บทที่27 สิ้นสุดศึกครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม
ท่าเท้าเงาเทพอัคคีนั้นการที่จะฝึกขั้นแรกให้สำเร็จนั้นไม่ถือว่ายากเท่าไหร่,แต่การที่จะสำเร็จขั้นที่2ส่วนมากต้องใช้เวลาฝึกกันเป็เดือนๆ,แต่เด็กน้อยรั่วชิงกับใช้เวลาเพียงแค่2วันเท่านั้น,มันทำให้เฟยอวี่ปลาดใจแบบสุดๆ,วิชาเงาเทพอัคคีนั้นจัดเป็วิชาระดับสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์,ไม่มีอัจฉริยะคนใดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำได้แบบเด็กน้อยรั่วชิงอย่างแน่นอน!
หลังจากที่รั่วชิงตัดลิ้นของกิ้งก่าั์ไปแล้ว,ความสามารถในการโจมตีระยะไกลของมันก็หมดลง,แต่ปัญหาใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาทันที,รั่วไม่สามารถโจมตีทะลุผ่านเกราะลมปราณของกิ้งก่าั์ได้!
รั่วเลิกโจมตีกิ้งก่าั์โดยตรง,แล้วหันไปโจมตีกระบี่สีดำที่ตรึงร่างของกิ้งก่าั์แทน
"เทพอัคคีฟาดฟัน!"
"เคร้ง!"
รั่วชิงกระโดยขึ้นไปโจมตีใส่ด้ามของกระบี่สีดำ,มันทำได้แค่เพียงทำให้กระบี่สีดำสั่นเล้กน้อยเท่านั้น,แต่ว่าแค่กระบี่สีดำสันเล็กน้อยก็ทำให้กิ้งก่าั์ร้องโหยหวนออกมาทันที!
รั่วชิงยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง,พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของกิ้งก่าั์!
3นาทีต่อมา....
ตอนนี้..เสียงร้องโหยหวนของกิ้งก่าั์ได้หยุดลงแล้ว,หยุดลงพร้อมกับลมหายใจของมันนั้นเอง!
รั่วขิงก็ได้เดินกลับมาหาเฟยอวี่,โดยที่ผู้คนต่างจับจ้องไปที่นาง,ระหว่าที่นางกำลังโจมตีกิ้งก่าั์อยู่,ก็ได้ดึงความสนใจจากผู้ทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนี้
ตอนนี้สัตว์อสูรทั้งหมดก็ได้ตายหมดสิ้นแล้ว,สัตว์อสูรระดับ5เกือบทั้งหมดที่ตายล้วนเป็ฝีมือของไป๋ลี่,ตอนนี้ไป๋ลี่ก็ได้กลับสู่ร่างเด็กน้อยของนางแล้ว,พร้อมกับขี่คอเฟยอวี่อยู่,ั้แ่ที่ไป๋ลี่ได้ขี่คอเฟยอวี่ตอนไปตรวจสอบพื้นที่มิติทับซ้อนไป๋ลี่ก็รู้สึกว่ามันสบายมิใช่น้อย
ตอนนี้ลู่จื้อก็ได้มองหาเ้านายของนางด้วยความร้อนรนแต่กับไร้วี่แววของคนที่นางหา,แต่ก็ได้หม่าซินรุ่ยที่เข้าไปบอกกับนางว่าไม่ต้องตามหาเดียวเขาจะมาหานางเอง,ให้นางกับไปจัดการปัญหาของนางที่สมาคาการค้าต้าเป่าให้เรียบร้อยก่อน
หลังจากการสู้จบจบแล้วหานกู่ก็ได้สั่งทหารที่เหลือชีวิตแค่พันกว่ากว่าคน,จัดการเก็บกวาดสนามรบเก็บแกนอสูรและของมีค่าต่างๆ,ซึ่งก็เหลือแต่ของระดับต่ำขอดีๆส่วนคนใหญ่ก็ได้แอบเก็บกันไปหมดแล้วรวมทั้งแหวนมิติของฝั่งมนุษย์ด้วนกันเอง,มีทหารตายในสนามรบกว่า9ใน10ส่วน,ถึงแม่จะป้องกันการโจมตีของกองทัพสัตว์อสูรเอาไว้ได้,แต่ก็ต้องจ่ายในราคาที่สูงมากๆเช่นกัน
................
ตอนนี้เฟยอวี่กับไป๋ลี่ได้กลับมาที่ห้องรับรองในร้านอาวุธตระกูลหม่าแล้ว
ในห้องรับรองตอนนี้มีคนอยู่แค่4คนก็คือ..เฟยอวี่,ไป๋ลี่,รั่วชิง,แล้วก็มาซินรุ่ย
มีไป๋ลี่คนเดียวที่นอนอยู่บนเตียง,ส่วนอีกสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว
"เฟยอวี่นี่เ้าจะไม่เล่าอะไรให้ข้ากับรั่วชิงฟังสักหน่อยหรือ!" หม่าซินรุ่ยถามเฟยอวี่ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก
"เล่า?" เฟยอวี่ตอบกลับไปเพียงคำเดียวพร้อมทำหน้างงๆใส่หม่าซินรุ่ย
"ก็อย่างที่เ้าไปทำบ้าอะไรกันตั้งนาน,ปล่อยให้คนตั้งมากมายต้องตายในสนามรบถ้ามีเ้าอยู่,กองทัพสัตว์อสูรคงไม่มีโอกาสได้ฆ่าใครสักคน!" หม่าวินรุ่ยเริ่มยิงคำถามใส่เฟยอวี่
"อืม...ที่เ้าพูดมาก็ถูก,ที่ว่าถ้าข้าอยู่ข้านั้นสามารถฆ่ากองทัพสัตว์อสูรที่โจมตีเมืองพยัคฆ์ครามได้ด้วยวิธีการพิเศษของข้า!,แต่มันไม่ใช่กงการอะไรของข้าที่จะต้องมาคอยปกป้องเมืองพยัคฆ์ครามของพวกเ้า!,เ้าอย่าได้ลืมว่าข้าเป็เพียงคนนอก!,เ้าจริงหรือไม่?" เฟยอววี่ตอบกลับหม่าซินรุ่ย
คำพูดของเฟยอวี่ทำให้หม่าซินรุ่ยหมดข้อโต้แย้งโดนสิ้นเชิง,หม่าซินรุ่ยยังคงเงี่ยบอยู่
ไป๋ลี่ก็นอนกินขนมอยู่บนเตียงนอนและฟังเฟยอวี่พูดด้วยท่าทีสนุกสนาน
เฟยอวี่ก็ได้พูดต่อทันที
"ความจริงแล้วข้าควรจะออกจากเมืองพยัคฆ์ครามตั้งนานแล้ว,ถ้าข้าไม่ได้บังเอิญเจอกับเด็กน้อยรั่วชิงนี่เสียก่อน!"
"รั่วชิง? ข้าหรือ?" รั่วชิงกับหม่าซินรุ่ยพูดออกมาพร้อมกัน
"แล้วทำไมเ้าจึงยื่นข้อเสนอให้ข้าติดจามเ้ากัน?" หม่าซินรุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าต่างไปจากเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง
"เพราะว่ารั่วชิงคงจะไม่ยอมไปกับข้าแน่ถ้าเ้าไม่ไปด้วย!...แต่ก็นะเ้าเองก็มีความมุ่งมั่นที่ดี,แล้วตำแหน่งปรมาจารย์หลอมศาสตราของข้าก็ว่างอยู่จริงๆ,ยังไงก็ข้าต้องฝึกรั่วชิงอยู่ดีฝึกเ้าไปด้วยกันเลยก็ไม่เห็นจะเป็ไร,ที่นี้เ้าก็คงเข้าใจเหตุผลของข้าที่เลือกเ้าแล้วละมั้ง?,แต่เ้ายังสามารถเปลี่ยนใจได้ในตอนนี้,ข้าเองก็ไม่ชอบบังคับฝืนใจใครเสียด้วย!"
หม่าซินรุ่ยนิ่งไปสักพัก......แล้วก็พูดออกมา
"ใครจะเปลี่ยนใจกัน,ข้าหม่าซินรุ่ยพูดคำไหนคำนั้นเสมอ,เฟยอวี่เ้าเองก็ด้วยที่พูดว่าจะฝึกข้ากับรั่วชิงเ้าต้องตั้งใจสอนให้เต็มที่ด้วย!"
หม่าซินรุ่ยพูดจบเสียงของไป๋ลี่ก็ดังออกมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่เลวหนูน้อยซินรุ่ยเ้าตัดสินใจได้ดี,แต่ว่าเ้าอาจจะเข้าใจบางอย่างผิดไปคนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มคือข้านายหญิงไป๋ลี่ต่างหาก,เ้าอาจไม่เห็นแต่คนที่จัดการเ้าแมวน้อยระดับ6ขั้นต้นก็คือข้าเอง,ข้าอัดมันเสียจนจมดินแล้วก็ปิดฉากด้วยะเิแกนอสูรของเฟยอวี่,ไหนๆเฟยอวี่ก็ตั้งใจทำมาเสียดิบดีถ้าข้าไม่ใช้เดียวเฟยอวี่อาจจะน้อยใจเอาได้,อยู่กับข้าเ้าสบายใจได้เฟยอวี่ก็แค่ทำเป็เข้มไม่กล้าหือกับข้าหรอก!"
ไปลี่พูดจบก็เคี้ยวขนมต่อทันที,แต่คนทั้งสามต่างก็หันมามองที่ไป๋ลี่กันทั้งหมด
"เฟยอวี่ในเมื่อไป๋ลี่คือนายหญิงใหญ่,เ้าก็เป็แค่ลูกน้องเหมือนกันหรือ?" หม่าซินรุ่ยพูดด้วยสีหน้าท่าทางดูปลาดใจ
"ไป๋ลี่เ้าก็ได้พูดสักทีก็พูดเสียมากมายเชียวนะ!" เฟยอวี่พูด
"ความสัมพันธ์ของพวกเ้านี่มันยังไงแน่?" หม่าซินรุ่ยถามเฟยอวี่
"ก็อย่างที่ข้าเคยบอกกับเ้าไปนั้นละพวกเราคือสหายกัน,แต่ในกลุ่มเราแค่แบ่งหน้าที่กันทำงานข้าดูแลในการเื่ฝึกสอน,รวมทั้งวิชาต่างๆ,อุปกรณ์ต่อสู่ในรูปแบบต่างๆ,นางก็ดูแลเื่พวกของวิเศษที่ใช้การฝึกปรือวิชา,แล้วก็นอนกินไปวันๆอย่างที่เ้าเห็นนั้นละ,แถมยังกินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าสิ่งนั้นมันอร่อย!"
"เฮ่เฮ่เฟยอวี่,เหมือนเ้าจะพูดไม่หมดนะ,ข้ายังต้องคอยดูแลความปลอดภัยให้เ้าอีก!"
ไป๋ลี่พูดพร้อมกับลงมาจากเตียงแล้วเดินมาหาเฟยอวี่พร้อมกับทำท่าครุ่นคิดแล้วก็พูดออกมา
"อ้าข้านึกอะไรได้ละ,ต่อไปเ้าได้รับแต่งตั้งเพื่มจากข้าอีก1ตำแหน่ง.....นั้นก็คือเบ้ลำดับที่1!"
"เพี้ยะ!"
"โอ้ย!"
ไป๋ลี่พูดจบปุ๊บเฟยอวี่ก็ดีดหน้าผากของไป๋ลี่จนลมลง,ภาพที่เด็กหญิงตัวน้อยลมก้นจ้ำเบ้านั้นทำให้หม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงเกือบที่จะหลุดหัวเราะออกมา
"แล้วนี่ตกลงพวกเ้าใครเก่งกว่าใครกันแน่" หม่าซินรุ่ยพูดออกมา
"แน่นอนว่าถ้าสู้กันซึ่งๆหน้ามันต้องเป็ข้าอยู่แล้วที่เก่งกว่า!,ส่วนเ้าเฟยอวี่นั้นเก่งแค่ลอบกัดเท่านั้น,เมื่อกี้พวกเ้าก็เห็นแล้ว,เฟยอวี่มันถนัดนักละโจมตีคนทีเผลอนี่!"
ไป๋ลี่พูดขณะที่มือซ่ายของนางจับหน้าผาก,แล้วมือขวาชี้ไปที่เฟยอวี่
รั่วชิงกับหม่าซินรุ่ยยิ่งกลั้นหัวเราะยากขึ้นไปอีก,ภาพที่พวกนางเห็นมันไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่โดนแกล้ง,แล้วกำลังฟ้องพ่อแม่อยู่อย่างไรอย่างนั้น!
ขณะเดียวกันประตูก็ได้เปิดออกพร้อมกับมีคนสองคนเดินเข้ามา
สองคนนั้นก็คือหวังเหล่ยกับลู่จื้อนั้นเอง
เมื่อเห็นหวังเหล่ยเฟยอวี่ก็เอ่ยถามออกมาทันเจอ
"เจอใครหรืออะไรที่ผิดปกติบ้างหรือไม่?"
หวังเหล่ยได้ยินเฟยอวี่กล่าวก็ตอบกลับไปทันที
"ไม่เลย,ข้าหาจนทั่วในรัศมี500ลี้ทุกอย่างปกติดี,แต่เ้าจัดการเื่แม่นางคนนี้ก่อน,อยู่ๆนางก็มาเรียกข้าว่านายท่าน,ข้าบอกว่าไม่เคยรู้จักนางมาก่อน,แล้วก็ไม่ใช่นายท่านอะไรของนาง,แต่เหมือนนางจะไม่เชื่อ,ดูแล้วเื่มันหน้าจะเกี่ยวกับเ้าก็เลยพามาด้วยกันเสียเลย!"
หวังเหล่ยพูดจบลู่จื้อก็ยิงคำถามใส่เฟยอวี่ทันที
"เ้ารู้จักชายหญิงสองคนที่ใส่ชุดคลุมสีดำบ้างไหม?,ผู้ชายใส่หน้ากากสีเงิน!"
เฟยอวี่ได้ยินที่ลู่จื้อถามก็ตอบกลับไปว่า
"รู้จักสิรู้จักดีมากเลยละ!"
ลู่จื้อได้ยินสิ่งที่เฟยอวี่พูดออกมาก็รู้สึกโล่งใจแล้วถามกลับไปอีกครั้ง
"แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใดเ้าทราบหรือไม่?"
"ก็อยู่ไม่ไกล้ไม่ไกล,ว่าแต่เ้าเถอะจัดการเคลียร์ธุระส่วนตัวเรียบร้อยหรือยัง?"
"หืม...เ้าพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร?" ลู่จื้อพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
"เพราะว่าพรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางกันแล้วเ้าควรจะเตรียมตัวให้พร้อมเสียั้แ่เนิ่นๆ" เฟยอวี่ยังคงพูดจาในแบบที่ทำให้ลู่จื้อสับสนแต่นางก็พอทราบแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้กับนายท่านของนางคือพวกเดียวกันจึงได้พูดกับเฟยอวี่อีกครั้ง
"เ้าพูดแบบนี้หมายความว่าเ้าก็เป็ผู้ติดตามของเขาด้วยเหมือนกันใช่หรือไม่?"
ไป๋ลี่ได้ยินคำพูดที่กำกวงของเฟยอวี่,ก็พูดแทรกขึ้นมาทันที
"เฟยอวี่เ้าจะลีลาอะไรหนักหนา,รีบๆบอกความจริงสาวน้อยลู่จื้อไปได้แล้ว,พวกจะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้สักที!"