หนึ่งเดือนต่อมา
.
.
ณ บริษัท สุมิโตะ กรุ๊ป เวลา 12:00 นาฬิกา
"ไปกินข้าวกันเถอะ"
"กินไรดีอะ"
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงทำให้เหล่าพนักงานรีบลงไปข้างล่างเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยของตน แต่ก็มีบางคนที่ยังคงนั่งทำงานต่อเพื่อ้าให้งานเสร็จสมบูรณ์อย่างเช่นหัวหน้าแผนก ฮาจิมะเป็เพียงคนเดียวที่ยังนั่งทำงานต่อโดยมีขนมปังและนมหนึ่งกล่องอยู่ข้างกาย คนอื่นอาจเห็นว่าเขาเป็พวกบ้างานหักโหกอย่างหนักและไม่ยอมดูแลตัวเอง แต่เขาใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดจนชินและคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะการใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็สิ่งที่เขาทำอยู่ประจำ
"ไม่ไปพักเที่ยงเหรอครับ?"
ในระหว่างที่ฮาจิมะกำลังจดจ่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหน้า จึงเงยหน้าขึ้นมามองก็พบเ้าลูกน้องผู้สร้างปัญหาอย่างมากิระนั่นเอง จนถึงตอนนี้เ้ามากิระก็ยังทำให้เขาปวดประสาทเสมอ ไม่ว่าจะเป็เื่งานที่ผิดพลาดน้อยลงแต่ก็ยังผิดทุกวี่ทุกวัน ไหนจะ่นี้ที่พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะ่นี้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าหาตนบ่อยขึ้น ทั้งเข้ามาถามเื่งาน ถามเื่ส่วนตัว ชวนคุยในเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องและจ้องมองตนด้วยสายตาแปลกๆ แต่เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยจึงไม่สามารถถามออกมาได้ตรงๆ ทำได้เพียงสงสัยจนบางครั้งลืมเลือนไปเอง
"ไม่เห็นหรือไงว่านี่อะไร (-*-)"
ฮาจิมะชี้ไปที่กล่องนมและขนมปังก้อนเดียวเพื่อให้มากิระเห็นว่าตนกำลังพักผ่อนอยู่ แต่เขายังคงโต้ตอบกลับมาพร้อมลากเก้าอี้ที่ว่างมานั่งใกล้ๆกัน
"กินแค่นี้จะอิ่มเหรอครับ?"
"ก็กินแบบนี้มาตลอดชีวิต ร่างกายก็อุดมสมบูรณ์ดี"
"แต่แบบนี้จะเสียสุขภาพนะครับ"
"ไม่สนหรอก อีกอย่างไม่อยากลุกไปไหนด้วย อยากทำงานให้มันเสร็จๆจะได้โล่งสักที"
"คุณนี่มันดื้อรั้นจริงๆเลย"
"นี่นายพูดจาข้ามหัวรุ่นพี่มากเกินไปแล้วนะ ่นี้ก็ทำตัวแปลกๆด้วย มีอะไรหรือเปล่า?"
"ผมแค่เป็ห่วงหัวหน้าเฉยๆครับ"
"จะมาห่วงเื่คนอื่นทำไม นายควรห่วงเื่ของตัวเองมากกว่านะ"
"ก็่นี้หัวหน้าทำงานหนักนี่ครับ ไหนจะต้องทำงานพิเศษอีก"
"ก็ทำไงได้ ่นี้ต้องใช้...เดี๋ยว! งานพิเศษอะไร?"
"เอ่อ...ผมนึกว่าหัวหน้าเป็วี--"
"ไม่มี! ทำแค่งานเดียวก็จะตายอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปทำงานอื่นหรอก"
"จริงเหรอครับ?"
"ใช่"
เมื่อมากิระพยายามหลอกถามเพื่อล้วงข้อมูลให้ได้มากที่สุดหลังจากพยายามสังเกตการใช้ชีวิตของหัวหน้าทุกวันแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่นัก วันนี้จึงเป็โอกาสดีที่จะได้ถามเขาตรงๆเพื่อ้ารับรู้ความจริงให้ได้ว่าเขาคือเรย์จังหรือเปล่า แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอกอะไรอยู่ดีพร้อมพูดเสียงแข็งว่าไม่ใช่ตน เขาจึงเลือกสงบปากสงบคำและเก็บความสงสัยกลับเข้าที่เดิมอีกครั้ง
"ครับ ผมเชื่อคุณ"
มากิระพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากแผนกเพื่อลงไปพักเที่ยงตามอัธยาศัย ฮาจิมะที่ยังคงสงสัยในตัวของเขาได้แต่มองตามแผ่นหลังสูงโปร่งจนพ้นสายตาไปก่อนจะกลับมาโฟกัสกับงานอีกครั้ง
ครืน~~
พร้อมกับเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็ระยะๆ เมฆหมอกเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาทมิฬโดยที่สายฝนค่อยๆตกลงมา บรรยากาศภายในที่ทำงานเต็มไปด้วยความเงียบเหงา เสียงจากสายฝนยังคงดังต่อเนื่องไม่มีท่าทีจะหยุดจนถึงเวลากลับบ้าน...
"กลับก่อนนะครับ / สวัสดีค่ะหัวหน้า"
"อ่า กลับดีๆละ"
เหล่าลูกน้องต่างรีบร้อนกลับบ้านของตนเนื่องจากสภาพอากาศในวันนี้ไม่สู้ดีนักทั้งที่เป็วันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์นี้ ฮาจิมะกวาดสายตามองรอบๆห้องเพื่อสำรวจว่ามีใครยังทำงานอยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่พบแม้แต่คนเดียวรวมถึงรองหัวหน้าด้วยเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจเก็บของกลับบ้านเพื่อกลับไปพักผ่อนหย่อนใจหลังจากรู้สึกเมื่อยล้ามาอย่างยาวนานเพราะนั่งทำงานมาทั้งวัน และเขาก็ไม่ใช่เครื่องจักรที่สามารถคงทนได้ตลอด
"ฮัดเช้ย!"
ต้องมีเจ็บมีป่วยกันบ้างตามสภาพของมนุษย์
"บ้าชะมัด แบบนี้จะกลับไปไลฟ์ทันมั้ยนะ"
เมื่อฮาจิมะเดินออกจากบริษัทหมายจะขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อกลับไปยังที่พักของตน แต่เวลานี้คือ่เวลาเลิกงานอีกหลายร้อยบริษัท และมีฝนตกลงมาต่อเนื่องทำให้เกิดความแออัดจึงไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปในสถานีได้ แต่เนื่องจากที่พักของเขาอยู่ห่างเพียงหนึ่งสถานีแต่ต้องแลกกับเปียกฝน และด้วยสถานการณ์แบบนี้จึงตัดสินใจว่า...
"เอาวะ! เดินก็เดิน"
ฮาจิมะเลือกที่จะเดินกลับที่พักในสภาพเปียกฝนเพราะเขาอยากกลับไปทักทายเหล่าคนดูให้ทันก่อนที่จะเลยเวลาไปมากกว่านี้ ่นี้เขาต้องรักษาฐานแฟนคลับเอาไว้ในมั่นเนื่องจากมีหน้าใหม่ๆเข้ามาอีกเพียบ ทำให้่นี้เขาพยายามอย่างหนักเพื่อดึงดูดเหล่าแฟนคลับให้กลับมาชมผลงานของตน และไม่ลืมขอบคุณเหล่าแฟนๆที่ยังคอยเขาเสมอมา ซึ่งอาชีพในฐานะวีท็อปเบอร์กำลังไปได้สวย และยังสามารถต่อยอดได้อีกยาวไกล ดังนั้นเขาไม่มีทางทิ้งมันง่ายๆหรอก
"แฮ่ก...ไกลจังวะ"
แต่เมื่อเดินมาได้สักพักกลับพบว่าระยะทางมันไกลกว่าที่คิด เนื่องจากฮาจิมะไม่ใช่พวกออกกำลังกายเป็ประจำจึงทำให้เหนื่อยง่าย บวกกับโดนฝนตลอดเวลาจึงเกิดอาการหน้ามืดเข้าอย่างจัง จึงค่อยๆเอนตัวพิงข้างตึกแห่งหนึ่งพร้อมเงยหน้ามองอพาร์ทเม้นท์ของเขาในอีกไม่กี่ก้าว แต่ตอนนี้ภาพตรงหน้าใกล้จะดับวูบลง...
หมับ!
"ไหวไหมครับ?"
"นาย...มาได้ยังไง?"
ในระหว่างที่ฮาจิมะกำลังจะล้มก็มีมือปริศนาเข้ามาพยุงร่างของเขาเอาไว้ จึงค่อยๆหันหน้าไปมองก็พบเ้ามากิระนั่นเอง ฮาจิมะใอย่างมากที่จู่ๆลูกน้องของตนก็โผล่มากลางคันแบบนี้ แต่ก็ทำได้เพียงสงสัยก่อนจะถูกอีกฝ่ายแบกเข้ามาในตึกได้สำเร็จ
"ชั้นไหนครับ?"
"ไม่ต้อง ส่งแค่นี้แหละ"
"สภาพแบบนี้คุณจะขึ้นไหวเหรอ?"
"ไหวแล้วอยู่ แค่เดินขึ้นบันไดจะไปยากอะ..."
ตุบ!
พูดไม่ทันขาดคำร่างของฮาจิมะก็เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งจนเซล้มอีกครั้ง มากิระที่เฝ้ามองอยู่นั้นเข้าไปรับร่างของอีกฝ่ายทันทีโดยที่เ้าตัวพยายามขันขืนแม้ไร้เรี่ยวแรงก็ตาม ทำให้มากิระส่งสายตาดุพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"คุณควรจะรู้สังขารตัวเองนะครับ ถ้าไม่อยากสร้างภาระให้คนอื่นก็ช่วยบอกชั้นมาด้วย"
"อึก ชั้น...ชั้นสามห้องxxx"
เพราะถูกพูดตรอกหน้าเต็มแรงทำให้ฮาจิมะสงบปากสงบคำได้ในที่สุด เขายอมบอกห้องพักของตัวเองให้มากิระเพื่อนำพาตนขึ้นมาบนห้องตามที่ขอ โดยไม่ได้คิดว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น...
.
.
.