้าแท้ ๆ เก่งขึ้นแล้วนะเนี่ย! โจวป๋อเทาแสร้งทำเป็โกรธ เดินนำหน้าไปได้สักพัก พอหันกลับมามองก็พบว่าเสวี่ยฮุ่ยนั่งแหมะลงกับพื้น ในอ้อมกอดกอดห่อสัมภาระพลางมองไปรอบ ๆ
"เ้าไม่เดินแล้วมองอะไรอยู่?"
"ข้าอยากดูว่าท่านพ่อท่านแม่ที่ออกไปทำนาจะเดินผ่านทางนี้หรือไม่ หากเดินผ่านทางนี้ ข้าจะได้กลับบ้านกับพวกเขาเ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยทำท่าเอียงคอเลียนแบบโจวป๋อเทาแล้วพูดออกมา
โจวป๋อเทายอมจำนนเดินกลับมา ย่อตัวลงแล้วตบไหล่ตัวเอง เสวี่ยฮุ่ยปีนขึ้นไปอย่างมีความสุข มีหนุ่มรูปงามคอยรับใช้ ทำให้นางรู้สึกสบายใจั้แ่หัวจรดเท้า
"ข้าทำเพื่ออะไรกันนะ! ทั้งซื้อของว่างให้เ้า อุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงหมู่บ้านสือหลิ่งเพื่อรับตัวเ้า พอให้ไปพักที่บ้านท่านยายสักสองสามวัน เ้าก็บ่ายเบี่ยง ทำหน้าตาไม่เต็มใจอย่างนั้นแหละ!"
"มีที่ไหนกันเ้าคะ? ข้าคิดถึงท่านตาและท่านยายจะแย่ ท่านอย่าพูดจาเหลวไหลสิเ้าคะ ข้าเพียงแต่คิดว่าท่านพ่อท่านแม่ทำงานเหนื่อยมาก อยากช่วยทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกท่านทานจึงได้รั้งอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปหาท่านยายนะเ้าคะ!"
"จริงหรือ? ข้ามองดูแล้วไม่เห็นจะเป็อย่างนั้นเลย หน้าตาเ้าดูไม่เต็มใจชัด ๆ !"
"เดิมทีข้าตั้งใจจะเดินสักพักแล้วเ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยถอนหายใจ
"แล้วตอนนี้ล่ะ?"
"เสียใจเ้าค่ะ เดินไม่ไหวแล้ว รบกวนท่านน้าเล็กแบกข้าไปส่งที่หมู่บ้านอวิ๋นเสียด้วยนะเ้าคะ!"
ยัยหนูนี่นิสัยเสียแล้ว เมื่อก่อนนางไม่ได้เป็แบบนี้!
เมื่อน้าและหลานมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านอวิ๋นเสีย เสวี่ยฮุ่ยก็ร้องบอกว่าอยากลงพื้น
"ยัยหนู ข้าแบกเ้ามาตลอดทาง อีกประเดี๋ยวก็จะถึงบ้านแล้ว เ้าเพิ่งจะอยากเดินขึ้นมา จงใจแกล้งข้าใช่ไหม!"
"ข้าเพียงแต่อยากช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไม่ใช่หรือเ้าคะ? หากไม่ซึ้งน้ำใจก็ช่างเถอะ รีบเดินทางต่อเถิดเ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยยื่นแขนเล็ก ๆ ชี้ไปข้างหน้า
"ไม่ใช่ละ เ้าจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าบ้านท่านยายอยู่ทางไหน บ้านเราอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน!" โจวป๋อเทาตีมือหลานสาวเบา ๆ เด็กคนนี้ตอนที่าเ็คราวก่อน หัวกระแทกจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร?
เสวี่ยฮุ่ยแอบแลบลิ้นใส่โจวป๋อเทาบนหลังของเขา นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าตระกูลโจวพักอยู่ทางไหน! หวังว่าพอถึงบ้านตระกูลโจวแล้วความลับจะไม่แตกนะ
"ข้าเพียงแต่ตื่นเต้นเกินไปเลยชี้ส่ง ๆ ไปเท่านั้นเองเ้าค่ะ! อย่าจริงจังนักเลยได้ไหมเ้าคะ? รีบไปเถิด ข้าคิดถึงท่านยายแล้ว!"
ลานบ้านของตระกูลโจวใหญ่กว่าบ้านตระกูลเสวี่ยมาก ดูท่าจะเป็ครอบครัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ตามที่เสวี่ยฮุ่ยทราบ คนที่แบกนางอยู่คือน้าเล็กที่สุด นางยังมีท่านลุงท่านน้าอีกสองคน ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ก็ได้พบแล้ว นอกจากโจวตงซูที่เป็ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ บ้านใหญ่ของตระกูลโจวยังมีท่านลุงใหญ่และลูกพี่ลูกน้องชายอีกสองคน ส่วนบ้านน้ารองก็มีลูกสามคน...
"ฮุ่ยฮุ่ยมาแล้วหรือ? รีบมาให้ยายดูแผลเร็วเข้า!" โจวถงซื่อยืนชะเง้อมองอยู่ที่หน้าประตูบ้านตั้งนานแล้ว
คนที่อยู่ตรงหน้าต้องเป็ท่านยายแน่นอน เสวี่ยฮุ่ยร้องเรียก "ท่านยายเ้าคะ" ด้วยน้ำเสียงหวานหยด พร้อมกับตบหลังท่านน้าเล็ก ตอนนี้ลงพื้นได้แล้วนะ!
โจวถงซื่อเลิกผมของหลานสาวขึ้น เมื่อเห็นว่าแผลที่หน้าผากสมานตัวแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเป็สีน้ำตาลจาง ๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลานสาวโชคดีไม่น้อย เืไหลมากขนาดนั้นแต่ไม่กี่วันก็หายดี เด็ก ๆ เวลาาเ็จะหายเร็วกว่าผู้ใหญ่หรืออย่างไรนะ?
หลังจากทั้งสามคนเข้าบ้าน โจวป๋อเทาก็พูดหยอกล้อว่า "บางคนเคยบอกว่าหน้าตาเหมือนข้า ตอนนี้เห็นความแตกต่างแล้วใช่ไหมล่ะ!"
"ข้าเป็เด็ก อีกสองปีรอยแผลเป็ก็จางหายไปจนมองไม่เห็นแล้วเ้าค่ะ ใคร ๆ ก็บอกว่าเราสองคนหน้าตาเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าท่านน้ารู้สึกอึดอัดที่ข้าหน้าเหมือนท่านหรอกนะเ้าคะ?"
เมื่อเช้าตอนอยู่ที่บ้านตระกูลเสวี่ย นางพูดว่าอย่างไรนะ บอกว่านางหน้าเหมือนตนเองใช่ไหม! พอมาถึงบ้านตระกูลโจวกลับเปลี่ยนคำพูด ยัยหนูนี่เล่ห์เหลี่ยมเพิ่มขึ้นจริง ๆ !
"วันนี้พักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะสอนเ้าจำตัวอักษร หากทำภารกิจไม่สำเร็จจะต้องถูกตีมือนะ!" โจวป๋อเทาขู่หลานสาว
"ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ แล้วถ้าข้าเรียนได้เร็วเล่า? ท่านน้าตั้งใจจะให้รางวัลข้าอย่างไรดีเ้าคะ!" เสวี่ยฮุ่ยตัดสินใจใช้่เวลาที่พักบ้านท่านยายให้เป็ประโยชน์ ต้องเร่งความเร็วในการจำตัวอักษร โดยต้องเร็วแต่ห้ามทำให้ผู้อื่นสงสัย
ในขณะที่คนที่ออกไปทำนาของตระกูลโจวกรูกันเข้ามาในลานบ้าน เสวี่ยฮุ่ยรู้สึกตาลายไปหมด ทั้งผู้ใหญ่และเด็กนับสิบคน... หากเรียกผิดคงน่าอายแย่
"ฮุ่ยฮุ่ยเ้ามาแล้ว ข้าบอกแล้วว่าท่านน้าเล็กออกโรงทีเดียวมีพลังกว่าสองคน ต้องรับเ้ามาได้แน่นอน" โจวตงซูวิ่งมาหาลูกพี่ลูกน้องเป็คนแรก จับมือนางพลางถามไถ่ด้วยความห่วงใย
"ท่านตา ท่านลุงใหญ่ ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านน้ารอง ท่านน้าสะใภ้รอง พี่ชาย พี่สาว น้องสาว พวกท่านกลับมากันแล้วหรือเ้าคะ!" เสวี่ยฮุ่ยส่งยิ้มหวานให้ การทักทายแบบเหมารวมเช่นนี้แม้จะดูห่างเหินไปบ้าง แต่ไม่พลาดง่าย ๆ !
"เด็กคนนี้ยังจะมาเกรงใจพวกเราอีก!" ซุนเซียงดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากราวตากผ้า พลางปัดฝุ่นตามตัว
"คนกันเองทั้งนั้น ฮุ่ยฮุ่ยไม่ต้องเกรงใจ อยากทานอะไรก็ขอท่านน้าสะใภ้ใหญ่ได้เลย ตราบใดที่บ้านมี สิ่งที่เ้าอยากทานก็บอกมาเถิด!" โจวป๋อหยางกล่าว
ท่านนี้คงเป็ท่านลุงใหญ่ คนบ้านนี้จำได้เกินครึ่งแล้ว
"ท่านตาเ้าคะ!"
เสวี่ยฮุ่ยทักทายผู้ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่มด้วยความกระตือรือร้น โจวิหลี่ยื่นมือที่เหี่ยวแห้งแต่ทรงพลังมาลูบหัวหลานสาว
"แผลที่หัวหายหรือยัง!"
"หายดีแล้วเ้าค่ะ รอยแผลเป็แทบจะมองไม่ออกแล้ว!"
ขณะนั้นมีคู่สามีภรรยาวัยรุ่นเดินเข้ามา "รอยแผลเป็ของฮุ่ยฮุ่ยต้องหายไปจนหมดแน่นอน ไม่ต้องกังวลนะ!"
เสวี่ยฮุ่ยเรียบเรียงความสัมพันธ์ของคนตระกูลโจวในใจ และได้ข้อสรุปว่า สองคนตรงหน้านี้น่าจะเป็ลูกพี่ลูกน้องชายคนโตของบ้านลุงใหญ่และภรรยาของเขา
เพื่อไม่ให้ทักผิดคน เสวี่ยฮุ่ยจึงทำเพียงส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น
"พี่สาวเ้ายิ้มสวยจริง ๆ สวยกว่าท่านน้าเล็กเสียอีก!" เด็กหญิงที่ตัวเล็กกว่าเสวี่ยฮุ่ยเล็กน้อยจ้องมองนางแล้วพูดขึ้น
"พี่สาวของเ้าเป็นางฟ้าตัวน้อยแห่งหมู่บ้านสือหลิ่ง พวกเ้าเทียบไม่ได้หรอก!"
หญิงคนหนึ่งที่มีอายุไล่เลี่ยกับซุนเซียงเดินเข้ามาดึงตัวเด็กหญิงคนนั้นออกไป หลานสาวคนหนึ่งมาบ้านตระกูลโจว มีสิทธิ์อะไรถึงได้รับความสนใจราวกับดวงดาวล้อมเดือนเช่นนี้
เสวี่ยฮุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางของคนผู้นี้ไม่เป็มิตรเอาเสียเลย หรือว่าบ้านท่านยายก็มีญาติประเภทตัวปัญหาด้วย? ถ้ารู้แบบนี้ไม่มาเสียดีกว่า
"เฉินกุ้ยฮวา เ้าอย่าพูดจาประชดประชัน ข้ามีหลานสาวไม่ได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดปี ลูกบ้านเ้าไม่ไปเยี่ยมญาติ ไม่ไปบ้านท่านยายหรืออย่างไร? พวกเราไม่ได้กินของเ้า ไม่ได้ดื่มของเ้า เก็บกิริยาแบบนั้นของเ้าไปเสีย หากไม่อยากอยู่ในลานบ้านนี้ก็ย้ายออกไปอยู่เองเถิด!" โจวถงซื่อเดินเข้ามาโอบกอดหลานสาวไว้ในอ้อมอก