ซุนหวินได้พาตัวผิงหลางไปพบท่านหมอดูเหวยเหนียงที่กลางป่าแห่งหนึ่งตามที่ได้นัดหมายกันไว้
“ขอบคุณท่านซุนหวิน” เหวยเหนียงรู้สึกซึ้งใจ
“อย่าได้เกรงใจ มีอะไรให้ข้าช่วย บอกได้เสมอ” ซุนหวินกล่าว
“ขอบคุณท่านซุนหวิน ขอบคุณเหวยเหนียง ชาตินี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนพวกท่านยังไง”ผิงหลางกล่าว
“พวกเราถือว่าเป็สหายกัน ข้าขอให้พวกเ้าโชคดี ข้าขอตัวก่อน” ซุนหวินใช้กำลังภายในะโหายไปทันที
“เอาล่ะ! ผิงหลาง!ต่อให้เ้าหนีไปไกลจนสุดหล้า ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีก็สามารถตามหาเ้าเจออยู่ดี”เหวยเหนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ทำไมล่ะ! ทรงทราบได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่ไหน”ผิงหลางสงสัย
“ท่านอ๋องทรงมีความรู้ทางโหราศาสตร์เช่นเดียวกันกับข้า พระองค์ทรง้าคู่ครองที่มีดวงค้ำจุนบ้านเมืองและทรงตามหาไปทั่วหล้าจนกระทั่งเจอเ้าข้าคาดการณ์ว่าพระองค์ทรงมีความสามารถในการทำนายตำแหน่งของเข้าจากเวลาตกฟากของเ้านั่นเอง”เหวยเหนียงอธิบาย
“ข้าจะทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากทรยศบรรพชนของข้า” ผิงหลางกังวลหนัก
“อะนี่ ยันต์บดบัง อาจารย์มอบให้ข้าเองมันจะช่วยทำให้หมอดูทุกคนไม่อาจทราบดวงชะตาของเ้าได้ เ้าจงนำติดตัวไว้ตลอดเถิด”เหวยเหนียงมอบถุงผ้ายันต์บดบังให้
“แต่ว่า อาจารย์มอบให้ท่านนี่” ผิงหลางเกรงใจ
“ข้าไม่จำเป็ต้องใช้หรอก เ้าเก็บไว้เถิดนะ” เหวยเหนียงกล่าว
ผิงหลางจึงเก็บผ้ายันต์บดบังไว้กับตัวและกล่าวว่า “ข้าสามารถกลับจวนข้าได้แล้วสิ”
“นั่นยิ่งทำให้ท่านอ๋องทรงตามหาเ้าเจอได้อย่างง่ายดายสิ แล้วยันต์บดบังนั่นจะมีประโยชน์อะไร”เหวยเหนียงส่ายหน้า
“แต่ว่า! ใครจะดูแลท่านพ่อท่านแม่ของข้าล่ะ” ผิงหลางรู้สึกเป็ห่วงบุพการี
“เ้าแอบไปหาพวกท่านได้ แต่ไปอยู่เลยไม่ได้เด็ดขาดฝ่าาพระองค์ใหม่ทรงร่วมมือกับท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีด้วยหากทรงทราบว่าเ้ากลับมาอยู่ที่จวนแล้ว ยังไงพระองค์ก็ทรงส่งข่าวให้ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีทราบอยู่ดี”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าก็ไม่อาจทำหน้าที่เป็รองแม่ทัพได้อีกน่ะสิ” ผิงหลางอยากกลับไปเป็ทหารดังเดิม
“เ้าลองกลับไปก็ได้ ข้าพนันได้เลยว่ายังไงฝ่าาก็ทรงหลอกให้เ้าเดินทางไปชายแดน เพื่อที่ท่านอ๋องทรงจะได้จับตัวเ้าได้อย่างง่ายดายแล้วการครองตำแหน่งรองแม่ทัพจะมีประโยชน์อะไรล่ะ” เหวยเหนียงคาดการณ์
“ข้าจะต้องหนีไปเรื่อยๆ งั้นหรือ” ผิงหลางรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว
“เ้าจะต้องปลอมตัวเป็ชาย แล้วแฝงตัวไปอยู่ที่ไหนสักที่” เหวยเหนียงกล่าวแผน
“แฝงไปเป็ทหารดีมั้ย” ผิงหลางแอบดีใจที่ตนยังคงได้เป็ทหาร
“ไม่ได้เด็ดขาด ศัตรูยิ่งตามหาตัวเ้าได้ง่ายเพราะต้องรู้ดีว่าเ้ารักการเป็ทหาร ยังไงพวกเขาก็ต้องหาเ้าตามค่ายทหารอยู่แล้ว”เหวยเหนียงไม่เห็นด้วย
“นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ แล้วข้าควรทำอย่างไร” ผิงหลางกล่าวอย่างอารมณ์เสีย
“เ้าต้องปลอมตัวเป็ชายแล้วแสร้งทำตัวเสเพลไปวันๆ น่ะสิ” เหวยเหนียงแนะนำ
“ข้าอยากทำหน้าที่ปกป้องแคว้นนี่” ผิงหลางแย้ง
“เ้าได้ทำหน้าที่นั้นแน่ๆ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมไว้ให้พวกเราเจอผู้มีบุญญาธิการกอบกู้บัลลังก์คืนเสียก่อนเถิดเ้าค่อยกลับไปทำหน้าที่เป็ทหารแล้วคอยสนับสนุนว่าที่ฝ่าาในอนาคตได้ขึ้นครองราชย์ปกครองชาวประชา” เหวยเหนียงกล่าว
“ฝ่าาพระองค์นี้อาจทรงปกครองแคว้นอย่างเป็ธรรมก็ได้นี่” ผิงหลางกล่าว
“เ้าดูต่อไปเถิด แล้วเ้าจะเข้าใจที่ข้าบอก” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าควรไปอยู่ที่ไหนดี ข้าอยากอยู่ใกล้ท่านพ่อท่านแม่ของข้า” ผิงหลางคิดไม่ออก
“เ้าลองไปหอโคมเขียวสิ เ้าจงไปหาสหายที่นั่นสหายของเ้าจะหาที่อยู่ให้เ้าเอง” เหวยเหนียงแนะนำ
“ข้าจะลองทำตามดู” ผิงหลางคิดว่าไม่มีทางเลือก
“เ้าห้ามติดต่อข้านะผิงหลาง” เหวยเหนียงกำชับ
“ทำไมล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“อาจมีคนจับตาดูความเคลื่อนไหวของข้า” เหวยเหนียงเดาเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้า
“ใครกัน” ผิงหลางอยากรู้
“ฮองเฮา! พระองค์ทรงหวาดระแวงข้าอยู่ตลอดเวลา”เหวยเหนียงคาดการณ์
“พวกท่านเป็อะไรกันงั้นหรือ” ผิงหลางสงสัยอีก
“ศิษย์ร่วมสำนัก” เหวยเหนียงตอบสั้นๆ
“ก็ได้! หากข้า้าติดต่อท่านข้าจะส่งคนให้นำจดหมายลับมาส่งให้ท่านก็แล้วกัน” ผิงหลางกล่าว
“พวกเราแยกย้ายกันเถอะ” เหวยเหนียงมองไปรอบๆก่อนแยกทางกับท่านรองแม่ทัพ
******************************
ณหอโคมเขียว
ผิงหลางได้ปลอมตัวเป็ชายลักษณะเหมือนจอมยุทธ์พเนจรนางหายใจลึกๆ ก่อนเดินเข้าไปในหอโคมเขียว แต่ไม่ทันได้เดินเข้าไป อยู่ดีๆนางก็เห็นว่าคนคุมหอนางโลมได้หิ้วตัวชายที่เมามายไม่ได้สติออกมาและพวกเขากำลังจะใช้กำลังรุมซ้อมชายขี้เมาคนนั้น
ผิงหลางคิดในใจว่า“นั่นองค์ชายหกผู้มีพระคุณของข้านี่”ไวเท่าความคิดนางรีบเอาตัวเข้าไปขวาง แล้วรีบประคองชายดังกล่าวทันที
“ท่านรู้จักชายคนนี้อย่างนั้นหรือ” คนคุมสงสัย
ผิงหลางคิดในใจว่า“ข้าจะแสดงตัวว่ารู้จักพระองค์ไม่ได้เด็ดขาด”ปากจึงตอบไปว่า “ข้าไม่รู้จักเขาแล้วทำไมพวกเ้าถึงต้องทำรุนแรงแบบนี้กับแขกด้วยล่ะ”
“ชายคนนี้ไม่มีอัฐติดตัวเลย กะมาเที่ยวผู้หญิง แล้วชักดาบชิ่งหนีน่ะสิ”คนคุมโมโห
“ค่าบริการเท่าไหร่ ข้าออกให้เอง” ผิงหลางกล่าวเพื่อตัดปัญหา
“ท่านเป็อะไรกับชายคนนี้กันแน่ ไม่เห็นต้องจ่ายแทนเลยนี่” คนคุมสงสัย
“จะเอามั้ยล่ะอัฐ” ผิงหลางไม่อยากคิดคำตอบ
“เอาสิขอรับ” คนคุมรีบเปลี่ยนท่าทีแล้วยื่นมือมารอรับอัฐอย่างนอบน้อม
“รับไปซะ แล้วอย่าหาเื่ชายคนนี้อีก” ผิงหลางควักอัฐให้เกือบหมดตัว
“ขอบคุณมากขอรับ งั้นพวกข้าขอตัวก่อน” คนคุมพาลูกน้องกลับเข้าไปในหอโคมเขียวแต่โดยดี
ผิงหลางยังไม่ทันได้เข้าไปในหอโคมเขียวนางก็ต้องรีบพาตัวองค์ชายหกกลับตำหนัก แต่ทว่าสักพักนางก็ฉุกคิดได้ว่า “ไม่ได้สิ!ตอนนี้ข้ากำลังปลอมตัวเป็ชายที่มีชื่อว่า ลู่ผาย อยู่ข้าต้องแสดงตัวว่าไม่รู้จักพระองค์ ดังนั้นข้าพาเขาไปพักที่โรงเตี๊ยมก่อนดีกว่า”
ผ่านไปสามชั่วยามองค์ชายหกถึงฟื้นขึ้นมา
“ที่นี่ที่ไหน แล้วเ้าเป็ใคร” องค์ชายหกทรงงัวเงียตื่น
“ข้าบังเอิญไปเห็นเ้าโดนหิ้วออกมาจากหอโคมเขียวเหตุเพราะไปใช้บริการแล้วไม่จ่ายน่ะสิ” ผิงหลางต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้จักชายสูงศักดิ์
“ข้าคงโดนใครก็ไม่รู้ขโมยอัฐไป ว่าแต่เ้าออกอัฐให้ข้าอย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกตรัส
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้น คนคุมหอโคมเขียวได้ซ้อมเ้าปางตายเป็แน่” ผิงหลางกล่าว
“ขอข้ากลับบ้านก่อน แล้วข้าจะใช้คืนให้” องค์ชายหกทรงไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร
ผิงหลางคิดในใจว่า“ข้าแฝงไปอยู่ในตำหนักขององค์ชายหกดีกว่า”ก็เลยว่า “ข้าไม่้าอัฐ ข้า้าที่อยู่ข้าขอไปอยู่กับท่านได้มั้ย”
“พวกเราไม่รู้จักกัน เ้ากล้าไปอยู่กับคนแปลกหน้าอย่างนั้นหรือ” องค์ชายหกทรงแปลกพระทัย
“ข้าชื่อ ลู่ผาย แล้วท่านชื่ออะไร” ผิงหลางแนะนำตัว
“ข้าชื่อ ตงฟาง” องค์ชายหกตรัส
“นั่นไง! ถือว่าพวกเรารู้จักกันแล้วนะ” ผิงหลางแสร้งแตะไหล่ของพระองค์ เพื่อทำตัวสนิทสนมด้วย
“ก็ได้! ข้าให้เ้าไปอยู่กับข้าก็ได้พวกเรามานอนด้วยกันบนเตียงเถิด ข้ายังไม่หายง่วงนอน” องค์ชายหกทรงหาวฟอด
“อะไรนะ!” ผิงหลางใสุดขีด
“กลัวอะไร! ในเมื่อพวกเราก็เป็ผู้ชายเหมือนกัน”องค์ชายหกทรงสงสัย
“ข้าไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับใคร ท่านนอนบนเตียงไปเถิด ข้านอนบนพื้นเอง”ผิงหลางกล่าว
“ได้อย่างไรกัน เ้าเป็ผู้มีพระคุณของข้า ใครจะกล้าให้เ้านอนบนพื้นงั้นเอาอย่างนี้เ้านอนบนเตียง ข้านอนบนพื้นก็ได้” องค์ชายหกตรัส
“ไม่ได้นะ! ก็เ้าเป็ถึง…” ผิงหลางชะงักนางเกือบเผลอหลุดปาก
“ข้าเป็ถึงอะไร หรือว่าเ้ารู้ฐานะที่แท้จริงของข้า” องค์ชายหกทรงสงสัย
“ท่านมีฐานะอะไรล่ะ” ผิงหลางทำเป็ถาม
“ช่างเถิด! นอนบนเตียงเดียวกันนี่แหละค่ำคืนนี้เย็นจัด ภายนอกก็มีหิมะโปรยปราย เ้าไปปิดหน้าต่างแล้วมานอนด้วยกันเถิด”องค์ชายหกทรงทอดพระเนตรไปที่หน้าต่างพระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นหิมะกำลังตก
ผิงหลางเดินไปปิดหน้าต่างในใจคิดว่า “บ้าจริง! ข้าต้องมานอนร่วมเตียงกับผู้ชายหรือนี่”
และแล้วทั้งชายสูงศักดิ์และผู้ปลอมเป็ชายก็นอนบนเตียงเดียวกันในโรงเตี๊ยมโดยทั้งสองนอนหันหลังให้กัน
ตอนแรกผิงหลางก็เกร็งตัวสุดฤทธิ์ที่ต้องนอนร่วมเตียงกับผู้ชายแต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นนางตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกำลังนอนกอดกับชายสูงศักดิ์อยู่นางกำลังจะกรีดร้องด้วยความใ แต่พอตั้งสติได้ว่านางกำลังปลอมตัวเป็ชายอยู่นางจึงมองไปที่ฝ่ายชายที่กำลังนอนหลับอย่างสบาย นางก็เลยค่อยๆจับแขนของฝ่ายชายออกจากตัว แล้วค่อยๆ ลุกจากเตียง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอนางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จนางก็เลยลงไปรอข้างล่าง เพื่อรอให้ฝ่ายชายตื่น แล้วติดตามเขาไปอยู่ด้วย
******************************
หลังจากที่ลู่ผายและตงฟางทานอาหารด้วยกันเสร็จเรียบร้อยตงฟางก็พาสหายที่เพิ่งพบกันกลับตำหนักขององค์ชายหก
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ กระหม่อมมีตาหามีแววไม่ถึงไม่ทราบว่าพระองค์คือชายสูงศักดิ์” ทั้งๆที่ผิงหลางรู้ดีแก่ใจว่าชายผู้นี้เป็ใคร แต่นางก็ต้องแสดงละครแกล้งทำเป็ไม่รู้เพื่อความสมจริง
“ลุกขึ้นเถิด ไม่รู้ย่อมไม่ผิด” องค์ชายหกตรัส
“กระหม่อมกลับก่อนนะพะย่ะค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“เ้าไม่อยากอยู่กับเราแล้วงั้นหรือ” องค์ชายหกทรงสงสัย
“เอ่อ จะให้กระหม่อมอยู่ในฐานะอะไรหรือพะย่ะค่ะกระหม่อมเป็เพียงชายพเนจรไร้ที่อยู่” ผิงหลางกล่าว
“เ้ามีวรยุทธ์หรือไม่” องค์ชายหกตรัสถาม
“มีพะย่ะค่ะ” ผิงหลางยอมรับเพราะกลัวได้ปลอมเป็กงกงข้างกายพระองค์
“งั้นเ้าก็เป็องครักษ์ข้างกายเราก็แล้วกัน” องค์ชายหกตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะที่ทรงเมตตากระหม่อม” ผิงหลางรู้สึกสมใจ
“แต่เ้าจงจำไว้ ข้าไม่ได้้าลาภยศสรรเสริญ ดังนั้นเ้าอยู่ที่นี่เ้าจะไม่มีทางได้ก้าวหน้าเลื่อนตำแหน่งใดๆ เ้ายังคิดที่จะอยู่ที่นี่อีกมั้ย”องค์ชายหกทรงตรัสไว้ก่อน
“กระหม่อมแค่้าที่อยู่ ไม่ได้้าลาภยศเช่นกันพะย่ะค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“ดีมาก! เ้าไปเปลี่ยนชุดเถิด แล้วตามเรามาเราต้องเข้าเฝ้าฝ่าา” องค์ชายหกตรัส
“พะย่ะค่ะ” ผิงหลางรับคำ
******************************
องค์ชายหกทรงเข้าเฝ้าฝ่าาที่สวนอุทยานตอนนี้ที่นั่นกำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่ฮองเฮาทรงกำลังตั้งครรภ์
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ ฝ่าา” องค์ชายหกทรงคารวะผู้ปกครองแคว้นคนใหม่
“ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงลุกขึ้นยืน
“เราเห็นเ้าทำตัวเสเพลไปวันๆ ดังนั้นเราจะมอบหมายให้เ้าไปที่เมืองสุ่ยลี่เพื่อไปตรวจราชการที่นั่น” ฝ่าาตรัส
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงรับแต่โดยดี
“นั่นเ้ามากับใคร เราไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดูหน้าตาหล่อเหลาเอาการหน่วยก้านเหมาะที่จะเป็กงกงมากกว่าเป็องครักษ์ เอาอย่างนี้ดีมั้ยเราจะแต่งตั้งให้เ้าเป็กงกงข้างกายฮองเฮา” ฝ่าาตรัส
ผิงหลางใสุดขีดที่นางกำลังจะได้ไปอยู่กับอดีตหมอดูหยุนฮวาหากโดนฮองเฮาจับได้ขึ้นมามีหวังนางได้ถูกส่งตัวไปอยู่ที่แคว้นหลีเพื่อถวายตัวเป็แน่นางก็เลยรีบคุกเข่าแล้วกล่าวว่า “ทรงเมตตากระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะ กระหม่อมมีคู่หมั้นแล้วกระหม่อมไม่อยากเป็กงกงพะย่ะค่ะ”
“ทรงอภัยให้องครักษ์ของกระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะเขาเพิ่งมาอยู่ในตำหนักของกระหม่อม อาจไม่รู้ธรรมเนียมในวัง” องค์ชายหกทรงช่วยพูด
“ช่างเถิด! ในเมื่อเขาเป็คนของเ้าเราก็จะไม่แย่งตัวก็แล้วกัน” ฝ่าาทรงยอมปล่อย
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“เ้ารีบเตรียมตัวออกเดินทางเสียเถิด” ฝ่าาตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงรับคำ
และแล้วเพราะนางเลือกที่จะไปอยู่กับองค์ชายหกนางจำต้องเดินทางไปเมืองสุ่ยลี่ด้วยอย่างช่วยไม่ได้ นางคิดในใจ “ข้าก็คิดว่าหากได้อยู่กับองค์ชายหกจะได้อยู่ในเมืองหลวง แล้วคอยดูแลท่านพ่อท่านแม่อยู่ห่างๆที่ไหนได้ข้าจำต้องเดินทางไปอยู่ที่เมืองสุ่ยลี่กับพระองค์ด้วย”
******************************
ก่อนออกเดินทางผิงหลางได้ติดตามองค์ชายหกไปพบชายชุดดำคนหนึ่งในป่า
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ องค์ชายหก” ชายชุดดำกล่าว
“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากว่าแต่เจอตัวท่านรองแม่ทัพผิงหลางหรือไม่” องค์ชายหกตรัสถาม
“กระหม่อมสืบได้ว่าท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีจับตัวผิงหลางไปเพื่อบังคับให้นางอภิเษกกับพระองค์แต่ยังไม่ทันได้เข้าพิธีอภิเษก อยู่ดีๆ ก็มีจอมยุทธ์คนหนึ่งช่วยเหลือนางออกจากวังแห่งนั้นหลังจากนั้นนางไปอยู่ที่ไหน กระหม่อมก็ไม่อาจสืบทราบได้พะย่ะค่ะ” ชายชุดดำกล่าว
“จงสืบหานางต่อไป เ้าไปได้” องค์ชายหกทรงยังไม่ล้มเลิกตามหาผิงหลาง
“พะย่ะค่ะ” ชายชุดดำใช้กำลังภายในะโหนีหายไปทันที
หลังจากชายชุดดำจากไปแล้วผิงหลางแอบใที่องค์ชายหกกำลังตามหาตัวนางอยู่ ดังนั้นนางก็เลยถือโอกาสหลอกถาม
“เอ่อ พระองค์ทรง้าตามหาท่านรองแม่ทัพทำไมพะย่ะค่ะหรือว่าพระองค์ทรงคิดก่อการฏ” ผิงหลางสงสัย
“เราเบื่อการเมืองการปกครอง เราไม่ได้้ากอบกู้บัลลังก์เสียหน่อย”องค์ชายหกทรงไม่ได้้าตั้งตัวเป็ใหญ่
“แล้วทรงตามหานางเพื่ออะไรพะย่ะค่ะ” ผิงหลางอยากรู้
“นางเป็คนรักของเรา เราตามหานางก็ไม่แปลกนี่” องค์ชายหกตรัสด้วยสีพระพักตร์นิ่งเฉย
“อะไรนะ! ไม่จริงเสียหน่อย” ผิงหลางรีบปิดปากตัวเอง
“ทำไมงั้นหรือ! หรือผิงหลางเป็คู่หมั้นของเ้า”องค์ชายหกทรงทอดพระเนตรเห็นท่าทีแปลกๆ ขององครักษ์ลู่ผาย
“ไม่ใช่พะย่ะค่ะ!แต่กระหม่อมไม่เคยได้ยินข่าวว่านางมีคนรักแล้ว” ผิงหลางรีบแก้ตัว
“ก็รู้ไว้ซะสิ รีบไปกันเถอะ พวกเราจะต้องรีบออกเดินทางไปเมืองสุ่ยลี่แล้ว”องค์ชายหกทรงไม่อธิบายเพิ่ม
ผิงหลางคิดในใจว่า“พระองค์คงตรัสเพื่อตัดความรำคาญสินะทรงกลัวว่าข้าจะถามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงล่ะสิ”
******************************
ผ่านไปเจ็ดวันทุกคนในเมืองหลวงก็ทราบข่าวว่าท่านแม่ทัพซูเยี่ยนกลับมาถึงที่จวนของท่านแล้ว
ปิงปิงรู้สึกดีใจมากนางรีบมาเยี่ยมท่านที่จวนทันที พอปิงปิงเข้าไปในห้องโถงนางรีบวิ่งเข้าไปกอดท่านแม่ทัพให้หายคิดถึงและกล่าวว่า “ท่านไปอยู่ไหนมารู้มั้ยว่าข้าเป็ห่วงท่านมากเลยนะ”
ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนั้นกำลังจับจ้องทั้งคู่อย่างไม่วางตาท่านแม่ทัพก็เลยว่า….