เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 71 ส่งเสบียง

            ตกกลางคืนเจิ้งหยวนออกมาปลดเบาเมื่อเดินผ่านใต้หน้าต่างห้องคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ยินเสียงสองสามีภรรยาพูดคุยกันน้ำเสียงที่เธอได้ยินฟังดูไม่สู้ดีเท่าไรนักเหมือนกำลังทะเลาะกันอยู่เธอกลั้นหายใจเพื่อลบตัวตนอย่างอดไม่อยู่ พลันก็ได้ยินเสียงเฉินชุ่ยอวิ๋นพูดขึ้น“เป็นลูกเหมือนกันแท้ๆ ทำไมพ่อแม่คุณไม่รักคุณบ้าง? พวกเราปีหนึ่งได้ส่วนแบ่งข้าวกับแป้งเท่าไรเองไม่ว่าผลผลิตจะมากจะน้อย หรือเป็นยังไง ก็ต้องส่งให้พวกเขาห้าสิบจินทุกปีสามีภรรยาคู่นั้นเป็นพนักงานประจำ เงินเดือนรวมกันตั้งเจ็ดสิบ แปดสิบหยวนต่อเดือนจะไม่มีข้าวกับแป้งกินได้ยังไง! ครอบครัวเรามีคนตั้งเยอะแยะเดิมทีก็ไม่พอกินกันอยู่แล้ว ทำไมต้องขอแบ่งเอาจากครอบครัวเราด้วยล่ะ?”

            “เจิ้งเฉวียนกัง ฉันไม่สนต่อไปครอบครัวเราต้องเป็นเหมือนพี่ใหญ่ ให้แต่เงินไม่ให้เสบียง!”

            “หากหยวนหยวนไม่บอกฉันคงไม่รู้หรอกว่าอาสะใภ้สามแกก่อหายนะให้ครอบครัวเราขนาดไหน! เด็กสาวเด็กหนุ่มทั้งกองเราต่างได้รับคำแนะนำแต่งงานจากแม่สื่อมีแค่คนในอำเภอเมืองพวกเขาที่ใช้การคบหากัน หากไม่ใช่เพราะเธอยุยงปลุกปั่นเด็กอย่างหยวนหยวนจะเข้าใจอะไร เธอจะรู้จักหาคนรักในเมืองเหรอ?”

            “เจิ้งเฉวียนกัง คุณเป็นใบ้เหรอ? ฉันพูดกับคุณอยู่นะ ฉันจะไม่ยอมทนอีกต่อไปแล้ว!”

            เจิ้งหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันเพราะเรื่องส่งเสบียงแม้เจิ้งเฉวียนกังจะไม่เคยเถียงเฉินชุ่ยอวิ๋นผู้เป็นภรรยาเลยสักครั้งแต่เสบียงที่ควรให้ก็ยังคงให้เหมือนเดิม ลึกๆแล้วเจิ้งหยวนแอบนึกเสียใจที่ตัดสินใจเล่าเรื่องอาสะใภ้สามยุยงเธอออกไปความคาดหวังเพียงหนึ่งเดียวของเธอในชาตินี้คือให้ครอบครัวมีชีวิตราบรื่นสุขสบายสุดท้ายกลับมากระตุ้นความขัดแย้งในครอบครัวจนคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันยิ่งเฉินชุ่ยอวิ๋นสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ไม่ควรที่จะโมโหไปมากกว่านี้เธอตบปากตัวเองเบาๆ ทีหนึ่งพลางตำหนิตัวเอง “ปากมากนักนะแก”

            ความจริงแล้วการให้ข้าวสาลีห้าสิบจินกับคุณปู่คุณย่าถือว่าเยอะไหม? ก็ไม่เยอะหรอก แต่ยุคสมัยนี้ชาวนาไม่มีอันจะกิน มันเลยดูเหมือนเยอะมากสรุปคือเหตุเกิดจากความยากจนนั่นแหละ

            ทนอีกไม่กี่เดือนเท่านั้นเมื่อเธอแต่งกับเฝิงเจี้ยนเหวินแล้ว เฝิงเจี้ยนเหวินกลับจากกองทัพ ในบ้านก็จะเหลือเธออยู่คนเดียวถึงตอนนั้นเธอจะแอบเอาเสบียงออกมาส่งให้บ้านเดิมถึงแป้งขัดสีจะขาวเกินไปจนไม่น่านำออกมาได้ แต่อย่างน้อยๆก็สามารถนำพวกแป้งข้าวโพด ข้าวสาร รวมทั้งเนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อปลาและอย่างอื่นไปให้ที่บ้านได้ เวลานี้เธอค่อนข้างใจร้อนอยากแต่งงานแล้วจริงๆไม่รู้ว่าทางเฝิงเจี้ยนเหวินได้รับจดหมายของเธอหรือยัง หากส่งไปไม่ถึงล่ะ? ทำไมยังไม่ตอบกลับมาอีก? เธอควรส่งจดหมายถามอีกฉบับไหมนะ? มันจะดูร้อนรนเกินไปหรือเปล่า?

            เช้าวันรุ่งขึ้นเจิ้งเฉวียนกังยืมจักรยานคันหนึ่งมาให้เจิ้งหยวนสำหรับใช้ไปส่งเสบียงที่อำเภอเมืองเฉินชุ่ยอวิ๋นโกรธจัดจนเจิ้งหยวนต้องรีบเกลี้ยกล่อมมารดาให้ใจเย็นลงก่อนจะดึงเธอมากระซิบข้างหู “แม่ แม่ไม่ใช่ไม่รู้จักพ่อบ้านพวกเราใครเอาชนะเขาได้บ้างเล่า? วางใจเถอะ แม่ต่อไปฉันจะทำให้แม่อยู่ดีกินดีเอง ฉันสาบานเลย”

            แม้เฉินชุ่ยอวิ๋นจะยังโกรธอยู่แต่เมื่อเจิ้งหยวนปลอบประโลม ภายในใจก็พลันอุ่นวาบขึ้นมาถึงกระนั้นก็ยังดุบุตรสาวอยู่ดี “ลูกสาวแต่งออกเหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไปฉันขอแค่ให้แกเข้ากับครอบครัวสามีได้ ประพฤติตัวเหมาะสมเท่านั้นไม่กล้าหวังให้แกพาฉันไปมีชีวิตที่ดีหรอก” ปากพูดเช่นนี้แต่ใจกลับคิดช่วงนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว ช่างพูดจารื่นหูน่าฟังจนคนผ่อนคลายไปตามกันแต่มานึกดูอีกที เจิ้งเฉวียนกังกตัญญูเสียขนาดนั้นลูกสาวเขาต้องไม่แตกต่างกันอยู่แล้ว เมื่อคิดถึงตรงนี้เธอก็สบายใจขึ้นมากไม่รู้สึกว่าถุงเสบียงที่วางอยู่บนจักรยานระคายสายตาอีก

            หลังกินข้าวเสร็จเจิ้งหยวนก็รีบขี่จักรยานตรงเข้าอำเภอเมืองทันทีเธอต้องส่งของให้ถึงก่อนอาสามกับอาสะใภ้สามไปทำงาน

            อาสามอาศัยอยู่ที่หอพักครอบครัวของสถานีตำรวจซึ่งเป็นบ้านตึกแถว ทั้งยังแออัด เจิ้งหยวนเกลียดอาสะใภ้สามอาสะใภ้สามก็ไม่ชอบหน้าเจิ้งหยวนเหมือนกันเธอจึงส่งเสบียงเพียงแค่ใต้อาคารแล้วเรียกอาสามกับอาสะใภ้สามลงมายกขึ้นไปแทน

            อาสามหน้าตาค่อนข้างดูมีภูมิฐาน ดวงตาชั้นเดียวแต่กลับไม่เล็ก เป็นดวงตาแบบที่ได้ความนิยมในหมู่ดาราชาวญี่ปุ่น ชาวเกาหลียุคหลังๆดั้งโด่งคม ริมฝีปากบางเฉียบ ผิวขาวกว่าคุณพ่อของเธอมากได้ยินมาจากเจิ้งเฉวียนกังว่าอาสามคนนี้ไม่เคยทำนาตั้งแต่เล็กจนโต เรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวส่วนอาสะใภ้สามก็หน้าตาไม่เลว แม้จะผิวขาว แต่ติดที่อ้วนท้วมไปสักหน่อยถึงกระนั้นก็ดูอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว

            ครั้นอาสะใภ้สามเห็นถุงเสบียงก็พลันพูดโพล่งออกมาว่า“ฉันได้ยินว่าผลผลิตปีนี้ค่อนข้างดีไม่ใช่หรือไง?”

            เจิ้งหยวนมองเธอเพียงแวบหนึ่ง แล้วหันมาปลดเสบียงต่อไม่รู้คุณพ่อผูกเงื่อนอะไร แก้ยากแก้เย็นนัก พลางพูดไปด้วยว่า “ค่อนข้างดีค่ะ”

            “งั้นปีนี้บ้านเธอคงได้ส่วนแบ่งไม่น้อยละมั้ง?”

            “มากกว่าปีที่แล้วนิดหน่อยค่ะ”เจิ้งหยวนตอบตรงไปตรงมา เรื่องนี้ปิดไม่มิดแล้ว ไม่มีอะไรให้ซ่อนอีก

            ได้ยินดังนั้นอาสะใภ้สามจึงลอบเบะปากขณะมองถุงผ้าป่านบนหลังรถจักรยาน ก่อนจงใจถาม“ของปีนี้ห้าสิบจินเหมือนเดิมเหรอ?”

            ในที่สุดเจิ้งหยวนก็แก้เชือกได้ จึงตอบว่า “ใช่ค่ะห้าสิบจิน”

            อาสะใภ้สามเริ่มพร่ำพรรณนาทันที “เฮ้อ หยวนหยวนเอ๋ยเธอไม่รู้หรอก ตอนนี้ฉันมีลูกแล้ว ที่บ้านก็มีอีกปากท้องเพิ่มขึ้นมาปริมาณเสบียงเท่านั้นไม่พอกินจริงๆ ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันต้องเลี้ยงดูลูกคุณปู่คุณย่าเลยให้ข้าวกับแป้งฉันกินหมด ในใจฉันน่ะรู้สึกแย่เหลือเกิน”

            เจิ้งหยวนระบายยิ้มเล็กน้อยก่อนเหลือบมองอาสามของเธอที่ช่วยยกถุงเสบียงลงมาวางบนพื้น ไม่ช่วยพูดอันใด

            “เธอก็เห็นแล้วเทียนฝูเกิดมาขาดสารอาหารมาก คุณหมอบอกว่าต้องบำรุงให้ดีๆสารอาหารที่เด็กได้มันจะมาจากไหนได้ล่ะ มาจากฉันทั้งนั้นแหละ หากฉันกินไม่ดีน้ำนมจะไม่ได้คุณภาพ น้ำนมไม่มีคุณภาพ เทียนฝูย่อมเติบโตไม่เต็มที่นี่ผ่านมาหลายเดือนแล้วยังซูบผอมอยู่เลย ฉันละปวดใจจริงๆ”

            เจิ้งหยวนไม่ตอบอะไร เพียงแต่โบกมือเอ่ย “อาสามอาสะใภ้สาม พวกคุณยกเสบียงขึ้นไปเถอะ ฉันไม่ขึ้นไปแล้ว พอดีต้องกลับไปทำงานต่อน่ะ”

            ครั้นเห็นเจิ้งหยวนกำลังจะกลับอาสะใภ้สามเจิ้งพลันร้อนรนขึ้นมาทันตาเห็น จึงไม่คิดพูดอ้อมค้อมอีกเธอกล่าวออกมาตามตรงว่า “ฉันว่านะหยวนหยวน ปีนี้ทุ่งนาได้ผลผลิตดีมากแบ่งเสบียงจากครอบครัวเธอมาหน่อยเถอะ ฝั่งพวกเราไม่พอกินกันจริงๆ”

            เจิ้งหยวนหุบยิ้มลงทันทีแล้วหันกลับมาพูดว่า“อาสะใภ้สาม ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูร้อนปีก่อนฝนตกหนัก ผลผลิตไม่ดีครอบครัวฉันได้ส่วนแบ่งข้าวสาลีแค่หนึ่งร้อยจิน ครอบครัวฉันมีสมาชิกมากมายพี่สะใภ้ใหญ่ก็เพิ่งคลอดหนิวหนิว คุณแม่ของฉันอยากให้พี่สะใภ้กินแป้งกับข้าวสารบำรุงร่างกายบ้างแต่พี่สะใภ้ฉันดันบอกว่า เธอไม่เป็นไรหรอก คุณปู่คุณย่าทั้งสองท่านอายุมากแล้วต้องกินดีๆ สักหน่อย แล้วขอให้คุณพ่อส่งข้าวสาลีครึ่งหนึ่งมาที่นี่พี่สะใภ้ฉันกัดก้อนเกลือกินเลี้ยงหนิวหนิวมาแบบนี้น่ะค่ะ”

            แน่นอนว่าอาสะใภ้สามเจิ้งเข้าใจความหมายของเธอรอยยิ้มจึงค้างเติ่งบนใบหน้า สีหน้าดูแทบไม่ได้ฉับพลัน แต่เธอเป็นคนหน้าด้านหน้าทนกว่าที่ใครหลายคนคิดจึงชะงักไปเพียงอึดใจเดียวก็พยายามแย้มยิ้มฝืดเคือง แล้วค่อยๆ อธิบาย“คนเรามันไม่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ พี่สะใภ้เธออ่อนวัย ร่างกายฟื้นตัวง่ายส่วนฉันน่ะ… เฮ้อ ฉันน่ะอายุตั้งเท่าไรแล้ว ยังคลอดลูกชายให้สกุลเจิ้งของพวกเธอเสียด้วยซ้ำ”

            แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เจิ้งหยวนก็ตอบด้วยรอยยิ้มระรื่น“ใช่ค่ะ อาสะใภ้สามสุดยอดมากค่ะ แต่...” เธอเหยียดยิ้ม สายตามองตรงไปยังอาสามเจิ้ง“อาสาม คุณปู่คุณย่าฉันเก็บข้าวกับแป้งให้อาสะใภ้สามทั้งหมดเลยเหรอคะ? แล้วอาก็ไม่ห้ามเลยเหรอคะ? ฉันเป็นเด็กยังรู้เลยว่าต้องเอาของดีให้คุณพ่อคุณแม่ทานก่อนดูอาสะใภ้สามสิ ผิวขาวอวบอ้วนสมบูรณ์ แล้วลองหันมามองคุณปู่คุณย่าของฉันสิคะพวกท่านผอมขนาดไหน? อาสาม หากอาเลี้ยงดูคุณปู่คุณย่าฉันไม่ไหวฉันจะกลับบ้านไปบอกคุณพ่อ ให้คุณพ่อมารับพวกเขากลับบ้านเอง วางใจได้ค่ะที่บ้านมีของกินให้คุณปู่คุณย่าแน่นอน!”

            ช่วงท้ายๆ เจิ้งหยวนจงใจพูดเสียงดังฟังชัดคนที่ออกมาซื้อข้าวยามเช้า ซักผ้า ล้างถ้วยชามแถวนั้นเลยได้ยินกันหมดต่างพากันเหลือบมองมาทางนี้หลายครั้ง อาสามเจิ้งเป็นคนรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรดีครั้นโดนหลานสาววิจารณ์ตรงไปตรงมาเช่นนี้ หน้าจึงบางขึ้นมาฉับพลัน พออาสะใภ้สามกำลังจะพูดบางอย่างต่ออีกอาสามเจิ้งก็ตวาดเธอเสียงดัง “พอแล้ว ที่บ้านเราไม่ขาดแคลนของกินสักหน่อยจะเอาจากเจิ้งหยวนอยู่ได้!”

            อาสะใภ้สามเจิ้งอึกๆ อักๆ อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้เมื่อโดนสามีถลึงตาใส่จึงหดคอ ไม่กล้าปริปากมากความอีก

            หลังจากนั้นอาสามเจิ้งก็ดุเจิ้งหยวนต่อ“พ่อเธอสอนให้พูดกับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้เหรอ? เธออายุตั้งเท่าไรแล้วรู้ความบ้างหรือเปล่า?”

            เจิ้งหยวนไม่โกรธสักนิด ซ้ำยังเอ่ยยิ้มๆ ว่า“ฉันแค่ไม่ชอบที่อาสะใภ้สามกินเสบียงของคุณปู่คุณย่าฉันมาส่งเสบียงให้คุณปู่คุณย่า แต่ดูอาสะใภ้สามพูดเข้าสิเหมือนฉันมาส่งเสบียงให้เธอโดยเฉพาะเลย” ขณะพูดยังจงใจมองอาสะใภ้สามเจิ้งไม่วางตา

            “เอาละ ถือว่าเธอมีเหตุผล!” อาสามเจิ้งรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ไม่ขัดจังหวะตอนภรรยาเริ่มพูดหลานสาวคนนี้ปากคมอย่างกับมีด พอนึกดูแล้ว ขนาดพี่สะใภ้ใหญ่มีนิสัยขี้เหนียวชอบเอารัดเอาเปรียบแค่ไหนก็ยังไม่เคยแย่งอะไรจากเด็กคนนี้ได้เลย! เพราะฉะนั้นแล้วระดับที่ไม่เข้าขั้นอย่างภรรยาเขายังมีหน้ามากล้าขอเสบียงจากเจิ้งหยวนอีกหรือ? หากจะขอก็ต้องไปขอกับพี่ชายรองของเขานู่น พี่ชายรองกตัญญูรู้คุณที่สุดไม่มีทางละเลยบุพการีลงหรอก

            เจิ้งหยวนลอบเบะปากจนคว่ำ เธอขี่จักรยานออกมาแล้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังได้ยินเสียงบ่นของอาสะใภ้สามลอยแว่วมาจากข้างหลัง “ส่งข้าวสาลีมาแต่ละครั้งก็บดก่อนค่อยส่งมาไม่ได้เหรอ? จะให้เราไปบดแป้งที่ไหน!”

            แหม วาดฝันเสียสวยหรูเลยนะ! ยุคสมัยนี้การบดแป้งส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้โม่หินไม่โม่ด้วยแรงสัตว์ก็ต้องใช้มือ ทั้งกองมีปศุสัตว์อยู่นิดเดียวปกติเลยมักจะโม่กันเอง บดแป้งเป็นงานที่เหนื่อยมาก กว่าจะหมุนได้แต่ละทีต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาล ยิ่งกว่านั้นอาสะใภ้สามยังรู้จักคนในหน่วยงานเสบียง โดยปกติแล้วหน่วยงานเสบียงจะมีโม่เหล็กอยู่เวลาใช้งานจึงสะดวกสบายอย่างยิ่ง ยืมมาใช้เดี๋ยวเดียวก็บดแป้งออกมาได้แล้ว! ทั้งยังได้น้ำหนักรำข้าวเยอะด้วย โม่ข้าวสาลีหนึ่งจินแต่ได้ถึงเก้าเหลี่ยง [1] ก็ถือว่าดีแล้ว!

             

            เชิงอรรถ

            [1] เหลี่ยง หมายถึงหน่วยวัดน้ำหนักรองลงมาจากจิน มีค่าเท่ากับห้าสิบกรัม

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730