‘ไม่หากเป็แบบนี้ต่อไป เสี่ยวหยางต้องตายแน่ๆ ! ’ เถาเถาเริ่มกลัวขึ้นมาในใจ เขาไม่กล้าที่จะรอช้าและควบคุมพู่กันให้บินเข้าไปหาหยางเฉินทันที ฟรืด ! พู่กันได้พุ่งเข้าไปหาลูกบอลปราณในมือของหยางเฉิน
แกร๊ก !เสียงลูกบอลปราณแตกออกดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำสีหน้าของเทียนหลินและคนอื่นๆเปลี่ยนไปทันที ทั้งสี่พากันะโขึ้นไปเพื่อแย่งลูกบอลปราณในมือของหยางเฉิน แต่มันสายเกินไปแล้ว !
ปลายพู่กันได้เปล่งแสงสีม่วงออกมาและทำลายลูกบอลปราณทิ้งไปจากนั้นแสงสีม่วงก็ถูกดึงกลับมาที่ปลายพู่กันดังเดิม
ปราณที่แตกออกมานั้นโดนดูดซับโดยพู่กันเมื่อเห็นแบบนั้นเทียนหลินก็ชะงักไปทันที
‘หากไม่อาจจะได้ลูกบอลปราณมา งั้นก็ต้องยึดอาวุธจิตนี่มาให้ได้ ! ’ หลังจากที่นิ่งไปไม่นานทุกคนก็ได้พากันพุ่งเข้าไปหาพู่กันทั้งสี่ได้ทำการโจมตีออกมาจนทำให้พื้นดินสั่นะเื ปราณในระยะรอบๆได้ปะทุออกมาพร้อมกับลมที่กระจายว่อนไปทั่ว
‘ คิดจะจับข้ารึ? พวกเ้าทุกคนต้องตาย ! ’ เถาเถายิ้มในใจ รังสีอาฆาตได้ปะทุออกมาจากนั้นก็มีอักษรนสีม่วงบนตัวพู่กันที่ไหลไปมาอย่างต่อเนื่องอักษรสีม่วงนับไม่ถ้วนได้อัดแน่นเต็มด้ามของพู่กัน
‘ อักษรแห่งผู้ถือครองหุบเขาอักษร !’
ปลายพู่กันได้สะบัดไปมาอักษรต่างๆถูกเขียนออกมาเป็พันครั้งความเร็วในการขีดเขียนนี้เร็วจนน่าเหลือเชื่อ
การสะบัดแต่ละครั้งนั้นทำให้ปราณรอบๆพัดหวนมันเกิดเสียงพลังงานที่พุ่งทะลุมิติออกมา กลางอากาศนั้นมีปราณที่อัดแน่นจนกลายเป็อักษรสีม่วงนับไม่ถ้วน อักษรแต่ละตัวมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ และอักษรเหล่านี้ก็แผ่พลังงานผันผวนอันน่ากลัวออกมา
อักษรถูกเขียนออกมาโดยมีพู่กันเป็ศูนย์กลางมันะเิพายุพลังงานออกมา เสียงพลังที่ะเิออกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง อักษรแต่ละตัวนั้นเหมือนจะมีพลังที่เพียงพอจะทำลายมิติได้และพลังของมันก็สูงจนน่าใ
ในอักษรนับพันเหล่านี้ มีอักษรขนาดใหญ่ 4 ตัวที่เด่นชัดออกมาอักษรเหล่านี้รวมเป็คำว่า ‘การสรรค์สร้าง’ พลังในอักษรทั้งสี่นั้นเมื่อตัดสินจากพลังที่ผันผวนออกมาแล้วก็ทัดเทียมกับการะเิตัวของผลึกเืสัตว์อสูรระดับปรมาจารย์ได้เลย
‘นี่...เป็ไปได้อย่างไรกัน ! ‘ เทียนหลิน,หลงฉี, เซ่ามูและซงซานต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไป ‘ นี่คือพลังที่แท้จริงของอาวุธจิตงั้นรึ ? ’
เมื่อเห็นอักษรสีม่วงได้กระจายไปทั่วเทียนหลินและคนอื่นๆต่างก็พากันถอยกลับทุกคนต่างก็ใช้ความเร็วสูงสุดที่มีเพื่อหนีออกมา แต่อักษรเหล่านี้รวดเร็วอย่างมาก โดยเฉพาะอักษรทั้ง4 ที่เร็วยิ่งกว่า
ซงซานาเ็อยู่แล้วบวกกับความจริงที่ว่าเขาอ่อนแอที่สุดในบรรดาทั้งสี่คนเขาจึงเป็คนแรกที่โดนโจมตี เมื่อโดนอักษรเหล่านี้ปกคลุม เมื่ออักษระเิออกมาเขาก็กระเด็นออกมาอย่างแรง ปราณได้อัดแน่นในมือของเขารวมตัวกันเป็ดาบสายฟ้า
“ ดาบสายฟ้า !”
ดาบได้พุ่งออกไปมันคือดาบปราณ ดาบปราณได้แทงออกไปทั่วทุกทิศทาง แต่อักษรเหล่านี้ที่โดนแทงกลับไหลเข้าไปในดาบสายฟ้าของซงซานก่อนจะะเิออกมา
ซงซานอยู่ขอบเขตปรมาจารย์ในตอนวิกฤตนั้นเขาก็รีบใช้เกราะปราณออกมา ปราณสีฟ้าได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งตัวของเขาแต่เกราะป้องกันนี้ก็คงอยู่ได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น อักษรหลายร้อยตัวถูกทำลายไปก็จริงแต่อักษรด้านหลังก็ได้พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องและได้ะเิเข้าที่แขนของซงซาน
“ เซ่ามูช่วยด้วย...” สีหน้าซงซาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาได้ะโขอความช่วยเหลือพร้อมกับรีบถอยกลับมา
เซ่ามูตอนนี้เขาได้วิ่งมาถึงทางออกแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของซงซานเขาก็ลังเลไปชั่วครู่แต่สุดท้ายก็กัดฟันแน่นและหันกลับเพื่อที่จะหนีออกไปจากถ้ำ ทั้งสามได้หนีออกมาพร้อมกัน แต่เซ่ามูช้ากว่าเทียนหลินและหลงฉีเล็กน้อย
“ อ๊า....”เสียงกรีดร้องของซงซานดังก้องไปทั่วจนดังเข้ามาถึงหูของทั้งสามคนมันทำให้ทั้งสามพากันขนลุก ร่างของซงซานโดนอักษรเ่าั้แทงทะลุ ใบหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว สุดท้ายร่างกายของเขาก็ได้ะเิออกเืและเนื้อได้กระจายไปทั่วทุกที่
‘พลังของการสรรค์สร้าง คิดว่าจะหลบได้ง่ายๆรึ ?พวกเ้าประเมินพลังของมันต่ำเกินไปแล้ว ! ’ เถาเถาสบถในใจ เขาได้ควบคุมพู่กันให้ส่งอักษรออกไปข้างนอกถ้ำต่อเพื่อไล่ตามทั้งสามคนที่หนีไป
“ อ๊า...”อยู่ๆในถ้ำก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา เสียงร้องนี้เป็เสียงของหยางเฉินหลังจากที่เสียลูกบอลปราณไปแล้ว คลื่นอากาศที่ประคองตัวของเขาอยู่ก็ได้หายไป หยางเฉินจึงได้ร่วงลงมาที่พื้น
“ ไม่เสี่ยวหยางกำลังมีปัญหา !” เถาเถาได้บังคับพู่กันและบินไปหาหยางเฉินเขาจับตัวหยางเฉินเอาไว้และควบคุมให้พู่กันบินออกจากถ้ำไป
เมื่อพู่กันบินออกมาจากถ้ำเมื่อมาถึงปากถ้ำก็พบกับหยดเืที่ตรงทางออกราวกับว่ามีใครกำลังาเ็มันชัดแล้วว่าคนที่าเ็จะต้องเป็หนึ่งในสามคนที่หนีออกมา
‘คลื่นพลังอ่อนแอเสียจริง ๆเฮ้อ การที่เสี่ยวหยางดูดซับปราณเข้าไปในตัวแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายเลย ! ’เถาเถากอดหยางเฉินที่หมดสติและตัวชุ่มไปด้วยเืเอาไว้ ใบหน้าของเขาแสดงความกังวลออกมา
‘ มีพลังในร่างกายของเขามากเกินไปเขาต้องปลดปล่อยมันออกมา แต่เขาจะปลดปล่อยมันได้อย่างไร ? ’ เถาเถารู้สึกว่าพลังในร่างของหยางเฉินตอนนี้ปั่นป่วนเกินไปเขาต้องปล่อยมันออกมาบ้าง
แต่ตอนที่เถาเถากำลังคิดหาวิธีระบายพลังออกมานั้นมันก็มีเสียงครางดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง “ อืมม...อ๊า...”
เมื่อได้ยินเสียงนี้เถาเถาก็สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองไปยังที่มาของเสียงและพบกับหินงอกที่มีหญิงสาวในชุดสีชมพูนอนอยู่หน้าของนางแดงก่ำ และรู้สึกว่านางกำลังหอบ นางฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเผยให้เห็นหน้าอกขนาดใหญ่ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ใครอื่น นางคือฮัวเยว่นู
“ร้อน...” ฮัวเยว่นูฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออกพร้อมกับครางออกมาเบาๆใบหน้าของนางดูเร่าร้อน ท่าทีหยิ่งทะนงที่เคยมีหายไปนางไม่รู้ตัวเลยว่านางกำลังทำอะไรอยู่
“ระบายพลัง...” เถาเถาดีใจขึ้นมาทันที เขาบินไปหาฮัวเยว่นูก่อนจะวางหยางเฉินที่ตัวชุ่มไปด้วยเืไว้ข้างๆฮัวเยว่นู
หยางเฉินแทบจะหมดสติแล้วสติของเขาพร่ามัว แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังกอดเขาเอาไว้กอดนี้ทำให้เขารู้สึกสบายและอบอุ่น ดังนั้นเขาจึงยื่นมือออกไปกอดอีกฝ่ายตอบ และคนที่กอดหยางเฉินนั้นแน่นอนว่าต้องเป็ฮัวเยว่นู
ฮัวเยว่นูกอดหยางเฉินและจูบเข้าที่ปากของเขาทั้งสองกอดและจูบกันอย่างดูดดื่ม หลังจากนั้นสักพักเสื้อผ้าบนร่างของฮัวเยว่นู ก็ถูกถอดออกไปจนหมดพวกเขาทำเื่อย่างว่ากันโดยไม่ยั้งมือ
ร่างที่นุ่มและขาวราวกับหยกทั้งสองกอดและกลิ้งไปมาพร้อมกับเสียงครางที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องครางด้วยความพอใจดังขึ้นมาจากปากของฮัวเยว่นูนางดูอิ่มเอมและมีความสุขอย่างมาก...
เถาเถานั่งอยู่บนพู่กันและมองดูทั้งสองราวกับดูละครอยู่แต่เขาก็ไม่ได้ดูตื่นเต้นกับฉากพลอดรักตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยเขามองมันราวกับเป็เื่ทั่วไป ก่อนจะเอามือเท้าคางและยิ้มออกมา “เด็กน้อยนี่แรงเยอะจริงๆ อนาคตเขาคงไร้ขีดจำกัดแน่”
หยางเฉินราวกับอยู่ในฝันเขารู้สึกว่าพลังในตัวของเขาถ่ายเทออกไปอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บในตัวค่อยๆหายไปผิวที่ฉีกของเขาเริ่มแห้ง หน้ากากที่ใช้ปลอมตัวเป็เสี่ยวิก็โดนทำลายไปด้วย
กระดูกที่หักของเขาก็ค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาอย่างช้าๆ
หยางเฉินไม่รู้เลยว่าปราณภายในเืที่ไหลเข้าไปในกระดูกนั้นคืออะไรแม้ว่าเขาจะรู้แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีปราณนี่ในกระดูกของเขา
เสียงกระดูกที่ฟื้นฟูกลับมาดังไปถึงหูของเถาเถาเมื่อเขาได้ยินเสียงนี้เขาก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “ ฟื้นฟูขึ้นมาแล้วรึ ?เป็ไปได้อย่างไร ? ”
เขาคิดว่า แม้ว่าหยางเฉินจะระบายพลังส่วนเกินออกมาแต่ก็เขาคงไม่อาจจะบ่มเพาะได้อีกต่อไป เขาคิดว่าร่างของหยางเฉินคงต้องพิการไปแล้ว แต่ตอนนี้ร่างของหยางเฉินกลับฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วมันทำให้เขายากจะทำใจเชื่อได้ พลังในร่างของเด็กนี่คืออะไรกัน ?ทำไมอาการาเ็เช่นนี้ถึงฟื้นฟูขึ้นมาได้ ?
ปราณในกระดูกสันหลังของหยางเฉินได้ไหลออกมาอีกครั้งมันไหลไปตามแขนขาและโครงกระดูก ก่อนจะไหลไปที่ผิวและกระดูกส่วนต่างๆอาการาเ็ได้ฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง แผลที่แห้งบนผิวของเขาได้หลุดลอกออกไปเผยให้เห็นิัใหม่
‘เด็กนี่ถึงกับมีทักษะลับที่ส่งต่อกันมามันเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าตัวตนของเขานั้นพิเศษและมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ในหมู่กองกำลังที่ข้ารู้จักนั้นไม่มีเลยสักกองกำลังที่จะมีร่างกายที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ’ เถาเถาพึมพำกับตัวเองและรู้สึกตะลึงในใจ
“ นี่..”ฮัวเยว่นูและหยางเฉินกอดกันไว้แน่น ร่างของทั้งสองนั้นแทบจะเป็หนึ่งเดียวกัน ทั้งสองได้หลับไปในอ้อมกอดอีกฝ่ายบอกได้ว่านี่คือการปิดม่านที่แท้จริง
“อาการาเ็ของเสี่ยวหยางเกือบจะหายดีแล้ว แต่เขาได้ทะลวงผ่านไปถึงขั้น 8แก่นด้านในของเขาอาจจะยังไม่มั่นคง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาต้องค่อยๆควบแน่นการบ่มเพาะ” แม้ว่าหยางเฉินจะทะลวงผ่านมาได้ แต่เถาเถาก็ยังกังวลอยู่ดี
เถาเถามองไปที่ฮัวเยว่นูและยิ้มออกมา“ สาวน้อย เสี่ยวหยางเป็คนช่วยเ้าเอาไว้ แม้ว่าเขาจะทำเื่เช่นนี้แต่ก็ถือเสียว่าเป็การตอบแทนให้กับเขาก็แล้วกันยิ่งไปกว่านั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็เื่แย่อะไรที่เ้าจะได้เป็สตรีของเสี่ยวหยางอนาคตของเด็กคนนี้ต้องประสบความสำเร็จไม่ใช่น้อย”
...
ผ่านไปสองวัน หยางเฉินก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเขาอยากจะตื่นขึ้นแต่ก็ไม่อาจจะตื่นขึ้นมาได้ ร่างกายของเขาล้าไปหมด เขารู้สึกได้ว่าเขากำลังโดนกอดโดยแขนคู่หนึ่งที่นุ่มและเนียนดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะตื่นขึ้นมาสักเท่าไหร่
“ นุ่มจริงๆ มันราวกับสำลี...” หยางเฉินเผยรอยยิ้มพอใจออกมา เขาไม่รู้ว่ากำลังบีบอะไรอยู่มันเหมือนก้อนเนื้อสองก้อนตรงหน้า เขาจึงบีบมันอย่างพอใจ
‘เฮ้อ เด็กนี่..’เถาเถาคอยดูแลหยางเฉินกว่าสองวันสองคืนเมื่อเห็นท่าทีของหยางเฉิน เขาก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี ‘ หากมีผู้หญิงอยู่รอบตัวเด็กนี่คงไม่อยากจะตื่นอีก ’
“ อ่ะ...”ฮัวเยว่นูครางออกมา หน้าอกของนางเป็รอยแดงช้ำ
ทั้งสองกอดกันแน่นอีกครั้งแต่ตอนนั้นเมื่อปากของทั้งสองกำลังจะัักันนั้น ฮัวเยว่นูก็ลืมตาขึ้นมาเมื่อนางเห็นหยางเฉิน สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที เพี๊ยะ ! หยางเฉินโดนตบเต็มแรงจนเกิดเป็รอยฝ่ามือที่หน้าของเขา
ด้วยความเจ็บที่ได้รับ หยางเฉินจึงได้ตื่นและลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นฮัวเยว่นูที่โกรธจัดอยู่ตรงหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิด ‘ ข้าไม่ได้ฝันไปรึ? ‘