ท่านประธานจอมเผด็จการกับอาจารย์ขาลุย

    บทที่ 40 ของขวัญ (50%)

            ปารมีเดินเข้าห้องแนะแนวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับทำค่ายสัปดาห์หน้า เธอเขย่งปลายเท้าเดินเพื่อไม่ให้เหยียบถูกอุปกรณ์เหล่านั้นราวกับกำลังเต้นบัลเล่อย่างไงอย่างงั้น ก่อนที่จะนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเช็คงาน

            ขณะที่กำลังเช็คตารางวันนี้ว่ามีคำสั่งงานอะไรจาก ผอ. บ้างจากกลุ่มไลน์ของโรงเรียน เธอก็เห็นว่ามีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาในไลน์กลุ่มซึ่งคนที่ส่งเข้ามาคือ ผอ. เอง ซึ่งเนื้อหาของข้อความนั้นมันทำให้เธอถึงกับขมวดคิ้วมุ่นทันที

            ‘เนื่องจากค่ายแนะแนวอาทิตย์หน้า อ.อังศุมาลิน อาจารย์ประจำชั้นห้อง ม.5/1 มีกิจธุระไม่สามารถไปร่วมค่ายได้ จึงขอมอบหมายให้ อ.แพรวพราว ไปแทน....’

            “นี่ฉันต้องไปทำค่ายร่วมกับยัยนั่นอีกเหรอเนี่ย— ให้ตายเถอะ นึกว่าจะไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกแล้วนะเนี่ย”

            ปารมีบ่นอุบทันทีที่ได้อ่านคำสั่งของ ผอ. เนื่องจากตั้งแต่วันนั้น เธอก็รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับแพรวพราวสักเท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนว่าแพรวพราวนั้นจะไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ อีกอย่างเธอรู้สึกว่าแพรวพราวนั้นชอบทำตัวโดดเด่น ซึ่งบางครั้งไอ้ความอยากเป็นจุดสนใจของเจ้าหล่อนนั้นมันคือการแซะเธอ หรือไม่ก็พยายามทำให้เธอดูแย่ในสายตาคนอื่น สำหรับปารมีนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่เป็นพิษมาก

            เธอถอนหายใจ ก่อนจะสังเกตเห็นใครบางคนกำลังด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าห้องเธอ เมื่อเธอสังเกตชัด ๆ ก็พบว่าเป็นแม่บ้านคนที่เคยเข้ามาทำความสะอาดห้องให้เธอก่อนหน้านี้

            “มีอะไรรึเปล่าคะ”

            ปารมีถามออกไป แม่บ้านคนนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นปารมีเธอก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาโดยพยายามระมัดระวังไม่ให้เหยียบของบนพื้น พร้อมกับถือกล่องของขวัญสีชมพูผูกโบว์สีแดงขนาดกลางมาด้วย

            “คือมีของขวัญส่งมาหาอาจารย์ค่ะ...พอดีมันอยู่ที่ป้อมยามหน้าโรงเรียน ลุงยามเลยฝากหนูให้เอามาให้อาจารย์น่ะค่ะ”

            แม่บ้านคนนั้นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นกล่องของขวัญนั้นให้ปารมีและออกจากห้องไปหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ปารมีขมวดคิ้วมองกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษและผูกโบว์อย่างสวยงามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แถมยังแนบการ์ดที่พิมพ์ชื่อเธออยู่ในนั้นอีกด้วย มันจึงทำให้รู้ว่ากล่องของขวัญนี้คือของเธอจริง ๆ

            เธอยืนมองกล่องของขวัญนั้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจแกะกล่องนั้นดูของข้างใน แต่เมื่อเปิดออกดู ปารมีก็ถึงกับผงะ ตัวสั่น หัวใจเต้นเร็วเพราะอาการแพนิคกำเริบ จนเธอต้องรีบควานหากระปุกยาขึ้นมากิน เมื่อของที่อยู่ในกล่องนั้นหาใช่ของธรรมดา ๆ ทั่วไปไม่ แต่เป็นตุ๊กตาบลายผู้หญิงขนาด 1 ฟุตที่ถูกมีดปักที่อกพร้อมกับทาสีแดงที่รอบปากให้ดูเหมือนเลือดไหลออกจากปาก และบริเวณรอบ ๆ ที่มีดปักอยู่!!

            ฉับพลันภาพเมื่อ 1 ปีก่อน ก็ปรากฏขึ้นเป็นแฟลชแบ็คขึ้นในหัว ทำเอาปารมีปวดหัวจี๊ดเพราะความเครียด ก่อนที่เธอจะรีบตั้งสติ หายใจเข้าออก เพราะควบคุมอารมณ์และร่างกายให้อยู่ในความสงบ

            ‘เธอจะต้องไม่อ่อนแอ ปารมี— สู้เข้าไว้....’

            ก่อนที่เธอจะทำใจและเปิดดูของในกล่องอีกครั้งอย่างใจเย็นและสังเกตรายละเอียดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้ง ๆ ที่หัวใจนั้นยังคงเต้นเร็วและถี่ด้วยความตื่นเต้นและความกลัวก่อนหน้านี้อยู่

            ‘ข่าวของพวกชัยวัฒน์เมื่อเช้า กับกล่องของขวัญนี่ มันเกี่ยวข้องกันรึเปล่านะ....’

            ปารมีตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะสังเกตอะไรบางอย่างได้จากตุ๊กตานั้น เธอหยิบตุ๊กตาตัวนั้นขึ้นมาดูก็ถึงกับตะลึง เมื่อเธอเห็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ บนเสื้อของตุ๊กตาตัวนั้นเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 2 คูณ 2 ในช่องแถวบนระบายสีเหลืองและดำ ส่วนแถวล่างระบายสีดำและเหลืองตามลำดับ ส่วนข้าง ๆ นั้นก็มีตัวอักษรอัลฟาเบท L อยู่ข้าง ๆ

            ‘นี่มัน!!!’

            เธอถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นสัญลักษณ์และตัวอักษรนั้น มันเป็นสัญญาณธงที่นักเดินเรือใช้กัน ซึ่งทหารเรือนั้นจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสัญญาณพวกนี้ด้วย ซึ่งสัญลักษณ์นั้นอ่านว่า Lima ซึ่งมีความหมายว่า You should stop your vessel instantly. ซึ่งแปลเป็นไทยคือ ‘ท่านควรหยุดเรือของท่านเดี๋ยวนี้’ หรือในอีกความหมายหนึ่งที่ผู้ส่งจะสื่อมาให้เธอก็คือ

            ‘จงหยุดในสิ่งที่แกคิดจะทำซะ!!’

            ในทางราชนาวีความหมายของสัญญาณนี้คือ สัญญาณเตือนภัยจากการแผ่รังสีของคลื่นวิทยุ ซึ่งแน่นอนแล้วว่าคนที่ส่งกล่องนี้มาต้องรู้เรื่องของเธอดี และต้องเป็นคนที่เคยทำงานในกองทัพเรือหรือเกี่ยวกับเรือมาก่อน ปารมีนั้นคาดเดาได้ไม่ยากว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอได้แต่ยืนจ้องมองกล่องนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ทว่าหนึ่งในนั้นมันคือความรู้สึกหนึ่งที่มันถูกกดมานาน และเพราะกล่องของขวัญนี้มันทำให้เธอนั้นตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

            “เล่นกันถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ— ดี!! แล้วจะรู้ว่าคนที่ถูกกดจนเป็นหมาจนตรอกมันสู้ยังไง”

            นัยน์ตาแข็งกร้าวของปารมีนั้นจ้องมองไปที่ตุ๊กตาตัวนั้นด้วยความรู้สึกแรงกล้าที่อยากจะส่งไปให้เจ้าของที่ส่งมันมารับรู้ว่า เธอเริ่มที่จะโกรธแล้วเหมือนกัน

            --------------------

            หลังเลิกเรียน ปารมีขับรถเต่าคู่ใจของเธอมายังสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอคุ้นเคยกับมันดี นั่นคือสนามยิงปืนจ่าอุทิศ เธอหอบหิ้วกล่องของขวัญที่เธอเพิ่งได้มาวันนี้มาด้วย เธอเห็นจากไกล ๆ ว่าจ่าอุทิศนั้นกำลังนั่งก๊งเหล้าอยู่กับพรรคพวกเธอจึงเดินตรงไปที่นั่นทันที

            “อ้าว— ผู้กอง วันนี้มาซ้อมซะเย็นเลยนะ....แล้วนั่นของขวัญใครละนั่น วันนี้ไม่ใช่วันเกิดผมนา”

            จ่าอุทิศเอ่ยทัก ขณะที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นซดเสียงดัง ปารมียิ้มให้กับคำทักทายที่ปนมุกตลกของจ่าอุทิศ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนที่จ่าอุทิศและพรรคพวกก๊งเหล้าเว้นที่ไว้ให้ ซึ่งทุกคนต่างก็เป็นทหารเรือในสังกัดที่ปารมีเคยอยู่และคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น

            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับผู้กอง สบายดีมั้ยครับ”

            ชายคนหนึ่งที่ดูดูแล้วอายุน้อยกว่าปารมีเล็กน้อยเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นแก้วที่บรรจุสีน้ำอำพันให้เธอ ซึ่งปารมีนั้นก็ได้กล่าวปฏิเสธไป

            “ก็เรื่อย ๆ แหละ”

            เธอได้แต่ตอบกลับไปแบบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ

            “แล้ววันนี้ผู้กองมาที่นี่มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า”

            จ่าอุทิศผู้เป็นเจ้าของที่เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้กองสาวไม่ได้มาสนามยิงปืนเพื่อยิงปืนอย่างที่เขาคิด

            “ก็นิดหน่อยค่ะ”

            ปารมีเอ่ยแค่นั้น จ่าอุทิศก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนิดหน่อยที่ว่านั้น คงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เขาจึงหันไปพูดกับก๊วนกินเหล้าของเขาที่นั่งอยู่สองสามคน

            “เฮ้ย— พวกเอ็ง วันนี้กลับกันไปก่อน ข้ามีเรื่องธุระจะคุยกับผู้กอง”

            “โหย— ลุง เทกันงี้เลยหรอ”

            “ข้าบอกให้ไปก็ไปสิวะ...ไอ้นี่— มากินฟรีแล้วยังเรื่องมากอีก”

            “เออ— ไปก็ได้....ผมไปละครับผู้กอง สวัสดีคร้าบบ”

            ว่าแล้วพรรคพวกที่กำลังนั่งกินเหล้ากับจ่าอุทิศนั้นก็ทยอยแยกย้ายกันไปทีละคน จนสุดท้ายก็เหลือเพียงจ่าอุทิศและปารมีเท่านั้น

            “ผู้กองว่ามาเลยครับ”

            จ่าอุทิศหันมาทางปารมีด้วยสีหน้าจริงจังเขร่งขรึม ส่วนทางด้านปารมีนั้นก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน เธอไม่ได้เอ่ยขึ้นทันที แต่กลับเอากล่องของขวัญที่เพิ่งได้มาวันนี้ขึ้นมาวางบนโต๊ะหินอ่อนก่อนจะเปิดให้จ่าอุทิศดู

            “นี่มัน!!!”

            เขาเห็นสิ่งของในกล่องของขวัญที่ปารมีเอามาก็ถึงกับร้องอุทาน จ่าอุทิศหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกสงสัยปนอารมณ์ไม่พอใจ

            “ใครกันครับผู้กองใครมันส่งมา”

            “จ่าลองสังเกตดูที่ตัวตุ๊กตาดีดีสิคะ”

            ปารมีเอ่ยขึ้น เมื่อจ่าอุทิศสังเกตตามที่ปารมีบอกไป นัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้างทันที พร้อมกับสีหน้าที่ดูยุ่งยาก

            “ที่ปามมาวันนี้ปามอยากจะมาขอความช่วยเหลือจากลุงนิดหน่อย แต่ว่าปามไม่บังคับนะคะ ถ้าลุงไม่สะดวกใจ ไม่จำเป็นต้องช่วยปามก็ได้ เพราะว่ามันอันตรายอยู่เหมือนกัน....”

            จ่าอุทิศที่ได้ยินดังนั้นเขาก็นั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาราวกับตัดสินใจได้

            “ผู้กองว่ามาเลยครับ ผมพร้อมช่วยผู้กองเต็มที่ เพราะท่านนายพลปรีชาก็ช่วยผมมาเยอะ ดังนั้นถ้าเพื่อตอบแทนท่านแล้วผมทำเต็มที่ครับ”

    ปารมีขมวดคิ้วมองไปที่จ่าอุทิศ เมื่อได้ยินข้อมูลใหม่ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

            “ป๊า— น่ะเหรอ...เคยช่วยลุงเอาไว้”

            “ครับ— ผมได้ท่านช่วยเอาไว้หลายอย่าง....ดังนั้นผู้กองบอกมาเลยครับผมช่วยเต็มที่”

            “หรือว่าที่ลุงคอยช่วยปามมาตลอดตั้งแต่ปามบรรจุก็เพราะพ่องั้นเหรอ....”

            ปารมีถามอย่างไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก มันรู้สึกเหมือนเธอถูกหักหลังอย่างไงชอบกล ตอนที่พ่อเธอบังคับให้เธอเป็นทหารเรือ เธอก็ต่อต้านครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเธอไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งพ่อของเธอได้ จึงต้องเข้าสมัครเป็นทหารเรือตามที่พ่อเธอต้องการให้เป็น แต่เธอก็ได้ยื่นเงื่อนไขไปว่าเธอไม่ขอเข้ามาโดยใช้เส้นสาย แต่จะสอบเข้ามาเองเท่านั้น เพราะเธอไม่อยากได้ชื่อว่าใช้เส้น จนถึงขนาดไปเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามสกุลของแม่แทนที่จะใช้นามสกุลของพ่อ เพื่อไม่ใช้ถูกใครบางคนที่ต้องการจะใช้อำนาจและชื่อเสียงของพ่อเธอในการใช้เธอเป็นเครื่องมือ

            หลังจากที่เธอสอบคัดเลือกผ่านจากผู้เข้าสมัครเกือบพันคน เธอติดหนึ่งในห้าสิบ และสามารถเข้ามาบรรจุเป็นนายทหารเรือชั้นสัญญาบัตรจนติดยศเรือตรีหญิงได้ด้วยความสามารถของตัวเอง จากนั้นเธอก็ทำงานโดยใช้ความสามารถของเธอที่มี ไม่เคยใช้อำนาจของพ่อตัวเองเลยสักนิด ตอนที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากจ่าอุทิศนั้นเธอก็นึกว่าจ่านั้นช่วยเพราะความสามารถของเธอ ไม่นึกเลยว่า....

            “ไม่ใช่นะครับผู้กอง—ที่ผมเต็มใจช่วยผู้กองนั้นเป็นเพราะผมนับถือในความสามารถของผู้กองต่างหากละครับ...ส่วนเรื่องที่ผู้กองเป็นลูกสาวของท่านนายพลนั้นผมก็เพิ่งมาทราบเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี่เองครับ...”

            ปารมีหรี่ตามองจ่าอุทิศอย่างประเมินทว่าจ่าอุทิศนั้นก็จ้องตอบกลับมาอย่างไม่หลบสายตา

            “เฮ้อ— ค่ะ ปามเชื่อ...แต่ก่อนที่ปามจะร้องขอความช่วยเหลือจากลุง ปามขออะไรอย่างหนึ่งก่อนได้มั้ยคะ”

            “อะไรครับว่ามาเลยครับ”

            “ลุงอย่าเอาเรื่องที่ปามขอให้ลุงช่วยไปบอกป๊าได้มั้ยคะ”

            จ่าอุทิศนิ่งอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่จะตอบรับ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตอบรับปารมีก็อธิบายในวัตถุประสงค์ที่เธอมาวันนี้ให้กับจ่าอุทิศฟัง ซึ่งเขาเองนั้นก็ฟังปารมีอย่างตั้งใจ ทั้งคู่พูดคุยกันเนิ่นนานจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปหกโมงเย็นปารมีจึงขอตัวกลับ โดยไม่ลืมเอากล่องของขวัญที่เธอเพิ่งได้รับมากลับไปด้วย

            คล้อยหลังรถของปารมี ก็มีชายคนหนึ่งในชุดสีดำเดินออกมาจากเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับสโมสรยิงปืนของจ่าอุทิศ ก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองออกมากดหาเบอร์ของใครบางคน

            “สวัสดีครับท่านครับ ผมเองนะครับ...”







    โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องท่านประธานจอมเผด็จการกับอาจารย์ขาลุย ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405