คุณชายหนุ่มน้อยอุ้มร่างเปียกปอนตัวอ่อนเหลวไว้ในอ้อมอก เขาวิ่งตึงตังขึ้นไปบนเรือนแล้วอุ้มเอาเด็กน้อยวิ่งเข้าห้องอาบน้ำ จัดการอาบน้ำให้คนตัวเปียกอย่างไวว่อง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ร้องเรียกหาผ้าสะอาดจากคนรับใช้ในเรือนมาเช็ดไปตามลำตัวจนแห้ง ผลัดเสื้อผ้าให้เด็กน้อยที่จนบัดนี้ริมฝีปากยังซีดเขียว ก่อนจะห่มคลุมด้วยผ้าสะอาดอีกครั้ง แล้วจึงอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าให้ตัวเองบ้าง เมื่อออกมาก็เห็นว่าเด็กในก้อนผ้าห่มยังตัวสั่นน้อย ๆ แต่เปรมบดินทร์ก็ไม่รั้งรอ
อย่างไรเสียในครั้งนี้คงต้องชำระความเพื่อไม่ให้มีครั้งถัดไปได้อีก
เปรมบดินทร์เดินลงกระไดเรือนเล็กของตน ยืนรีรอหันซ้ายหันขวาก็ตัดสินใจแน่วแน่เดินไปยังต้นมะยมใหญ่แล้วเอื้อมหักก้านมะยมอวบอ้วนมาสิบกว่าก้าน เดินกลับไปยังเรือนของตนที่มีคนน้องนั่งสะอึกสะอื้นอยู่บนชานเรือน
ร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมก้านมะยมที่ยังไม่เด็ดใบอยู่ในคลองสายตาของจอม เด็กเล็กยังคงนั่งนิ่ง ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะลุกหนีไปไหน จนกระทั่งได้ยินเสียงคนพี่เอ่ยถาม
“อายุเท่าไหร่แล้วเ้าจอม”
“ฮึก สิบ สิบปีขอรับพี่เปรม”
“งั้นสิบก้าน เท่าอายุ”
มือเรียวค่อย ๆ ใช้นิ้วเด็ดใบมะยมออกจากก้านทีละใบ ๆ อย่างเชื่องช้า ที่ทำเช่นนี้เพราะจะได้สงบสติอารมณ์ของตัวเองแลประวิงเวลาให้น้องค่อย ๆ ทบทวนการกระทำของเ้าตัวในครานี้ เขาไม่ได้จะเฆี่ยนตีด้วยความโกรธ แต่หากไม่กำราบเสียบ้างขืนยังเล่นซนไม่ฟังคำทัดทานใดอีก คราวหน้าคงสิ้นชื่อเปนแน่ แลคราวนี้คุณยายจันทร์ยกสิทธิ์ให้เขาคุ้มครองดูแล เขาก็จะหมายรวมไปถึงสิทธิ์ในเื่การลงโทษด้วย คิดสะระตะพลางระงับจิตใจตนเองระหว่างเด็ดใบไปเรื่อย ๆ จนใบมะยมหลุดจากก้านครบสิบก้านถ้วนก็รวบไว้แล้วใช้เชือกกล้วยที่หาได้แถวนั้นมัดหัวท้ายจนมันรวมกันคล้ายไม้เรียวยาวเฟื้อย ก่อนเอ่ยสั่งเด็กในห่อผ้า
“ลุกขึ้นมาเ้าจอม”
เด็กเล็กหลุดสะอื้นแต่ร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนแต่โดยดี คนพี่ก็คว้าจับตัวน้องไว้หันหน้าเข้าหา
“ฮืออ น้องกลัวขอรับ”
ด้วยรู้แน่ชัดว่าจะต้องโดนลงโทษแน่ ๆ แต่แขนเล็กยังรีรอไม่ยินยอมที่จะกอดอก แม้จะเคยโดนตีมาบ้างแต่ทุกครั้งก็ดูไม่น่าหวั่นใจเท่าครั้งนี้ด้วยรู้ว่าตนดื้อรั้นจนพาลให้เสี่ยงชีวิตเสี่ยงตาย
“รู้ไหมว่าเหตุใดคราวนี้ถึงต้องถูกตี”
เปรมบดินทร์ไถ่ถาม ด้วย้าพูดคุยให้เข้าใจเสียก่อน เด็กเล็กเพียงนี้หากตีไปคุยไปก็คงจะไร้ซึ่งประโยชน์อันใดเปนแน่ ด้วยคงทั้งกลัวทั้งเจ็บจนเหตุและผลไม่นำพาให้เข้าอกเข้าใจได้ คุยให้รู้ซึ่งความผิดก่อนนี่แหละจึ่งจะเหมาะกับเด็กเล็กเช่นนี้
“เพราะน้องผิดวาจากับพี่เปรมขอรับ”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก รู้หรือไม่ว่าหากพี่ช่วยไม่ทันจะเปนเช่นไร”
“ฮึก...รู้ขอรับ น้องขอโทษขอรับพี่เปรม”
“หากคุณยายจันทร์ท่านทราบจะเปนห่วงเพียงไหน”
“น้องขอโทษที่ไม่เชื่อฟัง ฮึก จอมผิดไปแล้วขอรับพี่เปรม ฮือ”
เด็กตัวอวบอ้วนผิวขาวผ่องยามร้องไห้เช่นนี้ก็แดงเรื่อไปทั้งผิวแก้ม ปลายจมูกและดวงตา และเปรมบดินทร์เองก็ให้นึกสงสารจับใจ
“เช่นนั้น พี่จะตีห้าที ยอมไหม”
“ฮึก ยอมขอรับ”
เ้าจอมยอมรับความผิดแต่โดยดีไม่บิดพลิ้วแม้จะกลัวก้านมะยมในมือพี่มากเพียงไรก็ไม่คิดหนี
“หากโดนตีจะโกรธพี่ไหม”
“ม ไม่โกรธขอรับ ต...แต่น้องกลัว”
ก็ก้านมะยมทั้งอวบอ้วนแถมยังมีถึงสิบก้าน ต่อให้ดื้อรั้นเพียงใดเพียงแค่เห็นสิ่งที่เปรมบดินทร์ถือก็ให้นึกกลัวจนตัวสั่น
“หันหลัง กอดอก หากกลัวก็หลับตา”
“ฮือออ”
ร้องไห้แต่ยอมหันหลัง ยกสองแขนขึ้นมากอดอกแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่าย คนพี่สูดลมหายใจลึกก่อนเงื้อไม้ขึ้นแล้วฟาดลงที่สะโพกเล็ก
ฟั่บ!!
“แงงงงงงงงงงงงงงงง”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นพร้อมกับขาเล็กสองข้างกระทืบเท้าเร่า ๆ ด้วยอยากให้มันช่วยทุเลาความเจ็บแสบที่สะโพก
“จำไว้อย่าได้ลงเล่นที่ท่าน้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่อีก”
“ไม่กล้าแล้วขอรับ ฮืออ”
“นิ่ง”
หยุดกิริยาการสะบัดขาลงเมื่อคนพี่สั่งเสียงเรียบ
ฟั่บ!
ทีที่สองหวดลงใกล้รอยเดิมราวกับจับวาง ริมฝีปากเล็กขบเม้มไม่ร้องไห้จ้าเช่นดังคราวแรก ทำเพียงหลุดสะอื้นแต่ความเจ็บแสบไม่ได้ลดทอนลง ส่งผลให้น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นราวทำนบแตก
ฟั่บ!
“ฮึก พี่เปรมขอรับ น้องเจ็บ ฮือ”
แลคนพี่ก็ปล่อยก้านมะยมทิ้งลงพื้นเสียหลังได้ยินคำพูดนั้น ไม่มีแก่ใจจะหวดไม้ให้ครบตามจำนวนที่เอ่ยไว้ มือหนาดึงรั้งแขนเด็กน้อยให้หันหน้ากลับมาหาตน
“ลืมตาได้แล้ว”
“ฮึก..”
ดวงตากลมโตชั้นเดียวแดงกล่ำจากการร้องไห้หนัก คนพี่ปาดป้ายน้ำตาออกจากดวงตาเล็ก
“รับปากกับพี่ อย่าทำเช่นนี้อีก”
“ไม่ทำแล้วขอรับ ไม่กล้าทำแล้วขอรับ ฮืออ”
เสียงสะอื้นชวนให้เปรมบดินทร์เจ็บแปลบในอก ด้วยน้องน้อยที่เฝ้าทะนุถนอมแต่แล้วก็เปนคนที่ทำให้น้องต้องร้องไห้เสียเอง
“นิ่งเสีย พี่จะใส่ยาให้”
“พี่เปรมขอรับ”
“ว่ากระไร”
จ้องมองหน้าน้องเพียงชั่วอึดใจเ้าเด็กตัวขาวก็โผเข้ากอดรอบคอเขาสะอื้นฮัก เปรมบดินทร์พลันใจอ่อนเหลวดั่งขี้ผึ้งลนเทียน เขากอดน้องตบแผ่นหลังเล็กเพียงแ่เขาปลุกปลอบ
“ประเดี๋ยวพี่จะให้พี่แป้งต้มยามาให้ กินดักไว้เสีย คืนนี้ไม่น่าจะรอดพิษไข้”
ทั้งจมน้ำทั้งมาโดนตี ต่อให้แข็งแรงเพียงใดก็ไม่น่าจะรอดจากพิษไข้ไปได้
“ฮึก ยาขมหรือไม่ขอรับ”
“ขมก็ต้องฝืนกิน”
“ขอรับ”
จอมตอบรับไม่กล้าดื้อเพ่งอะไรอีก เพียงเท่านี้ก็เจ็บมากพอแล้ว
“เจ็บมากไหม พี่อุ้มได้หรือไม่”
“เจ็บขอรับ แต่อุ้มได้”
เปรมบดินทร์ตอบรับคำพูดน้องด้วยการพยักหน้าแล้วก็กอดกระชับต้นขาของเ้าจอมแล้วยกเ้าเด็กขึ้น น้องกอดคอเขากันตก ยังไม่ทันจะเอ่ยปลอบก็เปนเพลาเดียวกับพี่แป้งเดินขึ้นกระไดเรือนเข้ามาพอดีกับที่เขากำลัง้าจะไหว้วานใช้งาน
“พี่แป้ง เปรมวานพี่แป้งช่วยไปหยิบไพรสมานแผลให้ทีเถิด”
พี่แป้งพยักหน้ารับ พร้อมกับมองไปที่เด็กชายตัวน้อย เห็นใบหน้าแดงกล่ำจากการร้องไห้ก็พลันสงสาร
“โถ่ คุณจอม คราวหลังไม่ดื้อกับคุณชายแล้วนะเ้าคะ”
“ขอรับพี่แป้ง”
พยักหน้าหงึกหงักเรียกความเอ็นดูจากสาวรับใช้ได้อีกโข จนกระทั่งลับร่างพี่แป้งไปแล้วคุณชายเปรมบดินทร์ก็หันหน้าเข้าหาคนน้อง มือหนายกขึ้นลูบผมที่มัดเป็จุกกลางกระหม่อมอย่างสงสาร แล้วเลื่อนลงมาเช็ดน้ำตาที่เปรอะสองข้างแก้ม
“รับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ว่าด้วย เข้าใจไหมหือ เ้าจอมแสบ”
“เข้าใจขอรับพี่เปรม น้องขอโทษ น้องจะไม่ทำอีกแล้วขอรับ”
“ห้ามปีนต้นไม้ด้วย คราวนี้หากพูดไม่ฟังกันอีกพี่จะตี”
“ขอรับ ไม่ปีนต้นไม้ ไม่ลงเล่นที่ท่าน้ำตอนพี่เปรมไม่อยู่อีก น้องจะจดจำไว้”
ดวงตากลมโตเริ่มกลับมาเปล่งประกายหายเศร้าหลังคนพี่อุ้มปลอบ
“เด็กดี”
รอยยิ้มอบอุ่นถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงเดินเข้าห้องนอนวางน้องลงบนฟูกนุ่ม แล้วสมุนไพรสดอย่างไพลสมานแผลก็ถูกนำมาวางไว้ให้
“ขอบใจพี่แป้งมาก ไปทำงานของพี่เถิด อ้อฝากพี่ต้มยาแก้ไข้แล้วนำขึ้นมาพร้อมสำรับเย็นด้วยนะ ส่วนตรงนี้ไม่มีอะไรให้วานพี่แล้วล่ะ”
“เ้าค่ะ คุณชาย”
พี่แป้งกลับไปทำงานของตนแล้ว มือหนาถึงฝนไพลลงกับขอบฝาดินเผาแล้วปลดผ้านุ่งน้องออกนำไพรไปทาบาง ๆ ตรงรอยนูนแดงช้ำแล้วใส่ผ้านุ่งคืนกลับดังเดิม
“ขอบคุณพี่เปรมขอรับ”
น้องลุกขึ้นมานั่งประนมมือไหว้ ยิ่งชวนให้เอ็นดูปนสงสาร
“นอนพักเถิด ประเดี๋ยวเย็นกว่านี้พี่จะปลุกมากินข้าวกินยา”
“ขอรับ”
ผ้าห่มถูกห่มคลุมให้อย่างเรียบร้อย เ้าจอมหลับตาลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเข้าสู่ห้วงนิทรา ส่วนเปรมบดินทร์ก็ยังไม่หายจากอาการใจหายใจคว่ำ เขาอกสั่นขวัญแขวนกับเหตุการณ์เมื่อครู่ นึกไปถึงว่าหากไปไม่ทันเล่า ป่านนี้น้องคงไม่ได้อยู่กับเขาเช่นนี้
“ขวัญมาเถิดเ้าจอม อย่าดื้อรั้นให้พี่ต้องใจหายใจคว่ำเช่นนี้อีกหนา”
มือหนาลูบไปบนหัวกลม ๆ ของเด็กที่นอนหลับตาพริ้ม ไม่ได้รับรู้เลยว่าคนพี่หวาดกลัวเพียงไรกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้
“พี่เปรมขอรับ”
เปรมบดินทร์ที่นั่งพิงฝาผนังเรือนหันมองตามเสียงเรียกเห็นน้องลืมตาตื่นนอน ก็รี่เข้าไปหา
“เปนอย่างไรบ้าง”
มือหนาทาบทับกับหน้าผากเล็กตรวจวัดความร้อนของร่างกาย ก็พบว่าน้องเพียงตัวอุ่น ๆ ยังไม่จับไข้
“หิวน้ำขอรับพี่เปรม”
ลำคอที่แห้งผากทำให้เสียงที่กล่าวออกไปฟังแหบแห้งร้อนให้คนพี่ต้องรีบนำขันน้ำมาให้ดื่ม
“เ้าจอมค่อย ๆ”
เอ่ยปรามเมื่อเด็กหิวน้ำกระดกดื่มอึก ๆ อย่างว่องไว
“ขอบคุณขอรับ”
“หิวหรือยัง”
“หิวขอรับ”
โครก~~
เสียงท้องของเด็กเล็กร้องยืนยันคำตอบของเ้าของ เ้าจอมอายพี่เปรมเปนอย่างมากแต่คนพี่ไม่ได้มีท่าทีเอ่ยล้อเลียนแต่อย่างใด
“เช่นนั้นก็ลุกมาเถิด”
เปรมบดินทร์อุ้มน้องขึ้นจากเตียงแล้วพาเดินไปที่หน้าชานเรือน มีสำรับอาหารเย็นวางอยู่พร้อมหม้อยา สำรับข้าวของเปรมบดินทร์กับเ้าจอมนั้นเต็มไปด้วยอาหารหน้าตาน่าทาน เปรมบดินทร์แกะเนื้อปลาทอดให้น้องเลาะก้างออกให้อย่างดี เ้าเด็กเอ่ยขอบคุณทุกครั้งเมื่อพี่ป้อนจนกระทั่งอิ่มด้วยกันทั้งคู่
ก็มาถึง่เวลาแห่งการป้อนยาต้ม
เปรมบดินทร์ว่าเขากำลังเจองานยาก เพราะเ้าจอมแสบโยเยตั้งท่าจะไม่ดื่มยาจนเขาต้องให้พี่แป้งไปหยิบกระปุกน้ำตาลลูกกวาดออกมา
“อมไว้ประเดี๋ยวเถิด”
“อ๋ออับ (ขอรับ) ”
เ้าจอมตอบรับขณะอมลูกกวาดรสหวานที่ทำมาจากน้ำตาลและกะทิเคี่ยวจนหอมแล้วกวนให้งวดจากนั้นจึงนำไปปั้นเปนก้อน ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แข็งเปนก้อน บรรจุในโหลแก้วสวยงาม ที่เปรมบดินทร์ยอมให้พี่แป้งนำออกมาให้น้องอมไว้ก่อนดื่มยาแก้ไข้ หากเปน่เวลาปกติแล้วนั้นเปรมบดินทร์ไม่ใคร่จะปลื้มกับลูกกวาดนัก เพราะมักจะทำให้ฟันผุ แต่คุณแม่ท่านทำไว้แบ่งเด็ก ๆ ในเรือนพ่อครูปลั่ง
“ละลายหมดแล้วขอรับ”
เ้าจอมบอกหลังลูกกวาดละลายจนหมดมันหวานและหอมกลิ่นกะทิเปนอย่างมาก
“รีบดื่ม มันจะไม่ขม”
“แน่หรือขอรับ”
“เร็วซี”
เปรมบดินทร์เร่ง เ้าเด็กยกถ้วยยาขึ้นจ่อปากกลั้นใจดื่มลงไปอย่างรวดเร็ว มันมีรสขมอยู่บ้างแต่โดนความหวานจากน้ำตาลลูกกวาดกลบ พอดื่มน้ำตามก็แทบจะไม่รับความขมดังที่กลัวเอาไว้
“ไม่ขมแล้วขอรับ”
“กินยายากเสียจริง เ้าตัวแสบ”
“แล้วขออีกก้อนได้ไหมขอรับ”
“อ้าปาก”
เปรมบดินทร์ใจอ่อนยอมป้อนลูกกวาดให้น้องอีกก้อน เพราะสงสารเด็กดื้อที่ต้องโดนตีไม่หาย
“อร่อยมากขอรับ”
“เข้าใจว่าอร่อยแต่กินมากไม่ดีรู้ไหม”
“ขอรับ”
“ยังเจ็บอยู่มากไหม”
“ไม่เท่าตอนแรกขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี หากวันพรุ่งไปเรียนไม่ไหวก็หยุดเสีย”
“ขอรับ พี่เปรมไม่บอกคุณยายจันทร์ได้ไหมขอรับ”
“หากรับปากว่าไม่ดื้อ พี่ก็จะไม่บอก”
“ไม่ดื้อแล้วขอรับ เื่วันนี้น้องขอโทษนะขอรับ”
เ้าเด็กประนมมือแล้วก้มลงไหว้ที่เข่าของพี่เปรม คนพี่รีบรับไหว้น้องแล้วดึงตัวน้องขึ้นนั่งดี ๆ
“เอาล่ะ ๆ ถือว่าเื่คราวนี้ก็พักไว้เสียเท่านี้ละกัน อย่าได้นำมาพูดกันอีก”
น้องขอโทษแล้ว รับปากว่าจะไม่ทำอีกรวมถึงเขาเองก็ลงโทษน้องไปแล้ว เช่นนั้นก็ถือเสียว่าชำระความในครั้งนี้จบสิ้น จะไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์นี้อีก
ค่ำคืนนี้นอกจากนิทานที่เปรมบดินทร์เล่าให้เ้าเด็กฟังไม่ทันจบ ก็เปนเหตุให้ได้เช็ดตัวลดอาการไข้ทั้งคืน
........................
Talk : เกินคาดกันไหมคะ อีกนิดนึงน้องก็จะโตแล้วค่าาา มารอดูน้องตอนโตกันนะคะ ขอบคุณทุก ๆ คอมเมนต์และกำลังใจเลยค่ะ สัญญาว่าจะขยันเขียนให้มากขึ้นค่า่