เสียงกลไกหินโบราณหยุดลงแล้ว...
เบื้องหน้าของเย่เฉินคือประตูหินที่เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นช่องทางที่ทอดลึกลงไปสู่ความมืดมิดอีกชั้นหนึ่ง มันคือ "ทางลัด" สู่ห้องฝึกฝนขั้นต่อไปตามวิถีเทพอสูรที่เขาเพิ่งได้รับมา
เย่เฉินยืนอยู่หน้าปากทางนั้น ร่างกายที่เพิ่งได้รับการหลอมใหม่เปล่งไอพลังงานจางๆ จากการบ่มเพาะวิชาลมหายใจอสูรเทวะ
เขาจ้องมองเข้าไปในความมืดนั้น... เพียงแค่ก้าวเข้าไป เขาก็จะเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝนระดับสูงตามที่คัมภีร์จัดเตรียมไว้ให้
‘ข้าควรลงไป... นี่คือทางที่ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุด’ ความคิดผุดขึ้นในใจ
แต่แล้ว ภาพของหลิวเปาที่เหยียบใบหน้าเขา ภาพของศิลาทดสอบปราณที่ตอกย้ำว่าเขาเป็ "ศูนย์" ก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงสำนึก
‘ไม่... ข้าจะลงไปไม่ได้!’
เย่เฉินกำหมัดแน่น ‘ข้ายังไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของ "ลมหายใจอสูรเทวะ" ข้ายังไม่มีทักษะ... หากข้าใช้พลังในห้องฝึกขั้นต่อไปอย่างมุทะลุ ร่างกายนี้อาจฉีกขาดก่อนจะได้แก้แค้น!’
เขาเข้าใจแล้วว่า "ห้องฝึก" ที่เปิดอยู่นี้คือความสะดวกสบายที่คัมภีร์มอบให้ แต่สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่ความรู้... แต่คือ "ประสบการณ์"
เย่เฉินหันหลังให้กับประตูมรดก!
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยัง "ปากเหว" ที่ทอดตัวขึ้นสู่แสงสว่างอันไกลโพ้น... ทางเดียวกับที่เขาตกลงมา
"ทางฝึกฝนของข้า... ไม่ได้อยู่ข้างล่างนี้..."
เย่เฉินพึมพำเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว
"ทางฝึกฝนของข้า... คือ การพิสูจน์ ว่าวิถีเทพอสูรนี้จะนำข้ากลับสู่โลกเบื้องบนได้หรือไม่!"
เย่เฉินก้าวเท้าเดินออกจากโถงถ้ำ มุ่งหน้าไปยังหน้าผาที่มืดมิด เขาหยุดยืนอยู่หน้าผาหินที่สูงเสียดฟ้า
เขาหลับตาลง โคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" เป็ครั้งแรกเพื่อการใช้งานจริง
ฟู่...
ไอพลังงานสีทองดำห่อหุ้มกล้ามเนื้อของเขา ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายเบาสบายและทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองปากเหว... แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปอย่างไม่ลังเล!
เย่เฉินเริ่มการปีนป่ายขึ้นสู่หน้าผาหินที่มืดมิดและสูงชันในทันที ผิวหินที่ก้นเหวนั้นลื่นและเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ
เขาไม่ได้ใช้แรงกายแบบคนธรรมดา แต่ใช้ "ลมหายใจอสูรเทวะ" ควบคู่กับการเคลื่อนไหว
ฟู่... ครืด...
เย่เฉินหายใจเข้าลึก และบังคับให้พลังงานเทพอสูรที่ไหลเวียนอยู่ภายใน "พุ่งตรง" ไปยังกล้ามเนื้อแขนและขา
การโคจรพลังงานนั้นทำให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อของเขาถูกเสริมแรงดีด อย่างมหาศาล ทุกครั้งที่เขาออกแรงยึดเกาะกับหินที่ยื่นออกมา ร่างกายก็จะดีดตัวขึ้นไป้าได้ไกลกว่าปกติถึงสองเท่า
‘นี่หรือคือพลังที่แท้จริงของวิชาโคจร!’
เย่เฉินตื่นเต้นอย่างไม่อาจซ่อนเร้นได้ การใช้พลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปทำได้แค่ "เพิ่มพลัง" แต่ลมหายใจอสูรเทวะสามารถ "ควบคุมการเสริมกำลัง" ให้แม่นยำไปยังส่วนที่้าใช้ได้จริง
เขามองเห็นร่องรอยการทำลายของ "รอยเล็บั์" ที่สลักอยู่บนผนังหินเป็ระยะๆ และใช้ร่องรอยเ่าั้เป็จุดพักเท้าและจุดยึดเกาะ การปีนป่ายจึงรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับสัตว์เลื้อยคลานที่กำลังไต่กำแพง
การเดินทางของเส้นลมปราณ...
ทุกครั้งที่เขาใช้แรงเสริม กล้ามเนื้อจะเจ็บแปลบเล็กน้อย ซึ่งนั่นคือสัญญาณที่ดี
เย่เฉินััได้ว่า "เส้นลมปราณเทพอสูร" ที่เคยเป็เพียงช่องทางว่างเปล่าและอ่อนแอ บัดนี้กำลัง "แตกแขนง" และ "ขยายตัว" ออกไปอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่เขาใช้พลังงาน มันไม่ใช่การฝึกฝนแบบนั่งสมาธิที่เชื่องช้า แต่เป็การฝึกฝนที่รวดเร็วและรุนแรงผ่านการใช้แรงงานหนัก
‘การบ่มเพาะของข้า... รุดหน้าเร็วกว่าการนั่งสมาธิเป็สิบเท่า!’
เขายิ้มอย่างเ็า ‘หลิวเปา... การที่เ้าส่งข้าลงมาในนรกขุมนี้... กลับกลายเป็การมอบโอกาสให้ข้าฝึกฝนวิชาแรกนี้อย่างรวดเร็วที่สุด!’
การปีนป่ายที่กินเวลานานนับชั่วโมงได้กลายเป็การฝึกฝนวิชาตัวเบาและวิชาโคจรพลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างไม่คาดฝัน เย่เฉินไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกถึงความกระหายที่จะใช้พละกำลังที่ได้รับมาให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก
เย่เฉินปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผามาเป็เวลานานหลายชั่วโมง จนถึงระดับความสูงที่อากาศเริ่มเบาบางลงเล็กน้อย
ซี่... ซี่... แคร่ก!
เสียงหนึ่งดังแว่วมา! ไม่ใช่เสียงลมหายใจหนักหน่วงของอสูรเฝ้าผนึก แต่เป็เสียง "สไลด์" ที่แ่เบาบนพื้นหินที่เปียกชื้น
เย่เฉินหยุดการเคลื่อนไหวทันที เขากดร่างแนบติดไปกับผนังหิน โคจรลมหายใจอสูรเทวะจนพลังงานทั้งหมดถูกผนึกไว้ภายใน ทำให้ร่างกายของเขาเย็นลงจนไม่ต่างจากก้อนหิน เพื่อซ่อนเร้นความร้อนและกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิต
‘สัตว์อสูร... ไม่ใช่มัน...’
เขาตระหนักว่าสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ไร้แสงเหล่านี้ มีิัที่ไวต่อ "อุณหภูมิ" และ "แรงสั่นะเื" มากกว่าการมองเห็น
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากช่องหิน้า! มันคือ "อสรพิษเกล็ดดำ" ขนาดใหญ่เท่าต้นขาผู้ใหญ่ ดวงตาของมันเป็สีขาวขุ่นและดูมืดบอด แต่ปลายลิ้นของมันกำลังตวัดไปมาในอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจจับความร้อน
อสรพิษเกล็ดดำไต่ลงมาตามหน้าผาอย่างเชื่องช้า มันหยุดนิ่งอยู่ห่างจากเย่เฉินไม่ถึงหนึ่งศอก ลิ้นของมันตวัดเข้าใกล้ใบหน้าของเด็กหนุ่ม
‘ไม่... ถ้ามันััข้าได้... พิษของมันจะทะลวงิัเทพอสูรได้หรือไม่?’
เย่เฉินตัดสินใจ "หนี"
เขาไม่ใช้พลังปะทะโดยตรง แต่ใช้ลมหายใจอสูรเทวะในการ "เร่งความเร็ว" และ "สร้างแรงดีด"
ฟุ่บ!
เย่เฉินปล่อยมือจากผนัง พุ่งร่างออกไปด้านข้างด้วยความเร็วเหนือเสียง! เขาทิ้งตัวลงสู่ความมืดมิด แล้วใช้เท้าข้างเดียวเตะเข้าที่ผนังหินอีกด้านเพื่อเปลี่ยนทิศทาง พุ่งทะยานลงไปยังซอกหินด้านล่างราวกับสายฟ้า
ฟุ่บ! แคร่ก!
อสรพิษเกล็ดดำพลาดเป้า มันคำรามด้วยความฉุนเฉียว พุ่งตามลงมาอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การปะทะด้วยกำลัง แต่เป็การแข่งขันด้วยความเร็วและไหวพริบ เย่เฉินใช้ความรู้จากคัมภีร์ควบคุมการหายใจให้แม่นยำที่สุด ทุกการเคลื่อนไหวเป็การฝึกวิชาตัวเบาที่สมบูรณ์แบบ
เขายังไม่คู่ควรที่จะสู้กับสัตว์อสูรชนิดนี้... ทางเดียวคือต้องหนีให้พ้นรัศมีการตรวจจับ!
เย่เฉินหนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าของอสรพิษเกล็ดดำมาได้หวุดหวิด เขามุดเข้าไปในซอกหินแคบๆ ที่ปลอดภัยและมั่นคงพอจะซ่อนตัวอยู่ได้
เขาหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานอย่างหนักหน่วง แขนของเขามีรอยาแจากการเสียดสีกับเกล็ดพิษของอสรพิษ มีเืสีแดงแกมทองไหลซึมออกมาเป็ทางยาว
‘อสรพิษนั่น... มีความไวเกินกว่าที่ข้าจะรับมือได้ในตอนนี้’
เย่เฉินพึมพำในใจ เขายกมือขึ้นมาดูาแที่แขน เืที่ไหลออกมาไม่มากนัก แต่ความรู้สึกร้อนวูบวาบจากพิษอ่อนๆ ที่ซึมเข้าิัทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว
ในจังหวะนั้นเอง! ความทรงจำจาก "บททดสอบเื" ในห้องิญญากักขังก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงสำนึก
‘ความเ็ป... ไม่ใช่จุดประสงค์... แต่เป็ "กระบวนการ"!’
‘เืของข้า... มันคือเชื้อเพลิง!’
เย่เฉินตระหนักได้ทันทีว่า เืของผู้สืบทอดวิถีเทพอสูร ไม่ใช่โลหิตธรรมดา มันคือ "ตัวเร่งปฏิกิริยา" ที่ทำให้พลังงานในร่างของเขาโคจรอย่างบ้าคลั่ง!
เขาทิ้งความอ่อนล้าทั้งหมด กัดฟันแน่น และนั่งขัดสมาธิลงกลางซอกหินทันที โดยไม่สนใจาแใดๆ
‘ความเ็ปนี้... จะไม่สูญเปล่า! มันคือเชื้อเพลิงที่จะจุดไฟแห่งวิถีอสูร!’
เย่เฉินเริ่มโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" ทันที และใช้ "ความเ็ป" เป็ตัวกำหนดจังหวะการหายใจ
ฟู่!
พลังงานที่ปกติไหลเอื่อยราวกับ "ธารโลหะหลอม" บัดนี้กลับถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง! มันพุ่งทะยานไปตามเส้นชีพจรเทพอสูรที่ถูกขยายออกไป ราวกับสายน้ำที่หลากเชี่ยวเข้าสู่เส้นทางใหม่
กระแสพลังงานที่ไหลรุนแรงนั้นสร้างความเ็ปจากการขยายตัวของเส้นชีพจรเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า แต่ในเวลาเดียวกัน... การบ่มเพาะของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นเป็สิบเท่า!
เืที่ไหลซึมจากาแของเขาถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไอพลังงานมหาศาลจากก้นเหวที่ถูกสูบเข้ามาหล่อเลี้ยงชีพจรอย่างไม่หยุดหย่อน
เย่เฉินใช้เวลาเพียงครู่เดียวในการบ่มเพาะอย่างเข้มข้น ร่างกายของเขาได้รับการเยียวยาจากพิษอ่อนๆ อย่างสมบูรณ์ เส้นชีพจรเทพอสูรถูกขยายออกไปอีกขั้นหนึ่ง
‘นี่คือวิถีแห่งการเอาชีวิตรอดที่แท้จริง... การเผชิญหน้ากับความตาย... ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น!’
เขาลืมตาขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ แม้ร่างกายจะยังคงบอบช้ำอยู่บ้าง แต่เขารู้แล้วว่าการต่อสู้ทุกครั้งจากนี้ไป... จะไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็ "โอกาส" ในการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในหุบเหวที่ไร้แสงแดด เย่เฉินไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาในการปีนป่ายและฝึกฝนภายใต้ความตายมานานกี่วันแล้ว ทุกครั้งที่เขาเหนื่อยล้า... เขาจะใช้การต่อสู้กับสัตว์อสูรเป็ "เชื้อเพลิง" ในการบ่มเพาะ และทุกครั้งที่เขาถูกทำร้าย... "ลมหายใจอสูรเทวะ" ก็จะก้าวหน้าไปอีกขั้น
ในที่สุด... หลังจากปีนป่ายขึ้นมาสู่ระดับที่สูงเสียดฟ้า
ขณะที่เขากำลังออกแรงดีดตัวขึ้นไปเกาะกับขอบหิน้า...
แสงสว่าง!
เย่เฉินต้องหรี่ตาลงทันที แสงสว่างจ้าสีทองที่สาดส่องลงมาจากเบื้องบนนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ดวงตาของเขาจะรับไหว หลังจากอยู่ในความมืดมิดมาเป็เวลานาน
แสงนั้นคือ "แสงจากปากเหว"... สัญลักษณ์ของการกลับคืนสู่โลกภายนอก!
เย่เฉินหยุดปีนป่าย เขากอดร่างตัวเองแนบติดกับผนังหิน ท่ามกลางอากาศที่เริ่มเบาบางและแรงกดดันที่เริ่มส่งผลต่อร่างกาย
‘ถึงเวลาแล้ว...’
เขาพึมพำเสียงต่ำ
เย่เฉินรู้ดีว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่เขาไม่สามารถเสี่ยงได้อีกต่อไป เขาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ "แรงกดดันของโลกเบื้องบน" ที่อสูรเฝ้าผนึกเคยเตือนไว้
เขาจึงนั่งขัดสมาธิอยู่บนขอบหินที่ยื่นออกมา โคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" เป็ครั้งสุดท้าย
เย่เฉินสูบกลืนพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้นเข้ามาทั้งหมด พลังงานสีทองดำห่อหุ้มร่างของเขาอย่างแ่า
วูบ!
พลังงานเทพอสูรที่โคจรอยู่นั้น ได้ทำการ "ผนึกตัวเอง" อย่างสมบูรณ์เข้าสู่ลายอักขระบนหน้าอกของเขา... เป็การลบ "กลิ่นอาย" ของพลังที่เพิ่งได้รับการบ่มเพาะออกไปจนหมดสิ้น
เย่เฉินเปิดตาขึ้น... แววตาของเขาไม่ได้ส่องประกายอำมหิต แต่กลับสงบนิ่งและลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร
‘ข้ายังอ่อนแอ... ข้ายังไม่ใช่ยอดคน... แต่ข้าได้พบ "วิถี" ที่จะแทงทะลุชะตาของข้าแล้ว...’
เขาก้าวเท้าขึ้นสู่ปากเหว... ออกจากอาณาจักรใต้ดินแห่งความตาย...
‘หลิวเปา... หลิวซาน... การรอคอยสิ้นสุดแล้ว... ข้าจะกลับไปทวงทุกสิ่งคืนในนามของ... วิถีเทพอสูร!’
[จบตอนที่ 9]