"การเลือกใช้วิธีที่สอง แม้ว่าวิธีนี้จะดูว่าง่ายกว่า แต่จะต้องหาคนที่มีรู้เื่ปราณจักระเข้ามาช่วย" ลู่ซืออธิบายแบบเรียบง่ายอีกครั้ง
"ปราณจักระคืออะไร เ้าพูดจาไปเรื่อยเปื่อยเกินไปแล้ว ข้าเกิดมายังไม่เคยพบเคยเห็น หรือแม้แต่จะได้ยิน" าุโหลักยังคงกล่าวตำหนิลู่ซือด้วยความไม่พอใจเหมือนเช่นเดิม
ลู่ซือไม่สนใจ หากแต่กล่าวต่อว่า "ท่านเ้าเมือง ลองตรึกตรองให้ดี ท่านมีเวลาอีกเพียงหนึ่งราตรีเท่านั้น แน่นอนว่าข้าช่วยได้ แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่า หากใช้วิธีของข้า นางต้องถอดเสื้อผ้า เพื่อให้พิษระเหยออกไป และข้าจำเป็ต้องััตัวนางเพื่อดูดพิษ ในบริเวณโดยรอบพิษจะสลายเป็ไอ ดังนั้น ต้องอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ข้าขับพิษให้" ลู่ซือกล่าวซ้ำย้ำประโยคเดิมในขณะที่ยืนประคองจงเป่าเหมือนเดิม ไม่ได้มีอาการตื่นเต้น ไม่ได้มีการประหม่าแต่อย่างใดแม้แต่น้อย
"เ้าเมืองส่ายหน้า ... ข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไร เ้าเป็เด็ก แม้แต่ผู้ใหญ่ของเ้ายังไม่รู้จัก แล้วข้าจะวางใจได้อย่างไร" เ้าเมืองมองหน้าลู่ซือเหมือนจะ้าคำตอบที่มั่นใจกว่านี้จากลู่ซือ
"แน่นอนว่า ข้าไม่ได้บังคับ ท่านจะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแต่ท่าน" ลู่ซือกล่าวเรียบ ๆ
"ท่านย่า ข้าว่าเรากลับกันดีหรือไม่ ให้ท่านเ้าเมืองตัดสินใจ ชีวิตของนาง ขึ้นอยู่กับท่านเ้าเมือง เราไม่สามารถตัดสินใจแทนได้" ลู่ซือกล่าวเรียบขณะที่หันไปชวนจงเป่ากลับบ้าน
"ท่านเ้าเมือง ท่านใช้สมุนไพรนี้ระงับพิษได้ชั่วคราวเท่านั้น การแก้ไขทั้งหมด ตามที่หลานชายข้าแจ้งไว้ แม้ข้าจะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ตำรับยาและการรักษาผู้คนทั้งหมด มาจากหลานชายข้าทั้งสิ้น ลู่ซือไม่ใช่คนที่พูดจาไร้สาระไปเรื่อย ถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่พูด ข้ารู้ดี ท่านเองลองพิจารณาหาคนที่ปราณราชันและมีปราณทุติยจิตมาสองคนมาขับพิษได้เช่นกัน ไม่จำเป็ต้องให้หลานข้าช่วย"
"วิธีที่หลานชายข้าจะช่วย มันออกจะดูไม่เหมาะสำหรับบุตรสาวท่าน หากแต่ตำรับยาโบราณก็เคยมีกล่าวไว้ในเื่การปลดเปลื้องอาภรณ์ของผู้าเ็เช่นกัน"
"พวกข้าขอตัว" จงเป่าพร้อมคณะแสดงการคารวะและเดินออกไปทางประตูที่มีทหารเดินนำทาง
"ช้าก่อน ท่านผู้นำ ... แม้ข้าจะไม่เชื่อมั่นในวิธีของหลานชายท่าน แต่ข้าเชื่อใจท่าน ข้าไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่เหมาะกว่านี้ ในระยะเวลาเพียงหนึ่งคืน ข้าไม่รู้จะไปตามหาคนที่ปราณราชันและปราณทุติยจิตได้จากไหน แม้ข้าจะมีปราณราชัน แต่ก็ยังต้องหาอีกคนอยู่ดี"
"ดังนั้น ข้าเชื่อว่าท่านรู้ดีว่าควรทำอย่างไร ขอเพียงรักษาลูกข้าได้ ข้าจะตอบแทนท่านอย่างคุ้มค่าทีเดียว" เ้าเมืองจับจ้องไปที่จงเป่าขณะที่หันหน้าไปที่ลู่ซือ
"เ้าดำเนินการเถิด เ้ารู้ว่าเ้ากำลังทำอะไร หาไม่แล้วผลกระทบที่ตามมา ตระกูลเ้าคงรับไม่ไหว" เ้าเมืองพูดกับลู่ซือที่ยืนอยู่ข้างจงเป่า
"ท่านเ้าเมือง แม้ข้าเชื่อว่าข้าสามารถแก้ไขได้ แต่ข้าเองก็ไม่้าคำขู่ใด ๆ จากท่าน หากท่านไม่เชื่อใจ ข้าก็มิได้ร้องขอใด ๆ หากแต่เป็ท่านเองต้องร้องขอและตัดสินใจด้วยความเต็มใจ หาใช่การข่มขู่เช่นนี้" ลู่ซือมองหน้าเ้าเมืองและตอบกลับอย่างไม่กริ่งเกรง ไม่ได้กลัวและไม่ได้ก้าวร้าวแต่อย่างใด คำพูดที่พูดออกไปไม่เหมือนเด็กหกขวบพูดจาเลยแม้แต่น้อย
"เอาเถอะ เ้าดำเนินการ ข้าขออภัย" เ้าเมืองมองหน้าและหันไปขออภัยจงเป่าแทน
จงเป่าเดินเข้าไปในห้องนอนของบุตรสาวเ้าเมืองพร้อมจงเป่า
"ท่านย่า ท่านช่วยแจ้งให้คนมาช่วยกั้นม่านรอบเตียง ท่านเองก็อยู่นอกม่าน ขณะทำการรักษาจะมีไอพิษออกมา ท่านต้องระวัง อย่าเข้ามาในเขตม่านเป็อันขาด" ลู่ซือชี้แจง พร้อมเดินเข้าไปที่เตียง
ลู่ซือครุ่นคิดถึงวิธีการรักษา ในชั่วพริบตา ภาพการรักษาอาการก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ภาพของปราณจักระปรากฏขึ้นมา พร้อมพลังงานหนึ่งในร่างของลู่ซือที่เดินขึ้นมาเอง ลู่ซือเข้าใจทันทีว่า นี่คือ ปราณจักระกิเลน ที่มีอยู่ในตัว แม้จะสงสัยแต่มาได้อย่างไรกัน ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย
จักระกิเลน ภาพที่ปรากฏเป็ภาพของจักรพรรดิกิเลน ผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถั้แ่ยุคานานมาแล้ว ความรู้และพลังแห่งจักระกิเลนมาอยู่ในตัวข้าได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น วิธีการรักษาโรคภัย การทำโอสถมากมายปรากฏในหัวลู่ซืออย่างต่อเนื่อง ข้ามีปราณจักระกิเลนหรือนี่ ลู่ซือครุ่นคิดอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ครุ่นคิด ลู่ซือให้สาวใช้ถอดอาภรณ์ของหนิงเซียนออก แม้นางจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีแรงจะทำอะไร ลู่ซือเข้าไปที่เตียงพร้อมยกมือ ใช้นิ้ววาดเป็รูปบางอย่าง จากนั้นใช้นิ้วดันเข้าไปที่จุดตันเถียนของหนิงเซียน แม้จะไม่เข้าใจตนเองทำได้อย่างไร แต่ก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วและง่ายดาย
หนิงเซียนได้แต่หลับตาดูด้วยความอายที่ต้องปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเด็กน้อย แม้ลู่ซือจะไม่ได้แสดงอาการหื่นกระหาย ลามก แต่นางเป็สตรี การมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าชายอื่น ย่อมไม่พึงประสงค์อยู่ดี แต่ก็ทำได้เพียงหลับตา และหลี่ตาดูเป็บางครั้ง
พลังที่ลู่ซือส่งเข้าไปในตันเถียน เริ่มเดินเข้าสู่ร่างกายหนิงเซียน ในขณะเดียวกัน ลู่ซือยกแขนนางขึ้น แม้หนิงเซียนจะาเ็ แต่ผิวนางก็ขาวใสดั่งหยก ทรวดทรงองค์เอวก็ดูดี จะมีเพียงที่แขนที่เป็าแโดนโลหิตหิมะกัดเท่านั้น หากมีใครมาเห็นภาพเช่นนี้ ย่อมต้องจ้องมองความงดงามสะพรั่งของหญิงวัยเริ่มสาวคนนี้อย่างไม่กระพริบตาเป็แน่แท้ ลู่ซือที่เป็เด็กก็อดตะลึงในความงดงามของหนิงเซียนไม่ได้เช่นกัน หากแต่ก็ต้องสงบใจ ทำเป็มิรู้มิเห็นไป
ลู่ซือยกแขนนางพร้อมใช้นิ้ววาดรูปจักระในอากาศอีกครั้งและส่งเข้าไปที่แขนหนิงเซียน พลังจากจักระที่ส่งเข้าไป ทำให้หนิงเซียนร้องขึ้นมาทันทีด้วยความเ็ปอย่างแรงเหมือนร่างกายของนางกำลังโดนกัดกิน
"เงียบไว้ ... ทำใจให้สงบ ท่านจะเจ็บเช่นนี้อยู่สักครู่เท่านั้น" ลู่ซือยังคงส่งปราณจักระเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจเสียงร้องที่ดังไม่หยุดของนาง
สักพักใหญ่ แผลที่าเ็ เริ่มยุบลง ในขณะที่แผลเริ่มยุบ โลหิตที่ไหลอาบอยู่ตามแขน ก็เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็ไอลอยคละคลุ้งในอากาศ กลิ่นตลบอบอวนไปทั่ว นอกจากนี้ ทั่วร่างของหนิงเซียน มีไอน้ำระเหยออกมาจากร่างอยู่ตลอดเวลา ตามตัวนางเต็มไปด้วยเหงื่อและไอน้ำเกาะเต็มไปหมด ไอเหล่านี้ระเหยและกระจายในห้องและมีกลิ่นพิษออกมา ผ้าม่านสีขาวที่กั้นไว้ เปลี่ยนเป็สีหมองคล้ำจากพิษที่ลอยขึ้นไป ผ้าม่านที่เป็ผ้าอ่อนนุ่มกลายเป็ผ้าที่แข็งกระด้างและหดตัว โลหิตที่เกาะอยู่ตามแขน เริ่มแห้งและแตกเป็ผงร่วงลงมาบนเตียงนอน
เสียงร้องเ็ปของนางเริ่มลดลงและหยุดลง
ลู่ซือทำเช่นนี้อยู่ครึ่งชั่วยามจากนั้นจึงหยุด ลุกเดินออกมาหาจงเป่า นาง้าน้ำ นางเสียน้ำในร่างกายไปมาก ให้สาวใช้กรอกน้ำเข้าปากนางด้วย นางไม่น่าจะมีแรงในยามนี้ ลู่ซือพูดในขณะที่ใบหน้าซีดเซียวและล้มลงตรงหน้าจงเป่าทันที ลู่ซือในยามนี้เข้าสู่การหลับไหลจากการเหนื่อยล้าในการรักษาหนิงเซียนเสร็จสิ้น