กู้ไป๋พูดไปยิ้มไประหว่างที่มองไปรอบๆ ก็วางมาด พลางพาดมือบนไหล่ถังชวนข้างหนึ่งเหมือนเป็เพื่อนเก่าที่สนิทสนมกันมากแล้วเอ่ยว่า “แต่ว่านะ ไอ้หนู แกก็รู้ว่าพ่อแกยืมเงินพวกฉันแม้ว่าจะไม่มาก แต่จะมากจะน้อยยังไงก็เป็เงิน ติดมาสองปีแล้วยังไม่คืนทั้งยังติดค้างมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ข้างนอกนั่นล้วนพูดกันว่าพวกฉันเป็เสือกระดาษเป็พวกเก่งแต่ปาก ไม่กล้าทำอะไร จุ๊ๆ แกดูคำพูดพวกนั้นสิ ยังจะทนฟังได้เหรอ พวกฉันยังจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้อีกเหรอไงไอ้หนู แกยังไม่ได้เข้าสู่สังคมไม่รู้ว่าในเส้นทางในแวดวงนี้เดินได้ยากลำบากแค่ไหน ต้องรู้ว่าพวกฉันก็ลำบากเหมือนกันต้องเลี้ยงดูผู้คนทั้งบนและล่างจำนวนมาก พ่อแกส่งผลกระทบเลวร้ายเกินไปเมื่อหนึ่งคนบอกเล่าให้กับสิบคน สิบคนนั้นก็ไปบอกต่ออีกร้อยคน[1]แล้วคนอื่นๆ พากันไม่คืนขึ้นมา พวกฉันจะกินอะไร ใช้อะไรคงไม่อาจให้เหล่าสหายอดอยากหรอกใช่ไหม ขืนเป็แบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่เื่!”
เขาออกแรงตบไหล่ถังชวนพลางถามยิ้มๆ “ไอ้หนู แกว่าใช่หรือไม่”
ดวงตาของถังชวนจ้องเขาเขม็งโดยที่ไม่พูดอะไรเช่นเคย
กู้ไป๋เอ่ยยิ้มๆว่า “คิดๆ ดูแล้ว รู้สึกว่าหากยื้อเื่นี้ต่อไปก็ไม่เข้าท่า ดังนั้นการที่ฉันมาเยี่ยมถึงที่ในวันนี้กลับคิดไม่ถึงว่าไอ้หนูอย่างแกจะปิดประตูไม่รับแขก! แต่ไม่เป็ไร ออกมาสู่โลกภายนอกแล้วต้องเห็นความสงบสุขเป็สิ่งสำคัญ พี่ชายอย่างฉันชื่นชมแกที่แม้ว่าอายุจะน้อยแต่กลับมีความรับผิดชอบ เป็ผู้ชายที่หยิ่งในศักดิ์ศรีคนหนึ่ง ฉันจะให้เกียรติแกจัดการเื่ราวให้เรียบร้อย! เดิมวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะถามแต่พี่ชายอย่างฉันขอถามแกประโยคหนึ่งว่า มีเงินคืนหรือยัง”
เอ้อร์จื่อที่อยู่ข้างๆเห็นเขาพูดอยู่นานสองนาน ก็หมดความอดทนไปนานแล้ว จึงโวยวายเสียงดังว่า “เหล่าไป๋พูดจาไร้สาระกับเขามากมายไปทำไม จัดการ...” เขายังเอ่ยไม่จบกู้ไป๋ก็หันหน้ามาถลึงตาดุร้ายใส่เขา เขาจึงต้องกลืนคำพูดกลับเข้าไป
สิ่งที่กู้ไป๋รังเกียจที่สุดก็คือถูกคนเอ่ยขัดในตอนที่เขากำลังพูดหลังจากถลึงตาใส่เ้าขนทองไปครั้งหนึ่ง ก็แย้มรอยยิ้มอีกครั้ง แล้วมองไปทางถังชวนขณะรอคำตอบของเขา
ถังชวนคนนี้เมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันก็พูดได้ว่าเขาเป็ผู้ใหญ่เขาลำบากไม่หยุดั้แ่ยังเล็ก ต้องแบกรับภาระหนักของครอบครัวั้แ่อายุยังน้อยไม่รู้ว่ามีความเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเด็กชายเด็กหญิงพวกนั้นเท่าไรแล้ว
แต่หากเทียบกับคนที่มีประสบการณ์โชกโชนแล้วพูดได้ว่าเขาบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ยังคงอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด
หากว่าคุณร้ายกับเขาเขาก็จะชักสีหน้าใส่คุณ แต่หากคุณพูดจากับเขาดีๆ เขาก็ไม่มีทางที่จะไม่สนใจ
แม้จะรู้ว่าคนผู้นี้เป็หัวหน้าแก๊เงินกู้หน้าเืพวกนั้นลูกน้องของเขามักจะก่อกรรมทำชั่ว รังแกคนแก่และเด็กแต่เมื่อเห็นเขายิ้มแย้มพูดกับตนเอง ถังชวนก็ผ่อนคลายสีหน้า เอ่ยเสียงเข้มว่า“ผมไม่มีเงินจริงๆ ต้องรอสองอาทิตย์หลังจากนี้ถึงจะถึงเวลาจ่ายเงินเดือน...”เดิมเขาคิดจะขอผ่อนผันเวลาสักหน่อยแต่เมื่อนึกได้ว่าครูโจวฉวินยังนั่งฟังอยู่ในห้อง ก็ลังเลไปครู่หนึ่งและไม่เอ่ยมันออกมา
เขากลับไม่รู้ว่าการลังเลในครั้งนี้จะสร้างความวุ่นวายในภายหลังมากเพียงใด
กู้ไป๋คนนี้เป็คนฉลาดเขาเป็คนเสนอความคิดที่จะเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ลูกพี่ของเขาก็ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน[2]อยากจะเชือดไก่เหรอ ง่ายมาก แกไปทำสิ เื่เปื้อนเืผิดกฎหมายประเภทนี้ ฉันไม่ทำหรอก!
เวรเอ๊ยปกติทำตัวอยู่เหนือผู้คน ถึงตอนนี้ดันแสร้งทำตัวเป็ผู้บริสุทธิ์!เห็นฉันเป็เครื่องมือในการกำจัดคนหรือไง หากสำเร็จก็เป็หน้าตาของลูกพี่ แต่หากว่าเื่นี้เกิดปัญหาขึ้นมาก็จะกลายเป็ความผิดของฉันกู้ไป๋!
ถุย!!
แต่เื่นี้ไม่ใช่เื่ของกู้ไป๋คนเดียวนี่เป็ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกทั้งบนและล่างนับร้อยคนในแก๊งพวกเขา ไม่ทำก็ไม่ได้แต่จะทำแบบนี้ไม่ได้!
การตักเตือนนั้นต้องทำแน่นอนไก่ก็ต้องเชือดเช่นกัน แต่จะเชือดแบบนี้ไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้!
ขอแค่เป็พวกที่อยู่ในแก๊งล้วนรู้ว่าขีดจำกัดของสถานีตำรวจคือ จะสืบคดีแน่นอนเมื่อมีคนตาย!
สำหรับคดีอื่นๆนั้น
เหอะๆค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน!
กู้ไป๋ได้ยินคำพูดของถังชวนแล้วแม้ว่าใบหน้าจะยังมีรอยยิ้ม แต่สายตากลับค่อยๆ บึ้งตึงและเ็ามือที่พาดอยู่บนบ่าของถังชวนก็ค่อยๆ ออกแรง พลางถอนหายใจ “แบบนี้เองแบบนี้ก็อย่าโทษพี่ชายแล้วกัน! แก๊งเป็คนออกกฎนี้ พี่ชายก็ปกป้องแกไม่ได้!วันนี้ตอนออกมาเห็นว่าอากาศดี ตามพี่ชายมาเถอะ เงินพวกเราก็ไม่้าแล้ว ตามพี่ชายไปก็พอจะได้อธิบายได้สะดวก!”
ตะลึง!
ไม่ว่าจะเป็ถังชวนโจวฉวิน หรือเหล่าคนที่มุงดูเื่สนุกกันอยู่ล้วนตะลึงมาก!!
หากตามกลับไปจะยังมีชีวิตกลับมาเหรอ!
ถังชวนกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆแววตาไหววูบ ไม่รู้ว่าควรจะไปหรือไม่ ลงมือแตกหักอยู่ที่นี่ หรือว่าอดกลั้นไม่ทำอะไร
ส่วนโจวฉวินซึ่งอยู่ในห้องได้ยินแล้วก็รู้สึกเหมือนฟ้าฝ่ากลางวันแสกๆร่างสั่นสะท้านทันที เธอเร่งฝีเท้าไปที่ประตูอย่างทนไม่ไหว ตอนที่กำลังจะเอ่ยปากกลับได้ยินเสียงตวาดดังขึ้นด้านนอกกะทันหัน “เสี่ยวชวนจื่อ อย่าไปกับเขา! กลางวันแสกๆ แบบนี้ แกคิดจะทำอะไร!!”
เสียงดังชัดเจนยิ่งนัก!
โจวฉวินที่อยู่ในบานประตูเหล็กถึงกับรู้สึกได้ว่ากรอบประตูเหล็กสั่นไปครู่หนึ่งเศษฝุ่นบนกำแพงก็ร่วงกราว!
เสียงนี้ทั้งแก่ชราทั้งโมโห เป็เสียงของหญิงชราคนหนึ่ง โจวฉวินรู้ว่าเป็ใคร ขณะที่ตะลึงก็ยืนนิ่งอยู่ที่ประตู แล้วตั้งใจฟัง
ทุกคนล้วนมองไปตามที่มาของเสียงเห็นหญิงชราสวมเสื้อผ่าหน้าแขนสั้นสีฟ้า สวมรองเท้าส้นหนาปักลายคู่หนึ่งแผ่นหลังค่อม คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนรู้จักหญิงชราคนนี้ผู้สูงอายุโดดเดี่ยวไร้ครอบครัว ไร้ญาติขาดมิตร ปกติไม่ได้ไปมาหาสู่กับใครมีเพียงแค่ถังชวนที่ปกติไม่มีเื่อะไรก็วิ่งไปที่บ้านของเธอเป็คนแก่ที่ไม่พูดไม่จาคนหนึ่งคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะถึงกับกล้าเอ่ยขัดอันธพาลเ้าถิ่นต่อหน้าเธอไม่อยากมีชีวิตแล้วเหรอ
หญิงชราผู้นี้แซ่หวงชื่ออะไร อายุเท่าไร ั้แ่เธอย้ายมาหลายสิบปีก็ไม่เคยเอ่ยถึง ตัวเธอก็เอ่ยถึงเื่ประสบการณ์ในชีวิตน้อยมากผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุอยู่รอบๆ ที่นี่รู้คร่าวๆ แค่ว่าเดิมเธออยู่ในครอบครัวที่มีอิทธิพลและร่ำรวย แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างะเืเลือนลั่นและการวิวัฒนาการของสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศนี้ ไม่รู้ว่าผ่านประสบการณ์ตาลปัตรมาเท่าใดท้ายที่สุดฐานะทางบ้านถึงได้ตกอับ เร่ร่อนมาจนถึงสถานที่แห่งนี้
ปกติเธออาศัยอยู่คนเดียวคุ้นเคยกับความโดดเดี่ยวแล้วตอนที่ดวงตาคู่นั้นมองผู้อื่นจึงแฝงไปด้วยแววคมปลาบเล็กน้อยเช่นเดียวกับที่ตระกูลผู้มีอำนาจมองผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวราวกับมองใครก็ไม่ชอบไปหมด มีเพียงตอนที่มองถังชวนเท่านั้นถึงจะเผยความอบอุ่นออกมาทางสายตา ความจริงเธอก็รู้ว่าล่วงเกินคนเหล่านี้ไม่ได้ ขอแค่ไม่เกิดเื่ร้ายแรงส่วนใหญ่เธอก็อดทน พยายามไม่สนใจ ยังเกลี้ยกล่อมถังชวนให้ข่มโทสะเอาไว้ ปกติมาสาดเืเป็ดเืไก่ก็ช่างเถอะแต่วันนี้คนพวกนี้คิดจะพาคนไปด้วย!
นี่ทำให้เธอรับไม่ได้จริงๆ!!
ตอนนั้นลูกสาวของยายแก่อย่างฉันก็ถูกคนพาตัวไปและไม่กลับมาอีกเลย!
ผิวพรรณของหญิงชราผู้นี้แห้งเหี่ยวราวกับเปลือกไม้แก่ๆรูปร่างเล็กคล้ายกับตะปูห้านิ้ว แม้จะแบกภาระเอาไว้แต่ดวงตาขมุกขมัวคู่นั้นกลับสาดแสงออกมาราวกับไฟฟ้ารูปร่างที่เล็กเตี้ยเหมือนตะปูเหล็กทิ่มอยู่ตรงนั้น ประโยคสั้นๆ ประโยคหนึ่งเหมือนถูกเธอะโเสียงดังออกมาจากจุดตันเถียน[3]เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม
อำนาจที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาจากการที่กู้ไป๋พูดอยู่นานสองนานถูกประโยคสั้นๆประโยคหนึ่งของเธอทำลายจนหมด!
กู้ไป๋นิ่งค้างไปทันที!
ยายแก่นี่โผล่มาจากที่ไหนกันรนหาที่ตายขนาดนี้เชียวเหรอ ใกล้จะลงโลงอยู่แล้วยังจะฝืนโผล่เข้ามายุ่งอีก
การเข้าร่วมแก๊งสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงที่สุดคือการถูกคนทำให้เสียหน้าตอนปะทะกัน่แรกเริ่มกู้ไป๋ก็ไม่มีเวลามาแสร้งทำเป็ผู้ดีมีเมตตาอีก
สีหน้าเขาทะมึนเหมือนอิฐดำเค้นเสียงรอดไรฟันออกมา “แกนับเป็ตัวอะไรกล้ามายุ่งเื่ของพวกเรา เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม ดูแกก็น่าจะมีอายุพอสมควรอย่าหาว่าฉันไม่เคารพผู้าุโและไร้คุณธรรมอันสูงส่งล่ะ หากยังรู้จักเอาตัวรอดก็ถอยไปแต่ถ้าไม่ล่ะก็ เช่นนั้นก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน!”
หญิงชราผู้นี้ถลึงแววตาคมกริบราวใบมีดใส่เขาจ้องอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากเห็นเ้าผมทองด้านหลังกู้ไป๋แสยะยิ้ม พลางถกแขนเสื้อแล้วเดินมาทางเธอ เธอก็พลันหมุนตัววิ่งหนีไป!
กู้ไป๋หัวเราะ“ก็แค่ยายแก่ปากไม่ตรงกับใจคนหนึ่งจะเสแสร้งไปทำไม ยังไม่ทันจะลงมือ ก็ใจนวิ่งหนีไปแล้ว ฮ่าๆ …” เขายังหัวเราะไม่เสร็จ ก็พลันมีน้ำกะละมังหนึ่งสาดโครมลงมาทำให้เขาเปียกั้แ่หัวจรดเท้าทันที!
น้ำนี้มีฟองทั้งดำ ทั้งเหลือง ไม่รู้ว่าใช้ซักล้างอะไรมา แม้ว่าดมดูแล้วจะไม่มีกลิ่นแต่เสียงะเิหัวเราะจากผู้คนรอบด้านกลับเหมือนแส้ที่หวดลงบนใบหน้ากู้ไป๋อย่างแรง
แม่เฒ่าหวงยืนยกกระถางเหล็กที่ถูกเสียดสีจนรอบๆปรากฏเหล็กสีดำออกมาอยู่ปากทางบันได แล้วยิ้มเย็นอย่างเหยียดหยาม “แกจะเสแสร้งใช้อำนาจบาตรใหญ่อะไร! จะบอกให้นะว่าตะพาบไม่เป็โล้ไม่เป็พายอย่างแกน่ะ ยายแก่อย่างฉันเห็นมาเยอะแล้วไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมืองได้!ขนาดตะพาบในแม่น้ำหย่งติ้งยังได้ความกว่าคนแบบแกเลย! ก้นก็ยังเช็ดไม่แห้งร่างมีแต่กลิ่นนม เป็แค่ลูกหมาตัวหนึ่งยังจะกล้าเข้าร่วมแก๊งอีก ถุย! จะบอกให้นะว่าในปีนั้นตู้เยวี่ยเซิง อันธพาลอันดับหนึ่งของโลกเจอฉันยังต้องเรียกฉันด้วยท่าทางเคารพนบนอบว่าคุณนายน้อยฮวาเลยผู้บัญชาการจาง ขุนศึกที่อาละวาดรุ่นแรกยังไม่อยู่ในสายตาฉันสักนิดแล้วแกสำคัญขนาดไหน ประสบการณ์ในโลกภายนอกก็ยังไม่มากแล้วยังจะกล้ามาพูดจาไร้สาระเช่นนี้ต่อหน้าฉันอีกเหรอ” แม่เฒ่าหวงชี้ไปที่ถังชวน “จะบอกให้นะว่าวันนี้ใครก็อย่าได้คิดจะพาตัวเขาไป นอกจากฉันตาย พวกแกก็ข้ามศพฉันไปแล้วกัน!”
สำเนียงการพูดของแม่เฒ่าหวงผสมปนเปกันมากแยกไม่ออกว่าเป็ภาษาถิ่นที่ไหน แต่เธอพูดจาชัดเจนน้ำเสียงที่พูดอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่นั้นแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจและความน่าเกรงขามปกติไม่พูดไม่จาก็ไม่รู้สึก แต่วันนี้พอโมโหเนื้อหาที่พูดออกมาก็ชวนให้ผู้คนใมาก ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จแต่อาศัยท่าทีที่ทำให้ผู้คนประทับนี้ก็ทำให้ทุกคนไม่กล้าดูแคลน! ทุกคนมองหญิงชราที่ตัวเล็กเตี้ยและผอมบางคนนี้ด้วยใบหน้าถอดสีในใจก็รู้สึกเพียงว่า ตอนเธอสาวๆ จะต้องเป็บุคคลที่เก่งกาจมากแน่นอน!
กู้ไป๋เข้าร่วมแก๊งมาย่อมต้องเคยสะดุดล้มและถูกด่าเป็ธรรมดาแต่กลับไม่เคยถูกหญิงชราข่มอำนาจ ทำให้อ่อนแอลงอย่างไร้เหตุผลเหมือนในวันนี้
กู้ไป๋มองหญิงชราที่โผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้มองผ่านๆ ก็ไม่สะดุดตา แต่พลังอำนาจที่ะเิออกมาอย่างกะทันหันนั้นแข็งแกร่งเกินไปถึงกับข่มจนเขามึนงงไปชั่วครู่!
สีหน้าเขาเดี๋ยวเขียวคล้ำเดี๋ยวซีดขาว ริมฝีปากสั่นระริก พลางชี้นิ้วไปทางแม่เฒ่าหวง “ดี ดีมาก! แกทำได้ดีมาก!”
เขาหันหน้าไปมองเอ้อร์จื่อแต่กลับเห็นความยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่นในแววตาของเ้าหมอนี่ได้อย่างเลือนรางในใจเดือดดาลถึงขีดสุดจนกล้าที่จะทำเื่อะไรออกมาก็ได้ เส้นเืบนหน้าผากปูดโปนพลางแสยะยิ้ม “ดี!ดูท่าวันนี้ไม่เห็นเื พวกแกคงไม่รู้ว่าอย่ามาแหยมกับพวกเรา!!” เขาหยิบประแจเหล็กขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเดินไปทางแม่เฒ่าหวงด้วยสีหน้าดุร้าย
ถังชวนเห็นท่าทางของเขาแล้วก็โมโหขึ้นมาทันทีขณะที่กำลังจะพุ่งเข้าไป กลับได้ยินเสียงตวาดดังลอยมาจากด้านหลังกะทันหัน “หยุด!!”
เสียงนี้ดังลั่นราวกับเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิดังกังวาน แต่กลับเป็เสียงของหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง…
[1] หนึ่งคนบอกเล่าให้กับสิบคน สิบคนนั้นก็ไปบอกต่ออีกร้อยคน หมายถึงข่าวสารถูกแพร่หรือบอกต่อเป็ทอดๆ ไปอย่างรวดเร็ว
[2] ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน หมายถึง คนไม่ธรรมดา คนที่ยากจะจัดการได้
[3] จุดตันเถียน หมายถึงชื่อตำแหน่งบนร่างกายบริเวณท้องน้อยใต้สะดือ 3 ชุ่น โดยในลัทธิเต๋าได้กำหนดตำแหน่งตันเถียนในร่างกายไว้ 3 แห่ง ได้แก่ ตันเถียนบนอยู่บริเวณหว่างคิ้วตันเถียนกลางอยู่บริเวณใต้หัวใจ และตันเถียนล่างอยู่บริเวณใต้สะดือ