“เจ้าว่าอะไรนะ?” สีหน้าของซือหม่าหย่าหลานพลันซีดเผือดในทันทีหากปล่อยให้สารนั้นส่งไปถึงค่ายกองทัพอี้จวิน และไปถึงมือของคนผู้นั้นนางจะมีหน้าไปเจอเขาอีกได้อย่างไร นางไม่ใช่สินค้าไร้ค่า ไม่ใช่ตัวประกันที่ใช้แลกเปลี่ยนแผ่นดิน!นางคือองค์หญิง องค์หญิงที่งดงามและสูงศักดิ์ที่สุดของซีเฮ่านางต้องการยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม นางต้องการความรักและความเคารพจากเขา…
“ดี ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปได้!”
นางกำนัลใหญ่คนนั้นมองผู้เป็นนายที่ค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดผู้เป็นนายถึงไม่กังวลแต่นางก็ไม่กล้าถามมากนักจึงก้มหน้าก่อนจะถอยออกไป
แม่นมอาวุโสเหมือนจะคาดเดาได้จึงเอ่ยถามอย่างลังเลว่า “องค์หญิง จะใช้แผ่นป้ายที่สาม...”
ซือหม่าหย่าหลานก้มหน้าจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยอยู่นานก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นสีหน้าที่ขาวซีด ทว่าในแววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“แม่นม ‘อู๋เหยียน[1]’ ยังมีอยู่หรือไม่?”
แม่นมอาวุโสตกใจจนมือสั่นและเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว“องค์หญิง หรือว่าท่านจะ…”
ซือหม่าหย่าหลานพยักหน้าริมฝีปากชมพูระเรื่อของนางเม้มแน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ “ใช่แล้วเสด็จพี่ควรจะพักผ่อนได้แล้ว”
แม่นมอาวุโสทนไม่ไหวอีกต่อไปเศษกระเบื้องในมือที่เพิ่งเก็บขึ้นมาครึ่งหนึ่งก็ร่วงหล่นลงไปบนพื้นอีกครั้ง
“อ...องค์หญิง นั่นมันคือการ...”
ซือหม่าหย่าหลานโบกมือเบาๆนางหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำแผ่นสุดท้ายออกมาจากกล่องไม้จันทน์แกะสลักอันเล็กๆที่ดูไม่โดดเด่น จากนั้นจึงลูบไล้มันอยู่นานก่อนจะวางลงบนโต๊ะ
“เจ้าจงนำป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำแผ่นนี้ไปส่งให้ท่านแม่ทัพจินหัวหน้ากองทัพองครักษ์ด้วยตนเอง บอกเขาว่าอีกหนึ่งชั่วยามให้ปิดล้อมวังหลวงห้ามไม่ให้ใครเข้าออกออย่างเด็ดขาด หากไม่ได้รับคำสั่งจากข้านอกจากนี้สั่งการให้กองทัพชุดดำสกัดจดหมายที่ส่งออกไป”
“เพคะ องค์หญิง” แม่นมอาวุโสรับป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำด้วยมือสั่นเทาแล้วก็อดถามไม่ได้ “แล้วท่าน…”
“ข้าไม่ได้เข้าครัวมานาน วันนี้ข้าจะทำอาหารด้วยตนเองสักสองสามอย่างและดื่มชาพร้อมชมดอกไม้รับลมฤดูใบไม้ผลิกับเสด็จพี่!”
สีหน้าของแม่นมอาวุโสซีดขาวลงอีกสามส่วนนางรีบก้มหน้าแล้วถอยออกไป ทิ้งให้สวนหลิวเซียนยังคงเงียบสงบและงดงามเหมือนเช่นเคยใต้ชายคามีกรงนกแขวนอยู่และใส่ข้าวสวยและน้ำสะอาดเอาไว้ทำให้เหล่านกตัวน้อยแย่งอาหารกันและส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างสดใส
แม่นมอาวุโสถอนหายใจยาวหากวิญญาณของพระชายาองค์ก่อนเห็นการต่อสู้ระหว่างองค์ชายใหญ่กับองค์หญิงเช่นนี้ไม่รู้ว่าหัวใจจะเจ็บปวดเพียงใด?
นางบีบป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำเอาไว้ในมือแน่นก่อนจะเก็บมันไว้ในอกเสื้อและก้าวออกจากวังหลวงไป เหมือนที่องค์หญิงกล่าวไว้แผ่นดินซือหม่านี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องถูกทำลายลงด้วยฝีมือของฝ่าบาทองค์หญิงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะกู้สถานการณ์ไว้อย่างน้อยสกุลซือหม่าก็ยังสามารถรักษาเกียรติและความรุ่งเรืองของรุ่นต่อไปเอาไว้ได้…
ตีนไก่ตุ๋นยาจีนพุทราดองน้ำผึ้ง และรากบัวเคลือบกุ้ยฮวา อาหารเล็กๆ น้อยๆ แต่ละอย่างถูกทำขึ้นใหม่ซือหม่าหย่าหลานค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดอยู่ออกในที่สุดนางไม่เคยเห็นว่างานในครัวซึ่งควรเป็นหน้าที่ของสาวใช้เหล่านี้มีเสน่ห์ตรงไหนเมื่อครั้งที่เสด็จแม่สอนให้นางทำอาหารสามจานนี้ก่อนที่จะสิ้นลมนางรู้สึกเกลียดกลิ่นน้ำมันและความมันของห้องครัวเป็นที่สุดถึงแม้ว่าหลายปีมานี้จะไม่เคยทำแม้แต่ครั้งเดียว แต่วันนี้… เพื่อ… นางยอมแหกกฏเสียแล้ว
ซือหม่าเชวี่ยนไม่ได้เมามายเหมือนทุกวันเขากำลังเรียกอัครมหาเสนาบดีกรมพิธีการเข้ามาสั่งการเรื่องสินสมรสทันใดนั้นเขาได้ยินข่าวว่าองค์หญิงผู้เป็นน้องสาวจะนำอาหารและเหล้ามาขอโทษสีหน้าของเขาก็เผยยิ้มอย่างภาคภูมิใจถึงสามส่วนและได้โบกมือให้อัครเสนาบดีกรมพิธีการที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวออกไปและเอ่ยปากเรียกน้องสาวเข้ามา
ซือหม่าหย่าหลานเปลี่ยนชุดจากฉลองพระองค์เป็นเสื้อคลุมผ้าไหมสีเหลืองอ่อนกับกระโปรงบานแบบเรียบง่าย นางรวบผมอย่างเรียบร้อยโดยไม่ให้สาวใช้ช่วยเหลือใดๆแล้วถือกล่องอาหารด้วยตนเองทันทีที่นางก้าวเข้ามาในท้องพระโรงจนซือหม่าเชวี่ยนที่เห็นก็ตกตะลึงเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ยังไม่สิ้นพระชนม์นางชอบแต่งกายเช่นนี้เสด็จแม่มักจะกล่าวว่านางเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่สวรรค์ประทานมาให้สกุลซือหม่าในสมัยนั้นครอบครัวของเขามักจะนั่งกินอาหารว่างฝีมือของเสด็จแม่กันในสวนโดยไม่มีคนนอกเข้ามารบกวน ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขและเรียบง่ายอย่างยิ่ง
เมื่อคิดถึงตอนนี้แม้การเป็นฮ่องเต้จะมีความสุขอย่างไรแต่เขาก็ไม่สามารถหวนกลับไปในช่วงเวลาเหล่านั้นได้อีกแล้ว
ซือหม่าหย่าหลานไม่รบกวนพี่ชายที่กำลังใจลอยนางค่อยๆ เปิดกล่องอาหาร หยิบอาหารว่างออกมาหลายจานพร้อมกับเหยือกหยกขาวคอยาวจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย “เสด็จพี่ยังโกรธข้าอยู่หรือไม่? ข้าตั้งใจเตรียมอาหารว่างสองสามจานมาโดยเฉพาะข้ามาดื่มเหล้าเป็นเพื่อนท่านเพื่อเป็นการไถ่โทษเป็นเช่นไร?”
ซือหม่าเชวี่ยนรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับประหลาดใจที่ได้รับความรักเช่นนี้แม้แต่ตอนที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ยังมีชีวิตอยู่น้องสาวที่เย็นชาและสูงศักดิ์ก็ไม่เคยทำตัวสนิทสนมกับเขาเช่นนี้มาก่อน
“แค่กๆ” เขากระแอมออกมาเบาๆ สองครั้งก่อนจะหาเสียงของตนเองเจอเขาพยายามทำท่าทางโอ้อวดแล้วโบกมือพลางพูดว่า “ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันไฉนจะโกรธเจ้าได้? มาเถิด เราพี่น้องมานั่งคุยกันบ้างเถอะ”
บนใบหน้าที่งดงามของซือหม่าหย่าหลานยังคงมีรอยยิ้มเช่นเดิมนางยื่นมือไปคีบรากบัวชิ้นหนึ่งให้พี่ชาย พลางพูดเร่งเร้าว่า “เสด็จพี่ลองชิมรากบัวนี้ก่อน ข้าใส่น้ำผึ้งดอกกุ้ยฮวาลงไปเยอะเลย จำได้ไหมว่าตอนเด็กๆท่านชอบขนมจานนี้ฝีมือเสด็จแม่เป็นอย่างมาก กินจนแทบจะทำให้ฟันผุเสด็จแม่เลยไม่ยอมทำให้ท่านกินอีก”
“ใช่แล้ว” สีหน้าของซือหม่าเชวี่ยนพลันลดความเย่อหยิ่งลงแล้วมีความเศร้าครอบงำอยู่หลายส่วน “เผลอแป๊บเดียวเสด็จแม่ก็สิ้นพระชนม์ไปหกปีแล้วเจ้าเองก็...โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว”
เขาพูดพลางหยิบรากบัวขึ้นมากัดคำหนึ่งแล้วถอนหายใจ “อืม รสชาติเหมือนกับของเสด็จแม่สักเจ็ดส่วนเมื่อครั้งนั้นเสด็จแม่บอกว่าสตรีต้องเรียนรู้การทำอาหารเพื่อที่จะได้ดูแลครอบครัวสามีในอนาคต แต่เจ้ากลับไม่ยอมและยังงอแงไปอีกสองวันตอนนี้เจ้าเองก็ต้องออกเรือนแล้ว หลานเอ๋อร์ข้าเป็นพี่ชายของเจ้าย่อมไม่ทำร้ายเจ้า เจ้าเองก็ชอบติดตามเขาคนนั้นมาตั้งแต่เด็กๆการได้แต่งงานกับเขาก็ถือเป็นความปรารถนาของเจ้า ดังนั้นเจ้าก็อย่าดื้อดึงอีกเลยได้หรือไม่?”
ขนตายาวของซือหม่าหย่าหลานสั่นไหวนางปิดบังความเกลียดชังในแววตา สีหน้าของนางกลับมีความแน่วแน่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นมากลับยิ้มอย่างอ่อนโยนและน่ารักมือถือจอกเหล้าไว้อย่างมั่นคง
“เสด็จพี่พูดถูกแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าเพียงเอาแต่ใจไปสักหน่อยเท่านั้น ตอนนี้มิใช่ว่ากำลังมาขอโทษเสด็จพี่อยู่หรอกหรือ?”นางพูดพร้อมกับยกมือเทเหล้าลงในจอกของซือหม่าเชวี่ยนและของตนเองจนเต็ม
“ข้าขอดื่มให้เสด็จพี่หนึ่งจอก!”
“ดี เจ้าคิดได้ก็ดีแล้ว” ซือหม่าเชวี่ยนรู้สึกดีใจมากเขายกมือหยิบจอกเหล้าขึ้นมาแต่มีขันทีคนหนึ่งที่ไม่รู้กาลเทศะเข้ามาพร้อมหยิบเข็มเงินเพื่อทดสอบพิษ
ซือหม่าหย่าหลานอาจรู้สึกว่าเป็นการถูกระแวงนางจึงทำสีหน้าบึ้งตึงทันที ซือหม่าเชวี่ยนเห็นเช่นนั้นก็เตะขันทีคนนั้นออกไปทันทีแล้วตะโกนด่า “เจ้าข้ารับใช้ตาบอดหรือเจ้าคิดว่าองค์หญิงจะวางยาพิษข้าอย่างนั้นหรือ? ไสหัวไปซะ!”
ขันทีคนนั้นตกใจกลัวจนแทบขาดใจเขาทั้งวิ่งทั้งกลิ้งไปคุกเข่าอยู่มุมท้องพระโรงและไม่กล้าลุกขึ้นมาอีก
ซือหม่าหย่าหลานจึงค่อยๆกลับมายิ้มใหม่อีกครั้ง แล้วชนแก้วกับเสด็จพี่เบาๆ ก่อนจะดื่มจนหมดแก้วจากนั้นนางก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมุมปาก
ซือหม่าเชวี่ยนเองก็ดื่มจนหมดเช่นกันก่อนจะสงสัยว่า “นี่มันเหล้าหนี่ว์เอ๋อร์หงที่บ่มมาสิบแปดปีใช่หรือไม่? น้องคงไม่ได้เอาเหล้าสำหรับงานมงคลของเจ้าออกมาหรอกนะ?”
“เสด็จพี่ทายถูกแล้ว” ซือหม่าหย่าหลานพยักหน้า นางค่อยๆวางผ้าเช็ดหน้าลงเบาๆ พร้อมกับยิ้มอย่างแปลกๆ“เหล้านี่คือเหล้าหนี่ว์เอ๋อร์หงยี่สิบไหที่เสด็จพ่อฝังไว้ในสวนบ๊วยตั้งแต่ข้าเกิดเพื่อจะนำออกมาใช้รับรองแขกในงานแต่งงานของข้า”
“เหลวไหล! นี่ยังไม่ถึงวันงานเลยเจ้าจะเอาออกมาใช้ทำไม?” ซือหม่าเชวี่ยนถลึงตาใส่ แต่ก็ยังแกล้งแหย่เล่น “หรือว่าน้องใจร้อนอยากจะออกเรือนเสียเดี๋ยวนี้เลยใช่หรือไม่?”
ซือหม่าหย่าหลานพยักหน้ารอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไป นางพูดเบาๆ“ข้ารอที่จะแต่งงานกับพี่เป่าตั้งแต่อายุสิบสามเมื่อเสด็จพ่อพูดถึงเรื่องการแต่งงานของเรา ข้าดีใจจนแทบจะบ้าข้าคอยปักชุดเจ้าสาวทั้งวันเพียงแต่รอให้เขากลับมาเพื่อจะแต่งงาน ทว่าชุดเจ้าสาวของข้าก็ปักเสร็จแล้วแต่เขาล่ะ? ถูกท่านวางยาด้วยน้ำชาพิษจนเสียชีวิต”
ซือหม่าเชวี่ยนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติแต่คำพูดของน้องสาวทำให้เขารู้สึกอึดอัดและกระวนกระวายใจ“เรื่องในตอนนั้นผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ เจ้าจะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม? อีกอย่างเขาก็เป็นคนดวงแข็ง ยังฟื้นกลับมาใหม่ได้เลยไม่ใช่หรือ?”
ซือหม่าหย่าหลานหัวเราะอย่างเย็นชาพลางใช้นิ้วมือทั้งสองข้างลูบไล้รอยด้านบนปลายนิ้ว“เสด็จพี่พูดง่ายเกินไป ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าต้องสวดมนต์เพื่อเขาตั้งกี่ครั้ง? เขาสร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับแผ่นดินซีเฮ่า เพิ่งจะปราบพวกเถียเหล่ยได้สำเร็จก็ถูกท่านวางยาจนเสียชีวิตเสด็จพี่ไม่เคยนึกถึงความสัมพันธ์ที่เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเลยสักนิดจริงๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้นซือหม่าเชวี่ยนก็โกรธจัดจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา “เจ้ากำลังโทษข้าอย่างนั้นหรือ? เจ้ากับเขามีความสัมพันธ์กันไม่ผิด แต่ข้าไม่เคยเห็นเขาเป็นพี่น้องเลยสักครั้งหรือ?เมื่อไรที่มีเขาอยู่เสด็จพ่อเคยชมข้าสักคำหรือไม่? เกรงว่าคนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขาเป็นจวิ้นหวัง [2] น้อยในวังเสียด้วยซ้ำ!แม้แต่เจ้า เจ้าเองก็ยังสนิทสนมกับเขามากกว่า!”
เมื่อคิดถึงความไม่ได้ดั่งใจตั้งแต่เด็กซือหม่าเชวี่ยนก็คว้าเหยือกเหล้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วเทใส่จอกดื่มรวดเดียวจนหมด
ซือหม่าหย่าหลานแววตาสั่นไหวแต่นางกลับไม่พูดอะไรออกมาอีก
คราวนี้ถึงตาซือหม่าเชวี่ยนที่รู้สึกเสียใจในไม่ช้าน้องสาวของเขาก็ต้องแต่งงานเพื่อแผ่นดินของสกุลซือหม่าอย่างไรก็ไม่ควรทำให้นางต้องเจ็บปวดดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป็นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น“เจ้าอย่าจมปลักกับเรื่องในอดีตอีกเลย ตอนนี้เจ้ากำลังจะออกเรือนแต่หลังจากนี้อย่าลืมว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่สูงศักดิ์ที่สุดของซีเฮ่าหากเขารังแกเจ้า เจ้าก็แค่ส่งข่าวกลับมา ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
ซือหม่าหย่าหลานยิ้มเยาะมากขึ้นนางพูดเยาะเย้ยถากถาง “เสด็จพี่กลับส่งข้าออกไปเหมือนกับสินค้าชิ้นหนึ่งเพียงเพื่อแลกกับครึ่งแผ่นดินของสกุลซือหม่าเสด็จพี่คิดหรือว่าเขาจะยังปฏิบัติต่อข้าเสมือนของล้ำค่า? ต่อให้ข้าส่งข่าวกลับมาเสด็จพี่จะเสด็จไปทำศึกเพื่อทวงความยุติธรรมให้ข้าหรือ?เสด็จพี่อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเมาหลับอยู่ในอ้อมอกของสนมคนไหน!”
“สามหาวนัก!” ซือหม่าเชวี่ยนถูกน้องสาวแท้ๆ ตำหนิว่าไร้ความสามารถเขาโมโหจนทนไม่ไหวและลุกขึ้นยืนทันทีพลางคิดจะด่าอีกครั้ง แต่กลับรู้สึกเวียนหัวดวงตาพร่าเลือน แล้วล้มลงไปกับพื้น
บรรดานางสนมและขันทีในท้องพระโรงต่างตกใจรีบจะเข้ามาตรวจดู แต่ซือหม่าหย่าหลานยกมือขึ้นห้ามไว้ นางค่อยๆ ย่อตัวลงเห็นพี่ชายที่กำลังปากเบี้ยวลิ้นห้อย มือเท้ากระตุก นางก็อดที่จะรู้สึกสะใจไม่ได้นางกระซิบที่ข้างหูของพี่ชายเบาๆ “เสด็จพี่ไม่ต้องห่วง ข้าจะต้องได้อภิเษกสมรสกับพี่เป่าแน่นอนแต่ข้าจะยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างามและมองไปยังแผ่นดินที่งดงามของซีเฮ่าร่วมกับเขาส่วนสินสมรสที่พี่ใหญ่สัญญาจะให้แผ่นดินครึ่งหนึ่งกับข้าข้าได้มอบให้พี่เป่าไปล่วงหน้าแล้ว”
แววตาของซือหม่าเชวี่ยนเต็มไปด้วยความสงสัยแต่จู่ๆ แววตาของเขากลับสว่างวาบขึ้นแล้วกลับเป็นสีหน้าเขียวคล้ำมือเท้าของเขากระตุกรุนแรงมากขึ้นและกัดฟันดังกรอดๆ
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะกัดลิ้นตนเองนางจึงเอาตะเกียบใส่เข้าไปในปากของเขา แล้วพูดต่อ“เกรงว่าเสด็จพี่คงจะเดาออกแล้วสินะ? ใช่ข้าคือคนที่สั่งให้เฝิงหย่งยอมแพ้ ไหนๆ แผ่นดินและสิ่งอื่นๆ ของสกุลซือหม่ากำลังจะพังลงในมือของเสด็จพี่มิสู้ให้ข้าช่วยดีกว่า วันข้างหน้าเมื่อข้าได้เป็นฮองเฮาและมีทายาทสืบทอดแผ่นดินซีเฮ่าบรรพบุรุษของสกุลซือหม่าคงจะยิ้มด้วยความพอใจและชื่นชมอยู่ในปรโลก”
-----------------------------------------
[1] อู๋เหยียน 无言 หมายถึงปราศจากคำพูด ในที่นี้ใช้สื่อถึงชื่อยาพิษชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ทำให้ไม่สามารถพูดและขยับได้
[2] จวิ้นหวัง 郡王 หมายถึงจวิ้นอ๋อง ขั้น 1 ชั้นรอง เป็นตำแหน่งรองจากอ๋องและเป็นตำแหน่งเริ่มต้นที่ฮ่องเต้จะมอบให้กับพระโอรสผู้ที่จะได้รับตำแหน่งจวิ้นอ๋องนอกจากพระโอรสของฮ่องเต้แล้วโดยมากยังมีพระโอรสในหวงไท่จื่อหรือพระโอรสในอ๋อง ซึ่งเป็นพระนัดดาของฮ่องเต้ด้วย