เมื่อเริ่มเดือนใหม่ฤดูกาลก็เปลี่ยนผัน หน้าฝนได้ย่างก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
วันที่สิบเก้าของเดือนที่สอง นับั้แ่ที่อวี้ิมาอยู่ที่นี่
ครึ่งเดือนที่ผ่านมาอวี้ิคอยช่วยเหวินจงเขียนบัญชีในยามค่ำอยู่เสมอ เมื่ออวี้ิได้อยู่ใกล้ชิดกับเหวินจงบ่อยขึ้น ความรู้สึกของเขาที่มีให้กับเหวินจงก็ต่างออกไปจากแต่ก่อน ถึงแม้เหวินจงจะไม่ได้กล่าวว่าเขาแล้วก็ตาม แต่ยังมีบางคำที่เขาพูดเถรตรงไปเสียหน่อย กระนั้นอวี้ิก็คิดว่าที่เหวินจงเป็อยู่ดูเป็ตัวตนของเขาดี
ส่วนเหวินจิวซินจากที่เป็หนุ่มขี้เมาก็ดูเอาการเอางานขึ้น พอเขาเลิกขลุกอยู่แต่ในร้านสุราก็กลับมาแต่งอาภรณ์ดูเรียบร้อยสะอาดสะอ้านทำให้เขาดูสง่ามากขึ้น ยามบ่ายของทุกวันเหวินจิวซินก็จะมาอ้อนอวี้ิให้ช่วยสอนเื่เขียนบัญชีอยู่เสมอ ส่วนอวี้ินั้นก็ช่วยสอนเหวินจิวซินทุกครั้งโดยไม่เคยปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเพราะเขาคิดว่าการที่มีคน้าเรียนรู้นั้นเป็สิ่งที่ดี
ยามบ่ายใกล้ยามเย็น ณ ที่ใต้ต้นเหมย
อวี้ิอธิบายเื่การเขียนบัญชีให้เหวินจิวซินฟังจนเวลาล่วงเลยไปได้สองเค่อ เหวินจิวซินก็สังเกตเห็นอวี้ิดูสอนเขาอย่างรวดเร็วซึ่งแปลกไปจากทุกวัน เขาจึงเอามือเท้าคางพร้อมกับทำตาแป๋วถามคนตรงหน้า
“พี่หญิง เหตุใดวันนี้ท่านถึงได้ดูรีบเร่งสอนข้านัก”
“วันนี้บัญชีที่ต้องจัดการนั้นมีเยอะนัก ข้าจึงต้องรีบไปช่วยเหวินจงเขียน มิเช่นนั้นคืนนี้คงมิได้นอนเป็แน่”
“พี่หญิง...ท่านเป็ห่วงท่านพี่เหวินจงงั้นรึ”
“ข้าว่าเรามาลองเขียนตรงนี้ต่อดีกว่านะ...”
“พี่หญิง ข้ามีเื่อยากจะถามท่าน ระหว่างคนที่รักท่านกับคนที่ท่านรัก ท่านจะเลือกใครงั้นรึ”
อวี้ิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นับั้แ่ที่สอนเหวินจิวซิน อีกฝ่ายก็เอาแต่พูดถึงเื่รัก ๆ ใคร่ ๆ จนเขาแทบเอือมระอาอยู่เต็มที “ข้าก็ต้องเลือกคนที่ข้ารักสิ”
เหวินจิวซินชะงักงันทันใดเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของอวี้ิ เขานั่งนิ่งด้วยใบหน้าที่ดูซึมไปครู่หนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาพร้อมกับชี้นิ้วไปทางประตูห้องหนังสือ “พี่หญิงท่านดูนั่นสิ หนิงลี่กำลังเดินเข้าไปในห้องหนังสือด้วยละ ทุกวันข้าจะเห็นนางคอยนำน้ำชาไปให้ท่านพี่เหวินจงอยู่เสมอเลย”
พออวี้ิหันมองไปตามนิ้วที่เหวินจิวซินชี้ก็พลันคิ้วกระตุก เหตุเพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าทุกวันหนิงลี่จะเข้าไปหาเหวินจงที่ห้องหนังสือเช่นนี้
อันที่จริงแล้ว อวี้ิควรปล่อยเื่นี้ให้ผ่านเลยไปดั่งเช่นทุกครั้ง แต่ครานี้เขากลับรู้สึกขัดใจแปลก ๆ จนอยากจะเดินไปช่วยเขียนบัญชีกับเหวินจงในตอนนี้ทันใด “ข้าลืมหยิบหนังสือมาจากห้องของข้า เดี๋ยวข้ามา” อวี้ิกล่าวน้ำเสียงเรียบ
ขณะที่อวี้ิกำลังจะก้าวเท้าเดิน เขาก็ถูกเหวินจิวซินรั้งแขนเอาไว้
“พี่หญิง ข้ารู้นะว่าท่านกำลังจะไปที่ไหน...ท่านหึงท่านพี่เหวินจงงั้นรึ”
“เปล่านี่ ข้าแค่...”
“ท่านรู้สึกชอบท่านพี่เหวินจงขึ้นมางั้นรึ ท่านพี่อวี้ิ...”
เมื่อได้ยินคำกล่าวเรียกชื่อจากปากของเหวินจิวซิน อวี้ิก็พลันหันใบหน้าที่ซีดเผือดมาทางคนที่กำลังคลี่ยิ้มทันใด
“ฮ่า ๆ ดูจากสีหน้าของท่านแล้วข้าคงจะเดาถูกว่าท่านคือท่านพี่อวี้ิงั้นสินะ ไม่ต้องเป็ห่วงไป ข้าไม่บอกผู้ใดหรอก”
“เ้า...รู้ได้ยังไงกัน...” อวี้ิกล่าวถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ข้าเคยได้ยินข่าวว่าสหายของพ่อข้านามอวี้เทียนมีลูกอยู่สองคน คนหนึ่งเป็พี่ชายนามอวี้ิ ส่วนอีกคนเป็น้องสาวนามอวี้หลิน แต่เื่น่าเศร้าก็เกิดขึ้นเมื่ออวี้ิอายุได้เพียงสิบขวบก็เสียชีวิต เพราะโรคประจำตัว...แต่ไม่คิดเลยนะว่าข่าวที่ชาวบ้านพูดกันจะเป็ข่าวปลอม”
‘นี่มันอะไรกัน ข้าไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลย?!’
“ท่านพี่อย่าได้กังวล ข้าไม่คิดหักหลังท่านนำเื่ไปบอกผู้ใดหรอก ตอนแรกข้าก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก แต่เมื่อวันที่ข้ากลับมานั้น ข้ากำลังเดินเล่นอยู่ใต้ต้นเหมยที่หน้าเรือนก็บังเอิญเห็นท่านเดินออกจากห้องมาอุ้มท่านพี่เหวินจง โดยที่่บนของท่านเปลือยเปล่า ตอนนั้นทำเอาข้าตะลึงไปพักใหญ่เลยทีเดียว ข้าก็เลยคิดว่าท่านคงจะเป็ท่านพี่อวี้ิ พี่ชายของอวี้หลินที่ปลอมเป็นางเป็แน่”
อวี้ิเงียบไปพักหนึ่งแล้วกล่าว “ที่ข้าแต่งงานก็เพื่อให้น้องสาวของข้าได้อยู่กับคนที่นางรักและเพื่อสานสัมพันธ์ให้ครอบครัวทั้งสองสกุลก็เท่านั้น”
เหวินจิวซินพยักหน้ารับให้คนตรงหน้าอย่างเข้าใจ “ข้าพอจะคาดเดาเื่ราวของท่านได้อยู่บ้าง ที่ท่านกล่าวว่าแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์นั้นก็จริงอยู่ แต่ข้าคิดว่าตอนนี้ท่านพี่อวี้ิคงจะรู้สึกชอบท่านพี่เหวินจงเข้าแล้วละ”
อวี้ิวางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วกล่าว “วันนี้จบการสอนเพียงเท่านี้ หน้าที่ของเ้าก็คือคัดบัญชีมาให้เต็มกระดาษม้วนนี้ เพื่อเป็การลงโทษที่เ้าไม่ตั้งใจฟังที่ข้าสอน” กล่าวจบอวี้ิก็เดินกลับไปที่ห้องของตน ทำให้เหวินจิวซินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนเป็ต้องคลี่ยิ้มกว้างออกมาทันใดเมื่อคิดว่าตนเดาใจคนถูก
‘รู้สึกว่าข้าจะหมดหวังเสียแล้วสิ คงมีแต่ต้องสนับสนุนเท่านั้นสินะ’
‧:❉:‧ .。.:*・❀ ‧:❉:‧ .。.:*・❀‧:❉:‧ .。.:*・❀
*ยามจื่อ
(ยามจื่อ คือ่เวลา 23.00 - 24.59 น.)
ขณะที่เหวินจงกำลังนั่งจับปลายพู่กันเขียนอยู่นั้นเขาก็รู้สึกล้าไปทั่วตัวจนดวงตาทั้งสองข้างแทบปิดลงมาเต็มที เมื่อนำปลายพู่กันไปจุ่มที่จานหมึก ก็พบว่าน้ำหมึกที่อยู่ในจานหมึกตอนนี้แห้งขอด เหวินจงถอนหายใจออกมาแล้วเอื้อมมือไปหยิบแท่งหมึกที่อยู่ข้างอวี้ิ
เหวินจงยังไม่ทันได้เอื้อมมือคว้าแท่งหมึกก็พลันทรุดฮวบลงบนตักของอวี้ิ จนเ้าตัวที่กำลังนั่งฝนหมึกอยู่สะดุ้งใทันใด
อวี้ิเช็ดมือที่เปื้อนน้ำหมึกทั้งสองข้างของตนออก แล้วค่อย ๆ พยุงร่างของเหวินจงให้ขึ้นจากตักของตน แต่คนที่นอนอยู่บนตักของเขาดูท่าจะหลับจริงหลับจังเสียจริง ครั้นจะพยุงขึ้นเ้าตัวก็ฟุบตัวลงมานอนที่ตักของอวี้ิเหมือนเดิมอยู่เช่นนี้สามครั้ง
อวี้ิถอนหายใจออกมาหนึ่งคราแล้วลองพยุงตัวเหวินจงขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรเหวินจงก็โผกอดแล้วยื่นแขนโอบรอบคอเขาไว้จนอวี้ิเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก
“อย่าจากข้าไป” เหวินจงพึมพำระคนงัวเงียออกมาเสียงเบา
“นี่เ้าเป็อะไรงั้นรึ” อวี้ิถามอย่างเป็ห่วง
“...”
พออวี้ิถามเขากลับปรากฏว่าคนตรงหน้าไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างนั้น
‘เขาคงจะเหนื่อยมากเลยสินะ’
อวี้ิค่อย ๆ เคลื่อนมือไปปัดผมยาวสีดำประกายน้ำตาลออกจากใบหน้าของเหวินจงแล้วมองใบหน้าของเขาใต้แสงเทียนไปพักหนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตาลงมามองที่ลำคอขาวนวล ในยามนี้ดั่งว่าอวี้ิถูกมนตร์สะกดให้เขาก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากที่ลำคอนั้นพร้อมกับขบเม้มเบา ๆ
“อืม...” ทันใดนั้น กายของเหวินจงก็สั่นระริกพร้อมกับครางเสียงแ่
พออวี้ิเห็นปฏิกิริยาที่อ่อนระทวยของเหวินจงก็ทำให้เขาใจนได้สติกลับคืนมา จึงรีบถอยใบหน้ากลับมาโดยพลัน ‘นี่ข้าทำอะไรลงไป’
อวี้ิพยายามตั้งสติ ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือของเหวินจงที่โอบรอบคอของเขาออก แล้วอุ้มอีกฝ่ายไปนอนที่ห้อง
‧:❉:‧ .。.:*・❀ ‧:❉:‧ .。.:*・❀‧:❉:‧ .。.:*・❀
เหวินจงลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อได้ยินเสียงนกร้องปลุกในยามเช้า “ข้ากลับมานอนที่ห้องั้แ่เมื่อไหร่กัน”
เหวินจงลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบผ้าชุบน้ำจากถังไม้ที่คนรับใช้เตรียมไว้ขึ้นมาบิดให้หมาดแล้วเช็ดใบหน้าของตนเบา ๆ ก่อนจะมองตัวเองในกระจกไปได้พักหนึ่งก็พลันชะงักมืออยู่ที่ลำคอของตนทันใด เพราะเขาสังเกตเห็นรอยอะไรบางอย่างที่ขึ้นสีแดงม่วงอยู่ที่ลำคอของเขาอย่างชัดเจน
“นี่มันอะไรกัน!!” เหวินจงร้องเสียงดังลั่นจนเหวินจิวซินที่อยู่ข้างห้องของเขารีบเข้ามาในห้องเพื่อดูอาการพี่ชายของตนทันใด
“ท่านพี่เหวินจงท่านร้องเอะอะโวยวายอะไรั้แ่เช้างั้นรึ น่าแปลกนักที่ได้เห็นท่านพี่ร้องเสียงดังขนาดนี้”
“เ้าก็ดูที่คอของข้าสิ!!” เหวินจงชี้ที่ลำคอของตนด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อเห็นเช่นนั้นเหวินจิวซินก็กลั้นขำเอาไว้ด้วยหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อยแล้วกล่าวพึมพำเสียงเบา “พี่หญิงของข้าไม่เบาแฮะ”
“เ้าพูดว่าอะไรนะ”
“เปล่า ๆ ข้าแค่พูดว่าทายาสักหน่อยก็คงจะหาย”
“ข้าว่าต้องไปซื้อกำยานหอมมาจุดไล่แมลงเสียแล้วกระมัง”
“ข้าคิดว่าแมลงตัวนั้นคงเป็แมลงที่ตัวใหญ่มิใช่น้อย ว่าแล้วข้าก็อยากให้แมลงตัวนั้นมากัดข้าบ้างเสียจริง”
“เหวินจิวซิน เลิกพูดเหลวไหลแล้วออกไปซะ นี่มันห้องของข้า!”
“เอ๋~ คุยกันไม่ทันไรก็ไล่กันแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนนี้ท่านพี่หลับคากองงานไปเสียดื้อ ๆ ลำบากคนพยุงพาไปนอนที่ห้องไม่พอ ข้ากับพี่หญิงยังต้องช่วยเขียนบัญชีที่เหลือของท่านให้เสร็จอีก”
“...เช่นนั้นก็ขอบใจแล้วกัน”
“คราหลังท่านพี่ก็อย่าหักโหมทำงานนัก” เหวินจิวซินถอนหายใจออกมาครู่หนึ่งก็กล่าวต่อ “ท่านพี่...หากคนที่ท่านเคยชังมีความรู้สึกให้กับท่านแล้ว ท่านก็ควรรักษาไว้ดี ๆ นะขอรับ ข้าขอตัวก่อน”
“...” เหวินจงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองน้องชายของตนเดินออกจากห้องไป
เหวินจงเดินมานั่งที่เก้าอี้ไม้จันทน์ แล้วลูบรอยที่อยู่บนต้นคอของเขาเบา ๆ ‘เมื่อคืนนี้แปลกนัก ข้ารู้สึกสั่นไปทั่วกาย ทั้งรู้สึกเสียววาบที่ท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...่นี้ข้าคงทำงานหนักไปจริง ๆ’