หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม ชาวบ้านหลายคนต่างมีดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่เขา "ขนาดหมู่บ้านหลินสุ่ยที่อยู่ติดกันยังเผชิญภัยเพียงนี้ พวกเรารอดมาได้ก็นับว่าโชคช่วยมหาศาลแล้ว" หัวหน้าหมู่บ้านสูดลมหายใจเข้าลึก ทุกคนพลันรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง
"เด็กหนุ่มผู้นั้นดูท่าทางคงไม่ใช่สามัญชน ในเมื่อดึงดูดศัตรูมาสังหารล้างหมู่บ้านได้ ย่อมต้องเป็ความแค้นที่ฝังรากลึก ยามนี้คนพวกนั้นยังไม่จากไปแสดงว่ายังหาตัวคนไม่พบ หมู่บ้านเรา... เกรงว่าก็คงตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน"
"ตอนนั้นข้าก็ได้แจ้งหัวหน้าหมู่บ้านหลินสุ่ยไปแล้ว ทว่าพวกเขากลับเห็นแก่ตัวและดึงดันจะให้อยู่ต่อ จะมีวิธีใดช่วยได้เล่า?"
"อีกอย่าง เมื่อตอนบ่ายข้าได้ส่งคนไปแจ้งทางการแล้ว ตอนนี้ได้แต่รอดูว่าทางการจะส่งคนมาเมื่อใด"
ยามนี้ในตัวเมืองวุ่นวายยิ่งนัก ผู้อพยพหนีตายเกลื่อนกลาด โจรป่าชุกชุม ทางการไม่แน่ว่าจะยอมสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ทุกคนจึงต้องพยายามเก็บกดอารมณ์เอาไว้ ญาติพี่น้องจะสำคัญเพียงใด ก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของตนเอง พวกเขาได้แต่เดินตรวจตราด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะเดินจากไป พลางส่งสายตาอาฆาตไปทางเหยียนหม่านชาง
"บ้านเดิมตระกูลเหยียนช่างเป็ตัวกาลกิณีโดยแท้ ไม่กี่วันก่อนเฉินซื่อก็ถูกฟ้าผ่า จากนั้นต้นกล้าก็เหี่ยวเฉา ได้ยินว่าเมื่อคืนตาแก่เหยียน ยังล้มจนกระดูกหักอีก"
"ลูกสาวที่แต่งออกไปก็นำพาตัวซวยกลับมา เกือบทำคนทั้งหมู่บ้านพินาศ ยามนี้เหยียนหม่านชางยังชักนำโจรเข้าหมู่บ้านอีก ครอบครัวนี้มีอาถรรพ์หรือไม่?" ป้าหลิวถือมีดปังตอพลางมองไปทางบ้านตระกูลเหยียนแล้วเอ่ยขึ้น
หัวหน้าหมู่บ้านใจสั่นสะท้าน 'เื่ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นขึ้นั้แ่วันที่เหยียนซุ่ยซุ่ยแยกตัวออกจากบ้านเดิมโดยไม่เหลือทรัพย์สินติดตัวเลยสักนิด' ดูท่าว่าโชคลาภของบ้านเดิมตระกูลเหยียนจะถึงจุดสิ้นสุดเสียแล้ว
ในปีก่อน ๆ ผลผลิตของตระกูลเหยียนดีที่สุดเสมอ ขอเพียงขึ้นเขาไป พวกเขาก็จะได้ของกินของใช้กลับมาเต็ม เหยียนเหล่าซานที่สอบซิ่วไฉไม่ติดมาเนิ่นนาน ทว่าพอซุ่ยซุ่ยเข้าบ้านมา เขากลับสอบติดเสียอย่างนั้น ดวงตาของหัวหน้าหมู่บ้านทอประกาย 'ข้าเข้าใจความจริงทั้งหมดแล้ว!'
ซุ่ยซุ่ยที่หมอบอยู่บนหลังพี่ชายลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ โชคดีที่ไม่ได้ไปช่วยคนพวกนั้น คนกลุ่มนั้นล้วนอำมหิตผิดมนุษย์และถูกทางการประกาศจับ มีคดีฆ่าคนติดตัว
ในชาติก่อนตอนที่หมู่บ้านตระกูลหวังประสบภัย หมู่บ้านหลินสุ่ยกลับไม่แม้แต่จะไปแจ้งทางการ เมื่อพวกโจรจากไป พวกเขาก็เข้าไปปล้นชิงทรัพย์สินของหมู่บ้านตระกูลหวัง แล้วสร้างสถานการณ์ว่าเป็ฝีมือของผู้อพยพ ทำให้หาตัวคนผิดไม่ได้จนจบเื่
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากโจรล้างหมู่บ้านแล้วยังมีคนที่มีลมหายใจเหลืออยู่ ทว่าเพื่อปกปิดความโลภของตนเอง พวกเขากลับโยนคนเ่าั้ลงในหลุมศพนิรนามแล้วฝังทั้งเป็
ในหนังสือเล่มนั้น สมาชิกตระกูลเหยียนหลายคนก็คือผู้ที่คลานออกมาจากหลุมศพนิรนามนั่นเอง พวกเขาชี้ตัวคนในหมู่บ้านหลินสุ่ย แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับ
"กลิ่นคาวเืลอยมาถึงที่นี่แล้ว"
"ตรวจตราต่อไป คืนนี้ทุกคนห้ามหลับนอน ซ่อนเสบียงให้มิดชิด หากมีโจรเข้ามา พวกเราจะหนีเข้าป่าทันที" หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มสั่งการอย่างว่องไว
จวบจนดึกสงัด ทุกคนต่างตั้งสมาธิอย่างเต็มที่ เสบียงและเด็ก ๆ ถูกซ่อนไว้ในห้องใต้ดิน เหลือเพียงคนชราและสตรีที่อยู่ในบ้าน หากไม่สามารถรอดพ้นจากภัยครั้งนี้ไปได้ อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตเด็ก ๆ ไว้ได้
"ในป่ามีเสียงเคลื่อนไหว" พรานหูกำมีดฆ่าหมูไว้แน่นพลางยืนอยู่ที่เชิงเขา เดือนเจ็ดที่ร้อนระอุไม่มีลมพัดแม้เพียงนิด ทว่าเสียงซุบซิบและเสียงฝีเท้าในป่ากลับดังขึ้นไม่ขาดสาย
"พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้าน!" เหล่าบุรุษสูดลมหายใจเข้าลึกพลางกระชับอาวุธในมือแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว มีทั้งมีดทำครัว มีดตัดฟืน ไม้ไผ่ ทุกคนต่างถืออาวุธเพื่อปกป้องครอบครัว เหยียนฮั่นเซิงและเหยียนชวนบุตรชายคนโตก็รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
หลินซื่อดันประตูบ้านไว้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว บ้านใหม่ของตระกูลเหยียนยังสร้างไม่เสร็จ ในบ้านจึงไม่มีห้องใต้ดิน เด็ก ๆ ทุกคนจึงต้องอยู่ข้างหลังนาง
รอบหมู่บ้านตระกูลหวังเริ่มมีแสงไฟวูบวาบ นั่นคือแสงสะท้อนจากคมดาบภายใต้แสงจันทร์ จากระยะไกลเห็นลูกธนูเพลิงพุ่งตรงมายังหมู่บ้านตระกูลหวังดอกแล้วดอกเล่า ลูกธนูแหลมคมฉีกกระชากความมืดมิดในยามราตรี พร้อมกับเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้นต่อเนื่อง
"รีบหลบเร็ว!" หัวหน้าหมู่บ้านคำราม
ในชั่วพริบตา หมู่บ้านก็ถูกโอบล้อมด้วยกองเพลิง เปลวไฟพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า เสียงร้องไห้ระงมดังไปทั่ว พร้อมกับเสียงก่นด่าและเสียงโหยหวนด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ามหันตภัยจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้
"พวกมันตามเหยียนหม่านชางมา! ไอ้คนสมควรตายผู้นี้!" หัวหน้าหมู่บ้านสบถออกมาด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ
เหล่านักล่าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้ลุกขึ้นยืนแล้ว กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าและคาวเืโชยมาแต่ไกลจนได้กลิ่นคาวคลุ้ง
ชาวหมู่บ้านตระกูลหวังรู้สึกเพียงว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ได้แต่เบิกตากว้างมองดูอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้... ใกล้เข้าไปทุกที
ติ๋ง ติ๋ง... เสียงเืหยดลงจากปลายดาบ ทุกคนต่างมีสีหน้าซีดเผือดประดุจเถ้าถ่าน ได้แต่หวังว่าเด็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินจะรอดพ้นจากภัยครั้งนี้ไปได้ ทว่า... จะเป็ไปได้จริงหรือ?
เหยียนหลางร่างกายสั่นสะท้าน เขาต้องขบกรามแน่นเพื่อไม่ให้ฟันกระทบกันด้วยความหนาวสั่น เหยียนิมือเท้าเย็นเฉียบพลันจูงมือหลินซื่อไว้แน่นจนสั่นไปทั้งตัว
ทว่าซุ่ยซุ่ยกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชน ก่อนจะเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า "ออกไปข้างนอกกันเถิด ไข่แดงของข้ามาถึงแล้ว"
"ซุ่ยซุ่ย ออกไปไม่ได้นะ คนร้ายมาถึงแล้ว..." หลินซื่อเอ่ยพลางสะอื้นไห้จนเสียงขาด่
นางรู้ดีว่านางควรพาเด็ก ๆ กลับไปหาคนทางบ้านเดิมของนาง แม้จะถูกแม่เลี้ยงข่มเหงเพียงใด แต่ทว่าเด็ก ๆ ก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต
ซุ่ยซุ่ยเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นดูเจิดจ้ายิ่งกว่าหมู่ดาวบนท้องนภาเสียอีก "ท่านแม่ อย่าได้หวาดกลัวเลยเ้าค่ะ"
ซุ่ยซุ่ยราวกับมีมนต์ขลังบางอย่าง พลันทำให้ความหวาดกลัวในใจของหลินซื่อมลายหายไปในพริบตา กว่าที่หลินซื่อจะทันรู้ตัว นางก็เอื้อมมือไปเปิดประตูใหญ่เสียแล้ว
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่ เหยียนหลางแบกน้องสาวพลางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง หัวใจของเขาเต้นรัวราวกองศึก ในยามนี้เขาเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวน้องสาว
ั้แ่ที่ได้พบกับฮูหยินผู้สูงศักดิ์ผู้นั้น บางทีน้องสาวอาจคาดการณ์เื่ในวันนี้ไว้แล้ว ทั้งหมู่บ้านถูกโอบล้อมไปด้วยกลุ่มโจร ทุกคนต่างคิดว่าตนเองต้องตายแน่ในวันนี้ กลุ่มโจรลุกขึ้นยืนพลางเงื้อดาบวิ่งทะยานลงมาจากบนเขา
เหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านยืนอยู่แถวหน้าสุดเพื่อปกป้องถิ่นฐานของตน ด้านหลังคือผู้าุโและบุตรธิดาที่ตนให้กำเนิด ต่อให้ต้องตายก็ถอยไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เสียงการปะทะดังขึ้น ฝ่ามือของเหยียนหลางเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เขาแบกน้องสาวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
ต๊ะ... ต๊ะ... ต๊ะ... ดูเหมือนจะมีเสียงบางอย่างกำลังมุ่งหน้าตรงมายังหมู่บ้านตระกูลหวัง ชายฉกรรจ์ที่กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลังพลันมีสีหน้าขมขื่น "นั่นคือเสียงฝีเท้าม้า พวกเ้าฟังดูสิ เป็เสียงฝีเท้าม้า ยังมีพวกโจรเพิ่มมาอีก..."
ทุกคนต่างคิดว่าเสียงฝีเท้าม้านั้นเป็พวกเดียวกับกลุ่มโจร ทว่ากลับไม่สังเกตเห็นว่ากลุ่มโจรเ่าั้มีสีหน้าเคร่งเครียดลงในชั่วขณะ ทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน ราวกับตกอยู่ในขุมนรก เหยียนหลางแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงของตนเอง หัวใจของเขาแทบจะกระดอนออกมาจากอก
"ไข่แดงมาแล้ว..." ซุ่ยซุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาทุกทีจนฝุ่นตลบอบอวล ทหารในชุดเกราะเงินเรียงรายหยุดลงที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านตระกูลหวัง
"ไป จัดการไอ้พวกสุนัขลอบกัดที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดนั่นเสีย"
ชายผู้นำขบวนสวมเกราะเหล็กดูท่าทางคงเป็แม่ทัพผู้หนึ่ง เอ่ยสั่งการเพียงประโยคเดียว กองทหารม้าเหล็กก็ทะยานเข้าสู่หมู่บ้านทันที
กลุ่มโจรที่เพิ่งแสดงท่าทางกระหายเืเมื่อครู่ กลับพากันวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศละทางภายใต้คมดาบของทหารม้า พวกมันพ่ายแพ้ยับเยินในชั่วพริบตา
เพียงชั่วขณะเดียว สถานการณ์ก็พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง หัวหน้าหมู่บ้านโซเซพลางทิ้งขวานในมือลง แขนของเขาถูกฟันไปหนึ่งแผล
เมื่อเขากำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ กลับได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นว่า "มิทราบว่า แม่นางเหยียนซุ่ยซุ่ยคือผู้ใด?"
ชายผู้นำขบวนกวาดสายตามองไปรอบบริเวณพลางเอ่ยถามด้วยเสียงอันดัง ชาวบ้านที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเืต่างยังไม่ทันได้สติ พวกเขาเห็นเพียงกองทหารม้าที่ปรากฏกายราวกับเทพเทวาจากสรวง์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น... ราวกับความฝันในชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น