ตอนที่ 2 อุปสรรคทางร่างกายกับความร้ายของผู้จัดการทีม
ณ สถานที่ลงทะเบียน
“น้องๆ ปีหนึ่งคนไหน เตรียมเอกสารมาครบแล้วให้นำเอกสารมายื่นที่จุดลงทะเบียน เพื่อขอรับใบทดสอบร่างกายได้เลยนะครับหลังจากทดสอบร่างกายเสร็จแล้วเราจะ ทดสอบทักษะทางด้านฟุตบอลกันต่อเลย นะครับ”เสียงพี่กัปตันทีม ปี 3 ชื่อพี่ต้น ประกาศบอกน้องๆ
“เฮ้ยๆพวกเรา นั่นไง พี่คงคาที่เป็ทั้งโค้ชและก็ผู้จัดการทีมในคนเดียวอ่ะ โคตรเท่เลยว่ะ คนอะไร หุ่นก็ดี หน้าก็หล่อเล่นกีฬาก็เก่งหลายอย่าง”เสียงชื่นชมจากดารา แฟนคลับนัมเบอร์วันของพี่คงคานี่ถ้ามันไม่บอกว่าชอบผุ้หญิงผมจะคิดว่ามันชอบผู้ชายนะนี่ชมขนาดนี้และดูทำท่าหลงไหลดคลิ้ม แต่ก็เข้าใจมันล่ะครับเพราะดารามันยกให้พี่คงคาเป็ไอดอลด้านฟุตบอลเลย
ผมบังเอิญหันไปมองทางพี่คงคาและบังเอิญที่พี่คงคามองมาทางผมพอดีเช่นกันแล้วก็พูดอะไรกับ พี่ๆที่เป็คณะกรรมการ แต่ผมว่าคงไม่ใช่เื่ผมหรอกมั้งผมคงคิดมากไป
“อัค แกรู้ป่ะ พี่คงคานี่แกเคยคัดตัวทีมชาติมาก่อนด้วยนะ แต่แกก็สละสิทธิ์”ดาราพูดทำให้ผมชักอยากรู้ประวัติของพี่เค้าขึ้นมาแล้วสิ
“แล้วไงต่อว่ะ เล่าต่อสิ ชักช้าอยู่ได้”กลายเป็กงจักรใจร้อนอยากรู้เื่ราวมากกว่าผมเสียอีก
“ก็พี่คงคาหน่ะเคยถูกเรียกเข้าคัดตัวนักฟุตบอลทีมชาติเมื่อสามปีที่แล้วแต่แกไม่ไป ส่วนเหตุผล มีคนพูดกันหลายทาง ทั้งมีปัญหาทางบ้าน ทั้งมีปัญหากับแฟนอะไรประมาณนี้แหละว่ะ น่าเสียดายชะมัด ไม่งั้นแกคงไปได้ไกลกว่านี้ ปีต่อๆมา แกก็ไม่ไปคัดตัวทีมชาติอีกเลยนะแล้วแกก็มาเป็โค้ชให้กับที่นี่แหละ” ติ่งพี่คงคาเล่าแบบรู้ลึกอย่างกับอยู่บ้านเดียวกันกับเค้า
“ถ้าเป็เื่ที่บ้าน เราว่าก็น่าเห็นใจนะ แต่ถ้าเป็เื่ผู้หญิง เราว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เอาอนาคตมาทิ้งกับผู้หญิง”ผมกำลังพูดตามที่ผมคิด ยังไม่ทันสิ้นประโยคผมก็รู้สึกเหมือนมีคนมาเหยียบที่เท้าผม ผมจึงหยุดคิดแล้วหันไปมอง
ใช่ไอ้คนที่ผมชนมันเมื่อเช้ามันเดินมาเหยียบเท้าผม แล้วมองหน้าผม
“โอ๊ะ ขอโทษทีดันมองไม่เห็นขาหมูเหยียบกีบหมูซะได้”ไอ้สลัดมันล้อเลียนผม
“ไอ้สัดมึงจะเอาเื่กับพวกกูให้ได้เลยใช่มั้ย”กงจักรพูดพร้อมกับวิ่งถลาเขาหาไอ้สลัดคนนั้น
“กลุ่มนั้นทำอะไรกันหน่ะทำไมไม่เข้าแถวดีๆ”เสียงพี่กัปตันทีม พูดออกมาพอดี ทำให้ทั้งคู่แยกย้ายผมได้แต่ถอนหายใจ ไม่ใช่เพราะกลัวไอ้ปากหมานั่นนะแต่ไม่อยากให้เพื่อนมีเื่ไม่งั้นอาจโดนตัดสิทธิ์เข้าคัดตัวเราทั้งสามมีความตั้งใจเดียวกันที่เรียนที่นี่ คือการได้เข้าทีมฟุตบอล เพราะที่นี่เป็ที่เดียวที่ คนที่ได้เป็นักกีฬาส่วนใหญ่สามารถต่อยอดไปถึงระดับ จังหวัดระดับทีมชาติหรือแม้แต่ระดับ สโมสร กันเลยทีเดียวมันจึงเป็เหตุผลหลักที่ทำให้ผมดิ้นรนมาเข้าเรียนที่นี่ ทั้งที่ไกลบ้านมาก
ถึงคิวพวกผมยื่นเอกสารวัดส่วนสูงชั่งน้ำหนักกันแล้ว คนแรกในกลุ่มผมคือ กงจักรนั่นเอง
“นายกงจักร อัคาา อายุ 19 ปีเคยเป็นักกีฬาโรงเรียน เล่นตำแหน่งอะไรอ่ะเรา” พี่ที่รับสมัครถาม
“ผมเคยเล่นเป็ กองหลัง มาก่อนครับ “กงจักรตอบ
“อืมโอเค ขึ้นชั่งน้ำหนักเลย น้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 178 เวนติเมตร โอเค อ่ะนี่ใบทดสอบร่างกายเอาใบนี่ไปยื่นให้พี่ที่ยืนตรงสนามฟุตบอลตรงโน้นนะ”
“ครับ”กงจักรรับเอกสารมาพร้อมกับเดินไปตรงจุดทดสอบร่างกาย
“คนต่อไป นายดารา ประกายแสด อายุ 19 ปีอ้าวมาจากโรงเรียนเดียวกับคนเมื่อกี้เลยนี่”พี่คนสมัครร้องทัก
“ใช่ครับ เป็เพี่อนกันครับเล่นทีมเดียวกันผมเล่นเป็กองหน้าครับ”ดาราตอบพี่ที่รับสมัครไป
“งั้นขึ้นชั่งน้ำหนักเลย น้ำหนัก 65กิโลกรัม สูง 170 เิเ โอเคไปได้”ดารารับเอกสารแล้วหันมามองหน้าผมพร้อมกับชูสองนิ้วให้ผม ผมพยักหน้ารับ
“คนต่อไป โห...น้อง ตัวใหญ่ขนาดนี้จะเล่นฟุตบอลได้มั้ยนี่วิ่งไล่ฟุตบอลทันหรือเปล่า”พี่คนรับสมัครทักทายผมด้วยประโยคแรกที่โคตรเ็ป
พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะของกลุ่มไอ้ปากหมานั่นผมตอนนี้ผมรู้สึกอายจนหน้าชาไปหมด เพื่อนผมก็ไปหมดแล้วผมชักอยากจะร้องไห้หรือมุดแผ่นดินหนีไปให้มันจบ
“ว่าไงไอ้อ้วนพี่เค้าถามก็ตอบไปสิว่าเคยเล่นฟุตบอลมั้ย หรือว่านอนกินรำอย่างเดียว”เสียงไอ้ปากหมานั่นะโมาผมแทบอยากจะไปชกหน้ามันจริงๆ
“หยุดพูดดูถูก คนอื่นแบบนั้นได้แล้วอย่าทำตัวไม่มีมารยาทที่นี่ “เสียง์มาช่วยผมไว้ ไม่ใช่ใครพี่คงคาไอดอลของเ้าดารานั่นเอง เสียงพี่คงคาทำให้ไอ้พวกปากหมานั่นหยุดพูดทันที
“ก็ถ้าน้องมัน อยู่ในเกณฑ์มันก็สามารถเข้าทดสอบร่างกายได้ ให้ทำตามระเบียบครับ”พี่คงคา สุดยอดจริงๆ
“โอเค มาขึ้นชั่ง หวังว่ากิโลมันจะรับไหวนะ นายอัครา ดาวประจำเมืองน้ำหนัก 95 กิโลกรัม โห น้ำหนักเกินมาเยอะเลย”
ใช่ครับผมเองก็ใ อุตสาห์ตั้งใจลดมาตั้งนานลดได้แค่นี้เอง ระหว่าตอนที่ลดน้ำหนักผมไม่กล้าขึ้นชั่งเพราะกลัวเสียกำลังใจแต่วัดจากรูปร่างผมดันคิดไปเองว่าน่าจะลดไปสัก 10 ถึง 15 กิโลกรัม แต่ที่ไหนได้ลดลงไปแค่ 5 กิโลกรัมเอง
แบบนี้ก็อดไปต่อแล้วล่ะครับผมเดินคอตกลงจากเครื่องชั่ง กำลังจะเดินออกจาก จุดลงทะเบียน จู่ๆก็มีเสียงเรียกขึ้นมา
“เดี๋ยวน้องอยากจะลองทดสอบร่างกายมั้ยล่ะ ถ้าทดสอบผ่าน พี่ก็จะถือว่าผ่าน” ใช่ครับพี่คงคาสุดหล่อ นั่นเอง
“ดะๆๆๆได้เหรอครับผมกลัวเพื่อนๆคนอื่นจะว่า ผมได้สิทธิพิเศษ เอานะครับ”
“ไม่เป็ไร ใครมีปัญหาพี่จัดการเองพี่เป็ผู้จัดการทีม อย่าลืมสิ”ไม่เสียแรงที่ดาราเพื่อนผมมันชื่นชอบในตัวพี่คงคาคนดีจริงๆ
“อ่ะเอาใบนี่ไปแล้วไปทดสอบร่างกาย”พี่คงคายื่นเอกสารให้ผมผมรับเอกสารแล้วรีบวิ่งไปที่จุดทดสอบร่างกายทันที เมื่อถึงจุดทดสอบผมได้ยื่นเอกสารให้พี่สต๊าฟที่รออยู่พี่เค้ารับเอกสารจากผมแล้วมองผมด้วยสายตาแปลกๆ และหันไปมองทางพี่คงคาซึ่งทางพี่คงคาเองได้พยักหน้าให้กับพี่สต๊าฟหลังจากนั้นผมก็ได้เข้ากลุ่มร่วมกับเพื่อนเพื่อทดสอบร่างกาย
ด่านแรกของการทดสอบร่างกายคือการวิ่ง5 กิโล ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้ฝึกวิ่งมาบ้างแล้วและก็วิ่งครบห้ากิโลด้วย ไม่น่าจะเป็เื่ยากสำหรับผม
“เอาล่ะเราจะเริ่มทดสอบร่างกายด่านแรก คือวิ่ง 5 กิโล เพื่อเก็บเวลา ของแต่ละคนเมื่อวิ่งครบแล้วให้เอาเอกสารมาส่งที่พวกพี่ๆเพื่อลงบันทึกเวลา”พี่สต๊าฟชี้แจงกติกา
“เอาล่ะ เข้าที่“ทุกคนมาเตรียมตัวกันตรงจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้น ปรี๊ดดดด!!!!!!!!! ทุกคนวิ่งออกตัวกันอย่างเต็มที่ ผมเองเช่นกัน แต่เหมือนผมจะวิ่งรั้งท้ายทุกคนทั้งกงจักร ทั้งดารา วิ่งอยู่ในกลุ่มแรกๆทั้งคู่
ทำไมนะทำไมตอนวิ่งเองคนเดียวกับวิ่งด้วยกันเป็กลุ่มมันถึงเหนื่อยต่างกันแบบนี้ผมพยายามวิ่งใส่สุดกำลังแต่ก็เหมือนวิ่งอยู่กับที่ขยับเขยื้อนได้เล็กน้อย
“เฮ้ย ไอ้หมูตอน วิ่งไม่ไหวกลับคอกไปชิวๆๆ”เสียงได้สลัดนั่น มันกำลังล้อเลียนผม
ผ่านไป 1 กิโล ทำไมผมเหนื่อยแบบนี้หายใจแทบไม่ทัน ขาทั้งสองข้างไม่มีแรงแม้แต่จะก้าว ไม่ได้สิ เราจะยอมแพ้ไม่ได้เราต้องทำให้จบ อย่างน้อยเราก็ได้พิสูจณ์ตัวเองว่า คนอย่างเราก็ทำได้
ผมกัดฟันวิ่งทั้งๆที่ร่างกายเหนื่อยหอบในขณะที่ผมกำลังพยายามวิ่งอยู่ ผมก็ได้ยินเสียงดาราเพื่อนผม วิ่งมาใกล้ผม
“ไหวมั้ย อัค ไม่ไหวก็พอเถอะฝืนไปเดี๋ยวร่างกายจะแย่นะ”ดาราถามด้วยความเป็ห่วงเพราะตอนนี้ทุกคนวิ่งน็อครอบผมกันทั้งหมดแล้ว
“ไหวสิ เราต้องทำให้จบเราตั้งใจมาแล้ว”ผมตอบกลับไปแล้วกัดฟันวิ่งต่อไป
ตอนนี้ทุกคนวิ่งครบ 5 กิโลแล้วเหลือแต่ผมคนเดียวที่ยังไม่จบเพื่อนทั้งสองของผมก็ยืนมองด้วยความเป็ห่วง แต่กับอีกหลายๆคนยืนมองด้วยความสงสารเวทนาสังขารผม และก็มีสายตาอีกคู่นึงที่ยืนกอดอกมองผมอยู่ข้างสนามนั่นคือพี่คงคานั่นเอง
ผ่านไป 15นาทีหลังจากคนอื่นวิ่งจบ ผมจึงวิ่งครบ 5กิโล แต่ตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนร่างกายร้อนผ่านไปหมด หัวใจเต้นรัวๆถี่ๆหายใจไม่ทัน กงจักรกับดารารีบวิ่งเข้ามาดูผม
“เป็ไรมั้ย ไหวมั้ย”ดาราถาม
“เกือบตายเลยว่ะ”ผมแบบตะกุกตะกักเนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ทัน
“งั้นนายนั่งพักตรงนี้ก่อนนะเสร็จแล้วค่อยตามเราไปใน จุดซิทอัพ”กงจักรพูดพร้อมกับทิ้งยาดมไว้ให้ผมแล้วรีบวิ่งไปที่จุดทันที
จุดซิทอัพจุดนี้ผมยอมรับเลยว่าผมทำไม่ได้ก่อนหน้าที่ผมพยายามแล้วแต่มันก็เอาตัวเองขึ้นมาไม่ได้ ผมนั่งคิดกับตัวเองเอาไงดีไปต่อ หรือหยุดแค่นี้ เพราะยังไง เราก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว ถ้าเราหยุดแค่นี้ เราก็จะไม่เหนื่อยแต่ถ้าเราไปต่อ เราทำไม่ได้ เหนื่อยด้วย อายด้วย ไอ้สลัดนั่นมันต้องหัวเราะเยาะผมแน่เลย ผมถามตัวเองซ้ำๆๆๆๆ เอายังไงดีในขณะที่ผมตัดสินใจไม่ไปต่อและกำลังเดินกลับ ผมได้ยินเสียง คนสองคนกำลังคุยกัน
“ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ย ว่าไอ้อ้วนนั่นมันทำไม่ได้หรอกเสียเวลา ให้คนอื่นมารอมัน “เสียงชายคนแรกพูดออกมา
“ก็นั่นไงฉันรู้ว่ามันทำไม่ได้ฉันถึงให้มันเข้าไปทดสอบ เพราะถ้าเราไปบอกว่ามันทดสอบไม่ได้มันจะเอาไปพูดว่าเราไม่ให้โอกาสคน เลือกปฏิบัติที่ฉันทำก็เพื่อให้มันรู้ตัวเองไงว่ามันควรเจียมตัว”เสียงชายคนที่สองพูด และเป็เสียงที่ผมคุ้นมากใช่!!!มันคือเสียงพี่คงคา ผู้จัดการทีม ไอดอลของไอ้ดารา
แม่ง เป็แบบนี้นี่เองผมก็คิดอยู่แล้วว่ามันแปลกๆ แต่ก็มัวแต่ดีใจว่าได้เข้าทดสอบเลยไม่ได้คิดเื่นี้ต่อ ในเมื่อคิดแบบนั้นผม จะทำให้เค้ารู้ว่าเค้าดูถูกผมเกินไปเมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงหันหลังกลับไปที่ จุดซิทอัพทันที ในใจคิดเพียงแต่ว่าทำได้ไม่ได้ ช่างมัน ขอแค่ทำให้เค้าเห็นว่าอย่ามาดูถูกกันว่าคนอย่าง ไอ้อัครจะถอดใจกับอะไรง่ายๆ
“เอ้า นึกว่านายกลับบ้านไปแล้ว“ดาราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะคิดว่าผมคงถอดใจไปแล้ว ใช่สิ แม้แต่เพื่อนผมยังคิดเหมือนคนอื่นมันน่าเจ็บใจนัก
“ยัง เราจะทำทุกอย่างให้มันครบทั้งๆที่รู้ว่าเราคงไม่ผ่านคัดตัว เราจะซิทอัพนายช่วยจับขาเราหน่อยสิ”ผมขอให้ดาราที่ทดสอบเสร็จแล้วช่วยจับขาให้ผม
กติกาของจุดซิทอัพคือภายใน 10 นาทีต้องทำให้ได้เยอะที่สุด ว่าแล้วผมก็นอนหงายลงชั้นเข่าขึ้นเพื่อให้เพื่อนจับข้อขาผมไว้แล้วเอามือสองข้างไขว้ไว้หลังท้ายทอย
เอาล่ะนะ ผมจะเริ่มยกตัวขึ้นแล้ว ฮึบ!!!!!! ผมพยายามยกตัวเองสุดกำลังแต่มันขึ้นได้แค่หัวร่างกายั้แ่หัวไหล่ลงไปมันไม่ขยับเลย ผมกัดฟันแล้วบอกตัวเองในใจ ทำให้ได้สิสักครั้งเดียวก็ยังดี ทำให้ไอ้คนที่มันดูถูกเราทุกคนเห็นว่าคนอ้วนอย่างเราก็ทำได้อัครา อีกนิด ผมพยายามอยู่นานมากจน พี่สต๊าฟบอกว่าอีก 1 นาทีจะหมดเวลา
“พอเหอะ อัค ไม่ไหวหรอก “เสียงกงจักรพูดข้างหูผมพร้อมกับสายตาของดาราที่มองอย่างสมเพชผม ใช่สิ ขนาดเพื่อนมันยังดูถูกผมเลย ั้แ่ได้ยินไอ้ผู้จัดการทีมเฮงซวยพูดนั่นมันทำให้ผมรู้สึกกับคำพูดและสายตาคนอื่นเปลี่ยนไปทั้งหมด นั่นเพราะผมกำลังทำตัวพาลอันนั่นเอง
ถึงเวลานาทีสุดท้ายแล้วผมกลั้นใจสุดกำลังในที่สุดมันก็ยกตัวขึ้นมาได้ ผมทำสำเร็จแล้ว สำหรับคนอย่างผมแค่หนึ่งทีในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็อะไรที่ยิ่งใหญ่แล้ว
แล้วก็หมดเวลาลง ผมได้ 1 ครั้งภายใน10 นาที หลังจากซิทอัพเสร็จพวกเราได้พัก เป็เวลา 10 นาที แล้วค่อยเข้าสู่การทดสอบทักษะด้านฟุตบอล
“เหนื่อยมั้ยว่ะ อัค ดูจากสภาพแล้วนายคงเหนื่อยมากเลย”กงจักรเอ่ยปากถามตอนนี้ผมแยกไม่ออกแล้วว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมันคือว่าเป็ห่วงหรือการสมเพชร่างกายผมกันแน่ผมไม่ตอบได้แต่นั่งนิ่งๆ อันที่จริงก็มาจากผมเหนื่อย และก็คิดถึงเื่ที่ได้ยินมา เราสามคนนั่งเงียบๆไม่ได้คุยกันเลยตลอด 10นาทีที่นั่งพักเสียงนกหวีดดังขึ้นเพื่อเรียกรวมกลุ่ม
“เอาล่ะการทดสอบนี้จะเป็การทดสอบด่านสุดท้ายเพื่อที่จะคัดเลือกนักฟุตบอล เราจะทดสอบทักษะด้วยกัน 4 อย่างนั่นก็คือ
“อย่างที่ 1 เลี้ยงลูกฟุตบอลหลบสิ่งกีดขวาง อย่างที่ 2 เดาะลูกฟุตบอลบนหน้าเท้าหลังเท้า 3นาที อย่างที่ 3 เตะจุดโทษ 5 ลูก อย่างสุดท้ายสลับกันเป็กองหน้าและกองหลังทำประตู”นั่นคือเสียงของไอ้คนที่หน้าเนื้อใจเสือครับมันคือไอ้ผู้จัดการทีมเืเย็นคนนั้น คอยดูเถอะ จะได้เห็นกันว่าอย่ามาดูถูกคนอย่างอัครา
“เริ่มที่ คนแรกและก็ไล่ต่อๆกันไปเลยนะ” เสียงนกหวีดก็ดังขึ้นเป็การเริ่มต้น
การเลี้ยงลุกฟุตบอลหลบเครื่องกีดขวางค่อยๆไล่ไปทีละคนจนถึงคิวผมผมรับลูกมาจากเพื่อน แล้วก็เลี้ยงลูกออกไป ผมว่าผมทำได้ดีเลยล่ะเพราะทุกคนดูอึ้งกับสิ่งที่ผมทำ และแล้วผมก็เลี้ยงลูกบอลมาจนถึงอีกฝั่งสำเร็จ
มาถึง ด่านเดาะลูกบอล ทุกคนก็อึ้งอีกรอบเพราะผมทำมันออกมาได้ดีเลยล่ะ และไปต่อกันที่ด่าน เตะจุดโทษด่านนี้ผมทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เข้าประตูไปแค่ลูกเดียว แต่ก็ยังดีที่ทำได้
“เอาล่ะมาถึงด่านสุดท้ายกันแล้วเดี๋ยวเราจะให้แบ่งเป็สองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็กองหน้า อีกกลุ่มเป็กองหลังคอยป้องกันยิงประตุถือว่าจบนะ เสร็จก็สลับกันไป ตามนี้นะ”เชอะ!!ผมละเกลียดเสียงนี้เข้ากระดูก
“พี่ครับ“เสียงไอ้สลัดเน่ามันยกมือขึ้นมา มันจะสร้างปัญหาอะไรให้ผมอีกมั้ยนี่ดูแววตาที่มันมองผมแล้ว มันต้องหาเื่ผมแน่เลย
“ว่ามามีอะไร”
“ผมว่า พวกเราที่หุ่นปกติให้มาฝึกกองหน้ากันทุกคนดีกว่าครับ แล้วให้คนตัวใหญ่ๆคนนั้นเป็กองหลังคอยดักประตุเราดีกว่ามั้ยครับ เพราะว่ามันผ่านยากดีนะครับและอีกอย่าง เค้าก็ไม่เหมาะทดสอบกองหน้าด้วยเพื่อนๆๆว่าไง”
ว่าแล้ว มันต้องหาเื่ผมและเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยอีก เอาสิ๊.....จะได้รู้จักอัคราคนนี้
“ผมว่ามันไม่แฟร์นะครับเราควรได้ทดสอบแบบเดียวกันทุกคน”กงจักรไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้
“ใช่ครับอย่าตัดสินกันที่ภายนอกสิครับ ทุกคนก็เห็นทักษะของอัคเมื่อกี้ ว่าเค้าทำได้ดีแค่ไหน”ดาราสมทบกับความคิดกงจักร
“ผมยึดตามเสียงส่วนใหญ่ครับตกลงตามนี้ นายเป็กองหลังไหวมั้ย” เสียงไอ้ผู้จัดการทีมเฮงซวยมันถามผม
“ได้สิ ผมไม่มีปัญหาครับ”จะให้บอกว่าไม่ได้หรือไง ถามแปลก
“งั้น... ทุกคนประจำที่ “
ผมเข้าประจำจุดกองหลังคนแรกเลี้ยงบอลเข้ามา ทำท่าสับขาหลอกผมเชื่อเถอะผมอ่านทิศทางขามันออกว่าจะไปทางไหน และแล้วผมก็ดักทางมันได้และเตะลูกบอลออกได้จนบัดนี้ผ่านไปหลายคนยังไม่มีใครผ่านผมไปได้เลยสักคน จนมาถึง ไอ้สลัดเน่า
มาเลยเข้ามาเลย ฉันจะจัดการแกว่าแล้วมันก็เลี้ยงบอลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมเดาว่ามันกะพุ่งชนให้ผมล้มแน่ แต่ขอโทษนะผมเดาทางมันออก ในขณะที่มันคิดจะใช้กำลังเบียดผม ผมอาศัยจังหวะและตัวที่ใหญ่กว่าเบียดมันจนกระเด็นล้มลง
แล้วมันก็ลุกขึ้นมาต่อว่าผม
“ทำแบบนี้ได้ไงว่ะไอ้อ้วนแกมาตั้งใจเบียดกูล้มได้ไงว่ะ”มันโวยวาย ผมเลยตอบมันกลับไปว่า
“มึงถามตัวมึงก่อนมั้ยว่ามึงหน่ะตั้งใจจะเลี้ยงบอลแล้วมาเบียดกูก่อนมั้ย ใครก็ดูออก จริงมั้ยครับผู้จัดการทีม “ผมหันไปแกล้งถามไอ้ผู้จัดการทีมเองซวยมันทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วก็พูดว่า
“เอาเป็ว่านายทำไม่สำเร็จนะเอาคนต่อไป”
คราวนี้มาถีงเพื่อนผม ในเมื่อทุกคนจงใจแกล้งผมผมก็จะทำอะไรตามใจผม ผมแกล้งอ่านเกมส์ของเพื่อนทั้งสองไม่ออกและให้เพื่อนเข้าทำประตูแบบเนียนๆไป
จบการทดสอบ มีคนผ่านด่านผมได้แค่ 2คนนั่นคือเพื่อนผมเอง
“เอาล่ะ จบการทดสอบเดี๋ยวรอการสรุปผลแล้วเราจะเรียกมาฟังผลพรุ่งนี้ สี่โมงเย็นนะ วันนี้เลิกทดสอบได้
เย้ ได้กลับบ้านแล้วหลังจากที่ผมสามารถดักประตูพวกนั้นได้ทำให้ผม มีความสุขมากขึ้นจนลืมความคิดแย่ๆที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่ายไปหมด
“เสร็จแล้วเราไปหารัยกินกันมั้ย”ดาราถาม
“ขอตัวนะวันนี้เราเหนื่อยมากร่างแทบแตกแล้วขอตัวกลับหอไปพักก่อนนะ”ผมขอตัวเพราะวันนี้ผมใช้พลังงานที่มีมา 19ปีไปกับวันนี้หมดแล้ว ขอกลับไปเติมพลังก่อน
“ใช่เราเองก็ขอตัวนะต้องไปรับแม่ที่โรงพยาบาล ไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้” กงจักรโบกมึอลาพวกเราทุกคนแยกย้ายกันกลับ
หอพักไอโฮม
ถึงห้องผมซักที กว่าจะถึงได้ผมเหมือนร่างจะแหลกออกเป็ชิ้นๆๆ เมื่อถึงห้องผมทิ้งตัวลงนอนทันทีเพราะเหนื่อยมากน้ำก็คงไม่อาบ ก่อนจะหลับตา มันมีความคิดขึ้นมาในหัวผม
...พรุ่งนี้ผมจะได้เข้ารอบกับเค้ามั้ย ความฝันผมจะเป็จริงมั้ยทุกคนจะเห็นความตั้งใจผมมั้ย คงไม่หรอก เพราะไอ้ผู้จัดการเองซวย คร่อก ZZZ ฟี้ ZZZๆๆๆๆๆๆ.......