วันวิสาชักไม่แน่ใจแล้วว่าเมื่อครู่ตัวเองกับนายแฟนปุบปับของเธอคุยกันแล้ว..เข้าใจตรงกันหรือเปล่าเพราะตอนนี้นายรามเป็ฝ่ายจับมือเธอเดินลากไปลากมาราวกับคุ้นชินสถานที่ทั้งที่เมื่อกี้เขาพูดเองแท้ๆ ว่าให้เธอเป็คนพาเขาไปกินข้าว
งงไปอีกแน่ะ
กว่าจะสบโอกาสพูดได้ก็ตอนเข้าลิฟต์ซึ่งปลอดคนหากเป็่เวลา 7.30น. ไปแล้วสิ หื่อ! ปลากระป๋องดีๆ นี่เอง
“นี่!ปล่อยมือฉันได้แล้ว ฉันเดินเอง..ทำเป็เด็กๆ ไปได้”
“ไม่!ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไป จำไว้ด้วย” คนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก็สำนวนมันคุ้นๆ เนอะ..อย่างกับพระเอกคลั่งรักนางเอกในซีรี่ย์ที่เพิ่งดูเมื่อคืน ดีนะที่เขาแค่หันมาเผชิญหน้าไม่ได้โถมตัวเข้ากักเธอไว้ที่มุมลิฟต์จนพากันฟินแล้วฟินอีกอย่างในละคร สุดท้ายก็แอบมองค้อนใส่ไม่ได้
เชอะ! เมื่อกี้ยังแทนตัวเองว่า‘ผม’ อยู่เลย ริอาจมาเทียบรุ่นพี่อย่างฉันรึไอ้เด็กเมื่อวานซืน
“ผมน่ะ 22แล้วนะเพ่ ไม่เด็กแล้ว”
“อ่า..!” รามหัวเราะเมื่อเ้าหล่อนทำหน้าเหมือนถูกอ่านความคิดผู้หญิงอะไรอ่านง่ายชะมัด
“เธออายุเท่าไหร่”
“ไม่บอก” คนฟังยักไหล่คล้ายว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาลองถ้าเขาอยากรู้อะไรขึ้นมา..ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ได้รู้
“เฮ้อ!คงยังไม่ถึงสามแยกหรอกใช่มะ”
“น้อยไปสิ หลักสี่แล้ว” ชายหนุ่มขึงตาโตใส่ “ก็ดีชอบคนแก่กว่า” วันวิสากัดฟันกรอด บังอาจมาตอกย้ำคำว่า ‘แก่’ ใส่หน้าเธอ..ไร้มารยาทสิ้นดี!
และแล้วก็หมดวาระโต้เถียง หรือพักยกก็ไม่รู้เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกรามมองไฟที่แสดงชั้นปลายทางแวบหนึ่งก่อนจะดึงมือหญิงสาวให้ตามออกมา ซึ่งก็แว่วๆเสียงเ้าหล่อนบอกว่าให้ปล่อย..ให้ปล่อย แต่ก็นั่นแหละเขาไม่ทำตามหรอก
มีอะไรไหม
การมาห้องอาหารของวันวิสาในวันนี้จึงดูแปลกไปจากทุกวันจนกลายเป็เป้าสายตาของใครหลายสิบคู่และหนึ่งในนั้นก็มีนายชาคริตรวมอยู่ด้วย
“นั่งเฉยๆ อยากกินอะไรบอกจะไปซื้อให้” รามไม่เพียงพูดเปล่ามือหนารวบบ่าอีกฝ่ายให้นั่งลง แต่เ้าหล่อนก็รีบค้านทันควัน
“นายจัดการของตัวเองเหอะ ของฉันเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“อย่าดื้อ”
“..”
“อย่าเงียบ”
“..”
“อย่างอแงด้วย”
“เอาเหมือนเมื่อวาน เพราะเมื่อวานยังไม่ได้กินสักคำของโปรดด้วย”
“เคร ก็แค่นั้น” เธอถึงกับต้องมองตามหลังเขาไปอย่างคาดไม่ถึง
“จำได้ด้วยเหรอว่าฉันสั่งอะไร”
ไม่นานข้าวจานเดียวแบบง่ายๆอย่างเมื่อวานก็มาเสิร์ฟตรงหน้า วันวิสาได้แต่มองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะเขาดูคล่องแคล่วและเหมือนจะรู้จุดบริการต่างๆ เช่น ช้อมส้อม น้ำดื่ม ร้านขายกาแฟ ว่าอยู่ตรงไหน
ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งมาที่นี่วันสองวันเลยสักนิด
“กินสิ จ้องฉันทำไม หรือว่าเกิดหลงรักขึ้นมาแล้ว”
“ตลกล่ะ”
รามหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อคนตรงหน้าทำงอนได้น่ารักเกินห้ามใจ วันวิสากรอกตามองคนฝั่งตรงข้ามที่ทำตัวเป็สุภาพบุรุษสุดโลกผิดกับเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
“นายมายังไง”
“ทำไม”
“ถามก็ตอบสิ”
“มอไซค์”
“เคร ก็แค่นั้น” ชายหนุ่มมองคนที่ยอกย้อนเขาราวเด็กน้อยทั้งที่ตัวเองมักประกาศว่าเป็ผู้ใหญ่อยู่บ่อยๆ “เมื่อวานนายจะเอาหมวกกันน็อคฟาดฉัน”
“ฟาดที่ไหนเล่า พูดให้มันดีๆ หน่อย” มือหนากระชับแก้วน้ำข้างตัวและนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปนิดหนึ่ง
เปลี่ยนเื่ก็ได้
“แล้วนายทำอะไรอยู่ตอนนี้ ทำงานยัง”
“ยัง เพิ่งเรียนจบ”
“เฮ้ย!งั้นเอาเงินไป ค่าข้าว”
“ไม่ต้อง มี”
“ฉันเลี้ยงนายดีกว่า งานการก็ยังไม่ได้ทำนายจะมาเลี้ยงฉันทำไมล่ะ” รามมองคนตรงหน้าที่กำลังกุลีกุจอหยิบธนบัตรในกระเป๋าถือด้วยแววตานิ่งลึกชีวิตเพิ่งเคยเจอผู้หญิงแปลก
ดูเหมือนเ้าหล่อนจะลืมไปแล้วว่าเขาทำอะไรกับเธอไว้เมื่อวานก่อนหน้าไม่นานนี้ยังเห็นโกรธเขาจนตัวสั่น แถมไม่ยั้งมือเวลาโมโห แล้วดูตอนนี้สิ..แค่พอรู้ว่าเขาอยู่ในสถานะที่ด้อยกว่าก็ไม่ได้ดูถูก..และก็ไม่เอาเปรียบ
“นี่ๆ แฟนนะไม่ใช่ลูกชายจะได้ทำมาเลี้ยง”เขายืดแขนไปคว้ากระเป๋าเงินของเธอมาถือไว้
“นาย! เอาคืนมา”
“ไม่รับเงิน เครไหม”
“ก็ได้” ว่าแล้วมือเล็กๆก็ยืดมาฉกของของตัวเองกลับไป พร้อมๆ กับเสียงลมหายใจแรงที่ฟังดูก็รู้ว่าขัดใจเ้าหล่อน
“เรียนอะไรมา จบที่ไหนง่ะ”
“การตลาด ร้อยเอ็ด” คนฟังชะงักมือบ้าง
“ร้อยเอ็ด”
“Yes”
“แล้วมาทำอะไรที่กรุงเทพฯ นี่”
“อ่าว!ก็แฟนอยู่นี่”
“ดีๆ”
“ก็บ้านอยู่นี่ พ่อกับแม่อยู่นี่ เรียนจบแล้วก็ต้องมาสิ”คนฟังพยักหน้าเข้าใจ และไม่อยากจะถามอะไรต่ออีก เมื่อนึกได้ว่าคนตรงหน้าก็มีชีวิตของเขาเมื่อวานกับวันนี้ก็คงเป็ภาพลวงตาที่อาจไม่มีอยู่จริง
นายรามคงไม่ได้มาจริงจังอะไรกับเธอหรอกเชื่อสิ..เดี๋ยวเขาก็ไป