ภายนอกตำหนักรองมีเสียงเอะอะวุ่นวาย มีคนร้องเรียกนางกำนัลเสียงดัง ท่ามกลางเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ แว่วเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน้อยเนื้อต่ำใจของหญิงสาวดังมาเป็ระยะ
กู้ิจูยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งมายิ่งลึกล้ำ
ผ่านไปพักใหญ่ นางหยิบถุงหอมใบเล็กกะทัดรัดออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้อาปี้
อาปี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก้มลงมองถุงหอมในมือ บนผ้าแพรสีฟ้าอมเขียวปักลวดลายดอกเป่าเซียงด้วยดิ้นเงิน ทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้หอมจีหนานลอยกรุ่นออกมาจากด้านใน
นี่คือสิ่งที่กู้ิจูมักจะพกติดตัวเป็ประจำในวันวานอย่างแน่นอน
นางเงยหน้าขึ้นมองกู้ิจูด้วยความใ ราวกับไม่เข้าใจความหมาย
กู้ิจูมองนาง พลางเอ่ยอย่างสงบ "ผูกให้ข้าที"
นางไม่กลัวว่าอาปี้จะรู้สาเหตุ หานหมัวมัว อาปี้ และเสี่ยวขุยล้วนซื่อสัตย์ภักดีมาโดยตลอด ไม่ช้าก็เร็วพวกนางย่อมต้องสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของกู้ิจู
ยิ่งพวกนางรู้มากเท่าไรก็ยิ่งเกิดความยำเกรง จะไม่กล้ามีใจคิดคดทรยศแม้แต่น้อย
อาปี้เป็คนฉลาด เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ ชั่วขณะนั้นสีหน้าของนางซีดเผือดจนน่ากลัว
นางรีบละสายตาที่จ้องมองกู้ิจูอย่างเหม่อลอยกลับมาอย่างสั่นเทา ก้มหน้าลงผูกถุงหอมใบนั้นไว้ที่เอวของกู้ิจู มือยังคงสั่นระริก ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะผูกเรียบร้อย
กู้ิจูปรายตามองนางแวบหนึ่ง เอื้อมมือไปดึงประตูตำหนักเปิดออก แล้วก้าวเดินออกไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่รีบร้อน
อาปี้ก้มหน้าเดินตามนางออกจากตำหนักไป ส่วนอาจูที่หดตัวอยู่ตรงมุมห้องมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย
มองดูหอตะวันตกที่อยู่ไม่ไกลซึ่งตอนนี้มีผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วก้าวยาว ๆ เดินตามหลังกู้ิจูออกไป
นางไม่ได้โง่ ย่อมรู้ดีว่าเวลานี้มีเพียงต้องเดินตามกู้ิจูเท่านั้น เกรงว่าสกุลกัวคงจะตกหลุมพรางของกู้ิจูเข้าให้แล้ว และชีวิตของนางก็ยิ่งถูกบีบอยู่ในกำมือของกู้ิจู
บริเวณหน้าประตูหอตะวันตกมีคนมุงอยู่ไม่น้อย เหล่านางกำนัลต่างยืนก้มหน้าอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก คอยขวางบรรดาฮูหยินหลายท่านที่กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรสออกชาติอยู่ด้านนอก
ไกลออกไปมีคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงหลายคนยืนอยู่ พวกนางกำลังเอ่ยปลอบโยนคุณหนูหกสกุลกัว กัวอวี้หลานที่กำลังร้องไห้น้ำตาอาบหน้าด้วยเสียงแ่เบา
"...หลานเหนียง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จู่ ๆ ทำไมถึง..."
"อาจจะเป็เื่เข้าใจผิดก็ได้ เ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย ถามให้รู้เื่ก่อนจะดีกว่า..."
คุณหนูเ่าั้แสร้งทำเป็ห่วงใยและปลอบโยนกัวอวี้หลาน พลางลอบส่งสายตาให้กัน ภายในแววตาล้วนมีรอยเยาะเย้ยที่ปิดไม่มิด
จะเป็เื่เข้าใจผิดอะไรได้อีกล่ะ ก็เมื่อครู่กัวอวี้หลานเป็คนนำทางพวกนางมาตลอดทาง บอกว่าจะพามาชมดอกซิ่ง แต่กลับเดินตรงดิ่งมาที่หอตะวันตกอย่างพอดิบพอดี
ใครจะไปคาดคิดว่าเพิ่งเดินมาถึงระเบียงทางเดินที่ไม่ไกลจากหอตะวันตกนัก ก็เห็นประตูหอตะวันตกเปิดออก คุณหนูห้าสกุลกัว กัวอวี้ซิ่วพุ่งพรวดออกมาจากด้านในด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
เสื้อคลุมตัวนอกของชุดกระโปรงแขนกว้างที่บางเบาถูกดึงทึ้งจนขาดวิ่นบิดเบี้ยว เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องไปกว่าครึ่ง
มวยผมบนศีรษะก็หลุดรุ่ยร่ายอยู่ด้านหลัง ใบหน้างดงามน่ารักแดงก่ำไปหมด ชวนให้ผู้ที่พบเห็นจินตนาการไปไกล
และที่ตามหลังนางมาติด ๆ ก็คือองค์รัชทายาทที่พระพักตร์เต็มไปด้วยฤทธิ์สุรา ทรงวิ่งตามออกมาอย่างโซซัดโซเซ
ชุดคลุมลายงูหลามสีทองคำแดงบนพระวรกายถูกปลดออกไปกว่าครึ่ง ทรงพระสรวลอย่างคนเมามาย "...ช้าหน่อยสิ รอให้ข้าจับเ้าได้ก่อนเถอะ ดูสิว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร..."
ช่างเป็ภาพที่ชวนให้คิดลึกและลามกอนาจารเสียนี่กระไร!
ฮูหยินเ่าั้ล้วนเป็พวกชอบสอดรู้สอดเห็นอันเลื่องชื่อในหมู่จวนขุนนางชั้นสูงแห่งฉางอัน เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้มีหรือจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง
ั์ตาพวกนางพลันเป็ประกายวาววับด้วยความสนใจ รีบร้อนเรียกนางกำนัลเข้ามา แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะทำให้เื่อื้อฉาวนี้โด่งดังไปทั่ว
กัวอวี้ซิ่วทรุดฮวบลงไปกองอยู่ริมระเบียงทางเดินอย่างอ่อนระทวย สายตาเอาแต่จ้องมองกลุ่มฮูหยินและคุณหนูที่มีแต่ความเย้ยหยันและสนใจใคร่รู้อย่างเหม่อลอย บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้? ชัดเจนว่าควรจะเป็นางที่มาจับได้คาหนังคาเขาว่ากู้ิจูกำลังยั่วยวนองค์รัชทายาทไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลายเป็นางไปได้ล่ะ?
เมื่อครู่นางเดินมาที่หอตะวันตกตลอดทาง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้ิจูและนางกำนัล ประตูหอตะวันตกก็แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง นางคิดว่ากู้ิจูเข้าไปด้านในแล้ว
นางเพียงแค่ผลักประตูเข้าไปก็จะเห็นภาพที่อยากเห็น จากนั้นค่อยส่งเสียงร้องดัง ๆ ดึงดูดบรรดาฮูหยินและคุณหนูที่น้องสาวพามา เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดกู้ิจูให้สิ้นซากได้แล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น กู้ิจูก็จะเป็หญิงหน้าไม่อายที่ยั่วยวนองค์รัชทายาท ต่อให้ฮองเฮาจะทรงให้ความสำคัญกับสกุลกู้แค่ไหน ก็จะไม่มีวันพระราชทานสมรสให้พี่น้องสกุลกู้กับองค์ชายพระองค์ใดอีก
ส่วนกู้ิจูก็จะเสียชื่อเสียงย่อยยับ ชั่วชีวิตนี้อย่าหวังว่าจะเงยหน้าอ้าปากได้อีก!
ในวินาทีนั้น นางแทบจะมองเห็นภาพกู้ิจูถูกผู้คนถ่มน้ำลายรด หัวเราะเยาะ และทนรับความอัปยศอดสูแล้ว!
แต่ทำไมถึงกลายเป็นางไปได้เล่า?
นางผลักประตูเข้าไป ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าก็ถูกใครบางคนกระชากเข้าไปอย่างแรง กลิ่นสุราอุ่นร้อนพ่นรดใบหน้า เป็องค์รัชทายาทนั่นเอง!
ยังไม่ทันที่นางจะได้สติ องค์รัชทายาทก็เริ่มลงมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางอย่างไม่สนอะไรทั้งนั้น!
"ไม่... ไม่ใช่หม่อมฉัน..." กัวอวี้ซิ่วกรีดร้องเสียงแหลม แต่กลับถูกองค์รัชทายาทดึงทึ้งอย่างแรงจนดิ้นไม่หลุด เสื้อผ้าถูกฉีกขาดไปทั้งอย่างนั้น ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง
สาวใช้ที่ตามมาด้านหลังใจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบพุ่งเข้าไปหมายจะดึงตัวองค์รัชทายาทออก แต่ก็ไม่กล้าลงมือ
ได้แต่มองดูด้วยความหวาดกลัวทำอะไรไม่ถูก ปากก็พร่ำร้องอ้อนวอนให้องค์รัชทายาทปล่อยมือไม่หยุด
จังหวะที่องค์รัชทายาทเอื้อมพระหัตถ์ไปดึงเสื้อคลุมของพระองค์เอง ในที่สุดกัวอวี้ซิ่วก็ฉวยโอกาสดิ้นหลุดออกมาได้ นางพุ่งพรวดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทว่ากลับไปชนเข้ากับบรรดาฮูหยินที่มาชมดอกไม้เข้าอย่างจัง!
ตอนนี้นางสับสนไปหมดแล้ว ส่ายหน้าไปมาปากก็พร่ำพูดจาไม่รู้เื่ "ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้า เป็กู้ิจู เป็นาง!"
ในตอนนั้นเอง นางก็เหลือบไปเห็นกู้ิจูยืนยิ้มบาง ๆ มองนางเงียบ ๆ อยู่ที่ระเบียงทางเดินไม่ไกลนัก ภายในดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นเวลานี้เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเ็า
"เป็นาง!" กัวอวี้ซิ่วราวกับถูกแทงเข้าที่จุดตาย นางผุดลุกขึ้นยืน ชี้มืออันสั่นเทาไปยังกู้ิจูที่ยืนอยู่อย่างสง่างามแต่ไกลพลางกรีดร้องลั่น
"เป็นางที่แอบมาลักลอบพบกับองค์รัชทายาท!"
ดวงตาของนางแดงก่ำ หันไปกล่าวกับกลุ่มฮูหยินและคุณหนูที่กำลังจ้องมองนางด้วยความใทีละคำ "เมื่อครู่ข้าพลัดหลงเข้าไป ก็เห็นนางกำลังรีบร้อนจากไป ทั้งยังทิ้งของแทนใจชิ้นหนึ่งไว้ให้องค์รัชทายาท ตอนนี้ของสิ่งนั้นยังเก็บอยู่ในแขนเสื้อขององค์รัชทายาทเลย!"
ทุกคนมองตามทิศทางที่นางชี้ไป ก็เห็นว่าที่ปลายแขนเสื้อขององค์รัชทายาทที่ทรงเมามายไม่ได้สติพิงร่างอยู่กับผู้ติดตาม มีพู่ไหมห้าสีโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็ส่วนประดับของเครื่องใช้สตรี
หรือว่าจะเป็จริงตามที่คุณหนูห้าสกุลกัวพูด? ทุกคนเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง
.
.
.