ณ ห้องนอนแห่งหนึ่งในเวลากลางคืน มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะทำงาน โดยที่มีโคมไฟอันนึงที่ทำหน้าที่ส่องแสงสว่างเพื่อที่จะให้เด็กหนุ่มอ่านหนังสือได้
“สุดยอด! สนุกมากเลยเื่นี้คุ้มค่ากับการที่อุส่าไปยืนต่อแถวซื้อนะเนี่ย!”
เด็กหนุ่มนามว่าเลโอ กำลังนั่งอ่านนิยายเเฟนตาซีแนวต่างโลก ซึงเป็นิยายเเนวที่เด็กหนุ่มชอบที่สุดและเป็กิจกรรมโปรดที่เลโอจะต้องทำเป็ประจำทุกวันในตอนกลางคืนหรือในเวลาที่ว่าง
“สักวันก็อยากลองไปต่างโลกจังเลยน้า”
(เเต่ว่า…)
เด็กหนุ่มเลโอกำลังคิดว่าต่างโลกนี้มันจะมีจริงๆหรอ?
ณ โลกที่เด็กหนุ่มอยู่ ตอนนี้เป็โลกเเห่งวิทยาศาสตร์ เเน่นอนว่าเื่ที่ว่ามีโลกเวทมนตร์เเฟนตาซีอยู่หรือต่างมิติอะไรทำนองนี้ ยังเป็เื่ที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในตอนนี้ยังไม่ได้ มีเเค่เป็ทฤษฎีที่ต้องรอการพิสูจน์อยู่ บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็เเค่เื่งมงายที่ไม่มีจริง
“แถมพรุ่งนี้เราก็จะขึ้น ม.ปลายเเล้วด้วยสิ โดนคนอื่นบอกว่าให้คิดเื่อนาคตหรือเดินตามฝันอะไรทำนองนั้นได้แล้วด้วยสิ”
เด็กหนุ่มเลโอเป็คนที่ไม่ได้วางเเผนอนาคตไว้เลยเเเม้เเต่น้อย ใช้ชีวิตไปวันๆ เอื่อยๆหรือเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า
“เห้อ...ความฝันอย่างนั้นหรอ ถ้าเอาไปบอกเพื่อนว่าความฝันของฉันคือไปต่างโลกยังไงละ! ก็ต้องโดนด่ากลับมาว่าโตป่านนี้แล้วยังทำเป็เด็กอยู่อีกแน่ๆ มีหวังชีวิต ม.ปลายฉันจบด้วยการถูกเรียกว่าเป็จูนิเบียวเเน่ๆ”
แต่ถึงยังงั้นตัวของเด็กหนุ่มก็ไม่คิดที่จะล้มเลิกที่จะเชื่อในความฝันที่ว่าอยากไปต่างโลกเเม้เเต่น้อย
(ความฝันของตัวเราเองนั้นมีแค่ตัวเราเองเท่านั้น ที่จะตัดสินได้ว่าเป็สิ่งที่ดีหรือไม่ดี)
“เอาเถอะ ค่อยคิดต่อพรุ่งนี้ละกัน นอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเเต่เช้าด้วยสิ”
❂
ถึงเวลาเช้าตรู่มีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาน่ารัก ผมสั้นสีดำ ผิวขาวเนียนใสดูจากชุดนักเรียนแล้วน่าจะอยู่ ม.ปลาย กำลังเดินไปที่หน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วก็กดกระดิ่งหน้าบ้าน
จากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงวัยกลางคนพูดกลับมาว่า ‘ค่า มาแล้วค่า’ พอหญิงวัยกลางคนเปิดประตู หญิงสาวก็กล่าวทักทายด้วยนํ้าเสียงสดใส
“สวัสดีค่ะ คุณน้า”
“สวัสดีจ้ะ! หนูลูน่า มารับไอเ้าลูกชายจอมี้เีอีกเเล้วหรอจ้ะ”
คุณเเม่ของเลโอพูดด้วยเสียงเล่นๆสบายๆ ดูก็รู้ในทันทีว่าเป็คนอารมณ์ดี
“ค่ะ เลโอยังไม่ตื่นหรอคะ?”
“เหมือนเดิมเเหละจ้ะ ไปปลุกให้น้าหน่อยสิ”
ลูน่าตอบว่า ‘ได้ค่ะ’ เเล้วเดินไปปลุกเลที่ห้องโดยใช้เวลาเดินไปไม่นานราวกับรู้เส้นทางโดยละเอียด พอถึงหน้าห้องลูน่าก็เปิดประตูห้องเข้าไปทันทีโดยไม่มีการเคาะหรือเรียกก่อน ทำตัวเสมือนเป็บ้านของตัวเอง
เเล้วเดินเข้าไปที่เตียงเห็นเลโอนอนหลับอยู่บนเตียง ลูน่าจึงยืนมองหน้าเลโอตอนหลับอยู่สักพักนึงเเล้วจึงส่งเสียงเรียกเพื่อปลุกให้ตื่น พร้อมกับเขย่าไหล่เบาๆ
“เลโอ ตื่นได้เเล้ว เช้าเเล้วนะ”
เลโอยังไม่เเสดงทีท่าว่าจะตื่น เเล้วยังทำหน้าเคลิ้มเหมือนกับว่าเป็ฝันที่มีความสุขมากอย่างนั้นเเหละ พอลูน่าเห็นดังนั้นก็พูดออกมาว่า ‘ช่วยไม่ได้ละนะ’
พร้อมกับกำหมัดเเล้วซัดไปที่ตรงหน้าอกของเลโอ ทำให้เลโอตื่นเเละร้องออกมาอย่างเสียงดัง ‘อ๊ากกกกก!!!'
“ยัยบ้า! ทำอะไรของเธอเนี่ย”
“หา? ก็ปลุกนายไง รู้สึกขอบคุณฉันด้วยละ”
“ปลุกบ้านไหนของเธอเนี่ย! เเบบนี้มันเรียกเจตนาฆ่าชัดๆ”
“ถ้าฉันจะฆ่านาย นายตายไปเเล้วย่ะ อย่ามัวบ่นเเล้วลุกขึ้นไปอาบนํ้าได้เเล้วจะสายเเล้วนะ เดี่ยวไปพิธีปฐมนิเทศไม่ทันอีก”
“ไม่ไหวอะ ปวดตัวไปหมดเเล้ว ใครก็ไม่รู้ทำ”
เลโอทำท่าทีเหมือนเเกล้งสำออย เหมือนคนกำลังจะตาย ทำให้คิ้วของลูน่ากระตุกหนึ่งที พร้อมถามคำถามด้วยเสียงที่รู้เลยว่ากำลังโกรธ
“จะเอาอีกสักหมัดไหมละ”
พูดเสร็จก็กำหมัด ทำให้เลโอสะดุ้งโหย่งทันที
“ละ ล้อเล่นเฉยๆนะ คุณลูน่า ผมจะไปอาบเดี่ยวนี้ละครับ! เชิญลงไปข้างล่างก่อนเลย”
พูดเสร็จก็วิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่เเขวนอยู่เเล้ววิ่งเข้าห้องนํ้าไป ส่วนลูน่าเห็นเเบบนั้นก็ถอนหายใจเเล้วก็ออกมาจากห้องเเล้วเดินลงไปข้างล่าง
พอเดินมาถึงห้องครัวก็พบกับคุณเเม่ของเลโอกำลังเตรียมอาหารอยู่ ซึ่งเป็อาหารง่ายๆเช่น ไข่เจียว น้ำพริกเเละก็ซุปมิโซะ พร้อมผักเครื่องเคียงต่างๆ เป็การผสมผสานอาหารของสองประเทศด้วยเเท้จริง
“หนูลูน่ากินอะไรมารึยังจ้ะ มากินด้วยกันไหม?”
เเม่ของเลโอถามลูน่าพร้อมทำท่าจะทำอาหารส่วนของลูน่า
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูกินมาจากที่บ้านเเล้วค่ะ”
ลูน่าตอบพลางรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องคิดมากจ้ะ ส่วนหนูก็ไม่เห็นต้องมาปลุกเ้าเลโอมันทุกวันก็ได้ ลำบากหนูเปล่าๆ”
“ไม่เป็ไรค่ะ บ้านก็อยู๋ใกล้กันเเค่นี้ไม่ลำบากหรอกค่ะ…..เเถมหนูก็อยากมาปลุกเองด้วย”
ลูน่าพูดท้ายประโยคด้วยเสียงที่เบาลงเล็กน้อย พร้อมทำท่าทางเขินเล็กๆ
“เเหม่ๆ วัยรุ่นนี้ดีจังเลยน้าา ถ้าได้หนูมาเป็ลูกสะใภ้ก็คงดีละน้า”
คุณเเม่พูดจาเหมือนเเกล้งลูน่าเล่น พอลูน่าได้ยินคำว่าลูกสะใภ้ก็ออกอาการหน้าเเดงอย่างเห็นได้ชัด
“ละ ลูกสะใภ้! มะ ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้ชอบเลโอนะคะ!”
ทำให้ลูน่าหน้าเเดงขึ้นมา คำพูดคำจาก็ตะกุกตะกัก
“ยังไม่ได้ถามเลยนะว่าชอบเลโอรึป่าว อะเร๊ะ อะเร๊ะ”
คุณเเม่เดินเข้ามาใกล้เหมือนจงใจเเกล้งลูน่า ส่วนลูน่าที่นิ่งไปเเล้วกลับมาหน้าเเดงยิ่งกว่าเดิม คุณเเม่เห็นดังนั้นจึงยิ้มเ้าเล่ห์เหมือนคิดออกว่าหลัง
จากนี้จะเเกล้งอะไรอีกดี ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเลโอพูดมาจากข้างหลังทำให้ทั้งสองใ
“หยุดเเกล้งลูน่าได้เเล้วเเม่ ลูน่าจะมาชอบผมได้ยังไงละ”
พูดเสร็จก็เดินไปจับแขนเเม่ที่กำลังจะเเกล้งลูน่าต่อเเยกออกมา
“ไม่ได้เเกล้งสักหน่อย! เเม่กำลังหาเเฟนให้ลูกอยู่นะ!”
“ไม่้า! ผมโตเเล้วหาเองได้!”
“เงียบนะ! ผ่านมา 16 ปียังไม่เห็นหาได้สักที อย่าทำเป็เก่งไปเลย!”
“อย่านับรวมตอนเป็ทารกไปด้วยเส้! แล้วก็เดี่ยวก็หาได้เองเเหละนะ ไปโรงเรียนกันได้เเล้วลูน่า ปล่อยเเม่ไว้ตรงนั้นเเหละ”
พอเลโอตอบเเม่เสร็จ ก็หันไปบอกลูหน้าที่หน้าเเดงทำให้สะดุ้งเล็กน้อยเเล้วเลโอก็ออกไปหน้าบ้าน
“นะ นั้นคุณน้า หนูขอตัวก่อนนะคะ”
ลูน่าบอกลาคุณเเม่เเล้วเดินตามเลโอออกไปหน้าบ้าน พอเลโอเห็นลูน่าออกมาเเล้วทั้งคู่ก็เดินไปโรงเรียนพร้อมกัน
❂
พอเดินมาถึงหน้าโรงเรียนก็เป็โรงเรียนม.ปลายปกติทั่วไป เป็โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ รอบนอกก็ดูสะอาดสบายตา ดูทันสมัยเหมาะกับเด็กยุคนี้ สมเเล้วละนะที่เป็โรงเรียนประจำจังหวัด
แล้วก็อีกอย่างนะวันนี้ผมสงสัยว่าทำไม—
ลูน่าที่เดินมาด้วยกันวันนี้ทำตัวแปลกๆหน้าออกจะเเดงเล็กน้อ ยเเถมอีกอย่างยังมองมาทางนี้เหมือนจะแอบมองอยู่ด้วย แปลกเเฮะ
“นี้ หน้าฉันมันมีอะไรติดรึป่าวเห็นมองมานานเเล้วนะ”
“หา!? คะ…ใครมองหน้านายกัน! เขาเรียกดูวิวข้างทางย่ะ”
ตอนที่ผมกำลังจะตอบลูน่าที่กำลังหน้าเเดงอยู่นั้น มีคนคนหนึ่งเดินเข้ามาทักจากข้างหลังพร้อมเอามือจับไหล่
“นี้เลโอ! วันเเรกของเปิดเทอมก็ควงเเฟนมาเลยหรอ หวานไม่เบาเลยนะเนี่ย”
หมอนี้ที่กำลังพูดอยู๋ก็คือเบล เพื่อนสนิทตอนม.ต้น พอ ม.ปลายก็เข้าเรียนทีเดียวกันอีก
“หา!? ยัยนี้อะนะ ไม่มีทาง!”
“ชะ…ใช่กับตานี้อะนะ ไม่เอาด้วยหรอก!”
ผมกับลูน่าเเทบจะตอบกลับพร้อมกันโดยที่ลูน่าหน้าเเดงเหมือนเดิม
“เอาน่าๆ หยุดทะเลาะกันก่อนรีบไปพิธีปฐมนิเทศได้เเล้ว เดี่ยวจะไม่ทันเอานะต้องไปดูชื่อว่าจะอยู่ห้องไหนอีก”
“นั้นสินะไปกันเถอะ แล้วเธอละลูน่าจะเอายังไง”
ผมตอบกลับเบลเเล้วหันหน้าไปถามลูน่าเพราะโรงเรียนพึ่งเปิดเลยเป็ห่วงว่าจะยังไม่มีเพื่อน เเต่ถ้าโรงเรียนเปิดมานานเเล้วรับรองได้เลยว่าลูน่าจะต้องหาเพื่อนได้มากอย่างเเน่นอนเพราะเธอเป็คนที่น่ารัก เข้ากับคนอื่นได้ง่ายหรือเรียกง่ายๆว่าเป็ที่นิยม เป็อย่างนี้ตั้งเเต่ ม.ต้นเเล้วอะนะ
ระหว่างที่กำลังรอคำตอบของลูน่าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงส่งเสียงทักลูน่าจากข้างหลัง
“ลูน่า!”
“เชียร์!”
พอลูน่าหันกลับไปหาเสียงที่เรียกชื่อของตัวเองก็ได้พบกับเด็กสาวผมยาวสีส้มหน้าตาสะสวยไม่น้อยไปกว่าลูน่า รูปร่างเพรียวผิวขาว ผู้หญิงคนนั้นคือเชียร์เป็เพื่อนร่วมห้องสมัยม.ต้นกับลูน่าเเละผม เธอก็มาที่ม.ปลายที่นี้ด้วยหรอเนี่ย
“เชียร์ เธอมาเรียนที่นี้ด้วยหรอ”
“ก็ใช่นะสิ”
แปลกที่คนตอบไม่ใช้เชียร์เเต่กลับเป็ลูน่า
“ไงเลโอ เบล ปีนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ”
“ฝากตัวด้วย? ยังไม่รู้เลยนะว่าจะได้อยู่ห้องเดียวกันรึปล่าว”
“นั้นสิ ก็กำลังจะเดินไปดูรายชื่ออยู่เนี่ย”
ผมกับเบลตอบกลับเชียร์ไปอย่างงงๆ
“ไม่ต้องไปดูเเล้ว ฉันไปดูมาให้เเล้วปีนี้เราทั้ง 4 คนก็อยู่ห้องเดียวกันอีกนั้นเเหละ”
น่าใเลยนะเนี่ย อยู่ห้องเดียวกันตั้งเเต่ม.ต้น พอ ม.ปลายก็ได้อยู่ห้องเดียวกันอีก อย่างกับว่ามันลิขิตไว้เเล้วอย่างนั้นเเหละ
“จริงดิ! นั้นก็สวยสิเลโอจากนี้เรามาพยามเป็หนุ่มหล่อสุดฮ๊อตกันเถอะเพื่อนรัก!”
เบลมากอดคอพร้อมพูดด้วยนํ้าเสียงมั่นใจเต็มร้อย ถ้าจะปฎิเสธก็เกรงใจเเฮะ...
“อะ ครับ ครับ”
“นี้เบล เลโอนะพอว่าเเต่นายอะไม่มีทางซะหรอก”
เชียร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจรังตอกกลับใส่เบลจนทำให้ท่าทีมั่นใจเต็มร้อยของเบลชะงักทันทีทันใด รู้สึกสงสารเลยเเฮะ
“นี้ เธอ! อย่ามาตัดสินเื่ที่ยังไม่ลงมือทำทีสิ ยัยผู้หญิงพลังช้าง!”
“หา จะเอาหรอหมอนี้”
จริงสิ สองคนนี้ไม่ถูกโรคกันมาตั้งเเต่ม.ต้นเเล้วชอบกัดกันอยู่เรื่อยจนคนทั้งห้องเอาไปล้อว่าเป็คู่กัดคู่รัก ซึ่งผมก็คิดอยู่เหมือนกันอะนะ ว่าคู่นี้มันมีโอกาสเพราะอ่านนิยายเเนวนี้มาเยอะไงละ
ส่วนเชียร์ที่เบลเรียกว่าผู้หญิงพลังช้างเพราะเธอเป็สาวที่เล่นกีฬาเก่ง ไม่ว่าจะเป็ บาส ฟุตบอล เธอเล่นเป็ทุกอย่างเเถมเก่งมากด้วย
เพราะเหตุนี้เธอจึงเป็ที่นิยมมากเหมือนกับลูน่าเเต่ออกเเนวสาวเเกร่งนิดๆ ตอนที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ลูน่าก็มาดึงเสื้อพร้อมบอกว่า ‘นี้จะไม่เข้าไปหยุดจริงหรอ?’
อ๊ะ! จริงด้วยสิเกือบลืมไปเลย ที่ต้องหยุด เพราะเดี่ยวเื่มันจะยาวอะนะ
“เอาละครับ พอได้เเล้วไปพิธีปฐมนิเทศได้เเล้ว”
ผมเข้าไปเเทรกตรงกลางทั้งสองคนที่ทำท่าจะต่อยกันเเล้ว พอเห็นผมเข้ามาเเทรกทั้งสองคนเลยหยุด เื่ที่จะหยุดสองคนนี้ผมทำประจำสมัยม.ต้นเเล้วก็เลยชินเหมือนเป็เื่ธรรมดาไปเเล้ว
หลังจากนั้นก็พากันเดินไปที่โรงยิมซึ่งเป็สถานที่ปฐมนิเทศ พอไปถึงก็เห็นนักเรียนจำนวนมากกำลังยืนเรียงเป็เเถวเเยกเเต่ละห้องพวกผมจึงเดินไปเข้าเเถวของห้องตัวเองโดยเป็เเถวชายเเละหญิง หลังจากนั้นก็มีคณะอาจารย์เเละผู้อำนวยการโรงเรียนมากล่าวเปิดพิธีปฐมนิเทศ
ซึ่งอยากจะบอกว่ามันใช้เวลานานเเละน่าเบื่อสุดๆไปเลย.....
❂
หลังจากจบพิธีอาจารย์ก็บอกว่าคาบเรียนจะเริ่มขึ้นตอนบ่าย ตอนนี้ให้เเยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน พวกผมจึงเดินออกมาเพื่อไปหาสถานที่พักผ่อนรอที่จะไปเรียนคาบบ่าย
ระหว่างเดินอยู่ในที่ไม่มีคน เป็ช่องว่างระหว่างตึกเรียนสองกับตึกเรียนสาม
ก็มีพวกผู้ชายที่ดูเหมือนนักเลงมายืนขวางข้างหน้าพวกเราเป็กลุ่มประมาณ 10 คน เหมือนจะมีธุระกับพวกเราเลย ทำไมกันน้ารู้สึกว่าจะมีเื่เลย
“เฮ้! เฮ้! น้องสาวสองคนตรงนั้นอะ ชื่ออะไรหรอจ้ะ มาเที่ยวเล่นกับพวกพี่สักแปปนึงสิจ้ะ”
ผู้ชายหัวเหลืองที่มีเหมือนเเผ่นเปะสิวสีขาวเปะอยู่ที่จมูก กำลังพูดเหมือนนํ้าเสียงจีบพวกสาวๆ เเพทเทิร์นนี้มันอะไรกันเนี่ย!
“ไม่อะ เเล้วพวกนายเป็ใคร ทำไมพวกฉันต้องไปเที่ยวด้วย”
ลูน่าตอบกลับโดยนํ้าเสียงเฉยชาไม่มีความเกรงใจเเม้เเต่น้อย
ว้า มีเื่แน่นอนแบบนี้ ผมฟันธงเลย
พอโดนปฎิเสธก็ทำให้ผู้ชายหัวเหลืองโกรธเเล้วะโสวนมาว่า ‘หา! เเค่ไปเที่ยวกันแปปนึงจะตายรึไงวะ บอกให้มาก็มาสิวะ!’ เเล้วทำท่าเหมือนจะเข้ามาจับเเขนลูน่า
พอผมเห็นดังนั้นผมก็เดินเข้าไปยืนขวางอยู่หน้าลูน่าทำให้ลูน่าเเละผู้ชายหัวเหลืองใ
“เลโอ! นายจะทำอะไร ที่นี้อยู่ภายในโรงเรียน พวกมันคงไม่กล้าทำอะไรเราหรอก”
“ไม่ละ ดูจากอารมณ์ของพวกมันตอนนี้คงไม่สนใจกฎโรงเรียนอะไรนั้นหรอก”
ผมตอบลูน่าเสร็จ นักเลงก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายเเล้วหัวเราะพร้อมพูดว่า “กฎอะไรนั้นไม่สนใจตั้งเเต่เเรกเลยเฟ้ย!”
เเล้ววิ่งกำหมัดเข้ามา ไม่ว่าดูมุมไหนก็รู้เลยว่าวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะทำร้ายร่างกายของผมอย่างแน่นอน พอใกล้ตัวผมนักเลงคนนั้นก็ยกหมัดขึ้นมาเพื่อจะ
ต่อยผมอย่างสุดเเรงโดยไม่สนเลยว่าถ้าเป็คนที่โดนหมัดนั้นต่อยเเล้วจะเป็ยังไง รับรองเลยว่าเจ็บหนักเเน่นอน
“เลโอ! ระวังหลบเร็ว!”
พอเห็นเเบบนั้นทำให้ลูน่ากับเพื่อนของผมะโอย่างเป็ห่วง
“หลบ? ถ้าหลบก็โดนลูน่านะสิ เเล้วอีกอย่างนะ—ของเเบบนี้ไม่ต้องเสียเวลาหลบหรอก”
พอผมพูดเสร็จ รู้ตัวอีกทีหมัดขวาของนักเลงนั้นก็มาใกล้เข้ามาถึงตัวผมพอดีพร้อมเสียงะโว่า “สายไปเเล้วเฟ้ย! ทำเท่นักก็ตายไปซะ!” ดูจาก
ทิศทางของหมัดเเล้วน่าจะเล็งตรงหน้าเเฮะ
จนทำให้ผมส่งเสียงออกมาเบาๆว่า “ไม่ไหวๆ” เเล้วเอามือข้างเดียวรับหมัดสุดเเรงของนักเลงได้อย่างสบายๆ
ทำให้ทุกคนในที่เเห่งนั้นใเป็อย่างมากโดยเฉพาะเพื่อนของผม
“อะไรกัน! รับหมัดสุดเเรงของข้าได้อย่างสบายๆ!?”
นักเลงคนนั้นใอย่างมากเเล้วหันหน้ามามองหน้าผมอย่างช้าๆ เหมือนกับเห็นของที่ไม่น่าเชื่อ
อยากจะว่าขนาดตัวของผมกับนักเลงนั้นเเตกต่างกันอย่างมาก นักเลงตัวใหญ่กล้ามใหญ่ดูเเข็งเเรง ส่วนตัวผมผู้มีร่างกายธรรมดาทั่วไป ดูเเล้วเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยนั้นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้ใมากขนาดนั้นละมั้ง
“ไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็ว่าจบเื่กันดีไหมจะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บตัว”
พอพูดเสร็จผมก็ใช้เเรงมือบีบข้อมือของนักเลงจนทำให้ส่งเสียงอย่างเ็ป “อ๊ากกก พอเเล้ว! พอเเล้ว! ยอมเเล้ว!”
พอเห็นว่ายอมเเพ้เเล้วผมก็คลายเเรงบีบออกเเล้วปล่อยมือออก จากความเจ็บทำให้นักเลงนั่งคุกเข่าลง ก็ไม่ได้บีบเเรงขนาดนั้นสักหน่อย
“เลโอ! เป็อะไรไหม! าเ็ตรงไหนรึป่าว?! ไปห้องพยาบาลไหม?”
ลูน่ากับเบลและเชียร์วิ่งมาพร้อมทำหน้ากระวนกระวาย เเสดงถึงความเป็ห่วงอย่างเเท้จริง
“ไม่เป็ไร หมัดนั้นไม่ได้แรงขนาดนั้นนะ”
“กะ..ก็มันเป็ห่วงนี้นา ถะ ถ้านาย...เป็อะไรขึ้นมาฉันคง…”
ลูน่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พอเห็นเเบบนั้นทำให้ผมเป็ฝ่ายกระวนกระวายเเทน
“มะ ไม่เป็ไรเห็นไหม! ดูสิ ดูสิ ยังขยับได้ดีเเบบนี้เลย!”
ผมพยายามขยันเเขนขาให้ดูเหมือนว่าไม่เป็อะไรเพื่อปลอบให้เธอสบายใจขึ้น พอเธอเห็นเเบบนั้นก็เริ่มกลับมาเป็ปกติ
(เห้อ…ไม่อยากให้ยัยนี้ร้องไห้เลย)
“เลโอ! เมื่อกี้มันอะไรนะเพื่อน! นายทำได้ยังไงรับหมัดนั้นได้สบายๆ เมื่อกี้มันอย่างเท่เลยเพื่อน!”
“เบล นายนะช่วยเงียบก่อนได้ไหม เเต่ว่านั้นสิทำได้ยังไงกันนะ ฉันไม่เห็นนายออกกำลังกายหรือว่าเรียนศิลปะการป้องกันตัวอะไรเเบบนั้นเลย”
ต่อจากลูน่า ก็เป็เบลกับเชียร์ที่ถามผม ทั้งสองคนจะใก็ไม่แปลกหรอกเพราะผมไม่ค่อยเล่นกีฬาในสถานที่มีสายตาคนอื่นอยู่ อีกอย่างผมก็ไม่เคยไปเรียนศิลปะป้องกันตัวกับใคร
ที่ผมทำได้อย่างนี้ถ้าบอกพวกนั้นไปก็คงไม่เชื่อ ถึงผมจะไม่ค่อยเล่นกีฬาเเต่ก็ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ออยู่เหมือนกัน หวังว่าสักวันจะได้ใช้เ้าร่างกายนี้ ส่วนเมื่อกี้ก็เลียนแบบมาจากมังงะสายต่อสู้อย่างเดียวเท่านั้นเลย
อีกอย่างผมมันมีเเรงมากกว่าคนอื่นมาตั้งเเต่เมื่อก่อนเเล้ว เื่นี้ก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไม
หลังจากนั้นตัวหัวหน้านักเลงที่ตอนเเรกเหมือนจะยอมเเพ้ กลับะโเรียกพวกที่เหลืออย่างโกรธสุดขีด
“พวกเเก! จะยืนโง่ทำไมวะ! เข้าไปสั่งสอนพวกมันสิวะ!”
“เฮ้ยๆ เมื่อกี้ก็บอกว่ายอมเเพ้เเล้วนี้นา คิดจะกลับคำหรอ”
“ใครเชื่อก็โง่เเล้ววะ! กระทืบมันให้หมอบ!”
เบลถามอย่างใส่ซื่อจนผมถอนหายใจเล็กน้อยเลย ก็คิดอยู่หรอกว่าพวกนี้มันจะไม่ยอมเเพ้ง่ายๆ เพราะยังมีทางที่ว่าเเค่เอาจำนวนคนมากกว่าเข้ามารุมก็จบ นี้มันโลกเเห่งความจริงโดนรุมก็จบ หลังจากพวกนักเลงฟังคำสั่งก็เดินเข้ามาพร้อมที่จะหาเื่เต็มที่
9 คนหรอเพิ่งเคยสู้กับคนหลายคนพร้อมกันเลย ถึงจะพูดเเบบนั้นเเต่เมื่อกี้ก็เป็การสู้จริงครั้งเเรกเเท้ๆ เเต่ว่ามันแปลกมาก ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เเบบนี้เเท้ๆ
เเต่ใจกับนิ่งสงบ ไม่รู้สึกถึงความกลัวเลยเเม้เเต่น้อย ไม่สิ ไม่รู้สึกว่าจะเเพ้เลย
—กลับกันมันทำให้ยิ่งตื่นเต้นซะอีก
“เลโอ! เรารีบหนีกันเถอะ วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์”
“นั้นสิ หนีกันเถอะเลโอ!”
ทุกคนเสนอความคิดเห็นตรงกันว่าจะให้หนีเพราะเพื่อนของผมคงไม่มีคนที่สู้เป็เลยนอกจากผม ถึงเชียร์จะเล่นกีฬาเเต่กับเื่ทะเลาะวิวาทนี้มันคนละเื่กัน อีกอย่างลูน่าจะวิ่งหนีพวกนี้ไม่ทันเเน่ๆ
“ไม่ได้หรอก จากที่นี้ไปที่ที่อาจารย์อยู่ พวกมันคงจะวิ่งมาทันเเน่ๆ ดีไม่ดีอาจเอานักเรียนคนอื่นเข้ามาเกี่ยวด้วย เพราะงั้นหลบอยู่หลังฉันไว้นะ”
“เเต่—”
ลูน่าพยายามจะพูดต่อ ผมจึงเอามือปิดปากลูน่าเเละส่งสายตาไปทางลูน่าเหมือนกับจะบอกว่าตั้งใจฟังให้ดี
“ไว้ใจฉันสิ ฉันจะไม่เป็อะไร”
ผมส่งสายตาด้วยสายตาที่มีความมั่นใจเต็มร้อยอย่างไม่สมกับตัวผมยามปกติที่ทำตัวี้เีเลย ทำให้ลูน่าใเเล้วในไม่กี่วินาทีต่อมาก็หน้าเเดงขึ้นเล็กน้อย เเต่เเล้วก็ยอมเชื่อฟังเเต่โดยที
“ฮ่า! ฮ่า! ทำเท่ไปเถอะเเก เดี่ยวเเกจะนอนจมลองกองตีน เเล้วฉันจะกระทืบเเกซํ้าจะทำให้รู้ว่านรกมันมีอยู่จริงยังไงละ!”
มันพยายามขู่เพื่อก่อกวนสมาธิผมเต็มที่ เพื่อให้ผมเสียสมาธิ คิดหรอว่าเเค่นี้จะทำให้ผมเสียสมาธิได้—
“ส่วนผู้หญิงสองคนนั้นฉันจะมอบความสุขให้อย่างสาสมให้เอง! จะเล่นสนุกทั้งคืนเลยหรือจะทำตาต่อหน้าเเกดีนะ….!”
“อัก!?”
ไม่ต้องรอให้พูดจบผมก็วิ่งอย่างเร็วเพื่อเข้าไปเตะหน้ามันทันทีจนมันสลบภายในทีเดียว พวกที่เหลือเห็นอย่างนั้นก็ใมาก ร่างกายขยับไม่ทัน ในหัวคงไม่คิดไม่ฝันว่า 1 คนจะบ้าจะวิ่งเข้าหาคน 9 คน
“กะ เเก! กล้าทำหัวหน้าของพวกเราได้นะ!”
ตอนเเรกกะไว้ว่าจะสั่งสอนเบาๆ เเต่ตอนนี้—
ร่างกายรู้สึกร้อน ตอนนี้มันกำลังโกรธ
“จะว่าฉันยังไงก็ได้ เเต่อย่ามาว่าเพื่อนของฉัน พวกเเกลํ้าเส้่นมากเกินไปเเล้ว พวกเเกเข้ามาพร้อมกันให้หมดเพราะตอนนี้ฉันจะเล่นเเรงเลยละ!”
พูดเสร็จผมก็ชื้นิ้วไปหาพวกนักเลง พอพวกนักเลงเห็นหน้าที่กำลังโกรธของผม พวกนั้นถึงกับถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวเหมือนปล่อยให้เป็ไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง เหมือนตัวเองเป็เหยื่อที่ถูกผู้ล่าที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารจ้องมองอยู่
ทำอะไรไม่ได้ จะหนีก็หนีไม่ได้
“กะ เเกอย่าได้ใจให้มันมากนะ! อะ อย่าไปกลัว มันมีเเค่คนเดียว พวกเรารุมมันเลย เราต้องเอาคืนให้หัวหน้านะ!”
เมื่อดึงสติจากความกลัวกลับมาได้ พวกนักเลงก็วิ่งเข้ามาถาโถมใส่ผมทั้งเก้าคน เเละเเล้วการต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้น
ไม่สิมันเรียกว่าการต่อสู้ไม่ได้ด้วยซํ้า—มันคือการกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
หลังจากนั้นการต่อสู้ก็จบภายในไม่ถึงนาที ความโกรธของผมก็ค่อยๆลดลง
ผมยืนอยู่ตรงกลางโดยร่างกายไร้บาดเเผล รอบตัวมีเเต่ร่างที่นอนสลบของคนเก้าคน เเต่ละคนาเ็หนักจนสลบ ผมยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหน ไม่รู้สึกด้วยซํ้าว่าที่มือของตัวเองมันเปื้อนเือยู่
ตอนนี้กำลังคิดว่าทำเกินไปรึป่าวนะ ดูท่าจะเป็เื่ชกต่อยด้วยสิ ต้องถูกเรียกตัวผู้ปกครองใช่ไหมเนี่ย ไม่อยากให้เเม่มาเลย ทำไงดีละเนี่ย
“เลโอ!”
ในระหว่างที่ผมกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ ก็ได้ยินเสียงของลูน่าที่ทำให้ผมรู้สึกตัว
“ดูที่เท้า! มีอะไรไม่รู้ เรืองเเสงที่เท้า!”
เมื่อผมมองไปที่เท้าตามที่ลูน่าบอก ก็เห็นเหมือนกับวงเวทสวยงามที่เคยเห็นในอนิเมะอยู่บ่อยๆ ปรากฎที่เท้าของตัวเอง
“นี้มันวงเวท...”
ไม่ทันได้พูดจบ เเสงสีขาวก็เข้ามาบดบังสายตาของผมไป พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ไม่รู้อยู่ที่ไหน
พอลองกวาดสายตาดูรอบๆก็ไม่มีใครอยู่สักคน ทิวทัศน์โรงเรียนเมื่อกี้กลับถูกเปลี่ยนมาเป็ป่าภายในทันที เื่เเบบนี้มันคุ้นๆยังไงไม่รู้เลยเเฮะ
“อย่าบอกนะว่า—”
พอผมได้ลองมองขึ้นไปบนฟ้า ก็ต้องพบกับสิ่งที่ใเป็อย่างมาก ถามว่าทำไมนะหรอ?
ก็เพราะว่าดวงอาทิตย์ที่ปกติมันจะมีเเค่หนึ่ง เเต่ที่เห็นอยู่ตอนนี้มันมีดวงอาทิตย์สองดวงยังไงละ
พอดึงสติกลับมาได้ เเล้วก็พยายามวิเคราะห์ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตอนนี้
“สิ่งที่เหมือนวงเวทปรากฎใต้เท้าเรา อยู่ๆก็มาโผล่กลางป่า แถมมีดวงอาทิตย์ 2 ดวง นี้มัน….ในที่สุด….”
“ก็ได้มาต่างโลกตามที่ฝันไว้สักที!!”
❂