จื่อิแม้จะเติบโตมาอย่างไข่ในหิน แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ความคิด ความเฉลียวฉลาดที่เด่นชัดมาั้แ่เยาว์วัย ย่อมมิใช่สิ่งที่จะดูถูกได้
“เ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเพียงเบาๆ และหันหลังให้ทันที
หากไม่มองร่างกายที่อวบอ้วนและขาวผ่องนั้น ผู้คนคงมองว่าเด็กน้อยผู้นี้ น่ากลัวเกินไป เพราะน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา ช่างนิ่งและสุขุม
“ขะ…ขอรับ” แม้ว่าจะหวาดกลัวเด็กน้อยผู้ดีตรงหน้ามากเพียงใด ก็ทำได้เพียงตอบรับออกไปเท่านั้น
ชาวบ้านที่ได้ยินหยวนจื่อิเอ่ยคำสั่ง บางคนก็ลอบเวทนา และสงสารยิ่ง ไม่รู้ว่าจะโดนกระทำเช่นไร แต่ก็ไม่ใช่เื่ของตนที่จะค้านออกไป ทำให้เสียโอกาสในอาหารมื้อนี้
การแจกทานของศาลาลืมกระหายในมื้อนี้จบลงด้วยดี ไม่มีของเหลือและไร้ผู้ขาดแคลน เหล่าข้ารับใช้ที่เห็นเช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปเก็บของ
เหล่าคนยากไร้ เมื่อได้อาหารเพียงพอแล้ว ก็มีแต่คำสรรเสริญออกมาไม่ขาดสาย พร้อมกับข่าวใหม่และคำล่ำลืออีกหลายเื่
หยวนจื่อเซี่ย เดินมาดูหลานชายกำลังนั่งจ้องหน้าเด็กน้อยที่นำกลับมาได้ครูใหญ่แล้วก็ให้สงสัย จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่
“ิเออร์เหตุใด เ้าจึงนำเด็กคนนี้มาไว้ข้างกายเล่า” ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าจื่อิ้าอะไร เพียงแค่อยากแน่ใจในสิ่งที่หลานเลือก
หากมองว่าเขาเพียงสามขวบแล้ว ก็คงสามขวบ แต่หากมองว่าเขาคือคุณชายน้อยหยวนจื่อิย่อมเข้าใจมากกว่า
“อือ เปล่านี่ขอรับ”
“หืม” ชายชราเผลออุทานออกมา
แม้จะอยากซักไซ้ต่อ แต่จื่อเซี่ยเองก็ย่อมเหลือทางรอดไว้ให้หลานชายของตนเช่นกัน ไม่ว่าสิ่งที่เขาทำจะเดินไปทิศทางไหนก็ตาม
“แล้วเ้าบอกให้เขาตามาเช่นนี้ แล้วมานั่งจ้องมองเฉยๆ นี่หรือ” จื่อฮวาหลังเสร็จสิ้นทุกสิ่ง จึงเดินมายังเ้าบุตรชายตัวดีของตนเอง
เ้าเด็กคนนี้ทำอันใดย่อมมิเคยปรึกษาใครเสมอ ั้แ่เขาเริ่มเดินได้
“มารดาขอรับ ิิคิดไม่ออก ิิคิดเพียงว่าอยากได้เพื่อนเล่น”
“เพื่อนเล่น? เ้าถามผู้อื่นหรือยัง อยากมาเป็เพื่อนเล่นกับเ้าหรือไม่ เอาแต่ใจเช่นนี้จะดีหรือ” บุตรนางอยากได้เพื่อนเล่น หากมารดาเชื่อคงมิใช่มารดาเ้าแล้วเ้าเสี่ยวจูน้อย
“ขอโทษขอรับท่านแม่ ิิไม่ทันคิด” ไม่ทันคิดว่าจะตอบมารดาว่าอย่างไร ลืมไปได้อย่างไรกันนะ แย่จริงเชียว
“อืม แล้วเ้าเล่า คุณชายน้อยบอกให้นั่ง ก็นั่ง มิขัดอันใดเลยหรือ บิดามารดาเ้าจะมิเป็ห่วงแย่หรือ” จื่อฮวาถามออกไป กักตัวบุตรหลานเขาไว้ ใช่ว่าจะโดนทวงคืนหรือ
เด็กน้อยที่ได้ยินคำถามเช่นนี้ ใบหน้าก็เปลี่ยนสีไปทันที แต่ก็เพียงแค่ชั่วขณะให้ผู้อื่นจับสังเกต แล้วก็กลับมาร่าเริงทันที
“ข้าน้อย ข้าน้อยไร้ญาติขอรับ หลังจากมารดาบิดาเสีย ครอบครัวที่เหลือก็ตัดข้าน้อยออกจากผังตระกูล จึงเร่ร่อนมาเรื่อยๆ หวังเป็ขอทานประทังชีวิตขอรับ มาเจอท่านลุงกู้ที่เป็ขอทานด้วยกัน จึงชักชวนมาที่นี่” เื่ราวน่าสงสารแต่น้ำเสียงไร้กังวลนั้น ยิ่งชวนให้หดหู่ไม่น้อย
แน่นอนว่าเื่เช่นนี้ย่อมเป็สัจธรรมของชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนพบเจอได้จากทุกตรอก ทุกถนน บ้านเรือน ตระกูลหยวนเองก็สร้างศาลาลืมกระหายมาเพื่อสิ่งนี้
“น่าเวทนายิ่งนัก เ้าชื่ออันใด อายุเท่าไหร่หรือ” จื่อหลินเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสาร การรักษาคนไข้ของนางย่อมมีความสูญเสีย แต่ก็ไม่เคยมีคราใดที่นางหยุดเวทนาได้เลยสักครั้ง
“ข้ามีนามที่บิดามารดาตั้งให้ ก่อนจากไปว่า หนิงเจี้ยนขอรับ อายุ 8 หนาว นายท่านเรีกข้าว่าอาเจี้ยนก็ได้ เพราะใครๆ ก็เรียกข้าเช่นนี้ขอรับ”
“หืม ชื่อดีๆ บิดามารดาของเ้าคงอยากให้เ้าอยู่อย่างสงบและมีสุขภาพที่ดี” จื่อหลิงเอ่ยออกมา หลังจากที่ยืนฟังบทสนทนามาได้สักพัก
“โครก” จู่ๆ ท้องของเด็กน้อยผู้หนึ่งก็ร้องดังขึ้นมา
“กินข้าวได้หรือไม่ขอรับ ข้าน้อยหิว”
“โครก” ตามมาด้วยเสียงท้องของเด็กน้อยอีกคน
เ้าเสี่ยวจูน้อยของพวกเขานั้นเอง ใบหน้าขาวแปรเปลี่ยนเป็แดงซ่านด้วยความเขินอายที่ท้องตนเองร้องออกมา
“อือๆ ได้สิ ข้าเองก็จะกินด้วย” ศีรษะเล็กพงกขึ้นลง
ผู้ใหญ่ทั้งหลาน แม้จะงุนงงกับเหตุกาณ์ตรงหน้า จากเื่น่าเวทนากลับกลายเป็เื่หิวโซ่ของเด็กน้อยไปได้อย่างไร กระทั่งเ้าเด็กน้อยของพวกเขายังหิวโหยเช่นนี้
มิใช่ว่ากินมาตลอดการเดินทางหรือไง
“คุณชายน้อยเ้าคะ บ่าวว่ากลับไปกินที่จวนดีหรือไม่” แม่นมหยวนเอ่ยออกมาด้วยความเป็ห่วง
ั้แ่เกิดจนถึงยามนี้ นายน้อยของตนมิเคยทานอาหารนอกจวน หากเกิดปวดท้อง ไม่สบายตัวขึ้นมา นางคงทุกข์ใจเป็แน่
“ม่ายเอา ิิหิวนี่น่า ท่านแม่ขอรับ ท่านตาขอรับ ท่านน้า…” จ่ือิย่อมเข้าใจในความเป็ห่วงของแม่นมหยวน แต่ตนเองก็หิวแล้วจริงๆ นี่น่า
“เอาเถิด หากหิวก็ให้กินพร้อมกันทั้งคู่ ดูท่าอาเจี้ยนเองก็คงยังไม่ได้กินอันใดมานาน พวกเ้านำคุณชายและเด็กน้อยผู้นี้ ไปล้างไม้ ล้างมือเสียก่อน” หยวนจื่อเซี่ยเป็เอ่ยยินยอมออกมาก่อน ผู้อื่นจึงทำได้เพียงยินยอม
“เ้าค่ะนายท่าน”
“ท่านตาช่างประเสริฐ”
“แล้วมารดามิประเสริฐแล้วหรือ”
“ท่านน้าเล่า ก็ไม่แล้วหรือ หืม”
“พวกท่านทุกคนย่อมประเสริฐขอรับ ท่านแม่ย่อมประเสริฐที่สุด ท่านน้าก็ย่อมประเสริฐยิ่ง”
“ปากหวานเช่นนี้ สงสัยคงต้องงดของหวานเสียแล้วกระมัง”
“ท่านน้าขอรับ”
“เอาเถิดๆ ไปล้างมือแล้วมาทานเสีย หิวมิใช่หรือ”
“ขอรับ”
“ขอบพระคุณนายท่านขอรับ”
ภาพที่ทุกคนกำลังเห็นในขณะนี้คือภาพของเด็กน้อยสองคน ที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะเดียวกัน หนึ่งคือทายาทตระกูลหยวนหยวนจื่อเหม่งเลข อีกหนึ่งคือขอทานน้อย ที่มาจากที่ใดก็ไม่รู้
เพียงแค่ทานด้วยกันอย่างไม่พอแต่ยังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ฝ่ายที่หยอกล้อและสนุกสนานนั้น ก็คือคุณชายน้อยหยวนเจ๊ิส่วนขอทานน้อย ก็ทำได้เพียง ยิ้มรับ และพยักหน้าไปมา คล้ายกับว่าไม่กล้าขัดใจคุณชายน้อยผู้นี้เป็ยิ่งนัก
แต่อย่างไรก็ต้องถือว่าเป็โชคดีของเ้าเด็กนี่เพราะน้อยคนนักที่จะได้เข้าไปเป็ส่วนหนึ่ง ของตระกูลหยวนแต่เ้าเด็กนี่ดูท่าแล้วคงจะได้กลับไปเป็คนข้างกายคนสนิทของคุณชาย น้อยตระกูลหยวน บุญพาวาสนาส่งเสียจริง
สวัสดีครับ ั้แ่่ตอนที่ 18 จะขออนุญาตติดเหรียญอ่านล่วงหน้าเล็กๆ น้อยๆ ครับ
ตอนฟรีลงเช่นเดิม แต่ใครอยากอ่านไวขึ้น ก็สามารถกดซื้อล่วงหน้าได้เลยนะงับ ถือว่า อ่านก่อนคนอื่น
ส่วนคนอื่นๆ ที่รอรายวันได้ ก็ไม่ถือว่าเสียเปรียบนะงับ
ขอบคุณคุณรี้ดนะงับ