มู่อวิ๋นฮวามองไปทางมู่หงไห่และไม่ได้รีบร้อนจะโต้แย้ง นางเพียงยืนนิ่งและมองไปทางอีกฝ่ายอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว กระทั่งดวงตาของมู่หงไห่วูบไหวเล็กน้อยด้วยสาเหตุบางประการ นางจึงค่อยเบือนหน้าหนี
ทั้งสองฝ่ายยุติการประสานสายตาหลังผ่านไประยะหนึ่ง
“องค์รัชทายาท บุตรสาวของกระหม่อมซุกซนมาั้แ่ยังเล็ก หากนางพูดจาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเป็เหตุให้พระองค์ทรงขุ่นเคือง กระหม่อมต้องขอประทานอภัยแทนนางด้วย ทั้งหมดเป็ความผิดของกระหม่อมเองที่ไม่อาจสั่งสอนนางให้ดีได้พ่ะย่ะค่ะ”
มู่หงไห่ลงจากเกวียนลามาคำนับองค์รัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงด้วยความนอบน้อม ก่อนหน้านี้เขาถูกกำราบเพราะความกล้าของมู่อวิ๋นฮวา แต่ดูเหมือนเวลานี้ความทะนงในฐานะองค์รัชทายาทได้คืนกลับมาอีกครั้ง ซ้ำยังกล่าวประชดประชันขึ้นว่า “หึ ซุกซนหรือ สำหรับข้านั่นไม่ใช่ความซุกซน แต่เป็ความโอหัง!”
“พ่ะย่ะค่ะ เป็ความผิดของกระหม่อมเอง แน่นอนว่ากระหม่อมคิดจะอบรมสั่งสอนนางให้ดี เพียงแต่นางได้สมรสกับิอ๋องโดยผ่านความเห็นชอบของฮ่องเต้แล้ว นางเป็ถึงพระชายาของิอ๋องผู้ที่ฝ่าาพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ด้วยพระองค์เอง กระหม่อมจึงเกรงว่าคงไม่อาจสั่งสอนนางได้อีกต่อไป หวังว่าองค์รัชทายาทจะทรงเมตตา” มู่หงไห่ประสานมือทำความเคารพอีกครั้ง
แม้แต่องค์รัชทายาทก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มู่หงไห่กล่าวเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเขายินยอมน้อมรับพระราชโองการเหมือนกันอย่างนั้นหรือ
แม้ความจริงแล้ว ไม่ว่ามู่หงไห่จะยอมรับหรือไม่หาใช่สิ่งสำคัญ เนื่องจากพระราชโองการที่ฝ่าาทรงลิขิตขึ้นั้แ่ต้นจนจบ ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมมิอาจโต้แย้ง
มู่อวี่ซีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็รีบบังคับกายให้นิ่งสงบอย่างรวดเร็ว ราวกับความรู้สึกหวาดหวั่นจนตัวสั่นเมื่อครู่เป็เพียงภาพลวงตา
การน้อมรับพระราชโองการและยอมรับการเป็พระชายาิอ๋องเช่นนี้ นั่นเท่ากับว่าท่านพ่อยอมรับว่ามู่อวิ๋นฮวาเป็บุตรสาวคนโตและทายาทโดยตรงของตระกูลมู่
เพียงคำพูดประโยคเดียวนี้กลับทำให้การที่ท่านพ่อมักพานางออกงานสังคมอย่างเปิดเผยตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็แค่เื่ชวนขัน...
แม้แต่อนุว่านก็ยังจ้องไปทางมู่หงไห่อย่างโกรธเคือง ทั้งที่ฉู่เตี๋ยหายตัวไปนานมากแล้ว แต่นางผู้นั้นก็ยังไม่เคยเลือนไปจากใจของเขา
อ้อ แท้จริงแล้วผู้นำตระกูลมู่ก็มีหัวใจ แต่คนที่อยู่ในนั้นหาใช่นาง
น่าสมเพช น่าโมโหสิ้นดี!
ใช่ว่ามู่หงไห่จะไม่รู้สึกถึงแววตาอันดุเดือดของอนุว่าน แต่เขากลับหาได้ใส่ใจ เขาทราบข่าวเื่การแต่งงานที่จวนิอ๋องั้แ่ระหว่างเดินทางกลับแล้ว โดยยังไม่ทันเข้าเขตเมืองหลวงด้วยซ้ำ ซึ่งเขาก็ทำได้แต่เพียงทอดถอนใจกับตนเองเหมือนกับรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
จนกระทั่งเขารีบเร่งเดินทางกลับมาโดยเร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่พ้นต้องพบเจอปัญหาเช่นนี้
สลับตัวเ้าสาว ดังต้นบ๊วยตายแทนต้นท้อ แมวดาวสับเปลี่ยนโอรส ด้วยความโลภอย่างร้ายกาจ และยังหวังจะปีนขึ้นเตียงท่านอ๋อง แสวงหาความมั่งคั่ง ข่าวลือเสียหายแพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟลามทุ่งยากจะดับได้
หากเขากลับมาช้ากว่านี้ ตระกูลมู่คงสูญสลายไม่มีชิ้นดี
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะ” แม่นมของมู่อวิ๋นฮวารีบเข้ามาดึงชายเสื้อแล้วกระซิบกระซาบ “คุณหนูรีบอธิบายให้นายท่านฟังเถอะเ้าค่ะ ว่าเื่ราวเป็มาอย่างไร เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเราเลย เพียงแต่...”
“เอาเถอะแม่นม ข้า้าดูท่าทีของท่านพ่อก่อน” มู่อวิ๋นฮวาขัดแม่นมเสียงเบา นางยังไม่อยากผลีผลามอธิบายสิ่งใด ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่้าทราบก่อนว่ามู่หงไห่อยู่ฝ่ายใดกันแน่
ในทางเลวร้ายที่สุด หากมู่หงไห่อยู่ฝ่ายอนุว่าน เขาจะต้องตำหนิว่าทั้งหมดเป็ความผิดของนาง และพยายามผลักไสให้นางรับโทษตายเพื่อล้างมลทินให้กับตระกูลมู่
สำหรับนางแล้ว ไม่ว่าจะมีตระกูลมู่หรือไม่ก็หาใช่เื่ที่จะต้องใส่ใจ
แม้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็บุตรสาวคนโตของตระกูลมู่ แต่นางก็มั่นใจว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ในฐานะอื่น ๆ และเอาตัวรอดได้อย่างไม่ยากเย็น
เวลานี้ต้องดูก่อนว่ามู่หงไห่ยัง้ากอบกู้ตระกูลมู่อยู่หรือไม่
ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมู่หงไห่แต่เพียงผู้เดียว...
มู่อวิ๋นฮวาไม่ได้ถูกปล่อยให้รอนานนัก มู่หงไห่ก็เริ่มทูลต่อองค์รัชทายาท “เนื่องจากมีพระราชโองการลงมาให้เข้าร่วมการสมรส และบุตรสาวของกระหม่อมก็ได้เข้าร่วมเป็เ้าสาวตามรับสั่งฮ่องเต้แล้ว แม้จะเป็วิวาห์ผีที่ไม่ได้มีพิธีรีตองมากนักก็ตาม ทว่าเื่นี้ก็ยังทำให้เกิดประเด็นมากมายซึ่งมุ่งร้ายต่อตระกูลมู่ กระหม่อมจึงใคร่ขอให้องค์รัชทายาทโปรดละเว้นตระกูลมู่ของกระหม่อมด้วย หากเป็เช่นนั้นจะเป็พระกรุณาต่อกระหม่อมอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
เจตนาของมู่หงไห่ชัดเจนมาก นั่นคือ ไม่ว่าผู้ที่เข้าพิธีวิวาห์จะเป็บุตรีคนใดของเขา แต่การแต่งงานก็ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างชอบธรรมซึ่งไม่อาจมีผู้ใดโต้แย้งได้ ฉะนั้นแม้แต่องค์รัชทายาทหรือไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจมาสร้างปัญหาแก่คฤหาสน์ตระกูลมู่ได้อีก
กลับบ้านกลับช่องกันไปเสียให้หมด!
“มนตรีมู่เพิ่งกลับจากต้าเหลียง เป็ไปได้ว่าเสด็จพ่ออาจทรง้าให้เ้าเข้าเฝ้า ข้าจะไปกราบทูลพระองค์ให้ทรงทราบ ส่วนมนตรีมู่จงรีบไปเก็บข้าวของ เตรียมตัวให้เรียบร้อยเพื่อเดินทางเข้าวังหลวงเถิด” องค์รัชทายาทหมดคำโต้แย้ง และไม่้ากวนใจมู่หงไห่เื่การแต่งงานนั่นอีก จึงรีบผละออกมาแล้วไปที่รถม้าเพื่อเสด็จกลับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเหลือบตามองมู่อวิ๋นฮวาแวบหนึ่ง
หากนางเข้าใจไม่ผิด มันเป็แววตาที่กำลังคาดโทษ ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’
ฝากไว้ก่อน ฝากอะไร
เป็เพราะครั้งนี้นางทำให้เขาเสียหน้าเหมือนถูกตบฉาดใหญ่ จึงเตรียมจะคิดบัญชีแค้นกับนางภายหลังอย่างนั้นหรือ เอาละ ในเมื่อเล่นงานอย่างเปิดเผยเช่นนี้แล้วไม่ได้ผล ต่อไปคงไม่พ้นคิดเื่สกปรกมาเล่นงานลับหลังแทนหรือไม่
ลูกไม้ตื้น ๆ ของเขาช่างอ่อนหัด ในเมื่อแผนการที่จงใจจะเล่นงานนางต่อหน้าต่อตายังล่มไม่เป็ท่า นับประสาอะไรกับแผนแทงข้างหลัง เขาคิดว่าตนเองจะฆ่าคนอย่างนางได้ง่าย ๆ หรือ
น่าขันยิ่งนัก
องค์ชายรัชทายาทเพียงตรัสกับมู่หงไห่ทิ้งท้าย แล้วขึ้นรถม้าไปโดยไม่มองมู่อวี่ซีอีกเลย
มู่อวี่ซีเรียกองค์รัชทายาทด้วยเสียงแ่เบาจากด้านข้างรถม้า แต่เขาไม่ยอมหยุดเพราะ้ารีบไปจากสายตาของทุกคนให้เร็วที่สุด
เมื่ออีกฝ่ายลับตาไปแล้วแววตาของมู่อวี่ซีจึงเปลี่ยนเป็ลึกล้ำยากจะคาดเดา ดั่งแอ่งน้ำที่ไร้ก้นบึ้งยากจะหยั่งถึง
ไป๋หลี่หย่งหนิง!!
หากวันนี้เขากล้าทิ้งนางเช่นนี้ วันข้างหน้านางจะเป็ฝ่ายมอบความรู้สึกถูกทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีแก่เขาบ้าง!
หลังจากรัชทายาทเสด็จกลับแล้ว ทุกคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็พากันยืนขึ้นด้วยท่าทางโล่งอกเป็ที่สุด พวกเขาไม่สามารถทนคุกเข่าอยู่ได้อีกต่อไป และเมื่อเื่ราวสนุก ๆ จบลงแล้ว ชาวบ้านร้านตลาดที่มากินเผือกจึงพากันแยกย้ายไปจากหน้าคฤหาสน์ตระกูลมู่ในที่สุด
“นายท่าน...” อนุว่านที่ถูกแม่บ้านคนสนิทประคองให้ลุกขึ้นรีบเอ่ยเรียกมู่หงไห่อย่างคับข้องใจ ขาของนางทั้งชาและอ่อนแรงจนเกือบล้มลงต่อหน้าเขา ทำให้มู่หงไห่ต้องรีบเข้ามารับตัวนางไว้
ััที่โอบรับของเขาทำให้อนุว่านได้ใจขึ้นมาทันที นางยังมีโอกาสเปลี่ยนสถานการณ์ได้สินะ!
มู่อวิ๋นฮวาเลิกคิ้ว มองทั้งคู่ขณะเดินตามเข้าไปด้านในคฤหาสน์อย่างเงียบ ๆ และยังครุ่นคิดเกี่ยวกับมู่หงไห่อย่างไม่จบสิ้น
ทางด้านแม่นมดูเหมือนจะรีบกว่า นางเอ่ยเรียก “นายท่าน” อยู่หลายครา แต่อีกฝ่ายไม่ตอบสนอง ทว่าเพราะไม่ยอมย่อท้อที่จะเรียกซ้ำ ในที่สุดนายท่านก็อารมณ์เสียจนขึ้นเสียงกลับมา “ยังสร้างปัญหาน่าละอายไม่พออีกหรือ”
เพียงเท่านั้น แม่นมก็หน้าแดงก่ำ หลุบตามองพื้น ไม่กล้าเปิดปากพูดสิ่งใดอีก
มู่อวิ๋นฮวาตบหลังมือแม่นมเบา ๆ อย่างปลอบโยน แต่ยังจับจ้องไปที่แผ่นหลังของมู่หงไห่อย่างไม่วางตา แววตาของนางเย็นเยียบ หากหลังจากนี้นางยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ฟังดูเข้าทีจากเขา ฮวงจุ้ยของคฤหาสน์ตระกูลมู่จะต้องถูกทำลายไม่เหลือซาก บ้านหลังนี้จะกลายเป็สถานที่รวมสิ่งอัปมงคลเลวร้ายที่สุดในอาณาจักรอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็ผู้อาศัยหรือแม้แต่ใครก็ตามที่เฉียดกรายเข้าใกล้จะต้องพบกับความวิบัติฉิบหาย ทั้งเคราะห์กรรมเลวร้ายและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ภูตผีิญญาร้ายตามหลอกหลอนรังควานทั้งยามข่มตาหลับและลืมตาตื่น จับไข้หัวโกร๋นตายอนาถอย่างแน่นอน
ระหว่างที่มู่อวิ๋นฮวากำลังวางแผนในใจ นางก็เดินนำหน้าแม่นมเข้าไปในคฤหาสน์เรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงประตูบานใหญ่ด้านหน้าปิดลงอย่างแ่า มู่หงไห่จึงสะบัดอนุว่านที่เกาะกุมอยู่ออกให้ห่างจากตัวอย่างแรง
“อนุหลี่ว่าน ยังไม่คุกเข่าอีกหรือ!!”