คาน ตะลึงงันเมื่อได้ยินคำถามจากชายหนุ่ม
เขาจ้องมองไปที่ั์ตาดำแวววาวและสงบนิ่งของนายน้อย
เหมือนคุ้นเคย แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า ไม่ใช่
เื่ราวหลากหลายผ่านเข้ามาในความคิดของสายลับผู้นี้
แน่นอนว่า ไม่มีใครในตระกูลเบลลาทอร์ที่รู้เื่นี้ แม้แต่คนเดียว
รวมถึง วาลัน เบลลาทอร์ อาของนิโคลัส ที่ร่วมมือกับองค์ชายสาม ก็ไม่รู้เื่นี้
หรือแม้แต่ฝั่งคนขององค์ชายสามเอง ก็มีคนเพียงไม่กี่คน ที่รู้ว่าองค์ชาย ได้ส่งสายลับออกไปแฝงตัวอยู่ตามตระกูลใหญ่ั้แ่เมื่อสี่ปีก่อนแล้ว
เขาแฝงตัวเข้าในตระกูลเบลลาทอร์ได้เกือบสี่ปีแล้ว เริ่มจากเป็นักรบทั่วไป ก่อนที่จะได้รับคัดเลือกเป็องครักษ์เมื่อสองปีกว่าที่ผ่านมา ไม่มีทางที่คนอื่นจะรู้ความลับนี้ เพราะเขาไม่เคยติดต่อกับองค์ชายอีกเลยั้แ่เข้ามา
จนกระทั่งวันที่องค์ชายโจมตีตระกูลเบลลาทอร์ จึงสั่งให้เขาตามมาแฝงตัวต่อไป และคอยเก็บกวาดคนทรยศที่ถูกจับได้เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล จากนั้นก็แฝงตัวต่อไปรอรับคำสั่งในภายหน้า
“ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้าไม่ใช่คนของ วาลัน”
เขาอดไม่ได้ที่จะถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
“เพราะเ้าฆ่าคนที่ตามล่าเราไปมากมาย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็คนของ วาลัน”
“ถ้าเ้าเป็คนของท่านอาข้า เ้าต้องไม่ลงมือแบบนั้นแน่ คงทำเหมือนกับโทมัส ที่จัดการไปเพียงสองสามคนเท่านั้น”
“พอได้กลับไป จะได้บอกได้ว่า เพียงทำไปตามสถานการณ์”
ระหว่างที่ชายหนุ่มกล่าว พลางชำเลืองมองไปทางโทมัสที่มีสีหน้าวิตกกังวลถึงชะตากรรมตัวเองเป็อย่างมาก
อดีตนักฆ่าได้แยกแยะถึงความแตกต่างระหว่าง คาน กับ โทมัส นั่นจึงทำให้เขาแยกแยะได้ว่า คาน เป็คนของใคร
คนหนึ่ง้ากลับไปเป็หัวหน้าอัศวิน ส่วนอีกคนไม่ต้องพะวงสิ่งใด
คนหนึ่งยิ่งน้อยยิ่งดี อีกคนยิ่งมากยิ่งดี
แตกต่างอย่างชัดเจน
“หากข้าฆ่าได้เยอะ นั่นย่อมเป็การดีต่อการหลบหนี แล้วอะไรทำให้ท่านคิดว่าข้าเป็ สายลับ”
ยิ่งคิด เขายิ่งไม่เข้าใจ เขาทำตัวเรียบเฉยมาตลอด ไม่เคยก่อปัญหาใด ๆ เลย
ไม่ทะเยอทะยาน ไม่หย่อนยานในหน้าที่ แล้วอะไรทำให้เขาผิดพลาด
“ส่วนที่ว่าทำไมข้าถึงสงสัยว่าเ้าเป็สายนั้น เพราะเ้าราบเรียบเกินไปจนผิดปกติ”
เมื่อคานได้ยินที่ชายหนุ่มกล่าว ทำให้เขารู้แล้วว่าผิดพลาดตรงไหน
เขากลัวว่าจะเป็จุดเด่นจนเกินไป ทำให้ต้องรักษาระดับของตนเองอยู่เสมอ ไม่พยายามทำตัวให้เป็จุดสนใจ
เขาไม่ทำตัวเก่งเหมือนวิคเตอร์ หรือ อีรินและอาริน
มีความสามารถโดยไร้ความทะเยอทะยาน
ไม่ช่างพูด หรือสนุกสนานเฮฮา เหมือนแจ็ค ที่แม้ไม่ได้เก่งแต่รู้จักคนไปทั่ว
ไม่เย่อหยิ่ง ดังเช่นอังเดร ที่ยกตนเหนือผู้อื่นเสมอ
ไม่อาสาหรือออกตัวใด ๆ แต่ช่วยเหลือทุกครั้งที่มีคนร้องขอ
ไม่โลภ ไม่หวังผลตอบแทน ไม่เที่ยวเตร่ ไม่กินเหล้า
ช่างราบเรียบยิ่งนัก ราบเรียบเกินไปจริง ๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว แล้วท่านมีอะไรจะสอบสวนข้า”
คานทำใจไว้แล้วั้แ่เขามาเป็สายลับ วันใดที่ถูกจับคือวันสิ้นสุดของเขา
“เ้าเคยส่งข้อความหรือทิ้งเครื่องหมายติดตาม ไปให้คนของเ้าบ้างไหม”
อดีตนักฆ่าที่ผ่านการถูกทรยศมาหลายครั้ง อยากรู้ว่าทั้งสองคนช่วยกันส่งข่าวหรือมีเพียงคนเดียวที่ส่งข่าว
“ั้แ่ข้าเข้ามาอยู่ในตระกูลเบลลาทอร์เมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว”
“ข้าไม่เคยส่งข้อความใด ๆ ออกไปแม้แต่ครั้งเดียว หน้าที่ของข้าคือ อาวุธลับ อะไรที่เสี่ยงเปิดเผยตัวห้ามทำเด็ดขาด”
“การส่งข้อความหรือทำเครื่องหมายติดตามทั้งหมด เป็หน้าที่ของมันคนเดียว”
ทุกคนโดยรอบเมื่อได้ยินดังนี้ ต่างะโด่าไปทางโทมัสพร้อมๆ กัน
บางคนถึงกับเดินเข้าไปเตะ แต่ดีที่คนข้าง ๆ ดึงเอาไว้ได้ทัน
"หน้าที่หลักของข้าคือ อาวุธลับ เอามาใช้กับภารกิจสำคัญเท่านั้น เช่น จัดการบุคคลสำคัญ หรือคนพิเศษที่ต้องกำจัดทิ้ง เช่น มัน"
กล่าวพลางหันไปทางโทมัส ที่นอนกองอยู่ไม่ห่าง
และในความหมายของบุคคลสำคัญ เช่น ผู้นำ หรือ ทายาทตระกูล
หาก นิโคลัส ไม่ได้ถูกอัญเชิญมา คาดว่า เด็กหนุ่มเบลลาทอร์ คงโดนจัดการด้วยฝีมือเขาแน่นอน
คาน บอกไปตรง ๆ เพราะมันไม่ได้สำคัญอะไรอีกแล้ว เมื่อเขาถูกจับได้
“แล้วเ้ารู้ได้ยังไง ว่าต้องกำจัดโทมัส”
ในเมื่อไม่เคยติดต่อ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าต้องกำจัดคนทรยศเพื่อปิดปาก
“ข้าไม่เคยส่งข่าวไป แต่มีคนส่งข่าวให้ข้า”
พลางกวาดสายตาไปทางโทมัส
“มันเป็คนส่งจดหมายปิดผนึกให้ข้าเองกับมือ”
“จดหมายที่สั่งให้ฆ่าตัวมันเอง หากงานเสร็จหรือมันถูกจับได้”
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
โทมัสรู้สึกโลกหมุนคว้าง มันยิ่งกว่าตื่นตะลึง ยามได้ยินคำพูดนี้
เหมือนเขายื่นดาบให้คนอื่นมาฆ่าตนเอง
ความหวังที่จะเป็หัวหน้าอัศวิน ไม่มีอยู่จริงั้แ่แรกแล้ว
“เ้าโกหก ไม่มีทางเป็ไปได้ เ้าโกหกข้า”
เสียงแหบพร่าที่ร่ำร้องด้วยความสิ้นหวัง ดังไปทั่วบริเวณ
ทุกคนที่รายล้อมอยู่ ต่างมองไปที่เขาด้วยสายตาเหยียดหยันและสะใจ
“ท่านมีเื่อื่นจะถามข้าอีกไหม”
“ฟังจากที่เ้าพูดแสดงว่าเ้าไม่ได้ติดต่อกับทางองค์ชายสาม แสดงว่าเ้าก็คงไม่รู้แผนการอะไรมาก”
“ข้าไม่มีอะไรถามเ้าแล้ว แม้ถามไป เ้าก็ไม่บอกข้าอยู่ดี คนอย่างพวกเราถูกฝึกมาให้เผชิญเื่แบบนี้อยู่แล้ว”
นิโคลัสเผลอหลุดพูดไป แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
“เ้ามีอะไรอยากพูดไหม”
เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งสีหน้าและแววตาขณะที่พูด ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แม้แต่น้อย
“ข้าขอไปแบบเรียบง่ายที่สุดได้หรือไม่”
คานจ้องมองชายหนุ่มด้วยแววตาเชิงขอร้อง เพราะคนทรยศไม่มีทางสบายแน่นอน
“ตกลง”
เมื่อกล่าวจบ นิโคลัสเพียงเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ เดินผ่านด้านข้างของคานไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กร๊อบ!
พร้อมกับเสียงกระดูกแตกหัก ร่างของคานก็ร่วงจากมือของนิโคลัสที่คลายออกจากการบิดศีรษะของคาน
ทุกอย่างเงียบสงบราว ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของทุกคนในที่นั้น
ตะลึง ใ ไม่คาดคิด
รวดเร็ว และเด็ดขาด
นั่นคือ ความคิดของทุกคนในที่นี้
ความเย็นเยียบและความหวาดกลัวค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของทุกคนที่อยู่ตรงนี้
อดีตนักฆ่าที่พึ่งข้ามผ่านมิติมายังไม่เต็มหนึ่งวันดี จำใจต้องลงมือด้วยตัวเองอีกครั้ง
‘ใจจริงข้าไม่ได้อยากทำเลย แต่หากให้ตกอยู่ในมือคนเหล่านี้ เขาต้องลำบากแน่นอน’
เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนัก เขาจำเป็ต้องลงมือ
“หลังจากนี้ นำศพ คาน ไปฝังให้ดี เขา ยังมีเกียรติของนักรบ นักรบที่ทำตามคำสั่งโดยไม่บ่ายเบี่ยง แม้คำสั่งนั้นจะสั่งให้เราไปตาย”
“พวกเรากับเขา เป็เพียงเบี้ยที่อยู่กันคนละฝั่งเท่านั้น”
“และที่สำคัญ คาน เอง ไม่เคยทำอันตรายใด ๆ กับพวกเราเลย และเป็ส่วนสำคัญที่ช่วยพาเราหนีมาถึงที่นี่ได้”
“ข้าอยากขอให้ร่างของเขา กลับคืนสู่ธุลีอย่างสงบสุข จะได้ไหม”
ชายหนุ่มหันไปมองทุก ๆ คน เพื่อรอคำตอบ
ต่างคน ต่างไม่สามารถตัดสินใจได้ จนสุดท้าย สายตาทุกคู่ไปหยุดอยู่ที่ วิคเตอร์
“เ้าตัดสินใจได้เลย พวกเรามั่นใจในตัวเ้า พ่อเชื่อมั่นในตัวเ้าเช่นกัน”
พ่อบ้านและเป็พ่อของเขาด้วย ให้กำลังใจในการตัดสินใจของเขา
วิคเตอร์มองไปที่ทุกคน ที่ต่างพยักหน้าให้กำลังใจหัวหน้ากลุ่มของพวกเขา
เขาตัดสินใจได้แล้ว ต้องบอกว่า เขาอยากให้ปฏิบัติกับ คาน แบบนี้ั้แ่แรกถึงจะถูก
“ข้าคิดเช่นเดียวกับนายน้อยขอรับ”
“ข้าขอขอบคุณแทน คาน ด้วย ที่นายน้อยให้เกียรติเขาเช่นนี้ขอรับ”
กล่าวจบ หัวหน้าหน่วย ได้โค้งทำความเคารพให้กับนายน้อยของเขา
และทุกคนในที่นั้น ได้ทำความเคารพชายหนุ่มพร้อม ๆ กัน
“ข้าดีใจ ที่พวกเ้าสามารถแยกแยะได้ ไม่เอาอารมณ์หรืออคติของตนเอง ไปิ่เกียรติของผู้อื่น”
จากนั้น นิโคลัส โค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับ คาน
นี่คือวิถีของสายลับ ที่ทำได้เพียง รับคำสั่ง เท่านั้น
อดีตนักฆ่าย่อมรู้ถึงวิถีเหล่านี้เป็อย่างดี เพราะเขาเองเคยแฝงตัวเข้าไปทำภารกิจต่าง ๆ หลายครั้งเช่นกัน
“เสร็จจากเื่นี้ ฝากท่านดูแลด้วยนะพี่วิคเตอร์”
“ขอรับนายน้อย”
จากนั้นชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโทมัส ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร
“นายน้อย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะยอมบอกทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าถูกไอ้ วาลัน มันหลอกใช้ เชื่อข้าเถอะนายน้...อ๊อก!”
โทมัสพยายามอ้อนวอนเขา ระหว่างที่พูดพยายามตะกายไปเกาะขาชายหนุ่ม แต่โดนแจ็คที่รวดเร็วจับกดลงกับพื้นเสียก่อน
“ข้าไม่ได้อยากรู้ความลับอะไรของเ้าทั้งนั้น เพราะมันไม่มีประโยชน์กับข้าแล้ว”
“ข้าน้อยถูกพวกมันหลอก พวกมันจะฆ่าข้าด้วยท่านก็เห็น ข้ารู้ว่าพวกมันวางแผนจะทำยังไงต่อไป แม้ท่านจะหนีขึ้นเหนือไป แต่พวกมันก็มีแผนจะติดตามนายน้อยไป ข้าเป็สายให้ท่านได้นะขอรับ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยนายน้อย”
เสียงร่ำร้อง อ้อนวอนขอชีวิตจากคนที่สิ้นหวังและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองรอด
“ข้าไม่จำเป็ต้องใช้สายลับอะไรเลย แม้ข้าจะใช้ชีวิตเปิดเผยแค่ไหน พวกมันคงไม่มีเวลามาทำอะไรข้าด้วยซ้ำ”
“ใน่สี่ถึงห้าปีนี้ พวกนั้นคงยุ่งกันหัวหมุนแน่ ๆ”
“บัลลังก์าาคงร้อนจนนั่งแทบไม่ติดแล้วตอนนี้ ไหนจะต้องขอกำลังสนับสนุนจากทั่วทั่งจักรวรรดิ เพื่อป้องกันการโจมตีจากพวกสัตว์อสูรที่ออกมาจากป่าอัมบราฟิล”
“แล้วต้องรับความกดดันจากทุกแคว้นเื่ที่ตระกูลเบลลาทอร์เกิดปัญหาขึ้น ถ้าไม่โง่เกินไป พวกระดับสูงต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่นอน แม้ลอร์ดองค์ใหม่จะกลบเกลื่อนขนาดไหนก็คงไม่อาจปิดข่าวได้”
“แค่นั้นพวกมันก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว”
นิโคลัสกล่าวพร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ พลางนึกถึงสีหน้าของคนเ่าั้ยามต้องเผชิญกับเหล่าอสูร
“ข้าอยากบอกเ้าให้ได้รู้ว่า แม้เ้าจะกลับไปได้ พวกมันก็ไม่มีอะไรให้เ้าอยู่ดี สิ่งต่าง ๆ ที่เป็ของตระกูลหลักเบลลาทอร์ ได้ถูกมอบให้กับเทพผู้พิทักษ์ไปหมดแล้ว รวมถึงสิ่งก่อสร้างทุกอย่างภายใต้ตราประจำตระกูลหลัก”
“หากเ้าได้กลับไป เ้าคงได้แต่ทำหน้าที่เผชิญเหล่าอสูรจากป่าอัมบราฟิลแน่นอน”
“น่าเสียดาย ยังไงเ้าก็ไม่มีทางได้กลับแน่นอน แม้ไม่มีข้า แต่ก็ยังมี คาน”
เมื่อได้ยินดังนั้น โทมัสที่กองอยู่กับพื้นอยู่แล้วถึงกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง
“ข้าไม่มีอะไรคุยกับเ้า แต่ดูเหมือนบางคนอยากคุยกับเ้านะ”
จากนั้นชายหนุ่มได้หันหน้าไปทาง อังเดร
“อังเดร เ้ามานี่ ข้าคิดว่าเ้าอยากคุยกับเขาใช่ไหม เ้าสนิทกันมากนี่”
นายน้อยเรียกให้อังเดรเข้ามาหา จากนั้นเขาก็เดินห่างออกไปที่แนวต้นไม้ด้านข้าง
“ข้า..เป็คนรักษาเ้าเองมาตลอดทาง..หลายครั้ง..ข้าหมดพลังไปมากมาย”
“ไอ้สารเลว หลายครั้งข้าต้องยอมหยุดรักษาคนอื่นเพื่อมารักษาเ้า เพราะเ้าเป็รองหัวหน้า ทำให้คนอื่นต้องตาย..”
ทันที่อังเดรมาถึงร่างของโทมัส กระชากร่างคอเสื้อเขาขึ้นมา แล้วะโด่าสารพัด
พูดไปก็ลงมือไป ใบหน้าของโทมัสที่รักษาจนเกือบดีแล้ว กลับไปบวมปูดอีกครั้ง
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อย..ข้าอาจโดนมีดของเ้าปักอกตอนไหนก็ไม่รู้”
“ช่างโง่งมนัก ข้ามันช่างโง่งมยิ่งนัก ข้าคิดว่าตัวเองสำคัญกว่าผู้ใด ทุกคนต้องพึ่งข้า แม้แต่เ้าที่เป็รองหัวหน้าก็ต้องอาศัยข้า ฮ่าฮ่าฮ่า ข้ามันช่างโง่เง่ายิ่งนัก”
นักเวทขาวะโร่ำร้องราวกับคนคลุ้มคลั่ง
ทันใด มีมือหนึ่งมาตบที่บ่าเขาเบา ๆ เมื่อเขาหันไปก็เห็นร่างชายหนุ่มที่เขาเคยคิดดูถูกอยู่เสมอมา
“ตอนนี้เ้ามีข้า และพวกเราอยู่เคียงข้าง ในขณะที่เ้าพวกนั้นไม่มีเวลามาสนใจเราอีกหลายปี เ้าสบายใจได้”
ชายหนุ่มกระชับมือที่จับที่บ่าของอังเดรเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มเบาๆ ที่ทำให้ผู้คนเห็นแล้วรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันใด
จากนั้น หันไปทางแจ็ค
“แจ็คหาผ้ามารัดปากมันไว้ อย่าให้มันส่งเสียงดัง ข้ารำคาญ”
เมื่อเห็นแจ็คเอาผ้ามารัดปากโทมัสแล้ว เขาก็ยื่นท่อนไม้ที่เขาพึ่งไปเก็บมา ให้กับอังเดร
“ระบายสิ่งที่อยู่ในใจเ้าออกมาให้หมด อย่าให้พวกมันเหลืออยู่จนเป็ปีศาจหัวใจของเ้าในภายหน้าได้”
“เมื่อเ้าเห็นมันจะไม่ไหวแล้ว เ้าก็รักษามันเหมือนกับที่เ้าได้ช่วยชีวิตมันหลายครั้ง”
“ทำวนไปแบบนี้จนกว่าเ้าจะพอใจ”
เขาพูดสบาย ๆ เหมือนกำลังเดินเล่นชมนกชมไม้ในสวน
แต่ทุกคนที่ได้ยิน รู้สึกหนาวเข้าไปถึงกระดูก บางคนถึงกับตัวสั่นเมื่อนึกถึงหากตนเองต้องโดนเช่นนั้น
“พวกเ้าก็เช่นกัน จงระบายสิ่งที่คั่งค้างอยู่ข้างในออกมาให้หมด”
“จงปลอบโยนเหล่าดวงิญญาของสหายผู้จากไป ด้วยแรงของพวกเ้า”
“ทุกครั้งที่มันใกล้ตาย จงรักษามันขึ้นมา ทำซ้ำ ๆ ให้ครบตามจำนวนเหล่าพี่น้องที่จากไป”
“ถ้าทุกคนไม่มีอะไรคั่งค้างในใจแล้ว ให้เอาศพมันไปโยนไว้กลางป่า ให้เป็อาหารของสัตว์ป่า อย่างน้อยศพมันยังทำประโยชน์ได้บ้าง”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มได้เดินจากไปทันที โดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย
เงาร่างของชายหนุ่มที่เดินไป แม้ดูเหมือนคุ้นเคยยิ่งนัก
แต่ทุกคนตระหนักแล้วว่า
คนผู้นี้ ไม่ใช่นายน้อยที่แสนอ่อนโยนของพวกเขาอีกต่อไป นายน้อยคนนั้นได้จากไปแล้ว..
คน ๆ นี้ คือ นายท่าน..นายท่านของพวกเขา