ผมอยู่เหมือนกัน”
“แม่ม้าตัวหนึ่งเพิ่งตกลูกเมื่อวานนี้เองค่ะ...ริงค์” ลอร่าเจนบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “สตีฟช่วยทำคลอดให้มันด้วย”
“ซึ่งตอนนี้ผมเห็นจะต้องขอตัวกลับไปดูแลมันก่อน”สตีฟพูดเรียบๆ
“เดี๋ยวสิอยู่กินพายสักชิ้นก่อนก็ยังได้นี่” ฮาเน่ย์ทักท้วง
“ไม่ละครับ ขอบคุณ...” เขาเหลือบมองไปทางริงค์ก่อนจะตอบด้วยคำพูดประโยคนั้น “ผมจะต้องคอยดูแลลูกม้าตลอดเวลา”
“งั้นฉันจะไปพรุ่งนี้เช้านะสตีฟไม่เป็ไรใช่ไหม?” ลอร่า เจนถามพร้อมกับจับมือเขาไว้อีกครั้ง
“ไม่เป็ไรหรอกครับ” เขาก้มลงยิ้มให้ “มันคงคิดถึงคุณมากทีเดียวถ้าคุณไม่ไปเยี่ยม”เมื่อพูดจบเขาก็ดึงมือออกจากการเกาะกุมและเดินตรงไปยังประตู
“กู๊ดไนต์นะคะ สตีฟ” ลอร่า เจนร้องบอกตามหลัง
“กู๊ดไนต์ครับ ลอร่า เจน” เขายกมือขึ้นแตะขอบหมวกแสดงความเคารพต่อทุกคนก่อนจะหายตัวไปในความมืด
ริงค์มองตามอยู่เงียบๆฮาเน่ย์ตัดพายพีคั่นชิ้นใหญ่โปะหน้าด้วยไอศกรีมวานิลลาก้อนโต
“ฉันไม่เอานะคะ ฮาเน่ย์” แคโรไลน์รีบบอก จากปลายหางตาเธอเห็นริงค์หันมามองเธออยู่ “วันนี้เหนื่อยหนักมาแล้วทั้งวัน เห็นจะต้องขอตัวขึ้นข้างบน
“้าอะไรอีกไหมคะ?” ฮาเน่ย์ถามอย่างห่วงใย
“ไม่เลยค่ะตอนนี้้าอย่างเดียวคือหลับให้สนิทที่สุด” เธอโน้มตัวลงจุมพิตลอร่าเจนที่แก้มเบาๆ “กู๊ดไนต์นะคะพรุ่งนี้เราจะไปเยี่ยมคุณพ่อด้วยกัน”
“ดีจังเลยค่ะหนูเองก็อยากพบแด๊ดดี้มาก กู๊ดไนต์ค่ะเยี่ยมไหมล่ะคะแคโรไลน์ที่ตอนนี้ริงค์กลับมาอยู่บ้านแล้ว...?”
“ดีมากเลยล่ะค่ะ” แคโรไลน์ยืดร่างขึ้น สบตาริงค์บอกกับเขาว่า “ฮาเน่ย์เตรียมห้องคุณไว้เรียบร้อยแล้วนะคะกู๊ดในต์ค่ะริงค์”
ก่อนที่เขาจะทันตอบเธอก็เดินออกจากห้องครัวผ่านห้องโถงกลางขึ้นบันไดไปสู่ชั้นบนแล้วการที่ต้องอยู่ห้องเดียวกับเขาดูมันจะเป็อะไรที่มากเกินไปสำหรับเธอ ยิ่งกว่านั้นทั้งเขา ลอร่า เจน และฮาเน่ย์ที่เลี้ยงดูพี่น้องคู่นี้มานับแต่วันที่มาร์ลีน่าตายลง...สมควรจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่า
ฝีเท้าของเธอที่เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนถูกซับไว้ด้วยพรมเนื้อหนาที่ปูลาดไว้ตรงส่วนกลางของบันไดแสงนุ่มนวลเย็นตาภายในห้องนอนเกิดจากดวงไฟหัวเตียงสองข้าง เธอดับดวงหนึ่งลงราตรีนี้ ความมืดดูจะช่วยให้สบายใจได้มากกว่าคล้ายกับมันสามารถอำพรางสิ่งที่ไม่้าจะเห็น ไม่้าจะคิดไว้ได้เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างบานกว้างที่สามารถมองลงไปเห็นพื้นที่ด้านหลังของคฤหาสน์เลยลงไปจนถึงแนวตลิ่งที่ลาดตัวลงสู่แม่น้ำ เดือนครึ่งดวงลอยอยู่เหนือฟ้ามองเห็นเงาแสงที่สะท้อนอยู่กับพื้นน้ำไกลๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบเงียบ
ในยามนี้แคโรไลน์พยายามปล่อยใจให้ว่างวันนี้เธอได้พบสิ่งที่น่าใมาแล้วถึง 3 เื่เื่แรกก็คือเธอต้องรับรู้ว่าสามีของตัวเองกำลังจะตายต่อมาเธอก็ได้เห็นความสนิทเสน่หาที่สตีฟมีต่อลอร่า เจน และเื่ที่สามก็คือการที่ริงค์กลับมาบ้าน
เธอระบายลมหายใจหนักหน่วงออกมาช้าๆหันหลังกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งและเริ่มลงมือเปลื้องเสื้อผ้าจนเมื่อลงไปแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นที่เจือด้วยเกลือหอมแล้วนั่นแหละเธอจึงได้หลั่งน้ำตาให้กับรอสโค
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาหงุดหงิดกับอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเองมาตลอดแต่ก็ไม่ยอมไปหาหมอบุคคลที่เชื่อมั่นในความแข็งแรงของตนย่อมทนไม่ได้ที่จะยอมรับในความเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นบางทีมันอาจจะเป็การดีกว่าถ้าเื่มันจะจบลงโดยเร็วที่สุด...เพราะการที่จะบังคับให้บุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่างรอสโคนอนป่วยอย่างไร้สมรรถภาพอยู่ในโรงพยาบาลแรมเดือนเช่นนี้มันทารุณต่อเขาเกินไป
เมื่อเธอเตรียมตัวเข้านอนนั้นทั้งบ้านสงัดเงียบลงแล้วดังนั้นเมื่อมีเสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นตรงหน้าประตูแคโรไลน์จึงถึงกับสะดุ้ง
เธอแง้มประตูมองออกไปในความมืดของห้องโถงทางเดิน
“คุณ้าอะไร?”
“้าพูดกับคุณ”
พูดจบริงค์ก็ดันประตูให้เปิดกว้างและเดินเลยเข้ามาในห้องแคโรไลน์ไม่มีทางเลือกนอกจากจะปล่อยให้เขาเดินเข้ามาพร้อมกับปิดประตูตามหลังลง เขาหยุดยืนอยู่กลางห้องครู่สั้นๆแล้วจึงเดินไปหยุดตรงหน้าต่างปลายนิ้วลูบไล้อยู่กับผ้าม่านเหมือนจะทบทวนความจำเมื่อนานมาแล้วจากนั้นเขาก็เดินไปสำรวจชุดเครื่องแป้งโบราณที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งหรือว่าเขาจะมองหาตัวเองเมื่อครั้งที่ยังเป็เด็กชายตัวเล็กๆอยู่
“นี่เป็ห้องแม่ผม” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด
“ฉันรู้ค่ะ” มือที่ประสานกันอยู่ชื้นเหงื่อ“มันเป็ห้องที่สวยมากเป็อีกห้องหนึ่งที่ฉันชอบมากในบ้านหลังนี้”
“มันเหมาะกับคุณดีนะ” เขาจับตามองภาพสะท้อนของเธอซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเขาจากกระจกเงา “เหมือนที่มันเคยเหมาะกับแม่ผมมาแล้วมันเป็ห้องที่มีกลิ่นอายของความเป็ผู้หญิงจริงๆ”
ขณะที่เขายังคงจับตามองเธออยู่นั้นสายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดกับเสื้อนอนที่สวมใส่อยู่เพราะเธอรู้ดีว่าใต้เสื้อนอนตัวนี้มันไม่ได้มีอะไรอีกเลยนอกจากเนื้อตัวเปล่าเปลือยของตัวเองสิ่งที่สร้างความกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้นก็ตรงที่ว่า ริงค์เองก็พอจะนึกรู้อยู่
สายตาคมกล้าคู่นั้นมาหยุดอยู่ตรงเนินทรวงก่อนจะลดต่ำลงมาที่่สะเอวและต่ำลงไปกว่านั้น และราวกับจะสนองตอบต่อคำสั่งลึกลับที่ผ่านมาทางสายตาสัดส่วนแห่งความเป็ผู้หญิงบนเรือนร่างของเธอเริ่มตื่นตัวเนินทรวงครัดเคร่งแคโรไลน์ประณามตัวเองที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้เกิดขึ้นแต่กระนั้นเธอก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะหักห้ามทุกความรู้สึกที่กำลังเกิดอยู่กับตัวเองได้
ในมือข้างหนึ่งของเขามีแก้วเจียระไนบรรจุเบอร์เบิ้นซึ่งเขายกขึ้นดื่มเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“พ่อผมยังชอบเหล้าราคาแพงอยู่เหมือนเดิม...แล้วก็ยังชอบผู้หญิงสวยๆ เหมือนเดิมอีกด้วย คุณสวยมากนะเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนี้แคโรไลน์...ขณะที่แสงไฟมันสะท้อนอยู่กับสีผมของคุณอย่างนี้” เขากวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างเธออีกครั้งก่อนจะหมุนตัวออกจากหน้ากระจก
เขาเดินต่อไปจนถึงเก้าอี้เอนนอนที่ตั้งตรงมุมห้องและยืดร่างลงมันถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ตัวเล็กกว่าเขามากดังนั้นเท้าทั้งสองข้างจึงห้อยอยู่ตรงด้านปลายเท้าในยามนี้สายตาที่เขาเฝ้าจดจ้องมองเธออยู่นั้นไม่ต่างกว่าตาเหยี่ยวส่วนเธอก็ยังคงยืนด้วยความรู้สึกหวั่นไหวอยู่ตรงที่เดิมนับแต่ตอนที่เขาก้าวเข้ามาในห้อง
“พ่อกับแม่ผมไม่เคยนอนร่วมกันในห้องนี้หรอก”เขาเอ่ยออกมาลอยๆ แต่คงจะหลอกแคโรไลน์ไม่ได้เพราะริงค์จะไม่เอ่ยอะไรออกมาเพียงเพราะอยากชวนสนทนาแน่ “ผมยังจำเหตุการณ์ได้เหมือนกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง...ตอนที่พ่อบอกกับแม่ว่าไม่ต้องลำบากย้ายกลับไปนอนห้องเดียวกับเขาอีก...หลังจากที่ลอร่า เจนเกิดแล้ว... แม่นั่งร้องไห้อยู่หลายชั่วโมง...และนับแต่วันนั้นเป็ต้นมา พ่อไม่เคยร่วมหลับนอนกับแม่อีกเลย” เขาจิบวิสกี้ในมือก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว “ผมคิดว่าพ่อไม่เคยให้อภัยแม่เื่ลอร่า เจน”
“แต่เขาก็รักลอร่า เจนมากนะคะ”แคโรไลน์ทักท้วง “เขาจะต้องทำสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับเธอเสมอ”
ริงค์หัวเราะออกมาอีก คราวนี้ดูมันจะแหบห้าวยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“แน่นอน...เื่อย่างนั้นเขาทำได้ดีอยู่แล้วล่ะ...เื่ที่จะต้องทำแต่สิ่งดีที่สุดเพื่อใครบางคนน่ะ”
แคโรไลน์ฝืนใจเดินไปนั่งตรงขอบเตียงขมวดปมเชือกคาดเอวอย่างใจคอไม่สู้ดี