“จริงจ๊ะตา ถึงจะยังไม่ถึงขั้นกลับมาเดินได้ก็เถอะ แต่ยายรู้สึกอย่างกับสาวขึ้นอีกหลายปีเลย"
ฟังดูเหมือนคำพูดหลอกเล่น แต่ฝ่ายสามีกลับเห็นด้วยกับภรรยาของตน ถึงจะแค่เล็กน้อยแต่เขาก็รู้สึกว่าเธอสาวขึ้นกว่าเดิม เขามองโอสถวิเศษที่เหลืออีกหลายสิบเม็ดอย่างครุ่นคิด
“ถ้ากินอีกสักเม็ด บางทีขาอาจจะ...” หญิงชราเปรย
“คุณหนูคนนั้นบอกว่าห้ามกินติดต่อกันนะ" ชายชรารู้ว่าภรรยาของเขากำลังคิดอะไรจึงรีบดักคอ
“ถ้าแค่อีกเม็ดเดียว...”
“ไม่ได้" ชายชรายืนกราน
“ลองอีกแค่เม็ดเดียวเอง"
“...”
“...”
“เม็ดเดียวจริง ๆ นะ" สุดท้ายเขาก็ยอม ลึก ๆ แล้วก็อยากให้ภรรยาหายดี อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องลำบากแบบนี้
ยาวิเศษเม็ดที่สองผ่านลำคอเข้าไป เพียงอึดใจเดียวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ขาอันเหี่ยวแห้งทั้งสองข้างของหญิงชราเริ่มสร้างกล้ามเนื้อและเกือบจะกลับมามีขนาดเท่าปกติ เธอเหยียดขาทั้งสองแตะพื้นก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีชายที่รักคอยประคองไว้ น้ำหนักตัวทั้งหมดถูกรับไว้ด้วยขาคู่นี้ มันสั่นเทาจากการที่ไม่เคยได้ใช้งานตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ก้าวแรกแม้จะช้าทว่ามั่นคง ส่วนก้าวสองนั้นน้ำตาที่กลั้นไว้ก็พรั่งพรูออกมาราวเขื่อนแตก ทั้งคู่กอดคอกันร้องไห้เหมือนกับเด็ก มันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างที่สรรหาคำใดมาอธิบายไม่ได้
ชายชราพบว่าไม่เพียงแค่รอยเหี่ยวย่นจากกาลเวลาของภรรยาจะบางตาลง ผมที่เคยขาวโพลนของเธอก็กลับมามีสีดำขึ้นแซม เขาแน่ใจแล้วว่ายานี้ไม่ใช่ยารักษาโรคอย่างที่เข้าใจในตอนแรก มันคือยาอายุวัฒนะ เขาย้ำไม่ให้เธอแตะต้องมันอีกระหว่างที่เขานำเสียมทองคำออกไปให้ร้านตีราคา
ชายชรากลับมาอีกครั้งในยามเย็นพร้อมกับเงินและข้าวของจำนวนมากที่ซื้อมา เขามัวแต่สนใจข้าวของที่มีมากมายกระทั่งไม่ทันได้สังเกตว่าภรรยาของเขาดูอ่อนเยาว์จากเดิม กว่าจะรู้ก็ตอนที่นับเม็ดยาและพบว่ามันหายไปอีกหนึ่ง
ราวกับอ่านใจได้ หญิงผู้เป็นภรรยารีบออกตัวก่อนทันที
“ขาข้ายังไม่ค่อยมีแรง พอเดินแล้วมันก็ร้าวไปถึงหลัง ปวดเหมือนกับมีเหล็กร้อนมาจี้ ข้าเลย... กินเพิ่มแค่เม็ดเดียวก็หายเจ็บเลยนะ" ฝ่ายภรรยาพูดอ้อมแอ้มไม่เต็มปากเต็มคำเพราะรู้ว่าตนผิดสัญญา ฝ่ายสามีอยากจะโกรธให้มากกว่านั้นแต่เขาก็รู้ดีว่าตลอดมาภรรยาของเขาต้องอดทนกับอาการเจ็บป่วยมานานแค่ไหนจึงไม่สามารถหักใจดุด่าเธอได้
ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าวว่า
“ดูยายสิ จากตอนแรกอายุเจ็ดสิบ ผ่านไปไม่ทันข้ามคืนกลับอ่อนเยาว์ลงไม่ถึงอายุห้าสิบแล้วล่ะมั้ง”
“จริงรึ ยายดูสาวขึ้นขนาดนั้นเลยหรือ”
“นี่ตาไม่ได้ชมนะ ถ้าชาวบ้านคนอื่นเห็น เราอาจจะมีปัญหาก็ได้”
ชายแก่เอ่ยเสียงเข้มจริงจังหลังจากเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของอีกฝ่าย ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะสลดใจเลย
“กังวลมากไปหรือเปล่า ปกติคนพวกนั้นก็ไม่ได้สนใจเราแม่แต่น้อย วันที่เราไม่เหลืออะไรให้กิน ก็ไม่มีสักคนเหลียวแลเสียด้วยซ้ำ ตาก็กินด้วยสิ สักเม็ดหนึ่งไม่เป็นไรหรอก”
ชายชราเงียบไปเพราะเห็นพ้องกับสิ่งที่เธอพูดทุกประการ เขามองกล่องไม้นั่นอย่างลังเล
หลังจากเวลาผ่านไปหลายวัน ตอนนี้ชีวิตทั้งสองพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชายชรานำเงินส่วนหนึ่งซื้อสิ่งของจำเป็นเพิ่มอีกทั้งซ่อมแซมบ้านเก่า ๆ ที่ใกล้พัง ส่วนที่เหลือก็ยังนับว่าอักโข เขาจึงนำไปใช้ในสิ่งที่เคยอยากทำมานานทว่าไม่มีเงินทุน นั่นก็คือลงทุนที่ดิน ฟาร์ม และสัตว์เลี้ยง
แม้จะหมดห่วงเรื่องความเป็นอยู่ แต่ทั้งสองก็ยังมีเรื่องกลุ้มใจเพียงอย่างเดียวคือยาวิเศษที่นีเนมอบให้นั่นเอง ฝ่ายสามีพบว่าภรรยาของเขายังคงแอบกินยาอีกหลายครั้งแม้ว่าจะยังไม่ครบกำหนดตามที่นีเนเตือน ยิ่งกินเธอก็ยิ่งอ่อนเยาว์ขึ้นทุกครั้ง จากผิวที่เคยเหี่ยวย่นมีรอยตกกระไปทั่ว อีกทั้งริ้วรอยบนใบหน้า ก็ค่อย ๆ ลดลงจนมองไม่เห็น เดิมผมหงอกแทบทั้งศีรษะกลับกลายมาเป็นผมดกดำอีกครั้ง กว่าผู้เป็นสามีจะคิดได้ว่าควรนำกล่องยาไปซ่อนภรรยาของเขาก็กลายเป็นสาวรุ่นเสียแล้ว
ในที่สุดสิ่งที่กลัวที่สุดก็เริ่มต้นขึ้น เริ่มมีคนระแคะระคาย ชายชราไม่มีทางเลือกจึงต้องโกหกทุกคนว่าหญิงชราไปเยี่ยมญาติต่างเมือง ส่วนเด็กสาวที่เห็นคือหลานสาวที่ย้ายมาเพื่อดูแลเขา แน่นอนว่าไม่ค่อยมีคนเชื่อนัก
หลายคนก็ไม่สนใจว่าสิ่งที่ตาแก่ท่าทางงกเงิ่นคนนี้พูดจริงหรือไม่ ก็จะมีแต่หนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่ในหมู่บ้านผู้สนใจเพียงความสาวความสวยเท่านั้น พวกเขาต่างแวะเวียนมาหายายแก่ในคราบหญิงสาวทุกวัน ป้อนคำหวานและสรรหาสิ่งของมาเอาใจ จนชายชราก็เริ่มหัวเราะไม่ออก ในที่สุดจากที่เคยปฏิเสธมาตลอดเขาก็เริ่มลองกินยานั้นดูบ้าง
“แค่เม็ดเดียวเท่านั้น...” ชายแก่รำพึง
หลายเดือนผ่านไป นีเนไม่ได้ติดต่อหรือรู้ข่าวคราวของสหายรุ่นปู่ของเธออีกเลย เพราะเธอกำลังง่วนกับตัวยา และเวทมนตร์ชนิดใหม่ ๆ ที่คิดค้นเพื่อเปลี่ยนโลหะธรรมดาให้กลายเป็นโลหะชนิดพิเศษ
บนโต๊ะทำงานของนีเน หากใช้คำว่ารกอาจจะบรรยายสภาพตอนนี้ได้ไม่ถูกต้องนัก ถ้าเปรียบว่าวินาศสันตะโรในสายตาของคนรับใช้ดูจะเหมาะสมที่สุด พื้นที่ทุกตารางนิ้วถูกจับจองด้วยหลอดแก้วสีสันสดใสหรือชิ้นส่วนบางอย่างที่ระบุไม่ได้ว่าเคยเป็นของสิ่งมีชีวิตหรือไม่ นอกจากนั้นก็จะมีตำราเล่มหนาหลายเล่มที่ถูกเปิดค้างทิ้งไว้ไม่เป็นระเบียบ
ไม่ไกลกันนั้น เด็กสาวเจ้าของผมสีดำขลับผู้กำลังทำงานมือเป็นระวิง เธอใช้ไม้คีบขาแมลงเล็กเท่าเส้นผม บรรจงใส่มันเข้าหลอดทดลองอย่างใจเย็น ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“ใครอยู่ข้างนอกคะ รบกวนเข้ามาหน่อยค่ะ"
สิ้นเสียงเธอประตูก็เปิดออกเองโดยที่ไม่มีใครผลัก พร้อมกับสองร่างก็เดินเข้ามาในห้อง ร่างแรกเป็นอมนุษย์ตนหนึ่งที่มีรูปร่างเป็นผู้ชายแต่มีศีรษะเป็นโหลปลาทองที่นอกจากจะมีน้ำใส่อยู่เกินครึ่งก็ยังมีปลาทองตัวเป็น ๆ แหวกว่ายอยู่ในนั้นด้วย ส่วนอีกรายคือผู้เฝ้าปราสาทที่ชื่อบีเทลเดรกนั่นเอง
“มาได้จังหวะดีเลยค่ะ ช่วยลองดื่มยาให้หน่อยสิคะ" นีเนพูดขณะที่ยังจ้องเขม็งไปที่ส่วนผสมสองสีในขวดแก้วกำลังกลืนกินกันเอง แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือฟิชโบว์ลบริวารที่มีหัวเป็นโหลปลาทอง เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่มีปากที่จะใช้ดื่ม แล้วแบบนี้เขาจะช่วยทดสอบยาของเธอได้อย่างไร
“ท่านฟิชโบว์ลไม่ต้องก็ได้ค่ะ" เด็กสาวส่งยิ้มให้ ถึงเขาจะไม่มีใบหน้า แต่ใครที่เห็นก็นึกภาพออกว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงกำลังทำหน้าน้อยใจที่ถูกเจ้านายปฎิเสธ
“กร๊อก กร๊อก" บีเทิลหัวที่เหมือนแมลงของบีเทิลเดรกส่งเสียงประหลาดออกมา
“อ่อ ยาสีฟ้า ๆ ที่วางอยู่บนชั้นวางน่ะค่ะ"
“กี๊ซ กี๊ซ" คราวนี้เป็นเสียงจากหัวมังกร
“กินให้หมดเลยก็ได้ค่ะ" นีเนตอบทั้งที่ไม่ได้มองไปทางพวกเขา เธอกำลังใจจดใจจ่อกับส่วนผสมในหลอดทดลองตรงหน้าขณะที่สายตาก็อ่านอักขระโบราณบนหน้าหนังสือไปด้วย
บีเทลและเดรกมองขวดยานับสิบในตู้แบบพิเศษที่ถูกปรับอุณหภูมิเอาไว้ให้เหมาะกับของเหลวแต่ละชนิด พวกเขาพบว่ายาสีฟ้าที่นีเนว่ามีถึงสองขวด เขาหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมา
“กร๊อก กร๊อก"
“ค่ะ อันนั้นแหละ" นีเนตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเช่นเดิม
ทั้งสองหัวของปีศาจรับใช้มองหน้ากัน จากนั้นทั้งคู่ก็เล่นค้อน กรรไกร กระดาษกับตัวเองจนได้ผู้ที่จะต้องทดสอบยา
บีเทลพยายามกระดกยาสีฟ้านั่นจนหมดในรวดเดียว แต่ทันทีที่ของเหลวนั่นสัมผัสลิ้น มันกลับระเหยเป็นไอไม่ได้ไหลลงจนถึงท้อง ควันสีฟ้าประหลาดพวยพุ่งออกจากหัวที่เป็นแมลงนั่นส่งผลให้อีกหัวร้อนรนกระวนกระวาย แต่ฟิชโบว์ลกลับยืนปรบมือเพราะคิดว่าเพื่อนเล่นกล
“รีบถอดหัวท่านบีเทิลออกค่ะ!” นีเนออกคำสั่งทันทีที่พบสิ่งผิดปกติ ทั้งบีเทิลและเดรกที่กำลังตกใจจนลนลานไม่ได้ทำตามคำสั่งของเธอ ฟิชโบว์ลผู้อยู่ข้าง ๆ จึงเป็นฝ่ายช่วย เขาดึงหัวของบีเทิลออกมาอย่างง่ายดายก่อนที่จะส่งต่อให้กับผู้เป็นนาย
ควันสีฟ้าที่พวยพุ่งหยุดลงแล้ว แต่ในปากและกรามที่เหมือนแมลงของบีเทลก็ละลายจนทะลุเช่นกัน
“ขอโทษนะคะ เพราะเราไม่ระวังแท้ ๆ ท่านบีเทิลเลยต้องเจ็บตัว งั้นลองยาตัวนี้แทนนะคะ" เด็กสาวสำนึกผิดครู่หนึ่งแต่ก็กลับมาร่าเริงในทันทีที่เห็นยาอีกขวดที่เธอปรุงไว้ การได้เห็นผลลัพธ์จากสิ่งที่ทดลองสร้างขึ้นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายไปแล้ว เพราะคนรับใช้ยืนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีพ อานุภาพของยาทำลายอวัยวะภายในเสียสิ้น
“โธ่ ตายแล้วนี่นา แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวคืนชีพให้ ไว้ฟื้นค่อยลองดื่มอีกขวดก็ได้” นีเนกล่าวกับร่างไร้วิญญาณนั่นด้วยความเสียดาย เสียดายที่ฤทธิ์ของยาไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
อีกด้าน ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังพิจารณารูปลักษณ์ของตนผ่านเงาสะท้อนจากผิวน้ำ หน้าตาของเขาไม่ได้หล่อเหลานักทว่าร่างกายกำยำที่แขนและอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นอาจทำให้สาวน้อยใหญ่ถูกใจมิใช่น้อย
“ดูดีกว่าสมัยที่ฉันยังหนุ่มเสียอีก” ชายคนนั้นเอ่ย ใช่แล้วเขาคือคุณตาคนที่ได้รับยาอายุวัฒนะจากนีเนไปนั่นเอง
หลังจากกินยาสามเม็ดที่คราวเดียว ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เปลี่ยนชายแก่ให้กลายเป็นหนุ่มใหญ่ท่าทางแข็งแรงในทันที ตอนแรกเขาผงะตกใจกับเงาสะท้อนที่ไม่คุ้นตา แต่เพียงครู่หนึ่งก็ยิ้มยินดีเพราะคราวนี้เขาไม่ต้องกลัวว่าภรรยาสาวของเขาจะนอกใจอีกแล้ว
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของเพื่อนบ้านรายหนึ่ง เขาประหลาดใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นสองผัวเมียร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตาในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนั้นเรื่องที่ภรรยาของเขาไปต่างเมืองอย่างกะทันหันและญาติปริศนาที่ไม่น่าจะมีก็ปรากฏตัวขึ้นมา ทุกอย่างมันช่างน่าสงสัย
เพื่อนบ้านจอมสอดรู้รายนี้เชื่อว่าชายแก่น่าจะได้เงินมาจากการลักขโมย และเมื่อส่วนแบ่งไม่ลงตัวเขาจึงได้สังหารภรรยาตัวเองเสีย ส่วนเด็กสาวนั่นถ้าไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิดก็น่าจะเป็นชู้รักของเขาที่พากันมาอยู่ด้วยกันหลังจากที่ฆาตกรรมภรรยาไปแล้ว เขาคิดทุกอย่างเป็นตุเป็นตะราวกับว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ที่ว่าก็ไม่ผิด
เมื่อความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่าความกลัว เพื่อนบ้านจอมจุ้นคนนี้จึงได้จับตามองสองสามีภรรยาทุกครั้งที่มีโอกาส จนวันหนึ่ง ขณะที่แอบมองจากรอยแยกของฝาบ้าน เขาก็เห็นกับตาว่ารูปร่างของชายชราเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังจากกินอะไรบางอย่างเข้าไป
“ปีศาจ พวกเฒ่าปีศาจแน่นอน”
เมื่อนำทุกอย่างมารวมกัน มีข้อสรุปนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชาวบ้านจอมสอดรู้คิด ยายแก่ไม่ได้หายไปไหน แต่ว่ากลายเป็นสาวขึ้นมา ต้องเป็นมนต์ดำแน่ ๆ คนพวกนี้ขายวิญญาณให้ปีศาจ
โดยไม่จำเป็นต้องถามไถ่ให้มากความ เขาสรุปตามนั้นและเที่ยวไปบอกชาวบ้านคนอื่น ๆ ข่าวลือประหลาดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและถูกใส่สีตีไข่เพิ่มบิดเบือนเสียไม่หลงเหลือข้อความเดิม
“เห็นว่าพวกนั้นกินของสด ๆ ด้วยนะ"
“ใช่ ตอนแรกก็แปลกอยู่ ไม่รู้ว่ารวยมาจากไหน ถึงได้เอาเงินมาแบ่งซื้อที่ดินจากข้า"
“อะไรนะ นั่นไม่ใช่หลานสาว แต่เป็นยายเฒ่าคนนั้นเองที่กลายเป็นสาวเรอะ โอ้ย ขนลุก"
“ข้าเคยเห็นยายแก่นั่นพึมพำอะไรก็ไม่รู้ นั่นต้องเป็นคาถาของปีศาจแน่ ๆ"
“สัตว์เลี้ยงที่บ้านของแฮร์ริสก็หายไป รึว่าจะเป็นฝีมือสองผัวเมียนั่น"
ข่าวลือที่เต็มไปด้วยข้อมูลบิดเบือนทำให้ชาวบ้านต่างก็ลุกฮือขึ้นมา สมาชิกกว่าครึ่งหมู่บ้านรวมตัวกันเพื่อปิดล้อมที่พักของทั้งคู่ไว้ ต่างคนต่างตะโกนเรียกให้ทั้งสองออกมาแต่ทั้งคู่หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
“บุกเข้าไปจับพวกมันเลย" เสียงหนึ่งดังขึ้น มีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ยังรอท่าทีอยู่
“ใจเย็น ๆ สิ ต้องสอบสวนดูก่อน" อีกเสียงดังขึ้นแต่ก็ถูกกลบด้วยเสียงโห่ใส่
“พวกมันติดต่อกับแดนปีศาจแน่ ๆ พระเจ้าจะไม่มีวันให้อภัย จับพวกมันมาลงโทษซะ"
“ใช่ ๆ จับมันมาเผาทั้งเป็น"
ยูนิตี แม่บ้านและจอมเวทผู้รับใช้ใกล้ชิดกับนีเน