บทที่ 19 เธอไม่ได้มองเขาผิดไป
เธอเห็นชายฉกรรจ์สองคนเดินตรงมา ก็รู้ว่าเื่นี้คงยุ่งยากเสียแล้ว แม้เธอจะพอมีวิชาป้องกันตัวอยู่บ้าง จัดการกับเด็กหนุ่มอย่างพี่น้องบ้านนั้นพอไหว แต่ถ้าต้องสู้กับชายฉกรรจ์ร่างั์แบบนี้คงต้องเสียเปรียบแน่ ๆ เพราะไม่มีเรี่ยวแรงพอ
“ใครก็ได้ ช่วยด้วย! พวกค้ามนุษย์จะจับฉัน” เธอะโสุดเสียง ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา บางคนก็หยุดดูด้วยความสนใจ บางคนก็อยากเข้ามาช่วย แต่กลับถูกหญิงวัยกลางคนห้ามไว้
“นี่ลูกสะใภ้ฉันเองมันหนีตามผู้ชายมา พวกเราแค่จะสั่งสอนมัน นี่เป็เื่ในครอบครัว อย่ามายุ่ง!” พอได้ยินว่าเป็เื่ภายในครอบครัว คนที่มุงดูอยู่ก็ไม่กล้าช่วยเหลืออีก หัวใจของจินซูกระตุกวูบ
เคยได้ยินว่ามีคนใช้วิธีนี้หลอกลวงผู้หญิงไปขาย เธอสงสัยว่าคนพวกนี้อาจเป็พวกค้ามนุษย์ ในเมื่อคนที่มุงดูอยู่คิดว่าเป็เื่ภายในครอบครัว งั้นเธอก็ต้องทำให้เื่นี้กลายเป็เื่ใหญ่โตให้ได้
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณโดยรอบไม่มีร้านค้าอยู่เลย ถ้ามีร้านค้าล่ะก็ เธอจะอาละวาดก่อเื่วุ่นวายให้ดู ในเมื่อไม่มีเธอก็ต้องลงมือแบบลับ ๆ แล้ว
จินซูกำมีดในมือแน่น ถ้าหากคนพวกนั้นทั้งสามคนวิ่งไล่ตามมา ไม่ว่าใครเข้ามาใกล้เธอก่อน เธอจะแทงเข้าจุดสำคัญของร่างกายให้เกิดเื่วุ่นวาย พวกมันจะได้ลากเธอไปไม่ได้
ชายร่างใหญ่เลียริมฝีปากเดินตรงเข้ามาหาจินซูอย่างมาดร้าย เขาชูมือขึ้นมาหมายจะััใบหน้าของเธอ เด็กสาวหน้าตาดีแบบนี้พวกเขาไม่ค่อยได้เจอย่อมอยากจะััลวนลามสักหน่อย
“ไปกับพวกเรานะสาวน้อย บางทีพวกเรายังอาจจะ... อ๊าก!” ชายร่างใหญ่ร้องลั่น จินซูตั้งใจจะแทงไปที่ลำคอของเขา เขาเผลอเอามือขึ้นมาบัง มีดจึงแทงเข้าที่มือแทนเืไหลทะลักออกมา ชายร่างใหญ่ร้องโอดโอยด้วยความเ็ปกุมมือเอาไว้
“ยัยเด็กบ้า เห้ยเอ็งเข้าไปลากตัวมันมา!”
“พวกเขาเป็แก๊งค้ามนุษย์! ฉันไม่รู้จักพวกเขา!” เธอะโอีกครั้ง ในที่สุดก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว
“พวกแกกำลังทำอะไร รู้ไหมว่าที่นี่มันถิ่นใคร ถึงได้กล้ามาหาเื่” เสียงของไป๋หลางดังขึ้น เขาเพิ่งกินข้าวเสร็จกลับมาเห็นเหตุการณ์วุ่นวายจึงเดินเข้ามาดู เห็นจินซูถูกรุมไป๋หลางจึงยืดอกปกป้องเหมือนกับวีรบุรุษกำลังช่วยเหลือหญิงงาม
“หลีกไปอยู่ข้างหลังพี่ไป๋หลางคนนี้จะโชว์ฝีมือให้ดูเอง” ไป๋หลางเอ่ยอย่างองอาจพลางสะบัดผมอย่างมีสไตล์ เขาจ้องมองชายฉกรรจ์ทั้งสองด้วยแววตาดูถูก “รู้จักฝีมือของไป๋หลางคนนี้ดีแล้วก็รีบไสหัวไปซะ”
ฉากนี้ต้องบอกเลยว่าเท่ไม่หยอก แต่ความเท่ก็อยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที ไป๋หลางก็ร้องลั่นแล้วปลิวออกไปไกลหลายเมตรเพราะโดนชายฉกรรจ์ที่าเ็มือเตะเข้าอย่างจัง จินซูเองก็ไม่คิดว่าไป๋หลางจะอ่อนแอขนาดนี้ สู้เธอยังไม่ได้เลย
“อย่าเข้ามานะ” จินซูร้องบอกพลางกำมีดในมือแน่น ดวงตาคมกริบจ้องไปที่พวกอันธพาล เธอเตรียมที่จะสู้ตายแล้ว อันธพาลทั้งสองรุกเข้าหาจินซูจากทางซ้ายและขวา มือของพวกมันเกือบจะััชายเสื้อของเธออยู่แล้ว ทันใดนั้นก็มีก้อนอิฐลอยมาอย่างแม่นยำ โดนเข้าที่มือของอันธพาลคนหนึ่งอย่างจัง
มือข้างนั้นของมันเพิ่งโดนจินซูใช้มีดแทงไป ตอนนี้โดนอิฐกระแทกเข้าอีก เลยร้องลั่นด้วยความเ็ป ก่อนจะทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น จินซูหันไปมองตามทิศทางของก้อนอิฐ เห็นหลินอี้เสวียนยืนอยู่ที่ปลายตรอก ร่างกายของเขาบ่งบอกว่าวิ่งมาอย่างเร่งรีบ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
ก้อนอิฐก้อนนั้น เขาเป็คนปามา หลินอี้เสวียนตั้งใจจะมาส่งข้าวให้ เห็นเธอโดนรังแกแต่ไกลก็รีบวางกล่องข้าววิ่งมาด้วยความเร็วร้อยเมตรราวกับแข่งกรีฑา โชคดีที่มาทันเวลาพอดี
วินาทีที่จินซูเห็นเขาใจที่ลอยอยู่ก็กลับเข้าที่ดีใจจนพูดไม่ออก แม้แขนข้างหนึ่งของหลินอี้เสวียน จะถูกพันผ้าแขวนคออยู่ แต่กลับสามารถมอบความรู้สึกปลอดภัยให้เธอได้อย่างเต็มเปี่ยม
อันธพาลคนที่ไม่ได้รับาเ็ เห็นพี่ชายถูกซัดจนล้มก็คำรามพุ่งเข้าหาหลินอี้เสวียน
หลินอี้เสวียนยกขาขึ้นเตะคนคนนั้นจนกระเด็น เพียงท่วงท่าเดียวก็สามารถควบคุมชายร่างั์เกือบร้อยกิโลกรัมได้อยู่หมัด ยังไม่หนำใจ พวกสารเลวกล้าดียังไงมารังแกคนอวี้จินซู ดังนั้นหลินอี้เสวียนจึงเตะซ้ำไปที่ชายร่างั์อีกหลายที
“ติดใจการรังแกผู้หญิงกับคนที่อ่อนแอกว่างั้นสิ งั้นฉันจะทำให้แกสาสมใจเอง!” ไป๋หลางกุมท้องพลางลุกขึ้น เห็นหลินอี้เสวียนกำลังซัดพวกอันธพาลไม่ยั้ง เขาก็เบิกตากว้างอย่างตะลึงงัน
“โอ้โห เพื่อนคนนี้ต่อยตีเก่งขนาดนี้เชียวหรือ” เทียบกับหลินอี้เสวียน แล้ว สิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่นี่มันช่างขี้ขลาดสิ้นดี ไป๋หลางรู้สึกเสียศักดิ์ศรี นี่หรือคือความแตกต่างระหว่างวีรบุรุษกับคนขี้ขลาด
จินซูไม่ได้สนใจที่จะปลอบใจ ไป๋หลางที่กำลังใจสลาย เพราะเธอสังเกตเห็นว่าต้นเหตุของเื่ทั้งหมด ผู้หญิงวัยกลางคนกำลังจะหนี จินซู ไล่ตามไป เธอสู้กับชายร่างั์อาจจะยาก แต่การรับมือกับผู้หญิงวัยกลางคนนั้นไม่ใช่เื่ยาก
ศอกกระแทกเข้าที่หน้าอกของหญิงวัยกลางคน โดนเล่นงานจุดนี้ ความเ็ปนั้นเทียบเท่ากับตอนที่ของลับของผู้ชายโดนเตะ หญิงวัยกลางคนร้องเสียงหลง จินซูฉวยโอกาสนี้ควบคุมตัวเอาไว้
ปากของไป๋หลางอ้ากว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว พลางเอามือลูบหน้าอกตัวเอง แม้ว่าเขาจะเป็ผู้ชายแต่พอเห็นผู้หญิงสู้กัน เขาก็ยังรู้สึกเจ็บแทนอยู่ดี
ทางด้านนี้ จินซูเล่นงานผู้หญิงวัยกลางคนจนร้องห่มร้องไห้ ปากก็ร้องเรียกพ่อแม่ ส่วนทางด้านหลินอี้เสวียนก็จัดการเตะพวกอันธพาลจนสลบเหมือด จากนั้นก็ลากพวกมันมารวมกันราวกับลากหมูตาย ท่าทางองอาจน่าเกรงขาม
ไป๋หลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาตัดสินใจแล้วว่าต่อไปนี้จะไม่หาเื่กับสองผัวเมียคู่นี้อย่างเด็ดขาด เพราะพวกเขาน่ากลัวเกินไปแล้ว
“ไปสถานีตำรวจกันเถอะ!” จินซูกล่าวพลางบิดแขนของผู้หญิงคนนั้นไว้ เมื่อได้ยินว่าจะต้องไปสถานีตำรวจ ผู้หญิงคนนั้นก็ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที
“อย่าพาตัวฉันไปเลย ฉันไม่ใช่แม่เล้า เป็ป้าของคุณที่สั่งให้ฉันมาต่างหาก!”
“ป้า… ของฉันงั้นเหรอ” จินซูชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่เห็นจะมีป้าสักหน่อย
“หลินเม่ยลี่” ดวงตาของหลินอี้เซวียนเบิกกว้างด้วยความโกรธ ผู้หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารัวเป็จังหวะ
“ใช่แล้ว หล่อนนั่นแหละ บอกให้พวกเรามาป้ายสีว่าไอศกรีมของคุณหมดอายุ!" หลินอี้เสวียนโกรธจนเืขึ้นหน้า ที่แท้ก็เป็ป้าของเขานี่เอง เขายกขาเตะซ้ำเข้าที่ชายที่นอนอยู่บนพื้นอีกหลายที ต่อให้ตายหลินอี้เสวียนก็ไม่หายแค้น
“ป้าหลินสัญญาจะให้อะไรพวกแก” อวี้จินซูถาม
“หล่อนให้ผมยี่สิบหยวนบอกว่าให้มาขู่คุณ รีดไถเงินจากเธอได้เท่าไหร่ก็ให้พวกผม ผมก็หวังแค่เงินไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอจริง ๆ พวกผมไม่ใช่แก๊งค้ามนุษย์นะ” ชายสองคนที่ถูกหลินอี้เสวียนซ้อมจนหัวปูดหัวโนก็พยักหน้ารัว คุกเข่าลงบนพื้นอ้อนวอนขอชีวิต
“ปล่อยพวกเราไปเถอะ ถ้าเื่ถึง สถานีตำรวจ ป้าของคุณก็คงดูไม่จืดแน่” จินซูฟังแล้วถึงกับเืขึ้นหน้า เป็หลินเม่ยลี่อีกแล้วสินะ
เมื่อวานหลินเม่ยลี่ ก็เพิ่งจะวิ่งมาสร้างความร้าวฉานไปถึงจะไม่สำเร็จก็เถอะ คราวนี้ยังอุตส่าห์ใช้วิธีแบบนี้มารังควานเธออีก
ในพจนานุกรมของจินซูไม่มีคำว่าให้อภัยง่าย ๆ เธอกับหลินเหมยลี่ ถือว่าเป็ศัตรูกันแล้ว จินซูมองไปที่หลินอี้เสวียนที่กำลังรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร
การตัดสินใจของเขาไม่ได้ส่งผลต่อทัศนคติของจินซู ใครมาหาเื่เธอ เธอต้องเอาคืนแน่ ๆ ต่อให้หลินอี้เสวียนไปขอร้องแทนป้าของเขาก็ไม่มีประโยชน์
แต่การตัดสินใจของเขาจะส่งผลโดยตรงต่อตำแหน่งของเขาในใจเธอ ดังนั้นจินซูจึงไม่เอ่ยปาก อยากดูว่าเขาจะพูดว่าอย่างไร หลินอี้เสวียนหน้าผากขึ้นเส้นเื เขากัดฟันกรอด โกรธจนตัวสั่น ไป๋หลางกุมท้องเดินเข้ามาใกล้ ๆ ในฐานะคนนอก เขาคิดว่าเื่นี้ไม่จำเป็ต้องทำใหญ่โต
“ฉันคิดว่าเื่นี้ลืมมันไปเถอะ ล้วนเป็เื่ภายในครอบครัวทั้งนั้น เดี๋ยวญาติพี่น้องก็ต้องเจอกันอีก บอกให้เธออย่าทำแบบนี้อีกก็พอ”
มุมปากของจินซูกระตุกขึ้นกับคำพูดของไป๋หลาง อาจเป็ทัศนคติของคนส่วนใหญ่ รีบจบเื่ใหญ่ให้กลายเป็เื่เล็ก เื่เล็กให้กลายเป็เื่เล็ก เื่น่าอายในบ้านไม่ควรป่าวประกาศ
“ลืมมันไปงั้นเหรอ” หลินอี้เสวียนมุมปากกระตุก “ภรรยาฉันต้องมาเจอเื่แบบนี้ ทำไมต้องลืม”
จินซูมองเขาด้วยสายตาพึงพอใจขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ได้ดูคนผิดจริง ๆ คนแบบเขา สมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความสุภาพจากเธอ
“แล้วนายจะทำยังไง” จินซูถาม
“ฆ่าคนต้องชดใช้ชีวิต ติดหนี้ต้องชดใช้เงิน” หลินอี้เสวียนกล่าวอย่างหนักแน่น