กลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 31 จนกว่าจะประสบความสำเร็จ

            ชีวิตในแต่ละวันของจูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัวอย่างมีความสุข จนกระทั่งช่วงกลางปีก็มีข่าวเกี่ยวกับการนำระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง เรื่องนี้สร้างความแตกตื่นให้กับยุวชนทั้งหลายเป็นอย่างมาก เพราะหากมีการนำระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้จริงก็เท่ากับว่าพวกเขามีโอกาสที่จะได้ย้ายกลับไปอยู่เมืองหลวงหรือได้ย้ายกลับบ้านเกิดกันเสียที

            “ลี่ลี่ อาหย่วน! ดูท่าว่าเรื่องที่พวกเธอทบทวนตำรับตำรากันทุกวันจะเป็นประโยชน์ขึ้นมาแล้ว” แม่ซ่งเข้าบ้านมาก็รีบตรงเข้าไปหาลูกสะใภ้กับลูกชายทันที “คนเขาลือกันให้ทั่วว่าปีนี้จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เงื่อนไขอื่นยังไม่มีใครรู้แน่ชัด คงต้องรอให้มีประกาศอย่างเป็นทางการอีกที แต่คิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านน่าจะรู้”

            “จริงเหรอคะแม่! ข่าวที่แม่ได้ยินมาเชื่อถือได้ใช่ไหมคะ” จูเสี่ยวลี่ถามอย่างดีใจ เพราะในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึง

            “จริงสิ ฉันได้ยินเขาพูดต่อๆ กันมาอย่างนี้” แม่ซ่งยืนยัน

            “ที่รัก เราจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วนะคะ คุณดีใจหรือเปล่า” จูเสี่ยวลี่หันไปมองสามี แต่เธอกลับเห็นเขาขมวดคิ้ว “คุณเป็นอะไรไปคะ ไม่ดีใจเหรอ”

            “ดีใจสิ แล้วผมก็อยากให้มีการสอบเร็วๆ นี้ด้วยซ้ำ แต่ว่า...” ซ่งหย่วนขมวดคิ้ว

            “แต่ว่าอะไรเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ยังไม่เข้าใจความคิดของสามี

            “ยุวชนที่ถูกส่งมาใช้แรงงานในหมู่บ้านของเรามีเกือบยี่สิบคน ในหมู่บ้านอื่นก็มียุวชนที่ถูกส่งมาใช้แรงงานไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนเหมือนกัน จะเป็นไปได้เหรอที่ทุกคนจะเข้าร่วมการสอบได้ทั้งหมด” ซ่งหย่วนพูดอย่างไม่มั่นใจ “หรือจะมีการกำหนดคุณสมบัติพิเศษอะไรหรือเปล่า แล้วเราสองคนจะมีคุณสมบัติพอไหม”

            “คุณอย่าเพิ่งคิดมากไปสิคะ เชื่อฉันสิว่าเราสองคนมีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้อย่างแน่นอน” จูเสี่ยวลี่บอกสามีอย่างมั่นใจ

            แม้ซ่งหย่วนจะรู้ว่าภรรยาเคยฝันถึงอนาคตและรู้ด้วยว่าเขาสอบผ่านและเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี ถ้าหากว่าความฝันเปลี่ยนแปลงไปแล้วจะทำอย่างไร

            “คุณไม่เชื่อฉันเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ถามสามี

            “ไม่ใช่ไม่เชื่อ เพียงแต่ผมไม่ค่อยมั่นใจ” ซ่งหย่วนตอบ

            “แกนี่นะ ยังไม่รู้อะไรก็ทำหน้าเครียดไปก่อนแล้ว อีกไม่นานทางการคงมีประกาศที่ชัดเจนออกมา แกแค่รอฟังอย่างใจเย็นก็สิ้นเรื่อง” แม่ซ่งบอกลูกชาย

            “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้! คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านเรียกประชุมด่วนเลยครับ คุณลุงฝากมาบอกพวกพี่ว่าการประชุมวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย คุณลุงบอกให้พวกพี่ไปร่วมประชุมให้ได้” ซ่งเจ๋อวิ่งเข้ามาก็รีบพูด “พวกพี่รีบไปเถอะครับ ตอนนี้ยุวชนทุกคนคงไปรวมตัวที่หอประชุมกันหมดแล้ว”

            ซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่ไม่รอช้า พวกเขารีบปั่นจักรยานไปที่หอประชุมกลางของหมู่บ้านทันที

            ยุวชนที่ถูกส่งมาใช้แรงงานต่างมารวมตัวกันที่หอประชุมทั้งหมด แม้กระทั่งบุตรหลานของชาวบ้านที่ยังเป็นนักเรียนทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน เพราะทุกคนต่างคาดหวังกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งนี้

            หัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าฝ่ายผลิตเข้านั่งประจำในตำแหน่งประธานหน้าห้องประชุม

            “ที่ฉันเรียกให้ทุกคนมาในวันนี้เพราะมีเรื่องจะประกาศให้ทราบ” หัวหน้าหมู่บ้านกวาดตามองทุกคน “ก่อนหน้านี้พวกเธอคงได้ยินมาบ้างแล้วใช่ไหมว่าจะมีการเปิดสอบเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่”

            “พวกเราเคยได้ยินมาบ้างครับ แต่พวกเราไม่รู้ว่าการสอบจะจัดขึ้นในช่วงไหน และคุณสมบัติของผู้เข้าสอบจะเป็นยังไง” ยุวชนคนหนึ่งยกมือขึ้นพูด

            “เป็นคำถามที่ดี” หัวหน้าหมู่บ้านชูกระดาษที่อยู่ในมือขึ้นก่อนที่เขาจะอ่านให้ทุกคนฟัง “การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะจัดขึ้นในเดือนสิบเอ็ด คุณสมบัติของผู้เข้าสอบไม่ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษขอแค่คะแนนสอบออกมาดีและอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด พวกเธอก็จะได้เข้าเรียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย”

            เสียงเฮดังขึ้นทันทีที่หัวหน้าหมู่บ้านพูดจบ ในเมื่อไม่มีการกำหนดคุณสมบัติก็หมายความว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมในการสอบ

            “พวกเธออย่าเพิ่งดีใจไป ถึงแม้จะไม่มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมการสอบ แต่ในหนังสือรับรองการสมัครสอบจะต้องมีเลขาธิการฝ่ายผลิตของตำบลเป็นคนลงนามรับรอง” หัวหน้าฝ่ายผลิตมองทุกคนแล้วพูดต่อ “เลขาธิการฝ่ายผลิตให้ความสำคัญกับเรื่องชื่อเสียงและความซื่อสัตย์ของผู้ที่จะเข้าสอบเป็นอย่างมาก ฉันเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตของหมู่บ้านได้รับมอบหมายให้มาดูแลพวกเธอโดยเฉพาะ ฉันหวังว่าหลังจากนี้พวกเธอจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบและประพฤติตัวให้ดี อย่าได้สร้างเรื่องหรือทำลายชื่อเสียงของใครเพียงเพื่อจะทำลายคู่แข่ง ยังไงพวกเธอต่างก็เป็นยุวชนมีการศึกษา อย่าให้ความโลภและความอิจฉามาครอบงำแล้วถลำตัวทำในสิ่งที่ผิด”

            คราวนี้ทุกคนนอกจากจะเงียบเสียงแล้วพวกเขายังมีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด แม้พวกเขาไม่เคยคิดที่จะทำลายชื่อเสียงของใคร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกัน หลังจากนั้นยุวชนทั้งหลายก็หันมองสหายรอบกายด้วยความระวัง

            หัวหน้าหมู่บ้านเห็นอย่างนั้นก็ยิ้ม “แต่ฉันเชื่อว่ายุวชนของหมู่บ้านเตี้ยนสุ่ยของเราไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น และฉันยังหวังว่าทุกคนจะตั้งใจอ่านหนังสือและสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับหมู่บ้านเตี้ยนสุ่ยของเราให้ได้ วันนี้ฉันมีเรื่องที่จะประกาศเพียงเท่านี้ ใครมีข้อสงสัยอยากซักถามอีกไหม”

            ยุวชนคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม “ในหมู่บ้านของเรานอกจากยุวชนแล้วยังมีนักเรียนและผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมการสอบเป็นจำนวนมาก จะไม่มีปัญหาตามมาใช่ไหมครับถ้าทุกคนพร้อมใจกันไปสอบ ผมหมายความว่าหมู่บ้านของเราอาจขาดแรงงาน”

            “จนถึงวันเข้าสอบทุกคนยังต้องทำงานตามหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม มีแค่วันสอบที่เราจะอนุญาตให้ทุกคนหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลา” หัวหน้าหมู่บ้านมองทุกคนแล้วยิ้ม “ถ้ามีประกาศผลสอบออกมาแล้วพบว่าทุกคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ถึงตอนนั้นหมู่บ้านของเราอาจจะขาดแรงงานจริงๆ แต่ตอนนี้พวกเธอยังไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องนั้นหรอก แค่ตั้งใจอ่านหนังสือให้ดีก็พอ”

            ยุวชนคนที่สองยกมือถามต่ออย่างกังวล “แล้วถ้าเกิดมีคนจงใจทำลายชื่อเสียงหรือไม่ก็ใช้เส้นสายจากคนในครอบครัวเพื่อไม่ให้ยุวชนบางคนได้รับหนังสือรับรองจากเลขาธิการฝ่ายผลิตล่ะครับ คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านกับคุณลุงหัวหน้าฝ่ายผลิตจะมีวิธีการป้องกันปัญหานี้ยังไง พวกผมเป็นคนนอกที่มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจึงไม่มีเส้นสายเหมือนคนอื่น ผมกลัวว่าพวกผมจะถูกกลั่นแกล้งในจุดนี้”

            ยุวชนที่เหลือเมื่อได้ยินคำพูดของสหายก็ปรบมือเสียงดังเพื่อเป็นการสนับสนุนเพราะพวกเขากลัวว่าการคัดเลือกผู้ที่มีสิทธิ์สอบจะมีการเลือกปฏิบัติ พวกเขาที่เป็นคนนอกทั้งไม่มีเงินและไม่มีเส้นสายจึงกลัวว่าตนเองจะไม่ได้รับเลือกถ้าทำให้คนไม่พอใจ

            คราวนี้หัวหน้าฝ่ายผลิตเป็นคนตอบคำถาม “พวกเธอจะไม่เชื่อมั่นในตัวฉันกับหัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้พวกเธอเชื่อว่าเลขาธิการฝ่ายผลิตของตำบลเรานั้นเขาเป็นคนดีและทำงานอย่างซื่อสัตย์มาก ขอแค่พวกเธอไม่สร้างปัญหาให้ตัวเอง ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมการสอบในครั้งนี้อย่างแน่นอน”

            เมื่อได้รับคำยืนยันจากหัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าฝ่ายผลิต ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านพักด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น และบ่ายวันนั้นยุวชนส่วนใหญ่ก็มาขอลางานเพื่อที่จะเข้าเมืองไปหาซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบ มีเพียงซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่เท่านั้นที่ยังไปทำงานในทุ่งนาตามปกติ

     

            ณ บ้านพักของเสิ่นต้าไห่

            “วันนี้หัวหน้าหมู่บ้านเรียกไปประชุมเรื่องอะไรคะ” แม้ไฉปาเม่ยจะรู้สึกสิ้นหวังกับการแต่งงานและไม่ได้คาดหวังว่าเสิ่นต้าไห่จะกลับมาดีกับตนเองเหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงอย่างนั้นไฉปาเม่ยก็ยังทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและคอยปรนนิบัติสามีอย่างดีเหมือนเดิม อย่างไรเธอก็ยังมีความเชื่อแบบเดิมคือเมื่อแต่งงานแล้วย่อมไม่มีการหย่าร้าง

            “หัวหน้าหมู่บ้านประกาศว่าทางการจะมีการนำระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสอบ หากใครสอบได้ก็จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและไม่ต้องกลับมาทำงานแลกแต้มในหมู่บ้านอีก” เสิ่นต้าไห่บอกอย่างรวบรัด ไม่ใช่แค่ยุวชนคนอื่นสนใจในเรื่องนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสนใจ เขาอยากกลับไปเมืองหลวง ต่อให้บ้านของเขาจะมีคนอยู่อาศัยด้วยกันหลายคน และไม่ว่าบ้านของเขาจะหลังเล็กมากขนาดไหน แต่มันก็ยังดีกว่าเขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้

            “แล้วคุณคิดว่ายังไงคะ คุณอยากเข้าร่วมการสอบในครั้งนี้หรือเปล่า”

            “อยากสิ ผมต้องเข้าร่วมการสอบในครั้งนี้อย่างแน่นอน” เสิ่นต้าไห่ตอบออกไปตามตรงอย่างมั่นใจ “ผมเป็นคนฉลาดและมีผลการเรียนที่ดีมาก ผมคิดว่าการสอบครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหา ขอแค่คุณยอมให้ความร่วมมือและสนับสนุนผมอย่างเต็มที่ก็พอ”

            “ให้ความร่วมมือเหรอคะ?” ไฉปาเม่ยมองสามี “ฉันก็ให้ความร่วมมือกับคุณมาตลอดนะ มีเรื่องไหนที่ฉันเคยคัดค้านคุณบ้าง ถ้าคุณอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยคุณก็ไปสอบสิ ฉันสนับสนุนคุณอยู่แล้ว”

            “คุณจะไม่ถามผมหน่อยเหรอว่าผมจะให้คุณช่วยเรื่องอะไร” เสิ่นต้าไห่ไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเข้าใจและตอบรับเร็วขนาดนี้ เขาถามย้ำ “คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหมเนี่ย”

            “ฉันเข้าใจอยู่แล้วสิ ถ้าเป็นเรื่องเงินยังไงเราก็ต้องหาช่วยกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นเดี๋ยวคุณก็มาบอกฉันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ” ไฉปาเม่ยตอบพร้อมกับทำงานบ้านไปด้วย ข้าวของที่ถูกทิ้งอยู่อย่างกระจัดกระจายล้วนเป็นฝีมือของเสิ่นต้าไห่ แต่เธอไม่กล้าบ่นได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปเพราะกลัวว่าถ้าพูดไม่เข้าหูแล้วเสิ่นต้าไห่จะทำร้าย

            “เข้าใจอย่างนั้นก็ดี ส่วนเรื่องเงินน่ะยังไงเราก็ต้องรีบหามาเก็บไว้ เผื่อว่าถ้าผมสอบติด ผมยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางกลับเมืองหลวง แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากให้คุณเข้าใจและยอมทำตามก็คืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการสอบ ช่วงนี้ผมจะไม่ไปทำงานในทุ่งนาแล้วจะหันมาตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวต้องเป็นคุณคนเดียวแล้ว”

            ไฉปาเม่ยกัดฟันข่มความโมโหและไม่พูดอะไร เพราะต่อให้เธอไม่เห็นด้วยแล้วเธอจะพูดอะไรได้ ในเมื่อสามีตัดสินใจแล้วเธอมีหน้าที่แค่ต้องทำตาม

            เสิ่นต้าไห่รู้ว่าภรรยาไม่พอใจ เขาเดินเข้าไปกอดเธอแล้วพูดปลอบใจ “คุณอย่าคิดว่าผมกำลังเอาเปรียบคุณเชียวนะ แต่ที่ผมต้องทำอย่างนี้เพราะผมอยากสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรก และถ้าผมสอบเข้าเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยและเรียนจบออกมาได้ ถึงตอนนั้นผมก็จะมีหน้าที่การงานที่ดีรออยู่ เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องมานั่งทำงานหลังขดหลังแข็งตากแดดตากฝนกันแบบนี้ อ้อ...แล้วคุณก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะว่าถ้าผมสอบได้แล้วผมจะทิ้งคุณ เพราะผมจะพาคุณกลับไปเมืองหลวงด้วยกัน”

            “คุณจะพาฉันไปเมืองหลวงด้วยเหรอ!” ไฉปาเม่ยถามอย่างตกใจทั้งดีใจเพราะไม่คิดว่าสามีจะมีความคิดแบบนี้

            “แน่นอนสิ คุณเป็นภรรยาของผมแล้วผมจะทิ้งคุณให้อยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วยว่าคุณอยากไปใช้ชีวิตร่วมกันกับผมที่เมืองหลวงหรือเปล่า” เสิ่นต้าไห่กอดภรรยา หลังจากที่รู้ว่าจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เสิ่นต้าไห่ก็มีเรื่องให้คิดทบทวนมากมาย และเมื่อไตร่ตรองดีแล้วก็พบว่าเขาต้องพาไฉปาเม่ยไปเมืองหลวงด้วยกันเขาถึงจะประสบความสำเร็จและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ส่วนว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทำไมนั้นเขาจะยังไม่บอกเธอ

            “ฉันยินดีตามคุณไป!” ไฉปาเม่ยโผเข้ากอดสามี “ตั้งแต่วันนี้คุณตั้งใจอ่านหนังสือสอบให้สบายใจ เรื่องอื่นปล่อยให้ฉันจัดการ”

            “ผมจะตั้งใจอ่านหนังสือแล้วจะพาคุณไปเมืองหลวงให้ได้” เสิ่นต้าไห่กอดภรรยา ‘แรงงานชั้นดีอย่างเธอฉันจะปล่อยไปได้ยังไง เธอมีหน้าที่ต้องดูแลฉันไปจนกว่าฉันจะประสบความสำเร็จ’

    คล้ายกับเรื่องกลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577